“พวกเ้า..พวกเ้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง … เหตุใดไม่ไปที่สถานกักกัน!?” เหล่าซานที่ยามนี้หลบอยู่ข้างแผงเต้าฮวยของตนเองะโถาม ข้างตัวมีพ่อค้าแผงก๋วยเตี๋ยวคู่ปรับเก่ายืนเบียดกันอยู่อย่างสามัคคี
“นั่นสิ.. มาทำอะไรกลางตลาด คิดจะแพร่เชื้อให้พวกเราตายกันหมดรึไง!?” แม่ค้าขนมเปี๊ยะะโมาจากถนนอีกฟาก แผงฝั่งโน้นคึกคักกว่าฝั่งนี้มากคนเกือบร้อยยืนเบียดกันแน่นขนัดคล้ายกับว่าพวกเขาไม่กล้าขยับตัว
หากจะเอ่ยถึงตลาดยามนี้สถานที่ที่ว่างที่สุดก็คือแผงของไป๋ซูเถียน สองแม่ลูกยืนอยู่หน้าโต๊ะรักษาด้วยท่าทางกระวนกระวาย ผู้เป็มารดาเห็นคนสองคนนั่งอยู่ด้านหลังโต๊ะยาไม่รู้ใครเป็ใครก็รีบทรุดตัวลงคุกเข่าเอ่ยประโยคเดิมอีกครั้ง “ท่านหมอเทวดา ได้โปรดช่วยลูกของข้าด้วยเถิด ได้โปรดช่วยเขาด้วย!!” น้ำเสียงเจือสะอื้นเอ่ยขอร้องอย่างสงสาร
“นางพูดถึงหมอเทวดาอะไรกัน... หมายถึงหมอเกาหรือ?” เสียงหนึ่งเอ่ยถาม
พวกเขาเรียกไป๋ซูเถียนว่าหมอน้อย นั่นก็เพราะนางไม่ได้ปิดบังว่าตนเองกำลังศึกษาวิชาแพทย์ กลุ่มพ่อค้าและชาวบ้านที่มารับการรักษาทราบดีว่าหมอที่แท้จริงแถวนี้มีเพียงเกาเหลียงเท่านั้น..แต่เขาจะใช่หมอเทวดาหรือ?
อย่างไรก็ช่าง โรคแผลศิลาไม่มีทางรักษาได้!
“ใครก็ได้เรียกทหารมาที!” เสียงใครบางคนะโขึ้น
“อย่านะ…!” หญิงสาวยากไร้ตื่นตระหนกอย่างมาก… ทุกคนรู้ดีว่าผู้ที่เข้าไปในสถานกักกันไม่มีใครได้กลับมา ในนั้นไม่ใช่สถานที่รักษาตัว… เป็เพียงดินแดนที่ใช้สำหรับกักขังผู้ป่วยไม่ให้ออกไปแพร่เชื้อด้านนอกเท่านั้น
..ลูกของนางเพิ่งอายุสี่ขวบ นางจะทำใจปล่อยเขาเข้าไปได้อย่างไร?
ใบหน้าซีดขาวเงยขึ้นมองเห็นเกาเหลียงก็ตาเป็ประกาย มือทั้งสองอุ้มลูกน้อยไว้ ขณะคลานเข่าเข้าไปหาเขาอย่างน่าเวทนา “ท่านหมอ ท่านคือหมอเทวดาใช่หรือไม่? ได้โปรด... ช่วยลูกข้าด้วย! ข้าไม่มีทางอื่นอีกแล้ว!”
เกาเหลียงเป็หมอมาหลายปีโรคแผลศิลานี้ก็ไม่ใช่ไม่เคยเห็น แต่เมื่อจู่ๆ ถูกผู้ป่วยโรคติดต่อร้ายแรงพุ่งตัวเข้ามาก็ยังอดถอยหลังไปก้าวหนึ่งอย่างใไม่ได้ “เข้าใจผิดแล้ว.. ข้าไม่ใช่หมอเทวดา! อีกอย่าง..โรคของลูกชายเ้า ข้าหรือหมอคนไหนก็ไม่อาจช่วยได้!”
“แต่ร้านยาเว่ยถิงบอกข้าว่ามีหมอเทวดา ขายยาและตรวจโรคอยู่ที่ถนนสายนี้ ยาของท่านสามารถรักษาได้ทุกโรค!”
