ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 150 คนสมัยโบราณเองก็ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน

           

            บางทีชายาอวี้อาจปากแข็ง

             

            ใช่ว่าผู้หญิงทุกคนจะมีจิตใจกว้างขวางยินยอมให้สามีมีบ้านเล็กบ้านน้อยได้

             

            โดยเฉพาะชายาอวี้ที่มีใบหน้างดงามราวนางฟ้าเช่นนี้เกรงว่า นางคงมิวันยินยอมอย่างแน่นอน

             

            หมิงเยว่ชักสายตามิพึงพอใจไปทางหลินเมิ้งหยาแต่นางก็รีบปรับอารมณ์ให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว

             

            ช่วงนี้นางเอาอกเอาใจพระสนมเต๋อเฟยมากเป็นพิเศษอีกทั้งยังได้ผลเกิดคาด

             

            พระสนมเต๋อเฟยตรัสออกมาเองว่าจะทำให้อ๋องอวี้รับนางเป็นชายารองให้ได้

             

            หลินเมิ้งหยาไม่เห็นด้วยแล้วอย่างไรเล่าถึงอย่างไร คนที่เป็นผู้ตัดสินก็คือพระสนมเต๋อเฟย

             

            ดังนั้นนางจึงรู้สึกสบายใจไปหนึ่งเปราะ ดังนั้นจึงเล่นละครประหนึ่งภรรยาอนุผู้น่าสงสาร

             

            ในเมื่อมิอาจโดดเด่นเทียบเท่าหลินเมิ้งหยาได้เช่นนางนางใช้ความน่าสงสารมาทำให้ทุกคนใจอ่อนก็ได้นี่นา

             

            พระชายารองตู๋กูมองบรรยากาศมาคุระหว่างทั้งคู่ออกหยักยิ้มมีเลศนัย ก่อนจะเดินไปหาแขกเหรื่อคนอื่น

             

            ป๋ายจื่อที่อยู่ด้านหลังตลอดเวลาเบะปาก

             

            “ทำตัวน่าสงสารให้ใครดูมิทราบ?ทำตัวประหนึ่งนายหญิงของข้าชอบกลั่นแกล้งรังแกเมียน้อยอย่างไรอย่างนั้น”

             

            หลินเมิ้งหยายกชาหอมขึ้นจิบ

             

            “ก็ให้คนทั้งใต้หล้าดูอย่างไรเล่าแต่ข้าชอบบทหญิงร้ายมากกว่า”

             

            ป๋ายจื่อกับป๋ายซูสบตากันด้วยความตกตะลึง

             

            นับตั้งแต่วันที่เยว่ถิงตายจากไปนานมากแล้วที่นางมิได้พูดจาสมกับเป็นตัวเองเช่นนี้

             

            ดูเหมือนนายหญิงของนางจะกลับมาเป็นปกติแล้ว

             

            ดูเหมือนน่ะนะ!

             

            “ไท่จื่อเสด็จ....อ๋องอวี้เสด็จ...”

             

            ขันทีร้องประกาศสองครั้งในที่สุดเหล่าชายหนุ่มที่ตกเป็นขี้ปากของคนทั้งเมืองก็ปรากฏตัว

             

            เรื่องของไท่จื่อจอมหลบหนียังไม่ทันหายเรื่องของหลงเทียนอวี้กลับดังขึ้นมาแทนที่

             

            ตอนนี้คนทั้งเมืองล้วนส่งเสียงซุบซิบนินทาฝ่ายชายทั้งสอง

             

            สีหน้าของฝ่ายชายทั้งสองมิได้ดูผ่อนคลายเลยแม้แต่น้อย

             

            สีหน้าของไท่จื่อดูเป็นกังวลเพียงมองปราดเดียว หลินเมิ้งหยาก็เดาได้ว่าช่วงนี้ไท่จื่อจะต้องถูกฮองเฮาตำหนิไม่น้อยเลยทีเดียว

             

