บทที่ 60 เจ้าแมวทั้งสาม
“ตื่อดึ๊ง~”
เสียงข้อความโทรศัพท์ของกู้หนานดังขึ้น
[เสิน: กู้หนาน พรุ่งนี้ฉันจะไปเยี่ยมคุณลุงคุณป้า แมวน่ารัก.JPG]
กู้หนานเดาได้ทันทีว่าไอ้เพื่อนคนนี้คิดอะไรอยู่ ถึงบอกว่าจะมาเยี่ยมพ่อกับแม่เขา แต่ความจริงอยากจะมาหาน้องสาวมากกว่า
[กู้: ไม่ พรุ่งนี้ฉันจะพาน้องไปที่หนานจิ่นเปี๋ยหว่าน]
[เสิน: งั้นเดี๋ยวไปหาที่นั่นต่อ]
เสินอวี้จิ่นยกเลิกข้อความ
[เสิน: อุ๊ย บังเอิญจัง พรุ่งนี้ฉันก็จะไปที่นั่นด้วยพอดี ฮ่า ๆ ๆ ๆ]
เอาแบบนี้ละกันดูสมจริงดี
เสินอวี้จิ่น
[กู้: เออ]
เออ?
เสินอวี้จิ่นอ่านข้อความที่ได้รับกลับมาด้วยใบหน้าสับสน
[เสิน: เออ? หมายความว่าไง]
เสินอวี้จิ่นคิดว่าแม้แต่ยอดนักสืบก็คงเข้าถึงตัวน้องสาวคนนั้นไม่ได้ก็เลยไม่คาดคิดว่ามันจะง่ายดายขนาดนี้
ชายหนุ่มลูบคางอย่างใช้ความคิด นี่ต้องมีแผนอะไรแหง ๆ
มันเป็นแผนจริง ๆ เพราะพรุ่งนี้กู้หนานจะพาหนวนหน่วนไปที่คฤหาสน์ส่วนตัวของเขาเพื่อปลูกผัก วันนี้เลยได้ขอให้คนเตรียมดินเอาไว้ที่สวน แม้ว่าจะให้คนช่วยเตรียมได้ แต่หนวนหน่วนอยากจะปลูกผักด้วยตัวเอง เพราะงั้นเด็กน้อยจึงอาจจะต้องการลูกมือช่วยงานเสียหน่อย
“ตอนนี้แมวของคุณได้รับการทำความสะอาด ถ่ายพยาธิ ตัดเล็บเรียบร้อยแล้ว ต้องการฉีดวัคซีนด้วยไหมครับ”
กู้หนานพยักหน้าแทนคำตอบ
หนวนหน่วนเลิกเล่นเกมแล้ววิ่งดุ๊ก ๆ ไปดูแมวสามตัวในกรง
แม่แมวเมื่อถูกอาบน้ำเป่าขนจนสะอาดก็ดูขาวนุ่มฟูเหมือนหิมะ เรียกว่าเปลี่ยนจากลูกเป็ดขี้เหร่เป็นหงส์ ความเปลี่ยนแปลงนั้นทำให้กู้อันแอบสงสัยว่าโรงพยาบาลเปลี่ยนแมวตัวใหม่มาหรือเปล่า
แมวขาวปลอดทั้งตัวไม่มีสีอื่นเจือตอนนี้ขนฟูนุ่ม ดูคล้ายแมวเมนคูนแต่ตัวเล็กกว่ามาก น่าจะเป็นแมวที่ผสมข้ามสายพันธุ์
ลูกแมวทั้งสองก็ขนยาวเหมือนแม่ของมัน ทั้งคู่ดูน่ารักตาโตเหมือนหนวนหน่วน หนึ่งคนกับแมวน้อยสองตัว ดวงตาโตสามคู่ใสสะอาด กำลังจ้องกันไปมา เจ้าแมวน้อยร้องเสียง “มิ้ว~” เบา ๆ อุ้งเท้าสีชมพูที่มีขนอ่อนปุกปุยยกขึ้นแตะสำรวจหนวนหน่วนอย่างน่ารัก
หนวนหน่วนมองเจ้ามิ้วน้อยทั้งสองพลางขมวดคิ้วแล้วยื่นนิ้วไปแตะอุ้งเท้าน้อยสีชมพูอ่อนนั่น
“มิ้ว~”
แมวน้อยสองตัวส่งเสียงร้องเบา ๆ ตัวหนึ่งสีขาวราวกับหิมะเหมือนแม่ อีกตัวเป็นสีส้ม ท้องและขาทั้งสี่เป็นสีขาวปุกปุย สง่าดูดีทั้งสามตัวเลย
