รถม้าวิ่งมาได้สักพักใหญ่ ก็มาหยุดอยู่ที่จวนหลังงามจวนหลังนี้อยู่ทางทิศเหนือของชานเมืองหลวง โดยรอบมีจวนขุนนางตระกูลใหญ่อยู่หลายตระกูล ฝั่งซ้ายเป็จวนของเ้ากรมอาญาและฝั่งขวาเป็จวนของผู้ตรวจการ นับว่าทำเลดีไม่น้อยทั้งยังเงียบสงบ และไม่ต้องกลัวโจรผู้ร้ายจะบุกมาในยามวิกาล เพราะในละแวกนี้มีทหารเดินตรวจตราแทบจะตลอดทั้งวันทั้งคืน
"บ่าวคารวะนายหญิงเ้าค่ะ"/"บ่าวคารวะนายหญิงขอรับ"
บ่าวชายหญิงที่ชุ่ยเหอซื้อตัวมา ต่างมายืนเข้าแถวรอรับผู้เป็นาย เมื่อเห็นว่าซูเหยียนก้าวลงมาจากรถม้า พวกเข้าจึงเอ่ยทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียงกัน
"เอาล่ะทุกคนลุกขึ้นเถอะ ไม่ต้องมากพิธีไป ข้าหาใช่คนเ้ายศเ้าอย่างไม่ ไม่ต้องระมัดระวังถึงเพียงนั้น ขอเพียงพวกเ้าทำหน้าที่ของตนเองให้ดีก็พอ ข้าไม่ใช่คนที่เล็กคิดน้อยอะไร พวกเ้าทุกคนอยู่ที่นี่กันได้อย่างสบายใจไม่ต้องเกร็ง"
ซูเหยียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังน่าเกรงขาม
"เ้าค่ะ"/"ขอรับ"
บ่าวไพร่ทุกคนในจวน ต่างมองซูเหยียนอย่างชื่นชม
"เร่งขนของเข้าจวนเร็วเข้า"
เป็ชุ่ยเหอที่ออกคำสั่งกับเหล่าบ่าวไพร่ที่ยืนต้อนรับอยู่หน้าประตูจวน
"นายหญิงเข้าไปพักด้านในกันเถอะเ้าค่ะ"
"อืม"
"การตกแต่งถูกใจนายหญิงหรือไม่เ้าคะ" ชุ่ยเหอเอ่ยปากถามความเห็นของผู้เป็นาย เพราะถ้านายหญิงของนางไม่ชอบ นางก็จะได้สั่งให้เปลี่ยนใหม่ทั้งหมด
"อืม..ถูกใจข้ายิ่งนัก เรียบง่ายมองดูแล้วสบายตาไม่ฟุ้งเฟ้อ เ้าช่างรู้ใจข้าจริงๆชุ่ยเหอ" ซูเหยียนเอ่ยชมไม่ขาดปาก
จวนที่ใหญ่โตโอ่อ่าแห่งนี้ถูกใจซูเหยียนไม่น้อย การตกแต่งที่ดูเรียบง่ายไม่หรูหราฟุ้งเฟ้อเป็แบบที่นางชื่นชอบ บริเวณกว้างขวางของจวนยังประกอบไปด้วยสวนและศาลาใหญ่น้อยสามแห่งที่แตกต่างกัน ทั้งยังมีศาลาสระบัวที่ตั้งอยู่ในน้ำคล้ายกับจวนตระกูลฟางอีกด้วย โดยรอบของจวนแห่งนี้ช่างร่มรื่นด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ ที่ถูกปลูกขึ้นและจัดสรรได้อย่างลงตัว
"บ่าวก็มีส่วนช่วยออกความคิดด้วยนะเ้าคะนายหญิง" อิงเถารีบเอ่ยขึ้นมา
"เช่นนั้นเ้าทั้งสองก็เก่งและรู้ใจข้าทั้งคู่"
ซูเหยียนแย้มยิ้มแล้วเอ่ยอย่างเป็กันเองกับบ่าวหญิงคนสนิททั้งสอง ในอดีตชาติที่นางต้องตายอย่างอนาถ เพราะเอาร่างรับธนูอาบยาพิษแทนชายชั่วผู้นั้น บ่าวทั้งสองก็มีชะตากรรมไม่ต่างกัน เพราะพวกนางมีที่ใจภักดีต่อซูเหยียนเป็อย่างมาก ในวินาทีความเป็ความตายนางทั้งสองคนไม่ลังเลที่จะใช้ชีวิตเข้าปกป้องนายหญิงของตน จนสุดท้ายก็ถูกฆ่าจบชีวิตลงตายตามนายหญิงของพวกนางไป