            มิเช่นนั้นใบหน้าเศร้าสลดนั้นคงมิเจือไว้ซึ่งความรู้สึกไม่พึงพอใจ

             

            ทว่าสีหน้าของหลงเทียนอวี้ แม้จะไม่น่ามองแต่ถึงกระนั้นก็เป็นเพียงสีหน้าเย็นชาเฉกเช่นเวลาปกติ

             

            แต่เมื่อทั้งสองปรากฏตัวพร้อมกันมันจึงดูผิดปกติแต่เพียงเท่านั้น

             

            “น้องสามข้าที่เป็นพี่ใหญ่หวังเหลือเกินว่าเจ้าจะพิจารณาให้ดีโอกาสเช่นนี้ใช่ว่าจะหามาได้ง่าย ๆ”

             

            ไท่จื่อกระซิบน้ำเสียงเจือไว้ซึ่งความโกรธ

             

            “ขอบพระทัยในความหวังดีของไท่จื่อและฮองเฮาแต่เรื่องนี้จำเป็นต้องทูลขออนุญาตจากเสด็จพ่อก่อนจึงจะสามารถดำเนินการได้”

             

            หลงเทียนอวี้ยังยืนยันคำเดิมดังนั้นฮองเฮาจึงเรียกตัวเขาเข้าวังแต่เช้า

             

            อ้างว่าต้องการปรึกษาเรื่องเทศกาลวันไหว้พระจันทร์แต่ความจริงแล้วต้องการพูดโน้มน้าวให้เขารับหมิงเยว่มาเป็นชายา

             

            หลงเทียนอวี้ปฏิเสธโดยไม่ลังเลแต่กลับทำให้สีหน้าของไท่จื่อและฮองเฮาแสดงออกถึงความประหลาดใจ

             

            “อย่านำความรู้สึกมาตัดสินเลยข้ารู้ว่าเจ้ากับชายาของเจ้ารักกันปาจจะกลืนกินแต่หมิงเยว่เองก็หลงใหลในตัวเจ้ามาก”

             

            หากมิใช่เพราะหมิงเยว่ยืนกรานที่จะแต่งงานกับหลงเทียนอวี้ ไท่จื่อคิดอยากจะขอนางมาเป็นชายารองอีกคน

             

            การแต่งงานสำหรับราชวงศ์แล้ว นับเป็นการสร้างความร่วมมือกันอย่างหนึ่ง

             

            ทว่าหลงเทียนอวี้กลับไม่คิดเลือกใช้วิธีนี้

             

            “ไท่จื่อโปรดวางพระทัยเฉินตี้จัดการเรื่องนี้เองได้”

             

            สายตาชำเลืองมองหญิงสาวร่างผอมบางในชุดสีม่วงอ่อน

             

            หัวใจสั่นไหวหลงเทียนอวี้จบบทสนทนาน่ารำคาญของไท่จื่อด้วยการสาวเท้ายาว ๆไปทางที่นั่งของแขกฝ่ายหญิง

             

            หมิงเยว่รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก

             

            หลายวันมานี้เพื่อสร้างโอกาสให้กับนางและหลงเทียนอวี้ พระสนมเต๋อเฟยจึงมักตามตัวอ๋องอวี้ไปที่ตำหนักหยาเสวียนเพื่อสนทนากัน

             

            บางทีรอยยิ้มอ่อนหวานของนางอาจจะตราตรึงอยู่ในหัวใจของหลงเทียนอวี้แล้วก็เป็นได้

             

            เมื่อเทียบกับชายาที่เอาแต่นอนรักษาตัวอยู่ในตำหนักนอกจากพระสนมเต๋อเฟยจะรู้สึกไม่พึงพอใจ หลงเทียนอวี้เองก็น่าจะมองเห็นนางอยู่ในสายตาขึ้นมาบ้างแล้ว

             

            หัวใจเปี่ยมไปด้วยความหวังหวังเหลือเกินว่าหลงเทียนอวี้จะหยุดยืนต่อหน้าตนเอง ส่งยิ้มและทักทายนาง

