เมืองเหลยโจว บ้านตระกูลเย่
"ท่านพี่จื่อเฟิง ข้าได้ยินจากท่านมาว่า ท่านรับภารกิจฆ่าแรดสายฟ้า" น้ำเสียงที่อ่อนโยนของเย่เสวี่ยอี๋ดังขึ้นพร้อมกับเสียงฝีเท้าอันรีบเร่ง
"ได้ข่าวเร็วจริงๆ " เย่จื่อเฟิงนั่งลงแล้วหยิบขนมลูกท้อกรอบออกมาจากกระเป๋า แล้วยื่นให้กับเย่เสวี่ยอี๋
"เอาสิ... ลองนี่ดู ข้าเพิ่งซื้อมาจากร้านตรงหัวมุม แม่ของเ้าบอกข้าว่าเ้าชอบสิ่งนี้มาก"
เย่เสวี่ยอี๋ดันมือของเขาออกแล้วพูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า "ท่านพี่จื่อเฟิง ท่านรู้รึเปล่าว่าตัวเองทําอะไรลงไป? ท่านยังมีหน้ามานั่งกินขนมอยากสบายใจเฉิบ หลังจากรับภารกิจที่ยากขนาดนั้นอีกรึ? "
เย่จื่อเฟิงหัวเราะเบาๆ แล้วยักไหล่ " ก็ข้ารับมันมาแล้ว เดี๋ยวมาดูกันว่าผลลัพธ์จะเป็อย่างไรต่อไป "
เย่เสวี่ยอี๋กัดริมฝีปากของตน ฟันหยกของนางเจาะเข้าไปในริมฝีปากจนเืซิบออกมา นางไม่รู้ว่าตัวเองควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ให้กับความโง่เง่าของพี่ชายตนเองดีหรือไม่
"ท่านพี่จื่อเฟิงรีบลุกขึ้นเดี๋ยวนี้เลย แล้วพาข้าไปที่สํานักของท่าน ไปขอให้ผู้าุโฉินมอบภารกิจใหม่ให้" นางพยายามจะดึงแขนของเย่จื่อเฟิง ลากเขากลับไปที่สํานัก
แต่เย่จื่อเฟิง กลับปฏิเสธแล้วส่ายศีรษะ " ไม่ได้...เมื่อสํานักมอบหมายภารกิจให้แล้ว ก็ไม่สามารถเปลี่ยนภารกิจใหม่ได้อีกนี่ถือเป็กฎเหล็ก เ้าเองก็รู้เื่นี้ดี"
เย่เสวี่ยอี๋รู้สึกเป็กังวล "ก็ได้ ถึงแม้ท่านจะไม่ได้รับภารกิจใหม่ แต่ท่านก็สามารถถอนตัวจากภารกิจนี้ได้ แย่ที่สุดท่านก็แค่ถูกโทษปรับเป็เวลาสามเดือนเท่านั้น ดีกว่าทําภารกิจไม่สําเร็จ"
"น้องสาว เ้าไม่เชื่อมั่นในตัวพี่ชายผู้นี้หรือ? " เย่จื่อเฟิงตอบ "จําครั้งล่าสุดที่ข้าจัดการกับตระกูลหลิวได้หรือไม่? ข้าสามารถจัดการกับหลิวอี้เก๋อที่อยู่ระดับกำเนิดปราณขั้นที่ 5 ระดับสูงสุดได้ เ้าเองก็อยู่ด้วย แล้วเ้าคิดว่าข้าไม่สามารถจัดการแรดสายฟ้าพวกนั้นได้หรือไง"
"นั่นมัน..."