เมื่อได้เกิดใหม่อีกครั้ง จึงทำให้ซูเหยียนหวงแหนมิตรภาพนี้ยิ่งนัก ทั้งนางยังสัญญากับใจตนเอง ว่าจะตอบแทนความซื่อสัตย์และภักดีของหญิงบ่าวทั้งสองอย่างดี จะไม่มีวันยอมให้พวกนางต้องจบชีวิต ตกตายอย่างอนาถดั่งเช่นในอดีตอีกแล้ว
พริบตาเดียวก็ผ่านไปเจ็ดวัน ั้แ่ที่ซูเหยียนย้ายเข้ามายังจวนแห่งใหม่นี้ แต่ละวันนางก็มีอะไรให้ทำมากมาย ทั้งปลูกดอกไม้ไว้รอบเรือนพัก ตกแต่งสวนและสั่งบ่าวให้สร้างูเาจำลองที่มีน้ำไหลตกลงมาเหมือนน้ำตก นางเริ่มปลูกสมุนไพรในมิติลับของตน สมุนไพรเ่าั้ต่างแข่งกันเติบโตและเจริญงอกงามจนเป็ที่น่าพอใจ
"ชุ่ยเหอ"
"เ้าคะนายหญิง"
"ไปบอกให้บ่าวเตรียมรถม้า ข้าจะออกไปข้างนอก"
"เ้าค่ะ"
ชุ่ยเหอหายออกไปจากเรือนพักไม่ถึงอึดใจก็มาเอ่ยเรียกเ้านายของตน
"นายหญิงรถม้าเตรียมพร้อมแล้วเ้าค่ะ"
"อืม..งั้นก็ไปกันเถอะ"
รถม้าวิ่งมาได้สักพักก็หยุดลง แล้วจอดตรงหน้าร้านขายอาวุธพอดิบพอดี ชุ่ยเหอและอิงเถาจับมือของนายหญิงของตนเอาไว้ แล้วประคองซูเหยียนเอาไว้คนละข้าง ก่อนที่ซูเหยียนจะก้าวลงจากรถมาอย่างระมัดระวังวัง ร้านขายอาวุธที่มีขนาดใหญ่เบื้องหน้าดูเก่าแก่น่าเกรงขาม ทำให้ซูเหยียนไม่อาจห้ามใจ ให้เงยหน้าขึ้นมองป้ายชื่อหน้าร้าน ป้ายทองสลักด้วยอักษรวิจิตรบรรจง
" อวี้ 煜" ชื่อร้านที่แปลความหมายว่าส่องแสงสว่างรุ่งโรจน์
" ช่างเป็ชื่อที่ดีจริงๆตัวอักษรเพียงแค่ตัวเดียว แต่ความหมายกลับลึกซึ้งนัก" ซูเหยียนอดที่จะเอ่ยชมกับความคิดของคนที่ตั้งชื่อร้านแห่งนี้ไม่ได้
ซูเหยียนก้าวเดินเยื้องย่างอย่างช้าๆ ผู้คนโดยรอบต่างลอบมองและชื่นชม กับท่าทางและอากัปกิริยาที่สง่างามของนาง ใบหน้าที่งดงามล่มบ้านล่มเมืองบวกกับกิริยามารยาทที่อ่อนช้อย ทำให้คนที่ได้พบเห็นไม่อาจละสายตา ต่างพากันสงสัยว่านางเป็บุตรหลานตระกูลไหน เหตุใดถึงได้งดงามนัก ซูเหยียนไม่ได้สนใจกับสายตาของชาวบ้านที่มองมา นางพาชุ่ยเหอและอิงเถาเดินเข้าร้าน แล้วให้บ่าวชายที่ติดตามมาด้วยรั้งอยู่ด้านนอก
