ไลฟ์สด ปลดพลังเวทย์

    กริชอาคม

    เราทั้งคู่ค่อยๆย่องเดินเข้าไป เสียงนั้นค่อยๆเบาลง แต่ฉันก็ยังพอจะได้ยินแว่วๆมา ฉันจึงเดินตามเสียงนั้นไปโดยมีตะวันเดินตามมา ฉันหยิบมีดที่เพิ่งซื้อมาจากร้านขายของเก่าออกมา อย่างน้อยถ้าเกิดเหตุอะไรจะได้ใช้มันป้องกันตัว            ตะวันเห็นฉันหยิบมีดขึ้นมาก็คว้าไหล่ฉันเอาไว้ “คุณจะทำอะไรไพลิน”            “คุณไม่ได้ยินเสียงของผู้หญิงหรือ ฉันว่าเขากำลังตกอยู่ในอันตราย นั่นไงเธออยู่ตรงนั้น” เราสองคนแอบอยู่ที่มุมของอาคาร            ตะวันมองมาที่ฉันด้วยท่าทีประหลาดใจ “คุณมองเห็นผู้หญิงหรือ”            “ใช่ฉันเห็น คุณไม่เห็นหรือตะวัน”            “ผมมองไม่เห็นอะไรเลย ได้ยินแต่เสียง”            ฉันตกใจมาก ช่องแชทไลฟ์สดของฉันก็เต็มไปด้วยคอมเมนต์            (เกิดอะไรขึ้น เงานั้นคือผีเหรอ)            (555 พวกเขาจัดฉากได้น่ากลัวจัง)            (จริงไม่จริงไม่รู้ล่ะ แต่เอาดาวไป)            (คุ้มจริงๆดูช่องนี้ ลงทุนมากๆ)            ฉันรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งร่างกาย เมื่อร่างของผู้หญิงคนนั้นหันมามองที่ฉัน เธอไร้ซึ่งแววตา ดวงตาของเธอขาวโพลนไปหมด เงาของเธอกำลังแขวคอตัวเองห้อยต่องแต่ง ฉันหลบเข้าที่มุมกำแพงทันที หรือเธอจะเป็นวิญญาณหญิงสาวที่ผูกคอตายเพราะโดนข่มขืน            “เกิดอะไรขึ้น ผมไม่เห็นอะไรเลย” ตะวันพยายามถามฉัน            ตึก...ตึก..ตึก.. เสียงดังคล้ายเสียงคนเดิน ใกล้เข้ามาที่พวกเราอยู่ทีละน้อย เสียงมันค่อยๆชัดขึ้น ร่างนั้นเดินผ่านเราไปที่บันไดทางขึ้นชั้นบน            “คุณเห็นไหมตะวัน” ฉันถามเขาว่าเห็นเงาของผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังเดินไปที่บันไดไหม เขาส่ายหัวปฏิเสธ            ชายคนนั้นหันมาที่พวกเราอยู่ เขารู้ว่าเราอยู่ตรงนี้ ชายคนนั้นแสยะยิ้มออกมาอย่างน่าสยดสยอง เขานั้นเอาหัวโขกไปที่กำแพงจนเลือดไหลทะลักออกมาและเขาก็กระโดดออกไปจากหน้าต่าง แต่นี่มันชั้นสี่เลยนะ ฉันเอามือขึ้นมาปิดปากด้วยความตกใจ ช่องแชทก็กระหน่ำคอมเมนต์ต่อไปไม่หยุด            (สมจริงไปไหนเนี่ย)            (เขากระโดดลงไปจริงๆเหรอ มันสูงนะ)            (เทคนิคยอดเยี่ยม สุดยอดไปเลย กดดาวรัวๆ)            (ฉันว่าของจริงนะ ดูหัวกะโหลกที่เปิดจนเห็นมันสมองนั่นสิ)            (ใครไม่เชื่อแต่เราเชื่อ)            ตายซะ ตายไปซะ            ฉันได้ยินเสียงของผู้หญิงคนเดิมแว่วมา ฉันรีบคว้ามือของตะวันให้ลุกขึ้นและวิ่งลงมาที่ชั้นสาม ฉันว่าคืนนี้มันน่ากลัวเกินไปแล้วนะ ต้องออกไปจากที่นี่ให้ไวที่สุด ความเฮี้ยนของที่นี่มันเกินที่ฉันจะรับมือไหว            ปัง!            