สีหน้าของเย่เสวี่ยอี๋เปลี่ยนไปทันที นางไม่รู้ว่าเย่จื่อเฟิงใช้อันใดเอาชนะหลิวอี้เก๋อและทําให้มันาเ็ได้ แต่มันเป็เื่ที่แปลกจริงๆ เย่จื่อเฟิงทําอย่างไรถึงทําให้หลิวอี้เก๋อที่มีระดับสูงกว่าตนเองถึงสองขั้นกระอักเืได้
"แต่ท่านพี่...ท่านไม่เคยฆ่าสัตว์อสูรมาก่อนเลย แล้วนี่เป็ครั้งแรกที่ท่านรับภารกิจด้วย แรดสายฟ้ามันแข็งแกร่งมาก...ข้าเกรงว่าท่านจะได้รับาเ็"
"หากไม่เสี่ยงแล้วจะได้รับรางวัลได้อย่างไร? อีกอย่าง ถึงแม้ว่าข้าจะทํามันไม่สําเร็จ แต่ข้าก็ได้ประสบการณ์จากภารกิจนี้ด้วย" เย่จื่อเฟิงพูดอย่างใจเย็น "ดังนั้นไม่ต้องกังวลหรอก อีกตั้งสามวันกว่าข้าจะออกเดินทาง การต่อสู้กับสัตว์อสูรที่มีคุณสมบัติพิเศษอย่างแรดสายฟ้า มันก็ไม่ใช่เื่ยากสําหรับข้า ข้าเองก็มีแผนเอาไว้อยู่แล้ว"
"ท่านจะบอกว่าท่านไม่ยอมถอนตัว ไม่ว่ายังไงก็ตาม..."
เย่จื่อเฟิงมองไปที่เย่เสวี่ยอี๋ด้วยแววตาที่มุ่งมั่นแล้วพยักหน้า
เย่เสวี่ยอี๋บุ้ยปาก เมื่อเห็นว่าการพูดคุยในครั้งนี้มีแต่จะทําให้พี่ชายของตนตั้งใจแน่วแน่ นางก็ตัดสินใจยอมแพ้ แล้วถอนหายใจยาวออกมา
"เอาสิ เสวี่ยอี๋ ลองขนมลูกท้อกรอบดู! "
เย่จื่อเฟิงยื่นขนมไปที่ปากของเสวี่ยอี๋ แต่นางยังคงโกรธจึงได้เบือนหน้าหนีแล้วไม่พูดอันใด นางไม่อยากพูดกับชายผู้นี้อีก
"มากินซะสิ อย่ามาทำเป็เกรงอกเกรงใจ"
เย่จื่อเฟิงยังคงดึงดันยื่นขนมให้นาง เย่เสวี่ยอี๋จึงยิ้มทั้งน้ำตา
"ขอบคุณ ท่านพี่! " นางหันกลับมาหยิบขนมแล้ววิ่งออกไป
เย่จื่อเฟิงเฝ้ามองเสวี่ยอี๋จากไปด้วยรอยยิ้ม แล้วหันกลับไปที่เตาหลอมยาของตนเองด้วยสีหน้าจริงจัง
"เอาล่ะ! ถึงเวลาเตรียมตัวสําหรับภารกิจแล้ว! "
.....
หุบเขาเมฆาล่องที่ตั้งอยู่ด้านหลังของตำหนักยุทธ์ิญญาคราม ที่นั่นมีสัตว์อสูรระดับสามัญมากมายหลายชนิดอาศัยอยู่ ซึ่งสถานที่นี้ถูกจัดเตรียมขึ้นให้เหล่าศิษย์ทําภารกิจโดยเฉพาะ เพื่อขัดเกลาจิตใจของตนเอง
ด้านนอกหุบเขา ผู้จัดทําภารกิจจากหอฉางซินจะมอบแผนที่หุบเขาให้แก่บรรดาศิษย์ บนแผนที่แต่ละอันจะมีการแบ่งพื้นที่ออกเป็หลายส่วน พร้อมกับมีป้ายชื่อกํากับอยู่
"ดูหมอนั่นสิ นั่นมันเย่จื่อเฟิงนี่ คนที่อยู่ระดับกำเนิดปราณขั้นที่ 3 อย่างมันกล้าจริงๆ ที่มาลองของกับแรดสายฟ้าที่อยู่ขั้นที่ 4! "
"แรดสายฟ้า? ไม่ใช่ว่านั่นเป็ภารกิจที่ แม้แต่เซียวมู่เองก็ทําไม่สําเร็จมาหลายครั้งไม่ใช่หรือ? "
"ชู่ววว...อย่าเอ็ดไป นายน้อยเซียวอยู่ตรงนั้น"
เซียวมู่กระแอมไอเบาๆ ทําให้ผู้คนที่กําลังพูดคุยอยู่หุบปากในทันที
"พวกเ้าจะกังวลไปทําไม? เย่จื่อเฟิงมันต้องเสียสติอย่างแน่แท้ ถึงได้เลือกภารกิจเช่นนั้น พวกเ้าพูดด่วนสรุปราวกับว่ามันทําภารกิจสําเร็จไปแล้ว เท่าที่ข้าเห็นคนอย่างมันมีหรือจะสามารถรอดกลับออกมาแบบมีชีวิตได้เป็ๆ!? "
เสียงที่ดังของเซียวมู่ทําให้หลายคนหันมามอง
เย่จื่อเฟิงยิ้ม แล้วก้าวเดินเข้ามาพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “ถ้าเกิดข้าโชคดีทำภารกิจสำเร็จแล้วรอดกลับมาได้ล่ะ?”