ร้านขายอาวุธร้านนี้เป็ร้านที่เก่าแก่ ที่อยู่คู่เมืองหลวงมานานหลายรัชสมัย ั้แ่เริ่มมีการก่อตั้งเมืองหลวงของแคว้นฉีขึ้น ร้านแห่งนี้นอกจากจะขายอาวุธที่ทำสำเร็จขึ้นแล้ว ยังรับทำอาวุธทุกรูปแบบตามแบบร่างที่ลูกค้านำมา อาวุธทุกชิ้นที่ทำโดยช่างผู้ชำนาญการของร้าน เป็สินค้าที่มีคุณภาพสูง เป็ที่นิยมของคนในเมืองหลวงเป็อย่างมาก เมื่อผู้คนนึกถึงอาวุธแน่นอนต้องนึกถึงร้านแห่งนี้เป็ที่แรก
"ไม่ทราบแม่นาง้าอาวุธชนิดไหนสอบถามกับข้าได้เลย ข้าเป็หลงจู๊ดูแลร้านแห่งนี้ขอรับ"
ผู้ดูแลร้านรีบเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม เพราะเขาเห็นลูกค้าผู้มาเยือนมีกลิ่นอายสง่างามไม่ธรรมดา หลงจู๊ลอบมองและพิจารณาซูเหยียน จากประสบการณ์ที่อยู่มาถึงห้าสิบปี เขาคิดว่าสตรีที่สง่างามผู้นี้ คงเป็บุตรสาวขุนนางตระกูลใหญ่เป็แน่
"หลงจู๊..ไม่ทราบว่าที่ร้านแห่งนี้รับทำมีดตามแบบที่ลูกค้านำมาด้วยใช่หรือไม่เ้าคะ" ซูเหยียนเอ่ยถามออกไปเพื่อความแน่ใจ เพราะสิ่งของที่นางจะสั่งทำนั้น ต้องใช้ช่างผู้เชี่ยวชาญชำนาญการในการทำเท่านั้น
"ใช่ขอรับ" หลงจู๊รับคำด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
"ที่ข้ามาวันนี้เพราะอยากจะสั่งทำมีด กรรไกรขนาดเล็กและเข็มเ้าค่ะ"
ซูเหยียนไม่รีรอรีบเอ่ยธุระของตนในทันที
"ไม่ทราบแม่นางมีแบบมีด้วยหรือไม่ขอรับ"
"มีเ้าค่ะ นี่คือแบบร่างของสิ่งที่ข้า้าสั่งทำ"
ซูเหยียนพูดพร้อมทั้งยื่นแบบของภาพวาดอุปกรณ์ที่ใช้ในการผ่าตัดไปให้กับหลงจู๊ หลงจู๊เมื่อรับแผ่นกระดาษมาเขาก็จ้องมองแบบของภาพวาดด้วยสายตาที่สงสัย เขาไม่เคยเห็นแบบร่างเช่นนี้มาก่อน ของชิ้นเล็กๆที่มีรูปแบบที่แตกต่างกันเหล่านี้ ช่างเป็สิ่งของที่แปลกใหม่ในความคิดของเขา
"ข้าอยากได้มีดเล็กและบางแต่ต้องคมกริบ กรรไกรขนาดเล็กและคีม รูปแบบทั้งหมดตามในภาพนี้เลยเ้าค่ะ"
"ได้ขอรับไม่มีปัญหา"
"ข้า้าของเหล่านี้อย่างละสองชุดนะเ้าคะ"
ซูเหยียนเอ่ยกำชับผู้ดูแลร้าน
"ได้ขอรับ"
"ที่นี่รับทำเข็มรักษาของหมอด้วยรึเปล่าเ้าคะ"
"รับขอรับ"
"ถ้าเช่นนั้นก็ดีเลยเ้าค่ะ นี่คือเข็มที่ข้าจะสั่งทำ ข้า้าเข็มเงินที่มีขนาดต่างกัน18เล่ม 2ชุด และเข็มทองที่มีขนาดต่างกัน18เล่ม2ชุด รูปร่างและความสั้นความยาวของเข็ม ตามในแบบร่างแผ่นนี้เ้าค่ะ "
ซูเหยียนพูดพร้อมทั้งยื่นแบบภาพวาดในมือให้หลงจู๊
หลงจู๊ของร้านขายอาวุธ มองเห็นแบบร่างก็หยุดชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยอย่างอายๆว่า
