第五十七章
จื่อหลงเดินทอดน่องไปช้าๆ คล้ายไม่สนใจเรื่องราวใดๆรอบตัว ครั้นเจอดอกไม้ส่งกลิ่นหอมก็หยุดนิ่งเอื้อมมือแตะกลีบดอกนั่น ทันใดนั้นเขาหักดอกไม้ดอกที่ชูช่องดงามขึ้นมามองให้ใกล้มากขึ้นแล้วขยี้มันจนแหลกคามือแล้วโยนทิ้ง ใบหน้าเรียบเฉยหากแววตาเหี้ยมโหดดุดันกระทั่งว่าถ้าผู้ใดได้เห็นคงแขนขาอ่อนแรงเป็นแน่ จื่อหลงสูดลมหายใจเข้าปอดแรงๆใบหูกระดิกฟังเสียงรอบตัว เขายกมุมปากนิดหนึ่งแทบสังเกตุไม่เห็น บรรยากาศรอบด้านสงบนิ่งคล้ายไม่มีสิ่งใดเคลื่อนไหว เขายกมือขึ้นปัดเสื้อไปมาคล้ายเจอเศษฝุ่นติดเสื้อผ้า จากนั้นเดินออกจากพุ่มดอกไม้งาม
"จะออกมาก็ออกมาเถอะ มัวแต่หลบซ่อนราวกับสุนัขขี้เรื้อนดูไร้เกียรติมากไปหรือไม่"จื่อหลงตวาดเสียงดัง ทันใดนั้นเหล่าคนชุดดำปิดบังใบหน้าปรากฏตัวขึ้นจากพุ่มไม้และซอกหินราวสิบถึงสิบห้าคน กลิ่นกระหายเลือดกระจายจากคนเหล่านั้นจางๆ เขารู้ดีว่าคนเหล่านี้ถูกเรียกตัวมาและฝีมือหาใช่อ่อนด้อย ทว่าคนเหล่านี้หรือจะสู้ฝีมือเขาได้ จื่อหลงกำหมัดข้างตัวแน่นจนได้ยินเสียงบดกระดูก
"ใครส่งพวกเจ้ามา"
".........."แน่นอนไร้เสียงตอบกลับ ทั้งหมดดึงดาบสั้นขึ้นมาตรงหน้าอกพร้อมกันและตั้งท่าโจมตี หากกลับไม่รุกล้อมเขาเข้ามา ราวกับรอเวลาให้ใครสักคนปรากฏตัวขึ้น เพียงชั่วลมหายใจ ร่างบางอยู่ในชุดสีม่วงอ่อนผ้าบางพริ้วไหวเดินแหวกคนเข้ามาช้าๆ ใบหน้ากระจ่างงดงามมีรอยยิ้มเต็มใบหน้า
"นายท่าน.."น้ำเสียงกังวาลเอ่ยขึ้นช้าๆ จื่อหลงเพียงแค่เลิกคิ้วกระบี่ขึ้นหากไม่เปิดปาก
"ยังคงเย็นชาเช่นเดิมนะขอรับ"ไห่เปียวเดินเข้ามาหยุดตรงหน้า
"มีสิ่งใด"
"อย่าใจร้ายกับข้านักเลย ท่านยังคงมีคำถามถามข้าอีกหรือ ในเมื่อท่านทำลายล้างสกุลข้าจนไม่เหลือ คนที่ตายก็ตายไปคนที่ถูกลงทัณฑ์ก็มิอาจพ้นความทรมาน เหตุใดท่านจึงใจร้ายกับข้านัก ข้าทำร้ายท่านหรือ ไม่หวังดีกับท่านหรือ ข้าไม่เป็นฐานดินที่แน่นหนาให้ท่านเหยียบขึ้นไปหรือ"ไห่เปียวยิ่งพูดน้ำเสียงยิ่งสั่นไหวคล้ายสะเทือนใจยิ่ง จื่อหลงถอนหายใจเฮือก คล้ายอยากเอ่ยปากคล้ายไม่อยากเอ่ยปาก