เมื่อสามแม่ลูกแมวได้รับวัคซีนแล้ว พวกเขาก็พากลับบ้าน คุณหญิงกู้มีความสุขมากที่ได้เห็นแมวน่ารักทั้งสามตัว
“ไปซื้อมาจากไหนกันเนี่ยเด็ก ๆ”
หนวนหน่วนตอบเบา ๆ “หนูเห็นตอนฝนตกที่โรงเรียนค่ะ คุณลุงคนขับรถไปพามาจากมุมตึก”
แม่แมวใจดีและอ่อนโยนมาก หนวนหน่วนจับตัวมันได้โดยไม่ขัดขืน มันร้องเหมียว ๆ เบา ๆ ยอมเข้าไปอยู่ในบ้านใหม่ที่เตรียมไว้ให้ด้วยความสบายใจ จากนั้นก็นอนตะแคงในบ้านใหม่ให้ลูกน้อยกินนม ส่วนเจ้าตัวน้อยใช้อุ้งเท้าเล็ก ๆ นวด ๆ ท้องของแม่เป็นจังหวะแล้วดูดนมไปด้วย
ต้าหวงมานั่งมองพร้อมกระดิกหางไปมา เมื่อแม่แมวเห็นต้าหวงก็ตกใจกลัว ขนขาวฟูฟ่องขึ้นมาทันที
หนวนหน่วนกอดต้าหวงเอาไว้แล้วปลอบแม่แมวเบา ๆ ต้าหวงแลบลิ้นออกมานิ่ง ๆ ท่าทางเชื่อฟัง ไม่เห่าแม่แมวและลูกแมวน้อย เพียงแต่เอียงคอจ้องด้วยความสงสัย
เหม่ยฉิวกระโดดลงจากหัวโต ๆ สีน้ำตาลส้มของต้าหวงด้วยท่าทางสง่างาม
เหม่ยฉิวเองก็ดูงดงามในอีกแบบหนึ่ง มันมีขนสีดำมันเงา ร่างกายปราดเปรียว ท่วงท่าการเดินงามสง่าเหมือนเสือดำย่อส่วนที่โดดเด่นหล่อเหลา
แต่ตอนนี้เหม่ยฉิวยังเป็นลูกแมวอายุไม่ถึงขวบ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะโตได้อีกขนาดไหน
มันนอนหมอบอยู่ข้างรังของแม่แมวด้วยอาการสงบ หางสีดำยาวโค้งตามลำตัวไปถึงอุ้งเท้าหน้า ดวงตาสีเขียวมรกตจ้องไปยังแมวมาใหม่ทั้งสาม
“เหม่ยฉิวกับแม่แมวเป็นเพื่อนกันไว้นะ”
หนวนหน่วนเริ่มแนะนำสมาชิกใหม่ทั้งสามตัวให้เหม่ยฉิวรู้จักด้วยเสียงเจื้อยแจ้ว
หลังจากให้อาหารแมวและกำชับกับสัตว์เลี้ยงทั้งหมดว่าอย่าทะเลาะกันเรียบร้อย หนวนหน่วนก็ไปที่ห้องพี่เล็กเพื่ออ่านหนังสืออีกครั้ง
ที่ชั้นล่าง หลังจากกู้หลินโม่กลับมาจากทำงาน เขาก็ได้ยินภรรยาเล่าว่าบ้านของหญิงชราคนนั้นกลับมาที่นี่อีกแล้ว ใบหน้าของเจ้าบ้านจึงมืดครึ้มในทันที
“หนวนหน่วนเป็นยังไงบ้าง”
นั่นเป็นคำถามแรกของเขา เพราะก่อนหน้านี้บ้านนั้นอยากให้เขารับกู้หลิงมาเลี้ยงด้วยเหตุผลหลายประการ เขารู้ว่าหญิงชราไม่ชอบหนวนหน่วน อยากจะเกลียดลูกเขาก็เกลียดไป หนวนหน่วนเองก็ไม่จำเป็นต้องไปสนใจเธอ แต่ถ้าคนคนนั้นกล้ามาทำร้ายลูกสาวสุดที่รักละก็ ได้เห็นดีกันแน่นอน
เมื่อคุณหญิงกู้นึกถึงอีกฝ่ายที่มาเรียกลูกสาวของตัวเองว่าเด็กหญิงไร้ค่าก็อึกอักไปครู่หนึ่ง
