"ตกลง!"
อวิ๋นกุ้ยก็นับว่าเห็นอวิ๋นเม่าซานมาั้แ่เด็ก นิสัยใจคอเป็คนตรงไปตรงมาและซื่อสัตย์มาโดยตลอด ในเมื่ออวิ๋นเม่าซานเอ่ยเช่นนี้ และตนเองก็ไม่อยากแยกขายที่ดินให้ผู้อื่น จึงตอบรับการค้าขายคราวนี้
"พวกเรามาคุยกันตรงนี้เถิด" อวิ๋นกุ้ยเบี่ยงกายเปิดทางให้สายหนึ่ง
"เหอะ! เขาเอ่ยว่ามีเงินก็แปลว่ามีเงินหรือ? ราคาคุยกระมัง? นำเงินแท้ทองแท้ออกมาให้ทุกคนดูสิ!" อู๋กุ้ยฟางร้องะโโวยวาย
"อาศัยแค่ปากเปล่าคิดจะมาแย่งที่ดินชั้นดีของทุกคน ไม่มีทางเสียหรอก! พวกเ้าว่าจริงหรือไม่?" อู๋กุ้ยฟางยังคอยปลุกระดมชาวบ้านรอบ ๆ ต่อไป
"ใช่แล้ว ๆ พูดปากเปล่าก็คิดจะมาเบียดพวกเราออกไป ต้องเอาของจริงออกมาสิ"
"นั่นสิ ข้าแค่อยากซื้อที่ดินดอนสักสองหมู่ เอาไว้ทำเป็สินเดิมให้ลูกสาวคนเล็กปีหน้า"
ชาวบ้านพากันวิพากษ์วิจารณ์ อารมณ์เริ่มทวีความรุนแรงและฮึกเหิมขึ้นเรื่อย ๆ
ยามอู๋กุ้ยฟางเห็นผู้คนเริ่มทะเลาะเบาะแว้งโวยวาย ก็ชำเลืองมองครอบครัวอวิ๋นเม่าซานด้วยความลำพองใจ ขบคิดในใจว่าต่อให้ตนเองจะซื้อที่ดินชั้นดีไม่ได้ ก็จะไม่ยินยอมให้พวกเขาได้ไปง่าย ๆ
"อวิ๋นกุ้ย ตาแก่ตายซาก ข้าจะบอกให้ วันนี้หากเ้าไม่ขายที่ดินชั้นดีผืนนี้ให้ข้า ข้าจะไปก่อกวนที่บ้านเ้าทุกวัน!" อู๋กุ้ยฟางฉีกหน้าะโเสียงดัง
"ไอ้หยา! อู๋กุ้ยฟาง เ้าจะทำไปเพื่ออันใดกัน? ที่ดินชั้นดีของบ้านข้าอยากจะขายให้ใครก็ขายให้คนนั้น เ้า... เ้าไม่มีสิทธิ์มายุ่ง!" อวิ๋นกุ้ยก็โกรธจัดจนหน้าดำหน้าแดง ไม่เคยพบเห็นหญิงชาวบ้านที่ป่วนเมืองอันธพาลเช่นนี้มาก่อน
คนรอบ ๆ ก็พากันผสมโรงส่งเสียงโวยวาย ส่วนจางซิ่วไฉได้แต่ถอนหายใจติดต่อกันหลายคราว พลางสั่นศีรษะพึมพำกับตนเองอยู่ข้าง ๆ "เสื่อมเสียเกียรติปัญญาชน เสื่อมเสียเกียรติปัญญาชนยิ่งนัก"
เขาเองก็เพียงแค่มาดูว่าพอจะซื้อที่ดินนาสักสองสามหมู่เพื่อสะสมเงินเป็ค่าเล่าเรียนในสำนักศึกษาในเมืองให้บุตรชายได้หรือไม่ หากซื้อไม่ได้ก็ไม่ได้ใส่ใจอันใด
ยามเห็นสถานการณ์วุ่นวายจนยากจะรับมือไหว จึงรู้สึกเสียใจอยู่บ้างที่ไม่น่าเข้ามาพัวพันกับเื่ยุ่งเหยิงนี้เลย
"พวกเราไปกันเถิด ตรงนี้วุ่นวายเกินไปแล้ว" จางซิ่วไฉส่งสัญญาณให้จางฮั่นเฉินเดินตามเขาออกจากที่นี่
จางฮั่นเฉินในใจกังวลว่าอวิ๋นเฉิงซิ่วจะถูกรังแกจนได้รับความอับอาย อยากจะอยู่ต่อทว่าไม่กล้าเอ่ยปากบอกจางซิ่วไฉตรง ๆ ทำได้เพียงเดินตามไปเงียบ ๆ เดินไปได้ไกลแล้วยังคงหันกลับมามองสถานการณ์ตรงหัวแปลงที่ดินเป็ระยะ ๆ
ลวี่ผิงเห็นจางฮั่นเฉินเดินไกลออกไปแล้วก็อยากจะวิ่งตามไป จึงดึงชายเสื้อของอู๋กุ้ยฟาง แต่อู๋กุ้ยฟางกำลังใส่อารมณ์เต็มที่ ไหนเลยจะสนใจนาง ทำเอาเด็กสาวได้แต่ขยี้ผ้าเช็ดหน้าในมือด้วยความกังวลใจและคับแค้นใจอยู่เงียบ ๆ
