Pioneer Era

    ตอนที่ 121 บอสใหญ่ของดินแดนใต้พิภพปรากฏตัว! (1)

    ***คนติดเมีย [เอซ]

    “อ๊ายยยยยย! ”

    “กรีด! ”

    ผมรีบออกแรงกอดยัยหุ่นยนต์น่ารำคาญตัวน้อยน่ารัก [กรีด] ด้วยอ้อมแขนทั้งสองข้างของตัวเอง

    พวกเรากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายมาก

    สิ่งที่อยู่ตรงหน้าของพวกเรา มันไม่ใช่สิ่งที่ผมกับกรีด พวกเราสองคนจะเอาชนะได้เลย

    ให้ตายสิ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้นะ



    เรื่องราวมันเกิดขึ้นเมื่อสองวันก่อน ณ ช่วงก่อนที่งานแข่งประลองยุทธ์จะเริ่มขึ้น

    ***ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 33 ณ ช่วงเวลาตีสี่

    “จงมาช่วยฉันซะเอซ ถ้าไม่ช่วย ฉันตายแน่นอน! ”

    “นั่นมันใช่ท่าทีของการมาข้อรองคนให้ช่วยหรือฟะ? ยัยหุ่นกระป๋อง”

    ยามราตรีของผมกำลังถูกยัยหุ่นกระป๋องรบกวนอยู่

    ยัยนี่เล่นบุกเข้าหอพักชายโดยพลการ แล้วสะเดาะกลอนประตูบุกเข้ามาถึงเตียงของผมเลยละ

    “มันมีคำเตือนมาจากลัซ! ส่งผ่านมาจากทางสล็อตอีกที ถ้าให้พูดมันยาว เอาเป็นว่าถ้าฉันไม่รีบหนี มีหวังถูกยัยโนอาร์ล้างสมองตายทั้งเป็นแน่! ได้โปรด! ฉันยังไม่อยากตาย! ”

    “แล้วทำไมต้องเป็นผม? ไม่ใช่ว่าเธอมีเจ้านายสุดรักอย่างซุนไกท์อยู่หรือยังไง? ”

    “มางอนอะไรของนายเนี่ย! อีกอย่าง ใช่ว่าฉันอยากได้คนสมองกล้ามมาเป็นเจ้านายเสียหน่อย! หมอนั่นมันไม่รู้เรื่องอะไรเลย! แถมยังอยู่ใกล้โนอาร์อีก มันปกป้องฉันไม่ได้หรอก! แถมเขาลงทะเบียนเป็นเจ้านายฉันแล้ว ฉันไม่สามารถเปลี่ยนเจ้านายเองได้ ไม่สามารถอยู่ห่างจากเจ้านายด้วยความต้องการของตัวเองได้! เพราะงั้น ได้โปรดช่วยลักพาตัวฉัน เพื่อเป็นการช่วยชีวิตฉันทีค่ะ! ”



    แล้วที่เธอบุกมาหาฉันถึงห้องพักด้วยตัวเองได้นี่มันแปลว่าอะไรฟะ?

    ทั้งที่ช่วยหาคนมาซ่อมร่างกายของเธอ ช่วยเธอทุกอย่าง พอกลับมาปกติ เธอก็ไม่เคยมาหาผมอีกเลย

    ไม่ยอมมาหาตั้ง [ครึ่งวัน] เลยเชียวนะ!

    แล้วพอเดือดร้อนกลับทำเป็นมาเรียกร้องให้ผมช่วย?

    หงุดหงิดวุ้ย

    “เป็นหุ่นยนต์นี่กลัวตายเป็นด้วยหรือ? ”

    “จะ… ใจร้าย! ทั้งที่คิดว่าพึ่งพาได้แท้ ๆ! แงงงงงงงง! "

    ถึงกับร้องไห้เลยเรอะ

    ไม่สิ มันไม่มีน้ำตาสักหยดเลยนี่หว่า

    "นี่… เธอนะ กำลังแกล้งร้องไห้อยู่ใช้ไหม? "

    "แงงงง…. รู้ได้ไงอ๊ะ? "

    ไม่รู้ก็บ้าแล้ว



    " ช่วยไม่ได้"

    " หืม? "

    ยัยหุ่นกระป๋องพึมพำบางอย่าง แล้วถกชุดเมดออกเพื่อโชว์หัวไหลกับไหปลาร้าขาว ๆ ของตัวเองออกมาให้เห็น