"เจ้านี่นะ ในใจเจ้ากำลังคิดสิ่งใดกันอยู่แน่ เหตุใดจึงมั่นใจในตัวเองนักล่ะหือ?"จื่อหลงแสร้งทถอนหายใจเฮือกใหญ่ ส่ายหน้าไปมา ไห่เปียวนั้นแววตาสับสนนักทั้งชื่นชมทั้งเจ็บช้ำ แน่นอนชายคนนี้ทำให้เขาหลงรักตั้งแต่ครั้งแรกที่สบตา ท่าทางหยิ่งทะนงส่งประกายเจิดจ้า ราศีความสูงส่งเปล่งประกายโดยมิต้องเสริมแต่ง แววตานุ่มลึกคมเข้มคล้ายหยั่งลงไปไม่ถึง น้ำเสียงทุ้มทว่าหนักแน่นนั่นยิ่งทำให้เขาเคลิ้มไปด้วยความหลงไหล
"ท่านไม่มีใจให้ข้าเลยหรือ ข้าทำผิดต่อท่านตรงไหน"ไห่เปียวกัดริมฝีปากจนได้ลิ้มรสเค็มปร่าในปากดวงตารื้นไปด้วยหยาดน้ำตาคลอคลอง
"ข้ามีเขาแต่เพียงผู้เดียว และไม่คิดจะมีผู้ใด"
"เขาให้บุตรท่านไม่ได้"
"เจ้าก็ไม่ได้มิใช่หรือ แตกต่างกันตรงไหน"จื่อหลงฉงนในใจแท้จริงเพราะไม่รู้ว่าคนคนนี้คิดอะไรอยู่ในใจกันแน่ ไห่เปียวถอนใจปนสะอื้น
"ข้าไม่สามารถให้กำเนิดได้ก็จริงหากแต่ว่าข้าได้เตรียมการเอาไว้แล้ว หญิงงามที่ข้าตระเตรียมไว้นางงดงามทั้งรูปโฉมและกริยา อีกทั้งเฉลียวฉลาดถึงแม้ว่านางจะสามัญชนไปเสียหน่อยหากกำเนิดบุตรที่มีเชื้อไขของท่านแล้วก็คิดจะกำจัดนางทิ้งไปเสีย"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไห่เปียว! นี่เจ้าคิดเช่นนี้จริงหรือ ขนาดคนที่เจ้าคัดเลือกมาพอหมดประโยชน์ก็กำจัดทิ้ง แล้วเช่นนี้เจ้ายังคิดว่าข้าสมควรไว้ใจให้เจ้านอนเคียงข้างข้าได้อีกหรือ ไม่เข้าใจเจ้าจริงๆ"จื่อหลงส่ายหัวไปมาอย่างไม่อยากเชื่อ
"นั่นท่าน ข้ามิเคยคิดหวังสิ่งใดจากตัวท่าน ขอเพียงท่านรักข้าเท่านั้น"
"อ่า..เรื่องเช่นนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นแน่"จื่อหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ไห่เปียวกำหมัดแน่นดวงตาเจ็บช้ำจากคำพูดนั้น
"เพราะเหตุใด"
"ไห่เปียวเอ๋ย ไห่เปียว การที่มีจิตรักใคร่ต่อใครสักคนมันไม่ต้องมีเงื่อนไข ไม่ต้องหวังสิ่งตอบแทน จริงอยู่เจ้าทุ่มเทให้ข้าไม่น้อยทว่าเจ้าก็เข่นฆ่าผู้คนเพื่อขจัดขวากหนาม ฟ่านเสวียนนั้นเขาไม่เพียงอ่อนโยนแต่ยังเข้าใจผู้คนทั้งไม่เคยหวังประโยชน์เพื่อให้ตนเองได้มา นั่นเป็นสิ่งที่ติดตัวเขามาตั้งแต่ยังเล็ก เพียงข้าแรกก็แตกต่างจากเจ้าชัดเจน ยอมรับว่าเจ้านั้นถือได้ว่างดงามแต่เขานั้นกลับกระจ่างในใจข้าได้มากกว่า ข้ากับเขามีด้ายแดงคล้องนิ้วกันมาแต่ปางบรรพ์ เจ้ากับข้าต่างไร้วาสนา"จื่อหลงพูดยาวกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ดูท่าแล้วไห่เปียวไม่ยอมรับในสิ่งที่เจ้าพูดจากสีหน้าและท่าทาง