             

            ทว่าร่างสูงโปร่งหล่อเหลากลับมิได้ตรงมาหานางเขาอ้อมไปอีกด้านหนึ่ง

             

            อย่าว่าแต่ทักทายเลยแม้แต่สายตายังมิชำเลืองมอง

             

            ร่างสูงสง่าเดินไปทางหลินเมิ้งหยาที่กำลังนั่งจิบชาสีหน้าของหลงเทียนอวี้แปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน

             

            “ร่างกายเป็นอย่างไรบ้าง?ต้องการกลับไปพักผ่อนก่อนหรือไม่? ” 

             

            ส่งเสียงแผ่วเบาอันเจือไว้ซึ่งความอ่อนโยนเอ่ยถามหญิงสาวตรงหน้าเขาไม่สนใจคนรอบข้างที่กำลังอ้าปากค้างเลยแม้แต่น้อย

             

            “ยังสบายดีเพคะท่านอ๋อง”

             

            เงยหน้าหยักยิ้ม คนรอบข้างหยุดส่งเสียงนินทาเกี่ยวกับชายาอวี้ทันที

             

            องค์หญิงหมิงเยว่หรือจะสู้คนที่อ๋องอวี้ส่งยิ้มให้ได้

             

            เมื่อแขกเข้ามาในงานแล้วหลงเทียนอวี้จึงกลับไปยังที่นั่งแขกฝ่ายชาย

             

            มิรู้ว่าเพราะตั้งใจหรือไม่ใส่ใจตำแหน่งที่นั่งของหลงเทียนอวี้จึงอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับองค์หญิงหมิงเยว่

             

            หลินเมิ้งหยาแค่นหัวเราะเสียงเย็นคิดหรือว่าเพียงเท่านี้จะสามารถทำให้ทั้งคู่ตกหลุมรักกันได้

             

            ไร้เดียงสา!

             

            สายตาของหลงเทียนอวี้มิเคยเหลือบมองทางหมิงเยว่เลยแม้แต่น้อย

             

            อย่าว่าแต่สบตาเลยแม้หมิงเยว่จะส่งตาหวานเยิ้มไปเต็มคันรถ เกรงว่าหลงเทียนอวี้คงคว่ำทิ้งทั้งหมด

             

            กลับกันสายตาของเขาจ้องมองเพียงใบหน้าของหลินเมิ้งหยา

             

            เมื่อมั่นใจแล้วว่านางไม่เป็นอะไรเขาจึงหันหน้าไปคุยกับแขกคนอื่น

             

            “ข้ารู้อยู่แล้วว่าท่านอ๋องรักพระชายาที่สุด”

             

            ป๋ายจื่ออดที่จะเอ่ยออกมาอย่างภาคภูมิใจไม่ได้นางลืมคำพูดว่าร้ายหลงเทียนอวี้เมื่อตอนบ่ายไปจนหมดสิ้น

             

            “เอาล่ะอย่าพูดจาไร้สาระเลย ป๋ายซูพยุงข้าลุกขึ้นที พวกเราไปพักผ่อนกันที่สวนดีกว่า”

             

            ไม่ว่าอย่างไรร่างกายของหลินเมิ้งหยาก็ยังคงไม่แข็งแรงดังเดิม

             

            แม้ว่างานเลี้ยงจะใหญ่โตทว่า นางกลับรู้สึกหดหู่ใจ

             

            สาวใช้ทั้งสองพยุงร่างของหลินเมิ้งหยาออกไปจากงานเลี้ยง

             

            เมื่อหลงเทียนอวี้เห็นร่างบางหายไปจากที่นั่งเขาเริ่มกระวนกระวาย

             

            คิดอยากตามออกไปแต่กลับถูกไท่จื่อรั้งเอาไว้

             

            “น้องสามพวกเรามาดื่มด้วยกันสักหนึ่งจอกเถิด ก่อนหน้านั้นพี่ใหญ่ผิดเองเจ้าอย่าได้ใส่ใจไปเลย”

