[ฮ่า ๆ ๆ ... นี่แหละที่เขาเรียกว่าขว้างหินใส่เท้าตัวเองหรือเปล่า?]
[พวกนักเลงกลุ่มนี้ทำตัวเป็แบบอย่าง สาธิตให้พวกเราดูชัด ๆ ว่าทำตัวเองแท้ ๆ ช่วยไม่ได้จริง ๆ น่าประทับใจมาก]
[แม้จะดูเหมือนจัดฉาก แต่ขอให้สตรีมเมอร์จัดเนื้อหาแบบนี้บ่อย ๆ นะ ฉันชอบดู!]
[กดติดตามแล้วนะ ตั้งตารอดูตอนต่อไปว่าจะมีอะไรตื่นเต้นอีก!]
[จัดฉากอะไรล่ะ ฉันนี่แหละเป็คนแจ้งตำรวจเอง ตอนนี้พวกมันถูกหิ้วไปโรงพักหมดแล้ว!]
[อาจารย์ฉินไม่เป็ไรใช่ไหม?]
[เขาเป็ผู้เสียหาย จะเป็อะไรได้ยังไงล่ะ?]
เป็ไปตามที่แชตว่าไว้ ในฐานะผู้เสียหาย ตำรวจเพียงแค่สอบปากคำฉินเย่ไม่กี่คำ ก็ปล่อยตัวเขากลับมาที่ร้าน
เมื่อกลับมาถึงร้าน ฉินเย่ก็เปิดไลฟ์สดอีกครั้ง
"เพื่อนนักสะสมทุกท่าน ไม่เป็ไรแล้วครับ พวกเรามาประเมินสมบัติกันต่อเถอะ"
ฉินเย่ไม่ได้ใส่ใจเหตุการณ์เมื่อครู่เลยแม้แต่น้อย เขากลับมาทำหน้าที่ประเมินสมบัติต่อทันที
[666... สมกับเป็อาจารย์ฉิน สภาพจิตใจดีเยี่ยมสุดขีดไปเลย!]
[แต่ก็จริงนะ ไม่ต้องไปสนใจพวกอันธพาลพวกนั้นหรอก มาเชิญผู้เคราะห์ร้ายรายต่อไปกันดีกว่า!]
[เชิญผู้เคราะห์ร้ายรายต่อไป!]
เพื่อนนักสะสมสองสามรายต่อมา ของที่เอาออกมาโชว์ส่วนใหญ่ก็มีลักษณะคล้าย ๆ กัน
ถ้าไม่โดนหลอกมาจากแผงลอยข้างทาง ก็เป็ของที่บอกว่าเป็ 'สมบัติประจำตระกูล' แต่หลังจากมีความหวังเต็มเปี่ยม สิ่งที่ได้รับกลับมาก็คือความผิดหวัง
"ชิ้นนี้ไม่ใช่แจกันกระเบื้องสมัยราชวงศ์ชิงครับ คุณลองดูที่ปากแจกันสิ วงด้านในมันกลายเป็สีเหลืองแล้ว เห็นชัดว่าเมื่อไม่กี่สิบปีก่อนมีคนเอาไปใช้เป็กระโถนฉี่"
"จี้หยกแบบนี้ผมเคยบอกไปแล้ว ถ้าอยากจะหาของดีจากแผงลอยโดยไม่มีความรู้เฉพาะทาง อย่าไปเสี่ยงดวงเลยครับ คุณซื้อมาเท่าไหร่นะ? ห้าร้อยหยวน? ถือว่าซื้อบทเรียนแล้วกันครับ"
"ของชิ้นนี้แม้จะไม่ใช่โบราณวัตถุ แต่มันทำจากเงินแท้ ก็น่าจะขายได้สักพันหยวนอยู่ครับ"
ของแต่ละชิ้นภายใต้การประเมินของฉินเย่ ต่างก็เผยคุณค่าที่แท้จริงออกมา และบรรดาเพื่อนนักสะสมที่วาดฝันว่าจะรวยทางลัด ต่างก็ถูกตบหน้าด้วยความจริงจนน่วมไปตาม ๆ กัน
ดังนั้นในแชต ข้อความประเภท 'เชิญผู้เคราะห์ร้ายรายต่อไป' จึงมีมากขึ้นเรื่อย ๆ
ในที่สุด หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมงกว่า เพื่อนนักสะสมรายสุดท้ายก็ถูกฉินเย่เรียกขึ้นไมค์
คนนี้ใช้ชื่อบัญชีว่ามันฝรั่งยืนหนึ่ง เมื่อเชื่อมต่อวิดีโอแล้ว พบว่าเป็น้องสาวคนหนึ่ง
[น้องคนนี้ทำไมดูเซื่องซึมจังเลยล่ะ?]