"ข้ามีชาติตระกูลสูงกว่า สามารถช่วยให้ท่านสมปรารถนาได้มากกว่า"
"เจ้ารู้หรือว่าข้าหวังสิ่งใด"คราวนี้จื่อหลงเลิกคิ้วกระบี่ขึ้น
"ท่านต้องการสิ่งใดก็ต้องได้สิ่งนั้น"ไห่เปียวบอกเสียงหนัก
"เช่นนั้น ข้าต้องการเสี่ยวเสวียน"จื่อหลงตอบทันควัน
"ท่าน! นี่ท่านเหตุใดจึงดันทุรัง"ไห่เปียวกระทืบเท้า
"ไม่ได้ดันทุรัง ข้าน่ะสิ่งใดล้วนอิงกับเขา สุขหรือทุกข์ข้าล้วนเอาเขาเป็นที่ตั้ง พอเถอะ เจ้าบอกมาดีกว่าข้าพูดเช่นนี้แล้วเจ้าต้องการทำอะไรอีก หากไม่ ข้าก็จะไปแล้ว"จื่อหลงคร้านจะต่อคำกับคนผู้นี้ อย่าคิดว่าเขาจะปล่อยให้ไห่เปียวหลุดลอดตาข่ายเพียงแต่เขาต้องการให้เห็นคาตาจึงจะจับปลาไหลลื่นตัวนี้โดยไม่ลื่นหลุดมือ มีหรือไห่เปียวจะรู้แผนอันแยบยลของจื่อหลง
"ท่านไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น"
"คิดจะขวางข้า ดูฝีมือพวกเจ้าเสียก่อนเถอะ"จื่อหลงเยาะเย้ยท่าทางไม่ร้อนรนหวาดกลัวแม้แต่นิด กลุ่มคนที่เตรียมเข้าประมือขยับเท้าคืบเข้ามาเล็กน้อย รอดูท่าทีส่งสัญญาณของไห่เปียว ไม่เสียเวลากี่มากน้อยเมื่อรู้ว่าจื่อหลงไม่ทำตามเขาจึงตัดสินใจเด็ดขาดให้จับตัวไปกักขังเพื่อจะมอบยาเช่นเดิมดี หากทว่าไห่เปียวดูเบาจื่อหลงมากไปพอเขาส่งสัญญาณให้คนกรูเข้าไปจื่อหลงเรียกกำลังภายในกระแทกมือเข้าหน้าอกคนที่จู่โจมเข้ามาคนแรกจนหงายหลัง จากนั้นเขาดึงกระบี่อ่อนที่ใช้แทนสายคาดเอวออกมาส่งประกายวูบวาบแสบตาจากคมกระบี่เข้าฟาดฟันต่อต้านดาบที่หวดลงมายังเขา ส่งดังเคร้งคร้างจากการเสียดสีของคมดาบและกระบี่บาดหู ต่อกรกันหลายกระบวนท่า ไห่เปียวเห็นท่าทีคนของตนเองมิอาจทานเพลงยุทธของจื่อหลงได้ เขาที่ยืนรอดูเหตุการณ์ล้วงมือเข้าที่แขนเสื้อจากนั้นล้วงเอาขวดหยกสีดำออกมาเปิดจุกเตรียมจะสาดยาสลบฤทธิ์รุนแรงไปที่จื่อหลง ทันใดนั้นเองข้อมือกลับเจ็บแลบจนขวดหยกตกลงพื้น
