รุ่งสางของวันถัดมา ซินกวงเริ่มนับเวลาถอยหลังให้ตนเอง เขาเหลือเวลาอีกแค่ 6 วันแล้ว วันนี้เขาจะต้องให้ภรรยาเขารับรู้ว่าตนเองต้องรักษาร่างกายให้แข็งแรงมากขึ้น เพื่อจะได้อยู่กับซินอี๋ไปนานๆ นางเป็ศิษย์ของเดียวของแพทย์พิษที่ทั้งรักษาคนเจ็บป่วยได้ ทั้งปรุงยาพิษฆ่าคนได้ เหตุใดนางจะรักษาตนเองไม่ได้! นอกจากนางไม่คิดจะทำเท่านั้น เขาต้องรีบบอกนางให้ไหวตัวทัน! ก่อนจะพบจุดจบเช่นเขา!
เมื่อม้าเร็ววิ่งมาใกล้ถึงหน้าเรือน ซินกวงบังคับให้มันชะลอฝีเท้าลงและค่อยๆ หยุดอยู่หน้าเรือน ก่อนจะมองไปรอบๆ อย่างจะเก็บความทรงจำมากมายที่เรือนแห่งนี้ เขาค่อยๆ ก้าวเท้าเดินเข้าประตูเรือนช้าๆ อย่างอาลัย เขาอยู่ที่นี่มาเป็ 10 ปีแล้วั้แ่พาฉู่ลี่หนีมาจนมีซินอี๋ อีกไม่กี่วันเขาคงต้องจากที่นี่ไปแล้วจริงๆ ที่ๆ มีแต่ความทรงจำของเขาและภรรยา รวมทั้งบุตรสาวคนเดียวของเขาด้วย
“ท่านแม่เ้าคะ! ท่านพ่อมาแล้วเ้าค่ะ!”
ซินอี๋ที่กำลังฝึกวรยุทธท่าพื้นฐานอยู่กลางลานหน้าเรือนแต่เช้าวิ่งตุ๊ต๊ะเนื้อเขย่ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว นางตื่นแต่เช้ามาฝึกซ้อมท่าพื้นฐานนี้ทุกวันเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้ร่างกายอวบอ้วนของนาง ใน่เวลาที่รอมารดานางทำอาหารเช้า นางจะได้ไม่ฟุ้งซ่านคิดมากแต่เื่ของอาหาร อาการหิวแม้จะยังมีอยู่แต่นางก็ข่มกลั้นไว้ได้ไม่ทุรนทุรายมากนัก นางทำได้ดีขึ้นเสมอเื่การรอคอยอาหาร แม้ก่อนหน้านั้นนางจะแทบทนรออาหารแต่ละมื้อไม่ไหวจนชักดิ้นชักงอลงไปนอนกับพื้นหลายครา เขารู้สึกเสียดายที่จะไม่ได้อยู่ดูพัฒนาการของบุตรสาวคนเดียวอีกแล้ว ทั้งไม่ได้เห็นตอนนางแต่งงานมีครอบครัว
แม้ในใจซินกวงจะเริ่มปลงและมีสติขึ้นมาแล้ว แต่ก็อดทอดถอนใจไม่ได้กับสิ่งที่เขาต้องเผชิญนี้ รวมทั้งภรรยาและบุตรสาวของเขาที่ต้องรับมือกับการสูญเสียเขาไปเช่นกัน เขาคงต้องทำให้พวกนางเข้าใจและปล่อยวางให้ได้ ไม่เช่นนั้นพวกนางคงจะทุกข์ใจกับการจากไปของเขามากเกินไป มันคงไม่ดีแน่!