"ขออภัยแม่นางที่ข้าเสียมารยาท ตัวข้าไม่เคยเห็นแบบร่างที่งดงามเช่นนี้มาก่อน แบบภาพที่แม่นางสั่งทำทั้งหมดนี้ ข้าอยู่มาจนผมหงอกก็พึ่งเคยเห็น แม่นางไม่ต้องห่วงข้าจะทำสิ่งของที่แม่นาง้า ให้ออกมาอย่างดีที่สุดขอรับ" หลงจู๊รับคำอย่างเป็มั่นเป็เหมาะ
"เ้าค่ะ...ไม่ทราบว่าข้าต้องรอกี่วันถึงจะมารับของได้หรือเ้าคะหลงจู๊"
"เจ็ดวันขอรับ หลังจากเจ็ดวันแม่นางมารับของที่สั่งทำได้เลยขอรับ"
"เ้าค่ะ..ถ้าเช่นนั้นอีกเจ็ดวันข้าจะมาใหม่"
ความปรารถนาของซูเหยียนคือการเป็หมอ ใช้วิชาความรู้ของวิชาแพทย์ทั้งสองศาสตร์ที่ได้ร่ำเรียนมาจากศตวรรษที่30 เพื่อช่วยเหลือผู้คน เพราะฉะนั้นเข็มและอุปกรณ์เครื่องมือผ่าตัดเหล่านี้ จึงจำเป็ต่อนางเป็อย่างยิ่ง ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตของซูเหยียน นางรับรู้ได้ว่าไม่ใช่เื่บังเอิญหรือเพราะว่านางโชคดี
แต่ที่นางตายแล้วเกิดใหม่ในร่างเดิมได้นั้น อาจเป็เพราะกุศลผลบุญในชาติภพที่นางเคยเป็หมอก็เป็ได้ เพราะสองมือคู่นี้ของนาง เคยช่วยยื้อชีวิตผู้อื่นมาจากความตาย นางเคยให้โอกาสผู้อื่นได้มีชีวิตรอด สุดท้ายชีวิตของนางจึงได้รับโอกาสนั้นเช่นเดียวกัน
ซูเหยียนพูดคุยรายละเอียดกับผู้ดูแลร้านค้าเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ก่อนจะจ่ายเงินค่ามัดจำครึ่งหนึ่ง หลังจากเสร็จสิ้นธุระก็เดินออกมาจากร้านขายอาวุธ โดยที่ไม่ได้สนใจเลยว่ามีสายตาของคนผู้หนึ่งที่อยู่บนชั้นสอง จับจ้องนางตลอดเวลา ั้แ่แรกที่นางก้าวขาเข้ามาในร้านแห่งนี้
"ไปเรียกหลงจู๊ของร้านมาพบข้า"
"พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง"
"กระหม่อมหยวนเจาถวายบังคมท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ"
"ตามสบายไม่ต้องมากพิธี"
"ทูลถามท่านอ๋องไม่ทราบว่าท่านอ๋องเรียกกระหม่อมมาพบด้วยเื่ใดหรือพ่ะย่ะค่ะ"
หลงจู๊ผู้ดูแลร้านถึงกับงงที่เ้านายเรียกพบเขา เพราะถึงร้านอาวุธแห่งนี้จะเป็ของจวนฉีอ๋องที่สืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น แต่นายท่านผู้นี้ก็หาได้สนใจกับกิจการของจวนอ๋องไม่ ทั้งที่นาร้านค้าและทรัพย์สินล้วนอยู่ในความดูแลของพ่อบ้านซึ่งเป็คนสนิทของเขา
"สตรีอาภรณ์เหลืองที่มาเยือนยังร้านเมื่อครู่ นางมาเลือกซื้ออาวุธชนิดใด" ฉีอ๋องถามออกไปด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
"กราบทูลท่านอ๋อง แม่นางคนเมื่อสักครู่มิได้มาซื้อหาอาวุธพ่ะย่ะค่ะ...แต่แม่นางผู้นั้นมาสั่งทำของบางอย่างกับที่ร้านพ่ะย่ะค่ะ"