"โง่เง่าสิ้นดี กล้าคิดลงมือกับนายท่านหรือ"เสียงเหี้ยมโหดแข็งกร้าวของปู้เฉินดังอยู่ข้างหูของไห่เปียว เขาถึงกับยืนขาแข็งคล้ายเป็นน้ำแข็งมิอาจขยับเขยื้อนดวงตาเบิกโพลง ร่างกายชาตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า เลือดสายเล็กๆทะลักออกจากมุมปากกระจับ เขาก้มลงมองหน้าอกตัวเองที่เริ่มรู้สึกเจ็บแปลบและมีเส้นสีแดงย้อยลงมาจนชุ่มโชกเสื้อสีขาวที่เขาใส่ย้อมมันจนเป็นสีแดงไปแล้ว สายลมสายหนึ่งพัดวูบบางเบาทำให้หน้าอกที่เจ็บนั้นเย็นยะเยือก เขามิอาจเชืื่อสายตาตัวเอง ปลายกระบีที่แหลมคมทะลุจากด้านหลังมาโผล่ยังด้านหน้า อาการลมหายใจติดขัดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เขายกมือขึ้นกุมปลายกระบี่เอาไว้แน่นมือเปื้อนเลือดจนแดงฉาน เขาเงยหน้าขึ้นมองปู้เฉินด้วยสายตาเริ่มว่างเปล่า
"หากเจ้ามีท่าทีอ่อนน้อมไม่โลภมากอยากได้อยากมี ชีวิตเจ้าก็ยังไปอีกยาวไกล แต่เจ้ามันโง่เขลาและทะเยอทะยานจนปิดบังความคิดที่ดี ที่จริงแล้วนายท่านยังอุตส่าเหลือทางเลือกให้เจ้าเอาไว้ แต่เจ้ากลับปิดเส้นทางนั้นด้วยตัวเอง ไห่เปียวเอ๋ยไห่เปียว เข่งอันใดก็ได้แต่แข่งบุญวาสนานั้นหาได้ไม่"ปู้เฉินบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบสบสายตาคล้ายเจอเรื่องเหลือเชื่อด้วยแววตาเยาะเย้ย มือที่กำด้ามกระบี่ออกแรงดันมันให้ลึกเข้าไปอีก
"เจ้า...เจ้า"ไห่เปียวยิ่งเจ็บมากขึ้นพยามยามรั้งกระบี่มิให้เสือกเข้ามาในกายมากขึ้นคมกระบี่บาดมือจนผิวเนื้อเหอวะหวะกลิ่นคาวเลือดคลุ้งอยู่ในลำคอ ปู้เฉินโหดยิ่งนักเมื่อเห็นอีกฝ่ายยังไม่ล้มเขาจึงบิดด้ามกระบี่หมุนช้าๆเสียงดังคลิก คราวนี้เลือดยิ่งทะลักออกจากปาก จื่อหลงกำจัดกลุ่มคนชุดดำนอนตายเกลื่อนพื้น จากนั้นเดินช้าๆไม่มีแม้แต่ลมหายใจเหนื่อยหอบเข้ามาหยุดตรงข้างปู้เฉิน มองดูดวงหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดของไห่เปียวด้วยสายตาเฉยเมยเย็นชา
"นี่เจ้าฝีมือตกหรือ"จื่อหลงหันมาถามปู้เฉินที่กำด้ามกระบี่ด้วยมือเดียว
"ที่ไหนล่ะขอรับ ข้าน้อยเพียงแค่อยากให้เขาได้รับรู้รสของความเจ็บปวดเสียบ้าง คุณชายฟ่านทนทรมานมากเกือบปี หากเขาตายไวเกินไปจะรู้สึกได้หรือ"ปู้เฉินตอบกลับเสียงเรียบ
"เจ้านี่นะ"จ่อหลงส่ายหน้าไปมาด้วยความอ่อนใจ