    *ตุ๊บ*

    ไม่อยากยอมรับ แต่ทำให้หัวใจเต้นขึ้นมาได้เลยแฮะ

    "ถ้าฉันกรีดร้อง สถานะทางสังคมของนายพังพินาศแน่ แล้วทีนี้ น้องสาวสุดรักของนาย เธอจะมองนายด้วยสายตาแบบไหนกันน้า~? "

    เฮ้ย…

    "ฉันจะกรีดร้องแล้วน้า~"

    "... โอเค ผมยอมแพ้ ช่วยก็ช่วย"

    "ขอบคุณมาก! เอซเหมาะจะเป็นเจ้านายของฉันมากกว่าจริง ๆ ด้วย! "

    ด้วยเหตุนี้ เลยทำให้ผมต้องอดดูการแข่งของน้องสาวสุดรัก แล้วมาอยู่ติดกับยัยนี่ทั้งวันแทน



    เริ่มตั้งแต่วิ่งออกไปตระเวนซื้ออาวุธเตรียมรับการต่อสู้

    ซื้อชุดคลุมป้องกันมาสวมให้เธอกับตัวเอง

    ยา อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้สำหรับซ่อมหุ่นยนต์

    ถึงจะไม่มีความรู้ด้านนี้ แต่ก็ซื้อมาก่อน

    แถมยัยกรีดก็บ้า ทั้งที่รู้ว่าจะโดนเอาชีวิต แต่กลับลากผมไปซื้อแหวน ซื้อตุ๊กตาที่อยากได้ ราวกับมาเที่ยวเล่นตามใจฉันซะอย่างงั้น

    พอไม่ยอมซื้อให้ เธอก็จะเริ่มโวยวายแล้วพยายามหาเรื่องแกล้งผมอีก



    ให้ตายสิ

    สุดท้ายก็ต้องยอมตามใจเธอไป

    แถม… ของทั้งหมดที่พูดมา ผมเป็นคนออกเงินเองทั้งหมดด้วย!

    กว่าจะซื้อของเสร็จ เวลาก็ล่วงเลยมาจนถึงช่วงงานแข่งประลองยุทธ์

    แล้วความวุ่นวายก็ตามมา

    เกิดเสียงระเบิด พร้อมกับมีผู้ก่อการร้ายวิ่งพล่านทั่วเมือง

    ด้วยความที่เป็นห่วงน้องสาว ผมเลยรีบวิ่งไปที่สนามแข่ง โดยไม่สนใจยัยกรีดที่กำลังโวยวายเพราะไม่อยากมาใกล้ที่นี่



    เพราะต้องเสียเวลาไร้สาระพูดให้ยัยหุ่นกระป๋องเข้าใจ เลยทำให้กว่าจะมาถึง ทุกอย่างมันก็พินาศสิ้นไปแล้ว

    สนามพังไม่มีชิ้นดี ผู้คนหายตัว และมีทหารกับตำรวจจำนวนมากกำลังบุกเข้าปิดล้อมพื้นที่

    ในตอนที่กำลังสับสน ผมก็บังเอิญไปเห็นกลุ่มเมดที่คุ้นตานอนจูบแผ่นดินอยู่

    กลัทโทนี่ย์ เอนวี่ กับราธ

    พวกเธอไม่ขยับตัว และมีสภาพเหมือนตุ๊กตาไร้ชีวิต



    "นั่นมัน! ฝีมือโนอาร์หรือ!? "

    กรีดส่งเสียงแหลมหูดังลั่นด้วยหัวใจที่แตกสลาย แล้ววิ่งเข้ากอด พร้อมกับหลั่งน้ำตาออกมาเป็นจำนวนมาก

    ยัยนี่… มีความรู้สึกเสียใจเหมือนคนอื่นเป็นด้วยแฮะ

    "ทะ ทำไม! "

    สำหรับเธอ หุ่นยนต์เมดโบราณพวกนี้คงเป็นดั่งพี่น้องนั่นละ

    ถึงจะไม่รู้เรื่องราว ไม่รู้เรื่องในอดีตของพวกหุ่นยนต์โบราณที่น่าสงสัย

    "แงงงง"