เขาเดินก้าวขาเข้ามาในโถงของเรือนไม้เก่าๆ ของเขาอย่างช้าๆ ด้วยพอรู้สึกว่าจะได้พบหน้าภรรยาของตนเองแล้วจะทำเช่นไรดี ในใจทั้งอยากระบายทั้งอยากปกป้องนางไม่ให้เศร้าเสียใจกับเื่ของเขานัก
“ท่านพี่กลับมาแล้ว อาหารเสร็จพอดีเ้าค่ะ วันนี้มีโจ๊กหมูกับผัดผักป่านะเ้าคะ ข้าทำไว้หม้อใหญ่ทั้ง 2 อย่างเลยเ้าค่ะ ให้ซินอี๋ตักกินได้เรื่อยๆ แล้วก็มีหมั่นโถวกับขนมจีบที่กำลังนึ่งอยู่เ้าค่ะ หากนางไม่อิ่มก็จะได้เอามากินได้อีก”
ซินกวงได้แต่ยิ้มบางๆ ให้นาง แม้ในใจจะมีหลายสิ่งหลายอย่างอยากจะบอกกล่าวออกไปแต่ก็พูดไม่ออก มันเหมือนมีน้ำท่วมปากจนเขาต้องเก็บอาการเอาไว้ก่อน เขาต้องค่อยๆ จัดการเื่สำคัญก่อน จะมามัวอ่อนไหวเช่นนี้ไม่ได้! จะบอกความจริงแก่นางตอนนี้ไม่ได้ หากนางรับไม่ได้คงฟูมฟายจนไม่มีใจจะทำสิ่งอื่นเป็แน่ เขาควรบอกข่าวดีแก่นางก่อนจะบอกข่าวร้ายดีกว่า
“เดี๋ยวทานข้าวกันแล้วพี่มีเื่อยากจะคุยกับเ้าและลูกนะ เป็เื่ดี เ้ารีบไปเรียกซินอี๋เข้ามาเถอะ”
“เ้าค่ะท่านพี่”
อาหารมื้อนี้ทำให้ซินกวงกลืนลงคอได้ฝืดนัก กว่าเขาจะกินได้แต่ละเม็ด
หลังมื้ออาหาร ทั้ง 3 คนมานั่งรวมตัวกันที่โถงกลางเรือน ซินกวงมีหน้าตาเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด เขากำลังพยายามเรียบเรียงคำพูดและสิ่งที่อยากให้พวกนางเริ่มทำก่อนหลัง สิ่งใดจำเป็กับพวกนางบ้าง เขาพยายามคิดมาตลอดการเดินทางทั้งคืน แม้เช้านี้เขาก็ไม่มีความรู้สึกง่วงเลย เขาแทบไม่อยากจะหลับจะนอนเลยด้วยซ้ำใน่เวลาสุดท้ายของชีวิต อย่างไรอีกแค่ 6 วันเขาก็ต้องหลับไปตลอดกาลจากชีวิตของพวกนางแล้ว
“ข้ามี 3 เื่จะมาบอกพวกเ้า แม้จะเป็เื่ดีแต่ก็มีเื่ที่ต้องจัดการเร่งด่วนมากด้วย พวกเ้าต้องรีบทำตามที่บอกทันที เข้าใจหรือไม่ ไม่เช่นนั้นมันจะไม่ทันการณ์”
ฉู่ลี่และซินอี๋มองหน้ากันอย่างสงสัย ก่อนจะหันไปมองผู้เป็สามีและบิดาพร้อมกัน
“อะไรหรือเ้าคะท่านพี่? /อะไรหรือเ้าคะท่านพ่อ?”
ทั้งสองคนเอ่ยปากถามพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
“เื่แรกข้าจับสัตว์ิญญาระดับ 2 ได้แบบยังมีชีวิตอยู่ แล้วขายได้เงินตำลึงทองมามากมาย ต่อไปพวกเ้าไม่ต้องอดอยากอีกแล้ว ข้าซื้อหาเสบียงอาหารมากมายเก็บไว้ในถุงมิติให้พวกเ้าได้กินเป็ปีๆ เผลอๆ อาจจะ 4-5 ปีด้วยซ้ำ เพราะข้าเหมาร้านค้ามาเกือบทั้งเมือง”
“โหหหหห จริงหรือเ้าคะท่านพี่ / จริงหรือเ้าคะท่านพ่อ”
ทั้งฉู่ลี่และซินอี๋เอ่ยถามแทบจะพร้อมกันทันทีอีกครา
“จริงสิ! หากไม่เชื่อ! ข้าจะเอาออกมาจากถุงมิติบางส่วนใส่ไว้ในถังเก็บเสบียงให้เ้าเดี๋ยวนี้เลยฉู่ลี่”
ซินกวงเพียงนึกคิดสั่งให้กระเป๋ามิติส่งข้าวของตามที่เขา้าออกมาใส่ในถังเก็บข้าวสารอาหารแห้งและธัญพืชไว้จนเต็มทุกถัง ก่อนจะบอกให้ภรรยาของเขาไปดูของเ่าั้ทันที
“เ้าลองไปดู! มีเสบียงมากพอหรือไม่ ข้ายังมีอีกมากในกระเป๋ามิติ ส่วนเื่ที่ 2 ก็คือเื่กระเป๋ามิตินี้ มีเพียงสายเืเดียวกับข้าที่จะใช้ได้ นั่นก็คือซินอี๋ ข้าอยากให้นางหยดเืใส่กระเป๋ามิติเป็ผู้สืบทอดต่อจากข้า และหัดใช้งานมัน นี่คือเื่เร่งด่วนอีกอย่าง เพราะข้าไม่อยากใช้งานได้เพียงคนเดียวแล้ว ข้าวของในนี้มีมากมายรวมทั้งเงินตำลึงทอง อาวุธ ตำรายุทธ ทุกสิ่งที่เป็สมบัติของข้าล้วนตั้งใจมอบให้ซินอี๋อยู่แล้ว ข้าจึงอยากให้นางสามารถหยิบจับมาใช้ได้โดยง่ายั้แ่วันนี้เลย เ้าเห็นด้วยหรือไม่?”