"ไห่เปียว เจ้ายังรู้จักข้ากับปู้เฉินน้อยเกินไป เราทั้งคู่ผ่านเรื่องเลวร้ายหนีรอดความตายมาไม่รู้ตั้งกี่หน แค่เจ้าวางแผนเอาไว้คิดว่าข้าสองคนโง่เขลากระทั่งอ่านเจ้าไม่ออกเชียวหรือ"
"ทะ..ท่าน"
"อย่าพูดอะไรจะดีกว่า หาไม่แล้วไม่ถูกหูเขาเจ้าจะเจ็บปวดมากกว่าเดิม"ที่เขาเอ่ยเตือนหาใช่ห่วงใยเพียงแต่เขาอยากบอกเพื่อให้อีกฝ่ายมิต้องทุกข์ทรมานก่อนตายมากไปกว่าเดิม อย่างน้อยเขาก็ศิษย์สำนักเดียวกันอีกทั้งตนเองยังเป็นศิษย์พี่ใหญ่ก็ควรมีเมตตาบ้างเล็กน้อยก็ยังดี
"ข้ามีเรื่องจะบอกให้เจ้ารู้เผื่อว่าเจ้าจะได้จากไปอย่างสงบ ข้ารักเสี่ยวเสวียน ตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาช่วยข้าไว้จากนั้น ข้าแม้จะลำบากแต่ก็ยังไม่สิ้นไร้คนหนุนหลัง ข้าส่งคนติดตามเขาจนเติบใหญ่ แม้กระทั่งอาหารเช้าที่เขากิน น้ำที่เขาดื่มหรือตัวหนังสือตัวแรกที่เขาเขียนเป็นมีหรือข้าจะไม่รู้ แน่นอนเขาย่อมไม่รู้ว่าข้าให้คนติดตามเขาเพื่อกลับมารายงานข้า แล้วเจ้ายังคิดว่าข้าไม่ผูกพันกับเขาได้อีกหรือ เจ้านั้นเฉลียวฉลาดไม่เบาหากใช้ถูกที่ เจ้าก็นับว่าไม่ด้อยแล้ว น่าเสียดาย น่าเสียดายจริงๆ"จื่อหลงสบตาที่เริ่มไร้แววของไห่เปียว
"ท่ะ..ท่าน..ใจ..ร้ายยิ่ง"ไห่เปียวพูดจาติดขัด ลมหายใจใกล้หมดสิ้นแต่กลับคล้ายเหมือนมีสายใยหนึ่งดึงเอาไว้
"ใจร้ายหรือ ข้าเป็นคนที่ใครทำดีด้วยข้าก็ดีตอบ หากใครทำร้ายข้าข้าก็จะร้ายยิ่งกว่า แต่เพียงลำพังตัวข้าเองไม่เท่าไหร่ แต่เจ้ากล้าล้ำเส้นถึงขั้นทำร้ายหัวใจของข้า เช่นนั้นแล้วข้ายังต้องเก็บเจ้าเอาไว้อีกหรือ ไห่เปียวเอ๋ยความคิดตื้นเขินนัก"จื่อหลงเหลือบตาลงมองปลายกระบี่ที่ทะลุออกมาจากอกของไห่เปียวด้วยสายตาเมินเฉย จากนั้นเขาหันหลังออกเดินจากมาโดยไม่หันกลับไปมอง
"มาได้แล้ว"เสียงตะโกนจากจื่อหลงทำให้ปู้เฉินบิดด้ามกระบี่โดนยังเส้นเลือดหัวใจของไห่เปียว ร่างบางทรุดลงกับพื้นไม่สามารถหยุดคมกระบี่ที่กรีดเอาเส้นเลือดหัวใจ ท่านั่งครั้งสุดท้ายคือคุกเข่ามือกุมปลายกระบี่ปล่อยให้คาวเลือดพุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ดวงตาเบิกโพลงมองดูแผ่นหลังทั้งคู่เดินห่างออกไป