    แต่ระหว่างพวกเธอ มันคงเป็นความผูกพันธ์ที่ลึกซึ้งไม่ต่างจากมนุษย์

    ดังนั้น พอเห็นน้ำตานั้นแล้ว… มันเลยรู้สึกปวดใจยังไงก็ไม่รู้สิ

    ความจริงตอนนี้ผมอยากรีบออกไปตามหาน้องสาวมาก

    แต่จะให้ปล่อยยัยกรีดไปทั้งแบบนี้มันก็ไม่ได้อีก



    "ช่วยไม่ได้"

    และนั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมกับเธอต้องมาที่นี่

    มาที่โบราณสถานใต้พิภพแห่งนี้ เพื่อใช้เครื่องซ่อมโบราณฟื้นสภาพของพี่น้องพวกเธอ

    ความจริงผมสามารถพาไปที่ศูนย์ซ่อมหุ่นยนต์ที่รู้จักได้อยู่

    แต่เป็นเพราะการก่อการร้าย รวมกับที่มีการยิงโจมตีหอคอยโนอาร์ มันเลยทำให้ไม่มีร้านไหนเปิดทำงาน

    แถมไม่รู้ทำไม ผมยังรู้สึกว่ามีกลุ่มคนประหลาดคอยสะกดรอยตามมาตั้งแต่ที่สนามแล้ว

    สุดท้ายเลยต้องเสียเวลาอีกหนึ่งวันเต็ม เพื่อสลัดกลุ่มคนลึกลับที่ว่าให้ได้

    หลังจากนั้น ผมกับกรีดก็ใช้เวลาอีกวัน เพื่อวางแผนลอบเข้าไปในเหมืองแร่โฮป



    พอได้แผนการที่ดีพอ ผมกับกรีดก็เริ่มมุ่งหน้าสู่ดินแดนใต้พิภพ

    พวกเราเจอกับหุ่นยนต์กอลิล่าสี่แขนเป็นจำนวนมากเฝ้ายามอยู่ที่นี่

    พอผ่านพวกมันมากได้ พวกเราก็พบกับประตูที่เชื่อมกับห้องโถงโบราณของหอคอยใจกลางดินแดน

    พวกเรารีบผ่านห้องโถงนั้น แล้วมุ่งสู่เส้นทางที่คล้ายท่อส่งอากาศ จนกระทั้งมาเจอกับเครื่องซ่อมในท้ายที่สุด

    ที่ห้องซ่อมแซม มันมีสภาพคล้ายกับห้องวิจัยขนาดใหญ่ของนักวิทยาศาสตร์สติเฟื้อง

    ข้างในเต็มไปด้วยแคปซูล อุปกรณ์ เครื่องจักรที่ถูกสร้างค้างคา กับตู้เก็บข้อมูลจำนวนมาก

    ถ้ามีเวลาสำรวจ มันคงเป็นการค้นพบครั้งใหญ่ที่อาจทำให้พ่อของยัยลิลลี่เป็นบ้าได้

    แต่นี่ไม่ใช่เวลาจะมาสำรวจวิจัยเทคโนโลยีโบราณ



    ผมเฝ้าดูกรีดเปิดเครื่องซ่อม

    แต่เห็นเธอบอกว่าตัวเองตัดการเชื่อมต่อกับระบบหลักทุกอย่างไปแล้ว แถมเธอไม่มีอำนาจสั่งการเปิดเครื่องที่ไม่ใช่อยู่ในอำนาจการดูแลด้วย เลยต้องใช้วิธีต่อสายตรง แล้วเขียนแก้ระบบเพื่อเปิดใช้งานแทน

    กรีดนำร่างของทั้งสามคนวางบนแท่นสีขาวตัวยาวที่อยู่ริมห้อง แล้วเริ่มเปิดฝาเครื่องยนต์ที่ดูซับซ้อนเพื่อแก้ไขระบบซ่อมแซม

    แล้วความฉิบหายก็เริ่มตอนนั้นนั่นละ



    "เหวอ! "

    เสียงไซเรนกรีดร้องดังลั่นจนแสบแก้วหู

    แสงสีแดงสาดส่องย้อมโลกทั้งใบ

    แท่นซ่อมที่ถูกใช้วางเหล่าพี่น้องของยัยกรีด ถูกผนังโปรงแสงทรงโค้งเข้าหุ้มทั้งร่างกักขังเอาไว้ภายใน

