เมื่อประตูห้องพักปิดลง ความเงียบงันอันแสนะเืพลันโรยตัวเข้าปกคลุมห้องทั้งห้องทันที หลินเสวี่ยเหยาเดินตรงไปยังเตียงไม้หยกโบราณ นางทรุดกายลงนั่งกอดเข่า แผ่นหลังบางที่เคยตั้งตรงอย่างสง่างามบัดนี้สั่นเทาเล็กน้อย ทันใดนั้น หยาดน้ำตาใส ๆ ก็ค่อย ๆ ไหลรินอาบแก้มเนียนเงียบ ๆ
ความน้อยเนื้อต่ำใจหลั่งไหลเข้าจู่โจมหัวใจของดรุณีหิมะ นางผู้เป็ถึงอัจฉริยะระดับ SSS ที่ผู้คนกราบไหว้บูชา ทว่ายามนี้กลับต้องมารับรู้ว่าชายหนุ่ม Rank F ที่นางเริ่มปันใจและยอมให้แตะต้องร่างกายคนนี้ กลับมีสตรีระดับ SSS อีกคนเข้ามามีสัมพันธ์ลึกซึ้งร่วมเตียงหินเคียงข้างกันอย่างไม่ปิดบัง
“เสวี่ยเหยา...” หลีเฮงเห็นน้ำตาของเมียหลวงพลันใจเสีย ชายหนุ่มละล้าละลังรีบก้าวเข้าไปคุกเข่าลงข้างเตียง มือขยับจะเอื้อมไปกุมมือเรียวของนาง แต่ก็กลัวจะโดนพลังน้ำแข็งแช่แข็งจนนิ้วหัก
เยี่ยหลัวอินที่ยืนกอดอกดูสถานการณ์อยู่ตรงประตู สังเกตเห็นแววตาหม่นหมองเ็ปลึก ๆ ของหลินเสวี่ยเหยา นางมารน้อยกุมขมับในใจพร้อมลอบถอนหายใจ *ยัยน้ำแข็งนี่ อุตส่าห์เก่งกาจระดับปราบปีศาจได้ทั้งฝูง แต่ดันมาอ่อนไหวกับเื่ความรักจนร้องไห้ขี้มูกโป่งเสียได้ ช่างไม่สมกับเป็ศัตรูหัวใจของข้าเลยจริง ๆ*
คิดได้ดังนั้น เยี่ยหลัวอินจึงตัดสินใจเปลี่ยนแผนการปั่นหัวดุจเมียน้อยใจร้าย ให้กลายเป็การปั่นโทสะเพื่อดึงหลินเสวี่ยเหยาออกจากความเศร้าโศกเสียใจทันที!
“ตายจริง ศิษย์พี่หลินผู้ยิ่งใหญ่ร้องไห้งอแงประหนึ่งเด็กสามขวบเชียวหรือเ้าคะ?” เยี่ยหลัวอินเบะปากพลางเดินสะบัดก้นเข้ามาใกล้เตียง “แหม... ถ้าท่านจะอ่อนแอและอ่อนไหวจนทนรับความรักอันอบอุ่นของพี่เฮงไม่ได้ เช่นนั้นก็ยกพี่เฮงให้ข้าดูแลแต่เพียงผู้เดียวไปเลยสิเ้าคะ ข้าสัญญาว่าจะนวดบำบัดประสานหยินหยางกับเขาจนตัวสั่นสะท้านทุกค่ำคืน ไม่ปล่อยให้เขาต้องมาพะวงหน้าพะวงหลังแบบนี้หรอกค่ะ!”
“เยี่ยหลัวอิน! เ้าหุบปากเดี๋ยวนี้!”
หลินเสวี่ยเหยาตวาดลั่น ใบหน้างามชุ่มน้ำตาหันขวับมาจ้องเขม็ง ความเศร้าโศกเมื่อครู่ถูกแปรเปลี่ยนเป็ความโกรธเกรี้ยวพวยพุ่งขึ้นมาแทนที่ทันทีอย่างที่นางมารน้อยคาดการณ์ไว้ ไอเย็นในห้องปะทุขึ้นจนม่านเตียงเริ่มจับตัวเป็เกล็ดน้ำแข็ง “หลีเฮงเป็คนของข้า! ใครอนุญาตให้เ้ามาเขาเพียงคนเดียว!”