             

            ไท่จื่อยกแก้วเหล้าขึ้นพร้อมทั้งหัวเราะเสียงดัง

             

            หลงเทียนอวี้จำใจแม้จะไม่อยากทำเช่นนี้ แต่ก็ต้องดื่มเหล้ากับไท่จื่อต่อ

             

            หลินเมิ้งหยามีป๋ายจื่อกับป๋ายซูคอยดูแลคงไม่เป็นอะไร

             

            แม้สวนของไท่จื่อจะไม่สวยงามหรูหราเหมือนในวังแต่ก็เงียบสงบ

             

            ทั้งหญ้าและก้อนหินล้วนผ่านการทำหัตกรรมมาแล้วทั้งนั้นดังนั้นจึงงดงามและมีเอกลักษณ์

             

            ลมหนาวยามค่ำคืนพัดพาเอาความโศกเศร้าในหัวใจของนางออกไปดังนั้น นางจึงออกเดินเล่นในสวนของไท่จื่อ

             

            นางกำนัลที่รับหน้าที่ดูแลอาหารภายในงานเลี้ยงถืออาหารผ่านร่างหลินเมิ้งหยาไป

             

            อยู่ ๆหลินเมิ้งหยาร้องเรียกหนึ่งในนั้นเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยถามอย่างไม่ใส่ใจ

             

            “ข้างในนั้นคืออะไร?”

             

            นางกำนัลที่ถูกเรียกแม้จะไม่รู้ว่าแขกผู้มเกียรติตรงหน้าเป็นใคร แต่ก็ตอบกลับอย่างมีมารยาท

             

            “ตอบฮูหยินนี่คือยู่ลู่เกิงเจ้าค่ะ”

             

            “อ๋อที่แท้ก็เป็นเจ้านี่นี่เอง เพราะเหตุนี้ข้าจึงได้กลิ่นหอมสินะ”

             

            หลินเมิ้งหยาเอ่ยพร้อมรอยยิ้มก่อนจะปล่อยนางกำนัลไป

             

            “นายหญิงหรือท่านอยากกินยู่ลู่เกิงหรือเจ้าคะ?”

             

            ดวงตาของป๋ายจื่อเปล่งประกายน้อยครั้งนักที่นายหญิงจะอยากกินอะไร แต่อยู่ ๆ นางก็รู้สึกสนใจยู่ลู่เกิงขึ้นมาฉะนั้นตัวเองต้องคว้าโอกาสนี้มาให้ได้

             

            “ไม่หรอกพวกเราไปกันเถอะ ไปดูทางนู้นกัน”

             

            ครุ่นคิดแม้หลินเมิ้งหยาจะรู้สึกประหลาดใจ แต่สุดท้ายก็มิได้ใส่ใจ

             

            ด้านหลังห้องจัดงานเลี้ยงห้องพักแถวหนึ่งถูกเตรียมไว้ให้แก่ผู้ร่ำสุราจนเมามาย

             

            หลินเมิ้งหยาก้าวไปเพียงไม่กี่สิบก้าวกลิ่นหอมแปลกประหลาดบางอย่างลอยคละคลุ้งอยู่กลางอากาศ

             

            “นายหญิงพวกเราเข้าไปพักผ่อนข้างในกันเถิดเจ้าค่ะ”

             

            ป๋ายจื่อเสนอหลินเมิ้งหยาพยักหน้าลง ก่อนจะพาสาวใช้ทั้งสองไปพักที่ห้องหนึ่ง

             

            “อย่าจุดไฟข้าอยากหลับสักประเดี๋ยว”

             

            ภายใต้ความมืดหลินเมิ้งหยานั่งอยู่บนเตียง ป๋ายซูมีประสาทการฟังดีที่สุดดังนั้นจึงยืนคุ้มกันอยู่ข้างเตียง

             

            มีเพียงป๋ายจื่อที่ยังคงคิดถึงขนมยู่ลู่เกิงนางหาข้ออ้าง ก่อนจะแอบไปที่ห้องครัว

             

            ภายในห้องพักค่อนข้างเงียบดังนั้นจึงได้ยินกระทั่งเสียงต้นไผ่ลู่ลม

             

            หลินเมิ้งหยามิได้หลับตาลงแต่กลับลืมตาโตพลางมองเหตุการณ์ด้านนอก

             

            “นายหญิงยู่ลู่เกิงมีอะไรผิดปกติหรือเจ้าคะ?”