    พื้นเปิดแยกออกเป็นสองฝั่ง พร้อมกับที่มีแขนกลคล้ายหนวดปลาหมึกผุดขึ้นมานับร้อย

    ที่ปลายแขนกลนั้นมีลักษณะกลมมน และถูกหุ้มด้วยคลื่นแสงสีแดง

    "ตัวอะไรฟะกัน! "

    สิ่งนั้นตวัดหนวดปลาหมึกโจมตีใส่พวกเรา โดยไม่สนใจสิ่งกีดขวางที่สุมกองอยู่ในห้อง

    แขนกลของมันแข็งแรงมาก

    แม้แต่เครื่องจักรขนาดใหญ่ ยังถูกแขนกลพวกนั้นซัดกระเด็นไปไกลราวกับเป็นเพียงแค่เศษกระดาษ



    "หน่อย! "

    กับศัตรูแบบนี้ คิดว่าคงเหนื่อยแรงฟรีแน่นอน

    เพราะไม่รู้ว่าตัวสั่งการแขนกลมันตั้งอยู่ที่ไหน

    แขนกลจำนวนมากเริ่มแผ่ขยายไปรอบห้อง

    พวกมันวิ่งไล่ไปตามผื้นกับผนัง

    ถ้าหากมันพบรอยแยก แขนกลปลาหมึกพวกนั้นจะเข้าปิดรอยแยกในทันที

    ราวกับว่าจงใจเพื่อไม่ให้พวกเราหนีออกไปจากที่นี่



    ผมกับกรีดต่างหันมาประสานตาด้วยกัน

    พวกพี่น้องของกรีดถูกจับขังอยู่ในกำแพงโปรงแสง และกำลังจมหายไปในแขนกลปลาหมึกที่กำลังผุดขึ้นมาจากพื้น

    กรีดทำท่าอยากจะพุ่งออกไปช่วยพวกพี่น้อง

    แต่ผมไม่ยอมให้เธอทำเช่นนั้น

    ผมรีบคว้ามือของเธอเอาไว้

    ตอนนี้พวกเราต้องรีบหนีออกไปก่อน

    "กรีด รีบ--- อันตราย! "

    วินาทีนั้น ผมไม่สนใจสวัสดิภาพของตัวเอง แล้วใช้ขาทั้งสองข้าง ถีบพื้นเต็มแรงเพื่อเปลี่ยนตำแหน่งกับเธอ

    ใช้สองมือ เข้ากอดร่างของเธอ แล้วใช้ร่างกายของตัวเอง แทนโล่เนื้อเพื่อปกป้องเธอเอาไว้

    ปกป้องจาก… หนึ่งในแขนกลที่กำลังจะลอบโจมตีใส่เธอมาจากทางด้านหลัง



    " อึ๊ก! "

    ถึงปลายแขนกลจะกลมมน แต่มันแข็งและมีความสากดั่งกระดาษทราย

    ชุดคลุมป้องกันที่ซื้อมาถูกฉีกขาดไปพร้อมกับผิวหนังของตัวเอง

    แผ่นหลังถูกถมไปด้วยเลือดสีแดง

    "ไม่เป็นไรนะ"

    "หลังนาย! "

    "แค่นี้จิบ ๆ น่า"

    ถึงจะบาดเจ็บ แต่ก็คุ้มค่าที่ช่วยยัยนี่ให้รอดมาได้

    อีกอย่าง ค่าซ่อมยัยนี่มันแพงมากด้วย

    หุ่นบ้าอะไร มีโครงสร้างสมจริงจนถึงขนาดมีมดลูกให้ตั้งท้อง

    ตอนนั้นร้านที่รับซ่อมถึงกับตกใจตาค้างเลยละ

    ตอนแรกนึกว่าจะกลายเป็นข่าวแล้ว แต่เหมือนจะโดนอำนาจมืดสั่งให้ปิดข่าวเงียบไปก่อนอะนะ



    "ฮึบ! "

    ผมรีบสวมเครื่องขยายคลื่นสมองที่หัว แล้วสั่งวัตถุทรงกลมจำนวนเก้าลูกออกมาบินรอบตัว

    "ก่อนอื่น ต้องรีบหนีออกไปก่อน"

    สภาพปัจจุบันนี้คือกำลังถูกล้อมไปด้วยแขนกลปลาหมึก

    พื้น ผนัง เพดาน ทุกสิ่งเต็มไปด้วยแขนกลปลาหมึกสีขาวจนชวนดูน่าขยะแขยง



    "กัดฟันให้แน่นนะกรีด เดียวผมจะเปิดทางหนีให้เอง"

    "อืม! "

    วิธีเดียวที่จะหนีจากการปิดล้อมสมบูรณ์แบบ

    คือการรวมพลังทุ่มทะลวงไปที่จุด ๆ เดียว!