“เอ้า! ก็ถ้าศิษย์พี่เอาแต่ร้องไห้ ไม่ยอมทำอะไร ข้าก็ต้องเสนอตัวสิเ้าคะ!” เยี่ยหลัวอินลอยหน้าลอยตายิ้มกวนโทสะ
“พวกเ้าทั้งสองคน... หยุดเถียงกันก่อนเถอะจ้ะ!” หลีเฮงสบโอกาสรีบแทรกตัวขึ้นมากลางปล้อง แววตาของเขาเปลี่ยนเป็จริงจังและจริงใจอย่างเหลือเชื่อ “คืนนี้... ให้ข้าได้ดูแลพวกเ้าทั้งสองคนพร้อมกันเถอะนะจ๊ะ ข้าไมยากเห็นเสวี่ยเหยาต้องร้องไห้เสียใจ และข้าก็ไม่อยากเห็นหลัวอินต้องแบกรับความเหงาปั่นป่วนของปราณมารเพียงลำพังอีกแล้ว...”
คำพูดอบอุ่นลึกซึ้งปนความหนาด้านของหลีเฮงทำเอาสองสาวชะงักไปพร้อมกัน ใบหน้าของทั้งคู่แดงซ่านระเรื่อด้วยความเขินอายปนขัดเขิน หลีเฮงไม่รอช้า รีบขยับขึ้นไปบนเตียงหยก จัดแจงหยิบเอา ‘น้ำมันนวดสกัดอโรม่า’ กลิ่นมะลิเหมันต์ผสมลาเวนเดอร์ที่หลินเสวี่ยเหยาชื่นชอบออกมา พร้อมกับหยิบกลิ่นลิลลี่ราคะสำหรับเยี่ยหลัวอินเตรียมไว้ทันที
“ข้าขอร้องล่ะ... ให้ข้ารักษาพวกเ้านะจ๊ะ” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงนุ่มนวลพลางเปิดใช้พลังสองสายพร้อมกันเป็ครั้งแรก!
“อุ้งมือมาร ขั้น 2... ััผ่อนคลาย ขั้น 4... ทำงานร่วมกัน!”
*วิ้งงงง!*
ปราณมารสีม่วงทมิฬอ่อนโยนและแสงสว่างแห่งการบำบัดสีทองอบอุ่นพลันะเิแผ่กระจายออกจากฝ่ามือทั้งสองข้างของหลีเฮง ชายหนุ่มประทับฝ่ามือซ้ายลงบนไหล่บางของหลินเสวี่ยเหยาที่ยังคงสั่นเทา ชโลมน้ำมันกลิ่นมะลิเหมันต์ที่ผสมผสานความอุ่นและไอเย็นปลอบประโลมชีพจรน้ำแข็งที่กำลังแปรปรวน ขณะเดียวกัน ฝ่ามือขวาของเขาประทับลงบนแผ่นหลังเนียนละเอียดของเยี่ยหลัวอิน ลูบไล้น้ำมันกลิ่นลิลลี่ราคะกระตุ้นคลื่นมารให้ประสานเข้ากับลมปราณอุ่นในร่างกายอย่างนุ่มนวล
“อ๊ะ...” หลินเสวี่ยเหยาสะดุ้งโหยงเมื่อััอุ่นชโลมลงบนผิวกาย ความเย็นเยือกในร่างค่อย ๆ ละลายหายไปแทนที่ด้วยความเบาสบายและผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
“อ๊า... พี่เฮง... ฝ่ามือของท่านวันนี้ช่าง...” เยี่ยหลัวอินครางแ่เสียงพร่า กลิ่นลิลลี่ราคะปลุกเร้าสัญชาตญาณมารในร่างให้ปะทุซ่านไหลเวียนไปทั่วจุดยุทธศาสตร์เบื้องล่าง ความกระสันเสียวซ่านเริ่มแผ่ซ่านครอบงำจิตใจของสองสตรีระดับ SSS ทันที
*ปิ๊ง!*
> [โฮสต์เปิดใช้งานประสานทักษะ: ‘อุ้งมือมาร ขั้น 2’ ร่วมกับ ‘ััผ่อนคลาย ขั้น 4’]
> [ชโลมน้ำมันอโรม่า: กลิ่นมะลิเหมันต์ + ลาเวนเดอร์ (เป้าหมาย หลินเสวี่ยเหยา) และ กลิ่นลิลลี่ราคะ (เป้าหมาย เยี่ยหลัวอิน)]
> [ทักษะพิเศษ Passive ‘ลมหายใจยั่ว์ ขั้น 1’ ทำงานทันที: เพิ่มทวีคูณความสยิวและเร่งการบำเพ็ญคู่หยินหยางขึ้น 3 เท่า!]