“ร้านยาเว่ยถิง…?!” อ้อ.. ที่แท้เป็พวกนั้นตั้งใจกลั่นแกล้ง ส่งผู้ป่วยโรคนี้มาไล่ลูกค้าของพวกเขาไป
“แม่นาง เ้าถูกหลอกแล้ว ที่นี่ไม่มีหมอเทวดา และข้าก็รักษาโรคแผลศิลานี้ไม่ได้ด้วย” เกาเหลียงเอ่ย พลางมองแม่ลูกคู่นี้อย่างสงสาร ถูกหลอกจนเผยตัวออกมากลางตลาดเช่นนี้ คงหนีการจับกุมไม่ได้แล้ว
“พวกเขา..พวกเขาหลอกข้าหรือ?” เสียงแ่ระโหยเอ่ยกระซิบพลางส่ายหน้าไปมาคล้ายไม่อยากเชื่อ
หลายวันก่อนบุตรของนางป่วยเป็โรคร้าย คนในหมู่บ้านรังเกียจพวกนาง แม้แต่สามีก็คิดจะส่งตัวลูกของนางให้สถานกักกันไป ทว่านางไม่ยินยอม ที่แห่งนั้นไม่ต่างจากที่พักรอความตาย นางไม่อาจทำใจปล่อยลูกน้อยไปพบความโหดร้ายนั้นเพียงลำพังได้ จึงตัดสินใจแอบพาเขาหนีออกมา
หลายวันที่หลบๆ ซ่อนๆ เพื่อหนีการติดตาม ทรัพย์สินที่ติดตัวมาก็ขายแลกกับยาลดอาการเ็ปของลูกน้อยไปจนหมด แต่ลูกของนางกลับเจ็บหนักขึ้นทุกวัน นางรู้ดีว่า อีกไม่นานเขาคงจะทนต่อไปไม่ไหว.. ขณะกำลังสิ้นหวังกลับได้ยินจากร้านยาเว่ยถิงว่าถนนสายนี้มีหมอเทวดาที่สามารถรักษาได้ทุกโรค นางจึงตัดสินใจพาลูกชายออกมาตามหา
ความหวังสุดท้ายที่จะรักษาชีวิตลูกไว้.. จะบอกว่ามันเป็เื่หลอกลวงหรือ?
น้ำตาของผู้เป็มารดาไหลลงมาเป็สาย สีหน้าว่างเปล่าก้มลงมองบุตรชาย คล้ายไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป
ทุกคนในเมืองหลวงรู้ดีถึงความเ้าเล่ห์และเห็นแก่ตัวของร้านยาเว่ยถิง รู้เช่นนี้ก็รู้สึกเห็นใจพวกนางแม่ลูกอยู่บ้าง ..เสียดาย อย่างไรก็ไม่มีใครกล้าเอาตัวเข้าไปพัวพันกับโรคร้ายแรงนี้
ไป๋ซูเถียนเป็ผู้เดียวที่ไม่พูดอะไรออกมา เพียงแค่จ้องมองาแบนใบหน้าเด็กน้อยนิ่ง เด็กน้อยวัยสี่ขวบยังคงมีท่าทางเ็ปแม้ในยามนอนหลับ เมื่อน้ำตาของมารดาหยดลงบนใบหน้า เขาจึงค่อยขยับตัวยุกยิก
“คุณหนูนี่คือโรคติดต่อร้ายแรง หากพวกเรายุ่งเกี่ยวกับเื่นี้ต่อให้ไม่ติดโรคมา วันหน้าคงไม่มีใครกล้าเข้าใกล้พวกเราอีก” เกาเหลียงเห็นหญิงสาวมองเด็กน้อยอยู่นาน เกรงว่านางจะใจอ่อนจนนำภัยมาสู่ตนเอง
ไป๋ซูเถียนมองเกาเหลียง ก่อนจะหันไปมองเด็กน้อยอีกครั้ง ‘ไม่มีใครเห็นสินะ… ไอมารนั่นน่ะ!’
แผลขรุขระที่ถูกเรียกว่าแผลศิลา สำหรับนางกลับเห็นเป็ไอมารสีดำกลุ่มหนึ่งที่ติดแน่นอยู่บนใบหน้าของเด็กน้อย!
จริงสิ… ในนิยายเคยพูดถึงยามที่นางมารไป๋ซูเถียนทำลายแคว้นหนิงด้วยไอมาร คนในแคว้นขอเพียงสวมชุดแดงทั้งหมดล้วนถูกไอมารจากนางร้ายกัดกร่อนจนร่างกายพุพองเน่าเฟะ แหลกเหลวตายไปจนสิ้น …
ที่แท้ก็คือโรคนี้เอง …
“ฮือออ... เจ็บจัง ... ฮือออ...” ทันทีที่รู้สึกตัว เด็กน้อยก็ส่งเสียงร้องโยเยออกมา แผลบนหน้าเขาทั้งแสบทั้งปวดคล้ายถูกบางอย่างกัดกร่อนอยู่ตลอดเวลา …ดีว่าเมื่อครู่ฤทธิ์ยาทำให้เขาหลับพักไปได้บ้าง ...แต่ตอนนี้มันหมดฤทธิ์เสียแล้ว
“ท่านแม่...ข้าเจ็บจัง ฮือออ... ท่านแม่ ช่วยด้วย....”