[หน้าตาแบบนี้สเปกฉันเลย พวกนายอย่ามาแย่งนะ!]
[ดูไม่มีชีวิตชีวาไปหน่อย แต่หน้าตาสวยมากเลยนะ! แล้วสังเกตดูสิ นี่ขนาดไม่ได้แต่งหน้านะเนี่ย!]
[ใช่เลย ไม่แต่งยังสวยขนาดนี้ ถ้าแต่งจะขนาดไหน?]
[ในที่สุดก็ได้เจอสาวสวยเกรดพรีเมียมในห้องไลฟ์อาจารย์ฉินอีกแล้ว!]
ทุกครั้งที่ในห้องไลฟ์เจอสาวสวย บรรยากาศจะคึกคักขึ้นมาทันที เห็นชัดว่าพวกหัวงูในห้องไลฟ์ของฉินเย่นั้นมีอยู่เพียบ
แต่เมื่อเทียบกับความตื่นเต้นของผู้ชม ฉินเย่กลับขมวดคิ้วมุ่น
มันฝรั่งยืนหนึ่งคนนี้ดูอิดโรย ดวงตาไร้แวว ซึ่งไม่ได้เกิดจากการอดนอนหรือร่างกายอ่อนแอ แต่มันเกิดจาก 'สิ่งชั่วร้าย' กำลังสิงสู่
สถานการณ์นี้รุนแรงยิ่งกว่ากรณีของหลิ่วซวงที่ฉินเย่เคยเจอเสียอีก
"อาจารย์ฉินคะ ฉันอยากรบกวนให้ช่วยประเมินเชือกแดงเส้นนี้หน่อยค่ะ"
"เพื่อนสนิทของฉันเป็คนให้มา แต่ั้แ่ฉันใส่มัน ฉันก็ไม่เคยเจอเื่ดี ๆ เลย ร่างกายก็แย่ลงเรื่อย ๆ ตอนแรกฉันไม่อยากจะสงสัยเพื่อนหรอกค่ะ แต่รอบตัวฉันไม่มีของอย่างอื่นที่น่าสงสัยเลย"
พูดจบ มันฝรั่งยืนหนึ่งก็ชูเชือกแดงมาหน้ากล้อง
มันเป็เชือกแดงที่ดูธรรมดามาก ๆ ธรรมดาจนหาซื้อได้ตามร้านทั่วไปในราคาไม่กี่หยวน
[น้องสาว พักผ่อนให้เยอะ ๆ ออกกำลังกายบ้าง อยากกินอะไรก็กิน อยากนอนก็นอน อย่าไปคิดมากเลย]
[เชือกเส้นนี้หาซื้อได้ทั่วไป ฉันว่าน้องสาวคิดไปเองมากกว่า!]
[ในเมื่อบอกว่าเป็เพื่อนสนิทกัน จะไปสงสัยเพื่อนได้ยังไงล่ะ?]
[นั่นสิ อย่าเอาความไม่มีวินัยของตัวเองไปโทษคนอื่นเลย]
ตอนนี้แชตเริ่มกระหน่ำขึ้นมาอีกครั้ง
ในสายตาของพวกเขา มันฝรั่งยืนหนึ่งเป็แบบนี้เพราะนอนดึกและกินของไม่มีประโยชน์มากกว่า
เมื่อมันฝรั่งยืนหนึ่งเห็นแชตพวกนั้น เธอก็รีบอธิบายทันที "ฉันไม่ได้นอนดึกนะคะ ตรงกันข้าม ่นี้ฉันนอนตอนสามทุ่มทุกคืน และตื่นตอนสิบโมงเช้าวันรุ่งขึ้นเลย!"
"และก่อนที่จะเป็แบบนี้ ฉันยังเป็สมาชิกทีมบาสเกตบอลของมหาวิทยาลัยด้วย ฉันจะไม่ค่อยออกกำลังกายได้ยังไงคะ?"