             

            ป๋ายซูเป็นคนรอบคอบดังนั้นนางจึงสังเกตเห็นความผิดปกติ

             

            หลินเมิ้งหยาพยักหน้าลงตอนนี้นางทำได้เพียงเดาเท่านั้น

             

            ไม่นานเสี่ยวซีสองสามคนอุ้มร่างใครบางคนเข้ามาทางนี้

             

            คนผู้นั้นน่าจะเมาดังนั้นเขาจึงปล่อยให้เสี่ยวซีแบกร่างมา

             

            ทว่าหลังจากเข้าไปยังห้องฝั่งตรงข้าม พวกเขามิได้จุดไฟ แต่กลับแอบย่องออกมาเงียบ ๆ

             

            คนผู้นั้นเป็นใคร?หลินเมิ้งหยานึกสงสัย ดังนั้นจึงพาป๋ายซูออกจากห้องไป

             

            ประตูถูกลงกลอนจากทางด้านนอกดึงกิ๊บติดผมออกมา ก่อนจะเริ่มสะเดาะกลอน

             

            “นายหญิง.....”

             

            “แกร๊ง”

             

            กลอนสมัยโบราณสะเดาะยากยิ่งนักหลินเมิ้งหยาพยายามอยู่นานก็ไม่เป็นผล

             

            “นายหญิง...”

             

            “แกร๊งอย่าเพิ่งส่งเสียง”

             

            ลองดูอีกหลายครั้งเหตุใดจึงเปิดไม่ออก?

             

            หลินเมิ้งหยาเริ่มสบถในใจนี่หนังสมัยโบราณล้วนหลอกลวงทั้งสิ้นอย่างนั้นหรือ?

             

            “นายหญิง...”

             

            “แกร๊ง!ถ้าถูกเจอเข้าจะทำอย่างไร?”

             

            หลินเมิ้งหยาเริ่มร้อนใจยื่นมือไปปิดปากป๋ายซู

             

            เด็กคนนี้ปกติเป็นคนเงียบขรึมเหตุใดวันนี้พูดมากเหลือเกิน

             

            “นายหญิงข้าเพียงแต่อยากบอกว่าท่านทำผิดเจ้าค่ะ”

             

            สะบัดหน้าหนีออกจากมือของหลินเมิ้งหยาอย่างยากลำบากก่อนจะรีบเอ่ย

             

            นางหันหน้าไปมองหน้าสาวใช้ของตนเอง สีหน้าเสมือนคนกำลังกลืนไม่เข้าคายไม่ออกหลินเมิ้งหยาหัวเราะแห้ง ๆ ก่อนจะดึงกิ๊บกลับไปติดผมดังเดิม

             

            “ต้องเปิดอย่างนี้เจ้าค่ะท่านลุกขึ้นก่อนเถิด”

             

            หลินเมิ้งหยารีบกระโดดหลบป๋ายซูถอนแหวนวงหนึ่งออก

             

            มิรู้ว่าเป็นแหวนประเภทไหนเพียงกดในตัวแหวน มันจึงเปลี่ยนรูปร่างเป็นเข็มเหล็กขนาดเท่าไม้จิ้มฟัน

             

            ป๋ายซูสะเดาะกลอนอยู่สองสามครั้งไม่นานกลอนก็ถูกสะเดาะออก

             

            “ว้าวป๋ายซูของข้า เจ้าเก่งขนาดนี้เชียวหรือ”





             

    คล้ายกับเรื่องข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668