> [คำเตือนระบบ: สตรีคู่พันธะระดับ SSS ทั้งสองคนเข้าสู่สถานะสยิวเต็มพิกัด ขีดจำกัดทางอารมณ์และเกราะป้องกันใจทลายลงโดยสมบูรณ์!]
บรรยากาศในห้องแปรเปลี่ยนจากความหนาวเหน็บและขุ่นมัว กลายเป็ความเร่าร้อนซ่านกระสันที่อวลไปด้วยกลิ่นน้ำมันหอมระเหยและเสียงลมหายใจหอบถี่ หลินเสวี่ยเหยาที่บัดนี้ใบหน้าแดงซ่านลืมตาเยิ้มมองหลีเฮงอย่างยอมจำนน เช่นเดียวกับเยี่ยหลัวอินที่บิดกายเร่าร้อนโผเข้าหาแผ่นอกของเขา
ศึกรักร่วมเตียงสองขั้วหยินหยางประสานฟ้าดินจึงได้เริ่มต้นปะทุขึ้นท่ามกลางราตรีอันแสนยาวนาน...
“เสวี่ยเหยา… หายใจเข้าลึก ๆ นะจ๊ะ” หลีเฮงกระซิบแ่เบาข้างหู น้ำเสียงนุ่มนวลแฝงความหนักแน่นมั่นคง ชายหนุ่มโน้มตัวลงจูบประทับลงบนลำคอระหงขาวเนียน ดึงดูดซับเบา ๆ จนเกิดรอยรักสีแดงระเรื่อประดับผิว ก่อนจะค่อย ๆ เลื่อนริมฝีปากอุ่นชื้นลงสู่เนินอกอวบอิ่มคู่สวยที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจ
ยอดปทุมถันขาวผ่องนุ่มละมุนถูกปลายลิ้นอุ่นชื้นโลมเลียวนเวียน ปลายลิ้นของเขาวาดล้อมรอบยอดอกสีหวานที่ชูชันตอบรับความซ่านสยิว หลินเสวี่ยเหยากัดริมฝีปากล่างของตนเองจนแน่นเพื่อสะกดเสียงรัญจวน นิ้วมือเรียวงามข้างหนึ่งจิกกำผ้าปูเตียงไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
“ข้า… ไม่… อื้อ!” เสียงประท้วงที่แสนแ่เบาหลุดลอยออกมาเพียงครึ่งคำ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็เสียงครางเครือในลำคอ เมื่อหลีเฮงยอดอกนั้นเข้าสู่โพรงปากร้อน ชิมรสความหวานและขบกัดเบา ๆ ด้วยไรฟัน กระตุ้นกระแสไฟแล่นพล่านไปทั่วร่างของนาง
ขณะเดียวกัน มืออีกข้างของเขาเลื่อนลงต่ำ แทรกลงไปใต้ความนุ่มนวลระหว่างเรียวขาขวาของดรุณีหิมะ ปลายนิ้วััเข้ากับกลีบบุปผางามที่ยามนี้เริ่มชุ่มฉ่ำไปด้วยหยาดธาราหวานอุ่น หลีเฮงใช้ปลายนิ้ววนคลึงหยอกเย้ารอบจุดอ่อนไหวอย่างมีชั้นเชิง ก่อนจะค่อย ๆ สอดแทรกนิ้วกลางผ่านกลีบเนื้อนุ่มเข้าสู่ร่องบุปผาอันคับแน่นและร้อนผ่าวของนางช้า ๆ
“อ๊ะ… เ้า… ช่างสามหาวนัก…” สะโพกมนของหลินเสวี่ยเหยากระตุกสั่น น้ำเสียงสั่นเครือคล้ายตัดพ้อ ทว่าเรียวขางามทั้งสองข้างกลับค่อย ๆ แยกกว้างออกเพื่อเปิดรับการรุกล้ำของเขาโดยสัญชาตญาณ