“ลูกแม่ แม่ไม่ดีเอง ช่วยเ้าไม่ได้ ...” เห็นลูกเ็ปเพียงนี้กลับช่วยอะไรไม่ได้ ผู้เป็มารดาก็ยิ่งสะอื้นแทบจะขาดใจ หากเจ็บแทนเขาได้นางจะไม่รีรอเลย
เกาเหลียงเห็นแล้วก็นึกสงสาร เขาเอื้อมมือหยิบยาชุดแก้ปวดด้านหลัง โยนเบาๆ ไปด้านหน้าแม่ลูกคู่นั้น “รับไว้แล้วรีบไปเถิด อีกไม่นานมือปราบก็จะมาแล้ว” เสียงระฆังรวมพลแว่วมาจากจวนเ้าเมือง…แม้จะเห็นใจแต่ก็ไม่อาจเสี่ยงทำให้คุณหนูเดือดร้อนได้ เกาเหลียงจำต้องขอให้พวกนางจากไปก่อนที่เ้าหน้าที่จะมาถึง
ในเมื่อที่นี่ไร้ความหวังนางก็ไม่รู้จะอยู่ทำไม หญิงผอมบางเอื้อมมือหยิบยาตรงหน้าก่อนโค้งศีรษะให้เกาเหลียงหนึ่งครั้งคิดจะจากไป ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงหวานเอ่ยห้ามไว้
“เดี๋ยว.. ให้ข้าดูเขาหน่อย”
“คุณหนู!” เกาเหลียงห้ามไม่ทัน ไป๋ซูเถียนก็เดินอ้อมโต๊ะออกไปหาแม่ลูกคู่นั้นแล้ว
เด็กน้อยเหลือบตามองคนแปลกหน้าด้วยสีหน้ากึ่งหวาดกลัวกึ่งทุกข์ทรมาน น้ำตาหยดเล็กๆ ไหลออกมาขณะที่พยายามกลั้นเสียงร้องไห้เอาไว้อย่างสุดความสามารถ เขาเรียนรู้ว่าเวลามีคนอยู่ไม่ควรให้ใครรู้ว่าเขาป่วย...
เด็กคนนี้แท้จริงหน้าตาน่ารักมาก เสียดายใบหน้าซีกซ้ายถูกไอมารกัดจนเป็สีแดงดูน่ากลัว เนื้อบางส่วนปูดโปนขรุขระ เส้นสายสีดำซึมเข้าไปในแผล บางส่วนกระจายไปทั่วร่าง.. มองคล้ายตาข่ายสีดำเส้นเล็กครอบร่างของเด็กเอาไว้
‘อายุแค่นี้หากทิ้งไว้กับปราณมาร อีกไม่กี่วันก็คง...’ หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะปล่อยออกมาอย่างแ่เบา มือเรียวงามยื่นออกไปััาแนั้นท่ามกลางความตื่นตะลึงของทุกคน
“หมอน้อย!”
“คุณหนู!”
ััที่ได้รับเย็นจัด ทั้งแข็งและขรุขระ ...มิน่าล่ะจึงเรียกแผลศิลา
‘ฟุ่บ…’ ทันใดนั้นไอมารที่กำลังกัดกินเด็กน้อย ราวกับได้รับสัญญาณบางอย่าง พวกมันพร้อมใจกันไหลทวนกลับเข้าสู่มือของไป๋ซูเถียน พริบตาเดียว….ไอสีดำในร่างเด็กก็เข้าสู่ร่างของนางจนหมดเกลี้ยง!