เซียวมู่รู้สึกงุนงง ตัวมันคิดว่ามีโอกาสที่หมอนี่จะโชคดีรอดกลับมาได้ แต่การจะทําให้ภารกิจสําเร็จนั้น ไม่มีทางเป็ไปได้ คนที่อยู่ระดับกำเนิดปราณขั้นที่ 3 อย่างเย่จื่อเฟิง ภารกิจในขั้นที่ 4 นั้นยากยิ่งกว่าการปีนขึ้น์เสียอีก
"งั้นข้าจะ… ข้าจะ..." เซียวมู่ไม่รู้ว่าตนเองควรจะเอาอะไรมาเดิมพันดี....
เย่จื่อเฟิงทำท่าครุ่นคิด พร้อมกับพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม "ข้าไม่้าให้เ้าคุกเข่าคํานับข้าแบบหวางหลิน เพราะมันจะทําให้เ้าอับอายเกินกว่าจะทนไหว ถ้าข้าสามารถทําภารกิจได้สําเร็จแล้วรอดชีวิตกลับออกมา เหตุใดเ้าถึงไม่มอบแต้มที่เ้าจะได้จากการทําภารกิจให้ข้าล่ะ ข้อเสนอนี้เป็อย่างไรบ้าง? "
เมื่อเปรียบเทียบกับการเอาชนะและความสะใจที่ว่างเปล่าแล้ว เย่จือเฟิง้าอะไรที่จับต้องได้มากกว่า เพื่อฝึกฝนวรยุทธ์ยกระดับความแข็งแกร่งจริงๆ จังๆ
"เ้าอยากได้แต้มของข้า? ภารกิจขั้นที่ 5 มีค่าถึง 100แต้ม! " เซียวมู่รู้สึกใ แม้ตระกูลของเขาจะมั่งคั่งร่ำรวย แต่แต้มภารกิจเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่เงินตราจะนำมาแลกเปลี่ยนได้
เย่จื่อเฟิงพูดต่อ "หากข้าทําภารกิจไม่สําเร็จ เช่นนั้นั้แ่นี้ไปข้าจะไปทําภารกิจซ่อมกําแพงทุกเดือน แล้วมอบแต้มทั้งหมดที่ได้เป็เวลาสองปีให้แก่เ้า? "
"2 ปีที่พูดถึง ก็คือ..."