หลังจากเธออธิบาย แชตที่สงสัยในตัวเธอก็ลดลงไปมาก แต่แน่นอนว่ายังมีพวกเกรียนคีย์บอร์ดที่เริ่มแสดงความเห็นบ้า ๆ บอ ๆ ออกมา
ฉินเย่เมินเฉยต่อคำพูดของคนพวกนั้น หลังจากมองเชือกแดงอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ถามขึ้นว่า "ส่งที่อยู่ปัจจุบันของคุณมาให้ผม เดี๋ยวนี้เลย"
"คะ?"
มันฝรั่งยืนหนึ่งงงไปชั่วขณะ
แค่ประเมินของไม่ใช่เหรอ? ทำไมต้องเอาที่อยู่ด้วย?
"อย่ามัวเสียเวลา ส่งมาทางข้อความส่วนตัว หรือจะบอกปากเปล่าก็ได้"
ฉินเย่ไม่อธิบายเหตุผล
มันฝรั่งยืนหนึ่งเคยได้ยินกิตติศัพท์ความเก่งกาจของฉินเย่มาแล้ว จึงยอมส่งที่อยู่ให้เขาทางข้อความส่วนตัว
อย่างไรเสียเธอก็อยู่ที่มหาวิทยาลัย ให้ที่อยู่ไปก็คงไม่เป็ไร
[อาจารย์ฉินคิดจะกินน้องคนนี้เองเหรอ? ไม่แฟร์เลยนะ!]
[มีความเป็ไปได้สูง! ไม่อย่างนั้นจะรีบเอาที่อยู่ไปทำไม? ต้องนัดเจอนอกจอเพื่อหลอกสาวแน่ ๆ ! ฮือ ๆ ... อิจฉาชะมัด!]
[คนข้างบนน่ะอย่าเพิ่งคิดไปไกล เมื่อวานอาจารย์ฉินยังปฏิเสธคำเชิญของท่านประธานตี้หาวกรุ๊ปเลย เขาจะมาหิวโหยน้องคนนี้ได้ยังไง?]
[ก็ไม่แน่นะ อาจารย์ฉินอาจจะชอบแนวนี้ก็ได้?]
[งั้นฉันก็คิดว่านายชอบพวกกล้ามโตเหมือนกัน! จะให้ฉันจัดหามาให้สักกี่คนล่ะ?]
[เลิกเถียงกันได้แล้ว ดูหน้าอาจารย์ฉินสิ เห็นชัดว่าต้องมีเื่อะไรแน่ ๆ ]
[ใช่ ฉันเพิ่งเคยเห็นอาจารย์ฉินทำหน้าแบบนี้เป็ครั้งแรก!]
เมื่อผู้ชมที่ช่างสังเกตเห็นว่าสีหน้าของฉินเย่ดูไม่สู้ดี แชตในห้องไลฟ์ก็เริ่มเบาลง
ส่วนทางด้านฉินเย่ เมื่อเห็นที่อยู่ของมันฝรั่งยืนหนึ่งว่าอยู่ที่มหาวิทยาลัยหลินเจียง เขาก็รีบลุกขึ้นออกจากร้านทันที แล้วโบกแท็กซี่มุ่งหน้าไปยังมหาวิทยาลัยหลินเจียง
"อาจารย์ฉิน เกิดอะไรขึ้นคะ?"
มันฝรั่งยืนหนึ่งเริ่มลนลาน เธอรีบถามด้วยความกังวล
ฉินเย่ตอบด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงว่า "ตอนนี้คุณคุยกับผมไปเรื่อย ๆ ชวนคุยเื่อะไรก็ได้ และจำไว้ ห้ามถอดเชือกแดงเส้นนั้นออกเด็ดขาด"
"ฉันจะคุยเื่อะไรดีล่ะคะ ฉันนึกไม่ออกแล้ว..."
คำพูดของฉินเย่ทำให้มันฝรั่งยืนหนึ่งกลัวจนแทบจะร้องไห้
่นี้ร่างกายเธออ่อนแอและอารมณ์ไม่คงที่อยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งขวัญเสียเข้าไปใหญ่
"วางใจเถอะ ปัญหาของคุณผมแก้ได้ อย่ากลัวไปเลย"
น้ำเสียงของฉินเย่ยังคงสงบนิ่ง และน้ำเสียงที่นุ่มนวลนี้เองที่ทำให้มันฝรั่งยืนหนึ่งเริ่มสงบลง
เธอรีบถามว่า "อาจารย์ฉิน บอกฉันได้ไหมคะว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
"ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ แต่คุณต้องตอบคำถามผมข้อหนึ่ง ตอนนี้ในหอพักมีคนอื่นอยู่ด้วยไหม?"