เด็กสาวรู้สึกเจ็บแปลบคล้ายเข็มขนาดเล็กทิ่มที่มือของนาง ก่อนจะกระจายไปทั่วร่าง … ไป๋ซูเถียนตัวสั่นเบาๆ หนึ่งครั้ง แวบเดียวไอมารเ่าั้ก็หายสาบสูญไป
‘อย่างที่คิดเลย..’ สมเป็ร่างของนางมารอันดับหนึ่ง ร่างนี้ดูเหมือนจะสามารถดึงดูดไอมารเข้าร่างได้ดีมาก ทว่าที่มันสลายไปไป๋ซูเถียนกลับไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร
ช่างเถอะ ช่วยคนสำคัญกว่า…. ขนาดลูกแก้วมารทั้งลูกยังทำอะไรนางไม่ได้ นางย่อมไม่นึกกลัวปราณมืดก้อนเท่าฝ่ามืออยู่แล้ว
ไป๋ซูเถียนหลุบตาลงสบดวงตากลมบริสุทธิ์ของเด็กน้อยก็ส่งยิ้มสดใสออกมา “ไม่เป็ไรแล้วนะ...” มือของนางเปลี่ยนจากบริเวณแผลบนหน้าไปััศีรษะเบาๆ หนึ่งครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นถอยไป
เด็กน้อยมองตามมือข้างนั้นอย่างแปลกใจ ไม่รู้ทำไมมือข้างนั้นจึงทำให้เขารู้สึกสบายนัก ตอนนี้เขาไม่รู้สึกเจ็บแสบคัน หรืออะไรทั้งสิ้น
ทันทีที่ไป๋ซูเถียนดึงมือออกมา ทั้งตลาดก็เงียบสงัด พวกเขาไม่เห็นไอมารจึงเห็นเพียงว่าเด็กสาวยื่นมือออกไปลูบแผลของเด็กคนนั้นด้วยมือเปล่าเท่านั้น ... แต่ละคนมองไป๋ซูเถียนด้วยสายตากึ่งหวาดหวั่นกึ่งเศร้าใจ
“หมอน้อย นาง...ติดโรคแล้วหรือ?” เสียงหนึ่งเอ่ยแ่เบาคล้ายไม่อยากเชื่อ
“เช่นนั้น ..นางต้องออกไปจากตลาดน่ะสิ”
“เพ้ยย... เ้าพูดบ้าอะไร! เ้าสิออกไป”
“ข้าก็ไม่ได้อยากให้นางไป แต่หากเ้าหน้าที่ถามพวกเราจะบอกยังไงล่ะ?”
“ยังจะต้องบอกอะไรล่ะ ...ไม่ต้องบอกอะไรทั้งนั้นล่ะ!”
เสียงทะเลาะเบาะแว้งออกความเห็นดังลั่น… ในบรรดาพวกเขามีใครบ้างไม่เคยได้รับความช่วยเหลือจากนาง แผงยาของนางขายราคาถูกมาก บ่อยครั้งยังให้เปล่าด้วยซ้ำ เวลาปรึกษาก็ไม่เคยคิดเงิน นอกจากนั้นชื่อเสียงของแผงหมอ/ยา ยังดึงความสนใจทำให้คนมาเดินถนนเส้นนี้มากขึ้น ทำให้พวกเขาพลอยขายสินค้าได้มากไปด้วยเช่นกัน
นี่ยังไม่นับรอยยิ้มสดใส และคำพูดจาน่าฟังของนาง.. นับวันบรรยากาศของตลาดแห่งนี้ยิ่งครึกครื้นขึ้นมาก ไป๋ซูเถียนเปรียบเหมือนดวงตะวันที่สร้างแต่ความสุขและความสบายใจให้คนรอบข้าง ไม่ว่าพ่อค้าลูกค้าล้วนแต่อารมณ์ดี หัวเราะสนุกสนานได้ก็เพราะนาง…
เด็กสาวเช่นนี้ใครจะไม่รัก ไม่ชื่นชอบนางได้?
“คุณหนู ท่านเช็ดมือก่อน” เกาเหลียงส่งผ้าชุบน้ำร้อนให้นาง สีหน้าของเขาไม่มีความรังเกียจ มีเพียงความเป็ห่วงเท่านั้น
“ไม่ดีๆ …. ข้าว่าล้างมือเลยดีกว่า” เหล่าซานกุลีกุจอส่งกะละมังที่บรรจุน้ำอุ่นจัดเอาไว้ให้นาง
“คิดอีกที ข้าว่าโรคนี้ก็ไม่ได้ติดง่ายเพียงนั้น ..ดูสิ แม่เ้าเด็กนั่นกอดเขาไว้ตั้งนานยังไม่เป็อะไร” ป้าขายของทอดพูดขึ้น
“นั่นสิ หากติดง่ายดายเช่นนั้น พวกเราก็คงไม่รอดเหมือนกัน”
“ข้าเห็นด้วย…”
“คนดีอย่างนาง ์ย่อมคุ้มครอง”
“ใครเอาเื่นี้ไปแจ้งทางการ ต้องเจอข้าแน่!”