    วัตถุทรงไข่ทั้งเก้าพุ่งมารวมตัวที่ตรงหน้า

    มันหมุนควงเป็นวงอย่างรวดเร็ว จนเห็นเป็นหัวสว่านที่มีขนาดใหญ่เท่าคน

    ในเวลาเดียวกัน พวกแขนกลก็เริ่มบีบวงให้พื้นที่รอบตัวมีขนาดเล็กลง

    คิดที่จะบีบให้ทางนี้ตายคาที่หรือยังไง?

    ไม่มีวันซะละ!



    "สว่าน-ทะลวง-สาม-พิภพ! "

    พริบตานั้น ทุกสิ่งตรงหน้าก็ถูกแรงเหวี่ยงของสว่านเป่ากระเด็น

    กำแพง พื้น เพดาน สิ่งกีดขวาง รวมไปถึงเหล่าแขนกล

    ทุกสิ่งถูกเจาะเป็นรูกว้าง จนกลายเป็นอุโมงค์ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางถึงสามเมตร

    เส้นทางหนีได้ถูกเปิดออกมาแล้ว

    แต่เส้นทางที่ว่ากำลังจะถูกแขนกลปิดตายอีกครั้ง ผมจึงต้องแข่งกับเวลา

    ไม่รู้ว่าจะไว้ใจฝีเท้าของยัยกรีดได้ไหม

    ถ้ายัยนี่ตาย ผมเองก็คงรู้สึกแย่เหมือนกัน

    "มานี่"

    "เหวอออ!? "

    เพื่อความสบายใจ งั้นอุ้มยัยนี่หนีดีกว่า

    ผมอุ้มยัยกรีดด้วยแขนทั้งสองข้าง ทนเจ็บปากแผลที่แผ่นหลัง แล้ววิ่งสุดฝีเท้าเพื่อหนีออกไปตามเส้นทางที่ถูกสร้าง



    ทิ้งกลิ่นอายเอาไว้เบื้องหลัง ย่อโน้มตัวให้เป็นหนึ่งเดียวกับสายลม แล้วมุ่งตรงสู่ทางออก

    หนึ่งย่างเก้า สองเท้ากระทืบแผ่นดิน

    ใช้เวลาเพียงแค่สามวินาที ก็มาถึงทางออกแล้ว!

    แหม่ ความเร็วเรายังไม่ตก---

    "เชี่ย ทำไมถึงลอยอยู่กลางอากาศแบบนี้วะ! "

    แต่กลายเป็นว่าข้างนอกนั้น มันคือพื้นที่ว่างใจกลางอากาศ

    มาคิดดูตอนนี้ โบราณสถานที่กรีดพาเข้ามา มันก็ดูเหมือนหอคอยสูงเสียด้วยสิ

    ชิบหาย…



    "อ๊าย! "

    อาจจะเพราะความตกใจที่กำลังทิ้งตัวโหม่งโลกฆ่าตัวตาย ยัยกรีดเลยแผดเสียงประหลาดออกมา

    "กรีด! "

    เพื่อให้ยัยนี่สงบใจ ผมเลยออกแรงแขนทั้งสองข้าง กอดเธอให้แน่นขึ้นมากกว่าเดิม

    "ไม่เป็นไร ผมจะใช้ร่างนี้ปกป้องเอง"

    ถ้าเธอพังอีกรอบ ผมก็เสียเงินบานนะสิ

    อีกอย่าง ความสูงแค่นี้ ผมนะเคยฝึกวิธีลงจอดกับท่านแม่---

    "ไอบ้า! นายกำลังขย้ำก้นฉันอยู่ รู้ตัวบ้างหรือเปล่ายะ! "

    อ่าว… ไอเราก็นึกว่ากำลังตกใจอยู่เสียอีก

    ฮะ ฮะ ฮะ…

    คล้ายกับเรื่องPioneer Era ที่คุณอ่าน