การเลือกมุมมองเหมือนการเลือก "เลนส์กล้อง" ว่าจะให้คนอ่านเห็นภาพกว้าง เห็นความลับในใจ หรือเห็นเฉพาะสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
A. มุมมองบุรุษที่ 1 (First Person POV)
ผู้เล่าคือตัวละครในเื่ ใช้สรรพนามว่า "ผม, ฉัน, ข้า"
ข้อดี: สร้างความผูกพันกับผู้อ่านได้สูงที่สุด คนอ่านจะรู้สึกเหมือนเข้าไปอยู่ในหัวตัวละคร รับรู้อารมณ์ ความรู้สึก และอคติได้โดยตรง
ข้อจำกัด: คนอ่านจะรู้เท่าที่ตัวละครรู้เท่านั้น ไม่สามารถรู้สิ่งที่เกิดในที่ไกลๆ หรือความลับในใจคนอื่นได้ (เว้นแต่ตัวละครนั้นจะไปแอบฟังหรือเดาเอา)
เหมาะสำหรับ: แนวสืบสวน (ที่ต้องค่อยๆ ลุ้นไปกับตัวเอก), แนวสยองขวัญ หรือนิยายรักที่เน้นอารมณ์ภายใน
B. มุมมองบุรุษที่ 3 (Third Person POV)
ผู้เล่าเป็ "บุคคลภายนอก" เล่าถึงตัวละครโดยใช้ชื่อ หรือสรรพนาม "เขา, เธอ, มัน" แบ่งย่อยได้เป็:
Limited (จำกัด): เล่าผ่านมุมมองตัวละครตัวเดียว คนอ่านรู้ความรู้สึกแค่คนนั้นคนเดียว (คล้ายบุรุษที่ 1 แต่ใช้คำว่า "เขา")
Omniscient (พระเ้า): ผู้เล่ารู้ทุกอย่าง รู้ความลับของทุกตัวละคร เห็นเหตุการณ์ที่เกิดพร้อมกันในหลายที่
ข้อดี: เล่าภาพกว้างได้ดี เหมาะกับเื่ที่มีสเกลใหญ่หรือตัวละครเยอะ
เหมาะสำหรับ: แนวแฟนตาซีมหากาพย์, า หรือนิยายอิงประวัติศาสตร์ที่มีหลายฝ่าย
C. มุมมองบุรุษที่ 2 (Second Person POV)
ใช้สรรพนามว่า "คุณ" (เช่น "คุณเดินเข้าไปในป่า...")
ลักษณะ: มักไม่ค่อยใช้ในนิยายทั่วไป แต่มักพบในนิยายประเภท "Gamebook" หรือ "เลือกเส้นทางเอง" (Choose Your Own Adventure)
เทคนิคการเลือก POV:
ความสม่ำเสมอ: อย่าเปลี่ยนมุมมองไปมาในย่อหน้าเดียว (Head-hopping) เพราะจะทำให้คนอ่านงง ถ้าจะเปลี่ยนมุมมองตัวละคร ควรเปลี่ยนเมื่อขึ้นบทใหม่หรือคั่นด้วยเครื่องหมายที่ชัดเจน
ความน่าเชื่อถือ: ในมุมมองบุรุษที่ 1 ผู้เล่าอาจ "โกหก" หรือ "เข้าใจผิด" ได้ ซึ่งเป็เสน่ห์ที่เรียกว่า Unreliable Narrator ทำให้เื่หักมุมได้น่าสนใจ