เสียงปืนดังขึ้น เราสองคนหยุดกึกในทันที ที่เบื้องหน้าปรากฏร่างของผู้ชายคนหนึ่งยิงตัวเอง ร่างนั้นล้มลงและชักกระตุก สายตาของเขามองมาที่ฉัน            ฉันกรีดร้องออกมาอย่างแทบเสียสติ ฉันวิ่งผ่านร่างนั้นลงมาอีกชั้น ตะวันก็ยังคงวิ่งมาและพยายามถามว่าเกิดอะไรขึ้น ฉันไม่ตอบได้แต่วิ่งจ้ำอ้าวลงบันไดมา            ประตูทางเข้าที่ชั้นล่างปิดเสียงดังปัง ไม่มีใครอยู่ ไม่มีแม้กระทั่งลมพัดที่จะทำให้ประตูปิดได้เราทั้งคู่หยุดชะงักไม่กล้าวิ่งต่อไป            ร่างของหญิงสาวค่อยๆย่างก้าวมาหาพวกเราอย่างช้าๆ ฉันตั่วสั่นเทิ้มจนตะวันสังเกตได้ชัด เขาจับแขนฉันแล้วถามว่าเกิดอะไรขึ้น ฉันกำมีดเอาไว้แน่น มีดเล่มนี้มันร้อนผ่าวจนฉันสัมผัสถึงความร้อนที่แผ่ออกมาได้            ร่างของหญิงสาวค่อยๆเคลื่อนตรงมาเรื่อยๆ ดวงตาที่มีเพียงตาขาวของเธอจ้องมาเล่นเอาฉันหัวใจเต้นเร็วจนแทบระเบิดออกมา            ร่างนั้นพุ่งมาด้วยความรวดเร็ว ฉันกรีดร้องออกมาสุดเสียง และคว้ามีดแทงออกไปอย่างไม่รู้ตัว ร่างของหญิงสาวหยุดชะงักทันที และกรีดร้องออกมา ร่างนั้นสลายกลายเป็นควันสีดำโพยพุ่งไปทั่วบริเวณ            “รีบไปไม่งั้นเราจะตายกันหมด”            ฉันและตะวันวิ่งไปที่ประตูกระจก มันเปิดไม่ออก ตะวันจึงเอาเก้าอี้ทุ่มไปจนมันแตกกระจาย เศษกระจกกระเด็นมาปักที่แขนของตะวันจนเลือดทะลัก            “ผมมองไม่เห็น มีผีอยู่แถวนี้หรือ” หน้าของเขาซีดลงอย่างเห็นได้ชัด            (มีดหมอ เธอใช้มีหมอลงอาคมแทงผี)            (ใช่ ฉันเห็นมีดมันมีแสงออกมาด้วย)(โถ พ่อคุณหน้าซีดเชียว เอาดาวไปปลอบใจนะ)            (ช่วงสุดหล่อล่าท้าผี)            (โอ๊ย พ่ออปป้าของฉันเจ็บตัว นี่ตั้งใจหรือเป็นอุบัติเหตุน่ะ)            บรรดาผู้ชมของฉันนี่ก็นะ ขนาดเจอผีจังๆแบบนี้ยังมีเวลามาห่วงผู้ชายอีก ผู้ชมให้รางวัลฉันอย่างไม่หยุด แต่ตอนนี้ฉันคิดแต่เพียงว่าต้องออกไปจากที่นี่ให้ได้ก่อนที่จะห่วงเรื่องเงินรางวัล            ร่างของผีผู้หญิงนั้นหายไปแล้ว ฉันและตะวันวิ่งออกมาหยุดยืนอยู่ที่รั้วของขอพักและมองกลับเข้าไป ในจอไลฟ์สดของฉันฉายภาพเงาของบรรดาวิญญาณอาฆาตทั้งหลายไว้ได้ ผู้ชมต่างพากันคอมเมนต์            (เฮี้ยนของจริง น่ากลัวมาก)            (ผมไม่รู้หรอกนะว่าจัดฉากไหม แต่ถ้าไม่ มันก็น่ากลัวขนหัวลุกมาก)            (สักวันฉันจะต้องไปลองของบ้าง)            ตะวันทรุดตัวลง เขาคงเสียเลือดไปมาก ฉันถอดเสื้อคลุมตัวนอกของฉันแล้วนำมาพันไว้ที่แขนของเขาเพื่อให้เลือดไหลช้าลง            “ไปโรงพยาบาลก่อนนะ” ฉันบอกเขา            “คุณเป็นอย่างไรบ้าง” เขาถามพลางเอื้อมมือมาประคองฉันไว้ ฉันสะบัดตัวออกตามสัญชาตญาณ ไม่เคยมีใครเข้าใกล้ฉันขนาดนี้            (เอาแต่ใจจริงนะแม่คุณ)            (กล้าดียังไงมาสะบัดคนหล่อขนาดนี้ออก)            (มากอดฉันแทนก็ได้นะ เชอะ อิจฉา)            ฉันปิดไลฟ์สดลงด้วยหมั่นไส้แม่สาวๆทั้งหลายเหล่านั้น “ไปโรงพยาบาลกันก่อน ฉันไม่เป็นอะไร คุณพอจะขับรถไหวไหม” ฉันถาม            “ไหวครับ” เราทั้งคู่ไปที่โรงพยาบาล หมอทำแผลให้ตะวัน บาดแผลเขาลึกพอสมควรต้องทำการเย็บหลายเข็ม            “แผลสกปรกมากเลยนะครับ ควรดูแลให้ดีๆนะ ระวังจะติดเชื้อ” หมอคนที่ทำแผลให้กล่าวกับตะวัน เขาพยักหน้าขอบคุณ หลังจากที่หมอออกไป เขาจึงหันมาถามกับฉันว่าทำไมไม่ยอมทำแผลด้วย เพราะฉันก็โดนเศษกระจกบาดที่เท้าด้วยเช่นกัน แต่มันเล็กน้อยมากและฉันก็ไม่อยากเสียเงิน ดูโรงพยาบาลที่เขามาสิ ค่ารักษาต้องแพงหูฉี่แน่ๆ            “ฉันไม่มีเงินน่ะ” ฉันตอบเขาไป เขาทำหน้านิ่วคิ้วขมวดใส่แล้วบอกกับฉันว่า “ผมจะจ่ายให้เอง คุณต้องมาเจ็บตัวเพราะผมเป็นคนต้องการให้คุณไปที่หอพักร้างนั่นกับผม ค่ารักษานี้ไม่เกี่ยวกับส่วนที่เหลืออีก 3 หมื่นหรอกนะ”            ฉันมองหน้าเขาและกำลังจะพูดว่าไม่ต้องหรอกฉันไม่ได้เจ็บอะไรมาก แต่ฉันก็ยังไม่ทันจะได้อ้าปาก เขาก็เรียกพยาบาลให้พาฉันไปดูแลทำแผลที่เท้าของฉัน            หลังจากทำแผลเสร็จ ตะวันก็พูดกับฉันว่า “ผมจะโอนเงินส่วนที่เหลือให้คุณ แล้วถ้าคุณไม่อยากทำงานนี้ต่อแล้ว ผมก็ไม่ว่าอะไร วันนี้คุณเกือบตายเพราะผม”            ใช่ เราสองคนเกือบตายเพราะผี แต่มีบางสิ่งที่ทำให้เรารอดออกมาได้ มีดโบราณที่ฉันซื้อมาจากร้านขายของเก่า ฉันเห็นคนดูเรียกมันว่ามีดหมออาคม ฉันนึกย้อนกลับไปในตอนที่เผชิญหน้ากับผี มีดเล่มนี้มันสั่นและมีความร้อนแผ่ออกมาราวกับมันมีชีวิต            ตะวันขับรถไปส่งฉันที่บ้าน ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู รายได้จากการไลฟ์สดเมื่อคืนนี้มันมากเกือบหนึ่งหมื่นบาทเลยทีเดียว ฉันทำงานสองวันแต่มีรายได้มากกว่าตอนที่ทำงานเป็นแม่บ้านทั้งเดือนเสียอีก ไหนจะเงินค่าจ้างจากตะวันตั้ง 5 หมื่นบาทอีก            รุ่งเช้าฉันไม่รอช้ารีบเดินทางไปที่โรงพยาบาลเพื่อติดต่อทำเรื่องย้ายน้องชายฉันไปที่โรงพยาบาลแห่งใหม่ที่ดีกว่าเดิม น้องชายฉันจะได้รับการดูแลอย่างดี            ฉันกลับบ้านพร้อมด้วยอาการแปลกๆ ฉันรู้สึกคลื่นไส้ตลอดเวลา ฉันอาเจียนออกมาเป็นเลือดสีดำและได้กลิ่นเหม็นอยู่รอบตัวบ่อยครั้ง เท้าฉันก็เจ็บเดินไปไหนก็ลำบาก            ตะวันมาเยี่ยมฉันที่บ้านทุกวันแม้ว่าเขาก็บาดเจ็บเช่นเดียวกัน เขามักจะซื้อของกินมาให้ฉันเสมอๆ ไม่เคยมีใครดีกับฉันแบบนี้มาก่อน            เขาต้องการอะไรจากฉันกันแน่ ฉันไม่ได้มีอะไรที่เขาควรมาเสียเวลาด้วย ฉันมองเขาด้วยแววตาระคนความสงสัย            “ถ้าคุณหายดี เราจะได้ไปกำจัดผีพวกนั้นกัน ผมเห็นตอนที่คุณใช้กริชแทงไปกลางอากาศ แล้วมันมีควันสีดำพุ่งออกมา ทำให้ผมมั่นใจว่าคุณเห็นผีจริงๆและจัดการพวกมันได้” เขาบอก ฉันก็เพิ่งรู้ว่ามีดที่ฉันซื้อมานั้นมันเรียกว่ากริช ถึงว่ารูปร่างมันถึงประหลาดไม่เหมือนมีดธรรมดาๆ            “คุณจะบ้าเหรอ ฉันไปทำรายการผีนะ ไม่ได้ไปกำจัดผี แล้วเราก็เกือบเอาชีวิตไปทิ้งที่นั่นนะ ไม่มีทางที่ฉันจะกลับไปที่นั่นอีก”