“ไม่เกี่ยวเลยว่าเธอจะชอบลูกชายหรือลูกสาวมากกว่า เธอกล้ามาพูดจาดูถูกลูกสาวเราถึงที่นี่ได้ยังไง”
คุณหญิงกู้พูดเพียงเท่านั้น ไม่ได้บอกต่อว่าฝ่ายนั้นพูดอะไรออกมา เพราะเธอไม่สามารถเอ่ยคำว่า ‘เด็กหญิงไร้ค่า’ ออกมาได้ มันไม่ควรจะใช้พูดถึงลูกสาวที่ล้ำค่าของเธอเลย
แม้จะไม่ได้รับคำอธิบายอย่างชัดเจน แต่กู้หลินโม่ก็พอคาดเดาได้ ไอเย็นยะเยือกแผ่ออกมาจากร่างเขา เช่นเดียวกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ปรากฏขึ้นอย่างทรงอำนาจ เป็นภาพที่ดูน่าขนลุก
“เหมือนพวกเขาจะสบายมากไปแล้วมั้ง”
คุณหญิงกู้รู้สึกได้ถึงลางร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้นกับครอบครัวลูกพี่ลูกน้องทันทีที่ได้ยินสิ่งที่สามีเอ่ย เธอแอบสะใจที่เห็นท่าทีของเขา ครั้งนี้หญิงชราคนนั้นเป็นฝ่ายหาเรื่อง ความโกรธของเขามันสะสมมานานจนความอดทนที่มีลดต่ำลง เมื่อคนเป็นภรรยาเห็นว่าสามีจะจัดการเรื่องพวกนี้ด้วยตัวเอง เธอก็ไม่ได้พูดอะไรขึ้นมาอีก
คุณหญิงกู้เดาถูก สามีของเธอโทรหาผู้ช่วยของเขาทันที ให้ยึดทรัพย์สินหลายอย่างคืนจากลูกชายของหญิงชรา
ผู้เฒ่ากู้แอบได้ยินเพราะบังเอิญเดินผ่านมา ในอดีตเพราะความเป็นครอบครัว เขาเคยปรามลูกชายไม่ให้ทำรุนแรงกับบ้านนั้น แต่คราวนี้เขาจะไม่เข้าไปยุ่ง ทำเป็นไม่ได้ยินสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วเดินเอามือไพล่หลังจากไปอย่างช้า ๆ
กู้หลินโม่เองที่เห็นว่าพ่อของเขาเดินผ่านไปอย่างเงียบ ๆ ลอบหัวเราะออกมา จากนั้นเขาก็รีบเอานมไปให้ลูกแมวน้อยหนวนหน่วน ลูกแมวไร้พิษภัยที่มีแต่ความน่ารักนุ่มนิ่มน่าเอ็นดูของเขา
“มาแล้วเหรอคะ”
พอเห็นว่าพ่อเอานมเข้ามา หนวนหน่วนก็กระโดดลงจากเก้าอี้ วิ่งเข้าหาคนเป็นพ่อด้วยน้ำเสียงดีอกดีใจแสนน่ารัก
หัวใจของกู้หลินโม่อ่อนยวบเหมือนขี้ผึ้งลนไฟ มีแต่คนเสียสติเท่านั้นแหละที่มองข้ามความน่ารักนี้ไปได้
“พ่อมีนมกับผลไม้มาให้ด้วย”
การเอาของกินมาให้ลูกสาวทุกวันเป็นเรื่องที่ดีต่อใจของเขามาก
หนวนหน่วนน้อยพยักหน้าตาม “โอเคค่ะ”
เจ้าหญิงน้อยถือกล้วยไว้ในมือเล็ก ๆ อีกมือหนึ่งเป็นแก้วนม สลับกันกินกล้วยและดื่มนมอย่างเอร็ดอร่อย กว่าจะกินหมดทั้งสองอย่างก็ใช้เวลานาน เพราะปริมาณไม่น้อย และนมหวานยังเป็นของโปรดของเธอด้วย
ดื่มนมหมดไปแก้วใหญ่ กลิ่นหอมนวลของน้ำนมก็ลอยกรุ่นอยู่ทั่วตัวเธอ