หลงจู๊เอ่ยรายงานผู้เป็นายอย่างเหงื่อตก ได้พูดคุยกับผู้มีอำนาจที่ขึ้นชื่อว่าโเี้เช่นฉีอ๋อง ทำให้เขารู้สึกประหม่ามากจริงๆ
"แบบที่นางนำมา เอาออกมาให้ข้าดู" ฉีอ๋องสั่งเสียงดุ
"พะ..พ่ะย่ะค่ะ แบบทั้งหมดอยู่นี้แล้วพ่ะย่ะค่ะ"
ฉีอ๋องจ้องมองกระดาษในมือแล้วพลางขมวดคิ้ว เขาพิจารณาแบบร่างอยู่นานก่อนจะกล่าวกับหลงจู๊
"เป็แบบร่างที่แปลกเสียจริง เ้าได้ถามนางหรือไม่ว่าวัตถุสิ่งของแปลกประหลาดที่นางสั่งทำเหล่านี้ นางจะนำไปใช้เพื่อการใด"
ฉีอ๋องเอ่ยปากถามออกไปอย่างสงสัย
"กราบทูลท่านอ๋อง กระหม่อมไม่ได้ถามแม่นางผู้นั้นพ่ะย่ะค่ะ" หลงจู๊ตอบกลับอย่างกลัวๆเมื่อเห็นว่าบุรุษร่างใหญ่มีสีหน้าไม่พอใจ
"ไม่ได้เื่" ฉีอ๋องตวาดกร้าวอย่างหัวเสีย จากนั้นจึงเอ่ยเรียกองครักษ์เงาคนสนิทของตน
"อาอี"
"พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง"
"ไปสืบเื่ของสตรีผู้นั้นมาให้ข้า" ฉีอ๋องออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงดุดันน่าเกรงขาม
"พ่ะย่ะค่ะ"
องครักษ์ที่มีนามว่าอี เขาไม่กล้ารอช้ารีบเร่งไปจัดการงานที่ได้รับมอบหมายในทันที องครักษ์เงาของฉีอ๋อง แต่ละนายล้วนเป็คนที่เก่งกาจมีวรยุทธสูงส่ง พวกเขาไม่มีชื่อแซ่ ชื่อเรียกขานของพวกเขาล้วนตั้งตามตัวเลข เพื่อให้ง่ายแก่การจดจำ
"เ้าออกไปได้แล้ว"
"พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง" หลงจู๊เดินเหงื่อตกออกมา ทันทีที่ฉีอ๋องเอ่ยปากไล่ เขาก็รีบก้าวเท้ายาวๆออกจากห้องอย่างไม่รอช้า
ฉีอ๋องไล่หลงจู๊ออกจากห้องรับรองชั้นสอง เขานั่งครุ่นคิดถึงสตรีอาภรณ์เหลืองที่ได้พบเมื่อสักครู่ นางผู้มีใบหน้าที่งดงามล่มบ้านล่มเมืองและมีรูปร่างที่สะโอดสะอง เขาซึ่งเป็บุรุษที่ได้เคยพานพบหญิงงามมาไม่น้อย ต้องยอมรับว่าไม่มีหญิงใดที่งดงามจับตา เทียบเท่ากับสตรีนางนี้ได้เลย กระนั้นก็หาใช่ความงามของนางที่ทำให้เขาสนใจ
แต่เป็เพราะท่าทางและกลิ่นอาย ที่แผ่ออกมาจากร่างระหงนั่นต่างหาก ที่ทำให้เขาใคร่รู้ว่านางเป็ใครมาจากไหน เหตุใดสตรีที่มีใบหน้าเยาว์วัยแต่กลับมีกลิ่นอายที่น่าเกรงขามได้มากถึงเพียงนี้ คล้ายกับว่านางใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้มาอย่างยาวนานแล้ว ฉีอ๋องหารู้ไม่ว่าที่ซูเหยียนมีกลิ่นอายที่แข็งแกร่งเช่นนี้ เพราะนางคือคนที่ผ่านความตายมาถึงสองครั้งสองคราแล้วนั่นเอง