ในขณะที่หลีเฮงกำลังทุ่มเทสมาธิไปกับการเล้าโลมปรนนิบัติหลินเสวี่ยเหยา ยายมารน้อยเยี่ยหลัวอินที่คอยสังเกตการณ์อยู่ข้างเตียงก็ค่อย ๆ คลานเข่าขยับกายเข้ามาใกล้ มุมปากอิ่มหยักโค้งเป็รอยยิ้มยั่วเย้าแสนเสน่ห์
“แหม... พวกเ้าช่างเล่นกันสนุกสนานเหลือเกินนะเ้าคะ ข้าไม่ยอมปล่อยให้ศิษย์พี่เสวี่ยเหยาเพลิดเพลินอยู่คนเดียวหรอกนะ” นางมารน้อยกระซิบเสียงแหบพร่าข้างหูของหลีเฮง
เยี่ยหลัวอินโน้มกายลงต่ำ จ้องมองไปที่แก่นกายความเป็ชายของหลีเฮงที่ยามนี้ผงาดง้ำร้อนผ่าวและขยายตัวแข็งแกร่งเต็มที่ ริมฝีปากนุ่มชุ่มชื้นของนางประทับจูบลงบนส่วนปลายยอดอย่างแ่เบา ก่อนจะส่งเรียวลิ้นเล็กสีแดงระเรื่อลากไล้โลมเลียวนเวียนรอบส่วนหัวหยกมนอย่างซุกซน
“อึก... หลัวอิน...” หลีเฮงหอบหายใจกระชั้นถี่ ความเสียวซ่านแล่นริ้วขึ้นขั้วสมอง มือข้างหนึ่งของเขายังคงขับเคลื่อนขยับนิ้วสร้างความหรรษาในร่องกายของหลินเสวี่ยเหยา ส่วนมืออีกข้างเลื่อนไปวางลูบไล้เส้นผมดำขลับบนศีรษะของเยี่ยหลัวอินเบา ๆ อย่างทะนุถนอม
ยายมารน้อยอ้าปากอิ่มกลืนกินตัวตนอันแข็งแกร่งของเขาเข้าไปในโพรงปากร้อนทันที ริมฝีปากนุ่มรัดรึงแนบชิดกับฐานแก่นกาย ปล่อยให้ยอดส่วนหัวหยกแทรกลึกเข้าไปััผนังลำคออุ่นชื้นของนาง เยี่ยหลัวอินปรนเปรอด้วยจังหวะดูดดึงหนักหน่วงสลับเบาอย่างมีชั้นเชิง ก่อนจะถอนริมฝีปากออกมาให้ชายหนุ่มได้หายใจ แล้วใช้ปลายลิ้นแตะเลียวนรอบเส้นเืที่พาดโปนบนท่อนเอ็นแกร่ง
“รสชาติของท่าน... ช่างหวานล้ำยิ่งนักเ้าค่ะ” นางกระซิบเสียงหวานก่อนจะกลืนกินแก่นกายนั้นเข้าไปในโพรงปากอีกหน คราวนี้จังหวะโลมเลียและรัดรึงของนางรวดเร็วและลึกซึ้งยิ่งขึ้น โพรงปากและลำคอของมารสาวบีบรัดหัวหยกแน่นทุกครั้งที่นางพยายามกดแทรกเข้าไปจนลึกสุด
หลินเสวี่ยเหยาที่กำลังสั่นสะท้านกับปลายนิ้วของหลีเฮง ชำเลืองสายตามองภาพกามกิจอันเร่าร้อนตรงหน้า ใบหน้างามร้อนผ่าวแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู
“เ้า… เหตุใดจึงไร้ยางอายปานนี้…” นางพึมพำเสียงสั่นสะท้าน ทว่าดวงตากลับจับจ้องริมฝีปากอิ่มของเยี่ยหลัวอินที่กำลังขับเคลื่อนปรนเปรอตัวตนของชายหนุ่มอย่างไม่วางตา
หลีเฮงรับรู้ได้ถึงคลื่นพลังปราณหยินสองกระแสที่ต่างขั้วอย่างชัดเจน — กระแสหนึ่งหนาวเหน็บพิสุทธิ์ดุจหิมะจากหลินเสวี่ยเหยา และอีกกระแสร้อนรุ่มดำมืดจากเยี่ยหลัวอิน — พลังงานทั้งสองสายกำลังไหลเวียนเข้าสู่จุดชีพจรของเขา ผสานกันผ่านการบำบัดประสานหยินหยาง