อวิ๋นเม่าเหอเห็นสถานการณ์ดังนั้นจึงก้าวออกไปะโว่า "การค้าขายที่เขาตกลงกันไว้ ยุติธรรมและสมเหตุสมผล พวกเ้าทะเลาะโวยวายกันตั้งนาน สามารถซื้อที่ดินชั้นดีทั้งหมดในคราวเดียวได้หรืออย่างไร? ใครมีเงินจ่ายคราวเดียวค่อยก้าวออกมาเอ่ยปาก"
คราวนี้นิ่งเงียบกันไปหมด ไม่มีใครส่งเสียงอึกทึกอีก แม้ในบ้านจะมีเงินเหลือพอจะจัดหาที่ดินสักหนึ่งหรือสองหมู่ให้บุตรหลานหรือไว้ใช้เอง ทว่าหากจะให้ควักเงินเจ็ดสิบแปดสิบตำลึงในคราวเดียวเพื่อซื้อที่ดินสิบกว่าหมู่นั้น ย่อมไร้กำลังความสามารถ อีกอย่าง ต่อให้มีกำลังทรัพย์ เงินทองในบ้านภรรยาก็ไม่มีทางยินยอมให้ทำเช่นนั้นแน่
"เหอะ พวกเ้ามีปัญญาซื้อที่ดินชั้นดีหรือ? พวกเ้าเอาอันใดมาซื้อ? พวกเ้ามีเงินหรือ? พวกเ้ามีเงินเยอะขนาดนั้นเชียวหรือ? ข้าว่าพวกเ้าไปลักขโมยของบ้านผู้อื่นมาเสียมากกว่า! หากเป็เช่นนั้นจริง ข้าจะไปแจ้งความที่ว่าการอำเภอจับพวกเ้าให้ได้!" อู๋กุ้ยฟางเอ่ยข่มขู่
"ไอ้หยา! อู๋กุ้ยฟาง ข้าจะบอกให้นะ เลิกรังควานก่อเื่ไร้สาระได้แล้ว ที่ดินนาผืนนี้บ้านเราต้องซื้อให้ได้แน่นอน ข้อหาลักขโมยของน่ะไม่ใช่สิ่งที่เ้าจะมาปั้นแต่งใส่ร้ายผูกเื่เอาเองได้ หากเ้ายังคงก่อความวุ่นวายอยู่ตรงนี้ พวกเราก็สามารถไปแจ้งความที่ว่าการอำเภอข้อหาใส่ร้ายป้ายสีได้เช่นกัน"
เฉินเฟิ่งจือหรือเฉินซื่อที่ยามปกติเป็คนว่าง่ายนุ่มนวลก้าวออกมาเอ่ยปาก นางจะปล่อยให้อวิ๋นเม่าซานที่เป็บุรุษอกสามศอกไปโต้เถียงกับอู๋กุ้ยฟางที่เป็หญิงชาวบ้านไร้ความรู้ไม่ได้เด็ดขาด ทำเช่นนั้นจะเสียกิริยาและไร้เกียรติเกินไป
"รีบไปเสียเถิด โวยวายไปอย่างไรก็เสียเวลาเปล่า" เฉินซื่อเอ่ยเรียบ ๆ
อวิ๋นเฉิงซิ่วฟังอยู่ข้าง ๆ พลันแอบยกนิ้วโป้งให้ในใจ ท่านแม่อย่างเท่!
"พวก... พวกเ้ากำลังรังแกคน!" อู๋กุ้ยฟางชี้หน้าครอบครัวอวิ๋นเม่าซาน
"พวกเราไปรังแกอันใดเ้า?" เฉินซื่อย้อนถาม
"พวกเ้ากำลังแย่งที่ดินชั้นดีของข้า! พวกเ้ายังหวังจะปฏิเสธอีกหรือ?" อู๋กุ้ยฟางแลกหมดหน้าตัก
"หญิงอันธพาลเช่นเ้า อย่ามาทำตัวไร้เหตุผลตรงนี้ เดิมทีที่ดินนาผืนนี้เ้าของคิดจะขายให้ใครก็ขายให้คนนั้น ใครจ่ายเงินไหวก็เป็ของคนนั้น!" เฉินซื่อเอ่ยโต้แย้งเสียงดัง
"พวกเ้ากำลังรังแกคน! พวกเ้าคิดจะบีบบังคับข้าให้ตายใช่หรือไม่!" อู๋กุ้ยฟางร้องะโด้วยความแค้นเคือง
อวิ๋นเม่าเหอทนดูต่อไปไม่ไหวจริง ๆ จึงชี้หน้าอู๋กุ้ยฟางดุว่า "เ้าหุบปากเดี๋ยวนี้! หากยังเอะอะทำตัวระรานอยู่ตรงนี้อีก ข้าจะไปเรียกอวิ๋นต้าเฉียงบิดาของลวี่ผิงมา ดูสิว่าเขาจะจัดการเ้าอย่างไร"
"เอ้อ..."
อู๋กุ้ยฟางสะอึกทันที ถึงแม้ด้านนอกนางจะอาละวาดไปทั่ว ทว่ากลับเกรงกลัวอวิ๋นต้าเฉียงสามีของนางเป็ที่สุด