"หนึ่งร้อยยี่สิบแต้ม" เย่จื่อเฟิงยิ้ม
เซียวมู่จมอยู่กับความคิด เขาเริ่มคิดเกี่ยวกับข้อเสนอของเย่จื่อเฟิง หากเย่จื่อเฟิงทําภารกิจไม่สําเร็จ เขาก็จะได้ 120 แต้มโดยที่ไม่ต้องทําอันใด แถมยังเป็การฉีกหน้าเย่จื่อเฟิงในเวลาเดียวกันด้วย อีกอย่างโอกาสที่เขาจะเป็ผู้ชนะนั้นมีสูงมาก จนรู้สึกราวกับมันเป็ข้อเสนอที่แสนวิเศษ
"ตกลง เ้าอยู่ระดับกำเนิดปราณขั้นที่ 3 และยังเป็การทําภารกิจครั้งแรก แต่เ้ากลับกล้าท้าทายเช่นนี้... ข้าเซียวมู่คงต้องสั่งสอนเ้าสักบทเรียน เหลือแต่เื่ถ่ายโอนแต้มภารกิจ..." เซียวมู่มองไปยังม่อเซียง
ม่อเซียงตอบด้วยน้ำเสียงแ่เบา "หากไม่มีฝ่ายใดคัดค้าน พวกเราก็ไม่มีปัญหาเช่นกัน แต้มภารกิจสามารถถ่ายโอนได้"
เซียวมู่รู้สึกตื่นเต้นมาก ราวกับตนเองนั้นได้รับ 120 แต้มมาแล้ว
"เมื่อเป็แบบนี้ ข้าหวังว่าศิษย์พี่ม่อจะเป็พยานการเดิมพันระหว่างเรา ขอบคุณมาก" รอยยิ้มอย่างมีความสุขปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเย่จื่อเฟิง
หลังจากล่าช้าไปเล็กน้อย ผู้พิทักษ์ก็เริ่มอธิบายเกี่ยวกับภารกิจ ภายใน่เวลาหนึ่งก้านธูป ศิษย์แต่ละคนก็เข้าไปในหุบเขาเมฆาล่อง
เมื่อถึงตาของเย่จื่อเฟิงจะต้องเข้าหุบเขา เซียวมู่ก็ยิ้มแล้วตบบ่าเขา
"เ้า้าอันใดอีก? " เย่จื่อเฟิงไม่ชอบให้คนมาตบบ่า โดยเฉพาะกับคนที่เขาเหม็นขี้หน้า
เซียวมู่หัวเราะเสียงดังลั่น "เดิมพันก่อนหน้านี้ ข้าลืมบอกเ้าไปอย่าง เ้ารู้ไหมหากเ้าทําภารกิจไม่สําเร็จก็ไม่เป็ไร แต่หากเ้าเกิดโชคร้ายตายขึ้นมา ข้าเซียวมู่ก็เป็คนใจกว้างพอทีจะไม่ทวง 120 แต้ม..."
"อ้อ...ขอบคุณ? "
เย่จื่อเฟิงส่ายหัว ด้วยคําสั่งของผู้พิทักษ์ เขาก็เดินเข้าไปในหุบเขา
.....
ภายในหุบเขา เขาเดินตามแผนที่ ผ่านแนวป่าเล็กๆ ไปจนถึงจุดหมาย นั่นก็คือ ทะเลสาบวารีกระจ่าง
แรดสายฟ้านั้นชอบต่อสู้กันเองเพื่อแย่งชิงอาณาเขต และเห็นได้ชัดว่า ทะเลสาบวารีกระจ่าง เป็อาณาเขตเขตของมัน
เพราะว่าครั้งนี้เป็ภารกิจเดี่ยว เย่จื่อเฟิงจึงไม่จําเป็ต้องปกปิดพลังที่แท้จริง ซึ่งทําให้ลงมือได้สะดวกขึ้น และนี่คือเหตุผลว่าทำไมเขาถึงกล้าทำภารกิจของขอบเขตกำเนิดปราณขั้น 4 ระดับสูงสุด
"มาดูกันว่าปราณสายฟ้าบนร่างของเ้า จะทำอะไรได้บ้าง"
ริมฝีปากของเย่จื่อเฟิงยกขึ้นเผยให้เห็นรอยยิ้มที่เ้าเล่ห์ บนฝ่ามือของเขาปรากฏปราณแห่งความตายสีดําที่เริ่มรวมตัวเป็จุดเล็กๆ แล้วเขาก็ผลักฝ่ามือไปทางแรดสายฟ้า
ในเสี้ยววินาทีนั้น ฝ่ามือสีดําที่เย่จื่อเฟิงซัดออกไปก็ะเิก่อนที่จะถึงตัวเ้าแรด เสมือนดั่งเปลวเพลิงที่ะเิกระจายในอากาศ
แรดสายฟ้านั้นไม่ได้อ่อนหัด นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มันเผชิญหน้ากับมนุษย์ มันรู้สึกได้ถึงตัวตนของเย่จื่อเฟิงมาสักพักแล้ว และััได้ถึงอันตรายจากตัวเย่จื่อเฟิง ดังนั้นเมื่อเย่จื่อเฟิงลงมือ ทั่วทั้งร่างของมันก็ส่องสว่างไปด้วยแสงสีน้ำเงิน จากนั้นก็รีบปลดปล่อยสายฟ้าไปในอากาศ สร้างเป็กําแพงปราณสายฟ้าขึ้น โดยที่กระแสไฟฟ้าเ่าั้ ดูเสมือนดั่งเข็มเส้นเล็กๆ ก็ไม่ปาน
เมื่อฝ่ามือสีดําแห่งความตายเข้าปะทะกับกําแพงปราณสายฟ้าก็เกิดการะเิขนาดใหญ่ขึ้น หลังจากนั้นไม่นานภายใต้ความร้อนสุดขั้ว มันก็กลายเป็ควันสีขาว แล้วสูญสลายหายไปในที่สุด
"สามารถสลายปราณแห่งความตายได้? ดูเหมือนเ้าแรดตัวนี้จะพอมีฝีมืออยู่บ้าง" เย่จื่อเฟิงรู้สึกใ เขาคิดว่าการโจมตีนี้ น่าจะทําให้มันาเ็ได้บ้าง แต่ใครจะคิดว่ามันจะไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน!