เยี่ยหลัวอินขยับโพรงปากรัดตรึงแ่าขึ้น ปลายลิ้นตวัดหยอกเย้าจุดกระสันของเขาอย่างถี่รัว ขณะที่หลินเสวี่ยเหยาแอ่นสะโพกเกร็งรับนิ้วแกร่งของหลีเฮงที่กระแทกเน้นตรงจุดอ่อนไหวภายในจนร่างบางสั่นสะท้าน เสียงครางระเส่าของสองดรุณีแ่ดังประสานสลับกับเสียงดูดดึงปะปนกับกลิ่นอายกำหนัดอวลห้อง
หลีเฮงโน้มใบหน้าลงไปซุกไซ้โลมเลียเม็ดทับทิมกลางร่องบุปผาหิมะของหลินเสวี่ยเหยาอย่างรวดเร็ว ในขณะที่มืออีกข้างขยับโยกนิ้วบำบัดสอดแทรกเข้าไปในจุดอ่อนไหวชุ่มฉ่ำของเยี่ยหลัวอินอย่างพัลวัน หลินเสวี่ยเหยาที่ทนความสยิวไม่ไหวคลานขยับมาส่งเรียวลิ้นเล็กโลมเลียรอบแท่งหยกของหลีเฮง ร่วมประสานจังหวะลิ้นกับเยี่ยหลัวอินอย่างสอดรับ ปรนเปรอความเสียวซ่านถึงขีดสุดให้แก่ชายหนุ่ม หลีเฮงครางต่ำ เร่งเครื่องใช้ปลายลิ้นและปลายนิ้วมือบำบัดหมุนเวียนราวจักรผัน
“ทั้งสองคน… อ่าาา ... ที่รัก .... ข้าจะพาพวกเ้าไปแตะแดน์พร้อมกันนะจ๊ะ...” หลีเฮงกล่าวเสียงพร่ากระเส่า
“กรี๊ด... / อื้ออออ!”
สองสาวหวีดร้องระเส่าประสานเสียงสั่นสะท้าน ร่างกายกระตุกเกร็งถี่รัว ปลดปล่อยหยาดน้ำหวานใสหลั่งไหลหลอมรวมเข้าด้วยกัน ในวินาทีเดียวกันนั้น พวกนางร่วมมือกันปรนเปรอตัวตนของหลีเฮงจนชายหนุ่มทนไม่ไหว หลั่งประจุธาราชีวิตอุ่นร้อนสีขาวขุ่นทะลักเข้าสู่โพรงปากของทั้งคู่ ซึ่งพวกนางต่างดูดกลืนรับธารา นั้นลงสู่ลำคออย่างหมดจดรวดเร็ว
“อ่าาา...น้ำวิสุทธิ์ของเ้า เคลื่อนไปในลำคอข้า”
หลินเสวี่ยเหยาตัวสั่นระริก ล้มพับลงซบเตียงด้วยความอ่อนระทวย ขณะที่เยี่ยหลัวอินก็หอบหายใจจนอกกระเพื่อม ริมฝีปากยังแนบชิดอยู่กับฐานท่อนเอ็นแกร่ง
*ปิ๊ง!*
> [ตรวจพบสตรีคู่พันธะทั้งสองก้าวข้ามแดนสุขาวดีพร้อมกัน!]
> [แต้มบำเพ็ญคู่ประสานหยินหยางเพิ่มขึ้นสะสม 85% — คลื่นพลังหยินขั้วตรงข้ามหลอมรวมสมบูรณ์!]
> [Bond Sync +10% | แต้มแมงดาโบนัส +1,500 แต้ม (ยอดสะสมคงเหลือปัจจุบัน: 2,130 แต้ม)]
หลีเฮงรับรู้ถึงพลังลมปราณที่พุ่งทะยานแล่นผ่านแนวสันหลัง ชายหนุ่มค่อย ๆ ดึงแก่นกายอันร้อนรุ่มออกจากริมฝีปากอิ่มของเยี่ยหลัวอิน นางเงยใบหน้าฉ่ำชื้นขึ้นมาพลางยิ้มมุมปากอย่างเย้ายวน ริมฝีปากอวบอิ่มยังคงเปื้อนคราบน้ำรักใส ๆ ดูน่าเสน่หา