ซินกวงหันไปมองหน้าภรรยาที่ยังงุนงงสงสัยกับสิ่งที่เขาเอ่ยออกไป
ฉู่ลี่พยักหน้าช้าๆ ก่อนจะมองซินกวงด้วยสายตาสงสัย
“ข้าเห็นด้วยเ้าค่ะ อย่างไรนางก็ต้องใช้ของสิ่งนี้ต่อจากท่าน ไวหน่อยก็ไม่เห็นเป็ไร เพียงแต่ข้าแค่สงสัยว่าทำไมจึงกะทันหันนักเ้าค่ะ นางอายุแค่ 7 ขวบย่าง 8 ขวบเท่านั้นเอง รอถึงวันเกิดนางเดือนหน้าค่อยมอบให้นางก็ได้นี่เ้าคะ ไม่ต้องรีบร้อนมอบให้ก่อนก็ได้ จะได้เป็ของขวัญวันเกิดนางพอดี”
ฉู่ลี่คิดเพียงว่ามอบของสำคัญในโอกาสสำคัญน่าจะมีคุณค่ามากกว่า
แต่ซินกวงกลับเริ่มเสียงแข็งขึ้น เพราะเขากลัวว่าเขาจะเริ่มเจ็บป่วยและไม่สามารถจัดการทุกอย่างได้ทั้งหมด เขาอยากทำทุกอย่างให้เร็วที่สุดเท่านั้น ไม่อยากรออีกต่อไป
“ไม่ได้!! อย่างไรนางต้องใช้ให้เป็ภายในวันนี้ พรุ่งนี้ข้าก็จะสอนนางล่าสัตว์ หากข้าไม่อยู่นางต้องทำได้! ส่วนเ้า! ต้องสอนนางทำอาหารเองให้เป็ได้แล้ว นางควรรู้จักหาอาหาร ทำอาหารกินเองได้แล้ว เข้าใจหรือไม่! ข้าเป็หัวหน้าครอบครัว เ้าควรฟังข้า! ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว!”
ฉู่ลี่เห็นท่าทางสามีที่แปลกไปก็ใ เขาไม่เคยเป็เช่นนี้มาก่อน เหตุใดจึงต้องเสียงดังเช่นนี้กัน
ซินอี๋เองก็ไม่เคยเห็นบิดามีท่าทีเกรี้ยวกราดเช่นนี้ ท่านพ่อเป็อะไรไป เหตุใดต้องดุท่านแม่ด้วย
“ท่านพ่อเ้าคะ ท่านแม่ไม่ได้ทำอะไรผิด เหตุใดท่านต้องดุท่านแม่ด้วย ทำไมท่านเสียงดังเช่นนี้?”
ซินอี๋เอ่ยถามออกไป นางจ้องมองบิดาตาไม่กระพริบ ในใจนางไร้เดียงสานัก เพียงคิดว่าท่านพ่อคงโกรธท่านแม่ แต่ท่านแม่ไม่ผิด ทำไมท่านพ่อต้องเสียงดัง นางไม่เข้าใจเื่อื่นใดเลย
ซินกวงได้ยินบุตรสาวถามเช่นนี้จึงค่อยๆ ผ่อนลมหายใจ เพื่อเรียกสติของตนเองให้กลับมาสงบลง เขาเพียงหวาดกลัวว่าหากจากไปแล้วจำทำอะไรตามที่ตั้งใจไม่ครบ จึงร้อนใจจนเผลอเสียงดังไปหน่อย