เมื่อเขาคิดทบทวนเื่นี้อย่างละเอียด ก็พบว่าการโจมตีด้วยปราณแห่งความตายนั้นเหมาะสําหรับการโจมตีระยะประชิดที่สุด เมื่อเขานึกถึงครั้งล่าสุดที่ใช้มัน นั่นเป็เพราะหลิวอี้เก๋อลดความระมัดระวังลง ทําให้เขาสามารถลอบโจมตีได้สําเร็จ ปกติแล้วผู้ฝึกยุทธ์์ระดับกำเนิดปราณมักไม่มีประสบการณ์การต่อสู้จริง จึงมักใช้พลังทั้งหมดเข้าปะทะ แต่แรดสายฟ้านั้นต่างออกไป ทุกๆ เดือนมีคนนับไม่ถ้วนเข้ามาท้าทายเพื่อสังหารมัน อาจกล่าวได้ว่าสัญชาตญาณการต่อสู้ รับรู้ภัยอันตรายของมันถูกพัฒนาขึ้นจนอยู่ในระดับสูงล้ำ ด้วยเหตุนี้การโจมตีของเย่จื่อเฟิงจึงล้มเหลว
อีกอย่างในตอนที่เย่จื่อเฟิงรู้สึกถึงแรงะเิก่อนหน้านี้เขารีบถอยกลับอย่างรวดเร็ว หากเขาเข้าไปใกล้แรดสายฟ้ามากกว่านี้ ก็อาจถูกสายฟ้าช็อตจนสลบได้! เซียวมู่คนนั้นเองก็โดนแรดสายฟ้าช็อตจนสลบไปสองสามครั้งเหมือนกัน แม้ว่าเขาจะอยู่ระดับกำเนิดปราณขั้นที่ 5 ก็ตาม เหตุผลเดียวที่เซียวมู่ยังคงมีชีวิตรอดกลับมาทุกครั้งนั้นเป็เพราะ เขาเป็คนขี้ขลาด เขาจะยืนอยู่นอกรัศมีของสายฟ้าและไม่รบกวนเ้าแรดนั่น
แรดสายฟ้าคําราม มันเห็นเย่จื่อเฟิงอยู่อีกฝั่งหนึ่ง แต่เพราะการโจมตีที่เย่จื่อเฟิงใช้ก่อนหน้านี้รุนแรงมาก อีกทั้งยังเป็การโจมตีระยะไกล จึงทําให้เ้าแรดไม่กล้าจู่โจมสุ่มสี่สุ่มห้า
"ปกติแล้ว สติปัญญากับสายตาของแรดนั้นต่ำมาก พวกมันมักใช้ความสามารถในการดมกลิ่นและได้ยิน ดูเหมือนเ้านี่จะเป็ตัวพิเศษ...."
เย่จื่อเฟิง มองไปรอบๆ "อืม ข้ายังมีเวลาอีกสามวัน มีเวลาอีกเหลือเฟือที่ใช้เตรียมการฆ่าเ้า"
จบตอน