ไม่บ่อยนักที่พวกเขาจะสามัคคีกันเช่นนี้ หญิงสาวต่างมิติยิ้มกว้างมองพวกเขาอย่างซาบซึ้งในมิตรภาพที่ได้รับ ดวงตากลมโตเปล่งประกายระยับอย่างอารมณ์ดี
“ขอบคุณพี่ๆ ทุกท่าน ...จริงอย่างที่พวกท่านว่า โรคแผลศิลามิได้ร้ายแรงขนาดนั้นหรอกเ้าค่ะ”
ราวกับจะยืนยันในคำพูดของนาง เด็กน้อยที่อิงแอบอยู่ในอ้อมกอดมารดามาตลอดกำลังลุกขึ้นยืนช้าๆ
“เสี่ยวเป่า?!” ผู้เป็มารดามีสีหน้างุนงงอย่างมาก เหตุใดบุตรของนางจึงมีท่าทางไม่เ็ปแล้ว แถมยังดูแข็งแรงขึ้นทันตา
“ท่านแม่ ข้าไม่เจ็บแล้ว” เด็กน้อยเอ่ยเสียงใส พลางยื่นมือไปลูบหน้าของตนเอง ทันใดนั้นภาพมหัศจรรย์ก็ปรากฏขึ้น
แผลขรุขระสีแดงบนใบหน้าล่อนออกช้าๆ คล้ายกับเป็เพียงแผ่นยางที่แปะติดอยู่อย่างง่ายๆ ผิวด้านล่างนั้นเรียบเนียนไม่ต่างผิวจากบริเวณอื่นของเด็กน้อยเลย!!
‘……’ ยามนี้หากมีเข็มสักเล่มหนึ่งตก คนทั้งถนนคงได้ยินกันทั่ว
“เสี่ยวเป่า..เ้าหายแล้ว?!” มารดาเอ่ยเสียงแ่เบา และเสี่ยวเป่าก็พยักหน้ารับอย่างใสซื่อ
“ขอรับ.. ไม่เจ็บแล้ว” ราวกับรู้ว่าเป็ฝีมือใคร เด็กน้อยหันไปยิ้มไป๋ซูเถียนอย่างร่าเริง “ขอบคุณพี่สาวเทพธิดา” เขาไม่รู้ว่านางชื่ออะไร รู้เพียงแค่ว่านางงามมาก แถมยังมีพลังวิเศษช่วยขจัดความเ็ปของเขาออกไปได้ในพริบตา
ไป๋ซูเถียนได้ฟังคำเรียกนี้ก็หลุดหัวเราะออกมา เด็กสาวเอื้อมมือไปโยกศีรษะเล็กไปมาอย่างเอ็นดู “หืมม.. เด็กน้อยปากหวานจริง เ้าเรียกข้าว่าพี่ไป๋ก็พอแล้ว”
ระหว่างที่ทั้งสองคุยกัน ชาวบ้านรอบๆ ก็ค่อยได้สติขึ้นมาทีละคน กระทั่งตอนนี้พวกเขายังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
“คุณหนู เมื่อครู่นี้ท่านทำได้อย่างไร?” เกาเหลียงเอ่ยถามขึ้นเป็คนแรก
หญิงสาวส่งยิ้มให้เขา นางไม่อาจบอกเื่ไอมารได้ ดูจากอดีตของไป๋ซูเถียนก็พอรู้แล้วว่าคำว่ามาร น่ากลัวเพียงใดสำหรับคนในมิติแห่งนี้.. ยุ่งเกี่ยวกับมันย่อมไม่มีจุดจบที่ดีแน่นอน
แท้จริง….ั้แ่ตอนที่ตัดสินใจช่วยเด็กนางก็ได้คิดข้ออ้างนี้ไว้แล้ว “ที่จริงโรคนี้เกิดจากพิษ ท่านก็รู้ว่าข้าถนัดการใช้พิษต้านพิษ ดังนั้นเมื่อครู่นี้ข้าจึงฉวยโอกาสทายาให้เขา ไม่นึกว่าจะเห็นผลรวดเร็วเช่นนี้” หญิงสาวได้โอกาสโยนชื่อเสียงให้ตำรับยาของตนอย่างง่ายดาย
“ยาอะไรกัน จึงรักษาโรคนี้ได้!”
“หมอน้อย ท่านมีขายหรือไม่? เท่าไหร่ข้าก็ยอมจ่าย!”
เกิดความโกลาหลขึ้นทันทีที่ทราบว่าแผ่นดินนี้มียาที่ใช้รักษาโรคแผลศิลาได้ แม้ผู้ป่วยโรคนี้มีไม่มาก ทว่าแต่ไรมาพวกเขาล้วนลงเอยด้วยความตายทั้งสิ้น ดังนั้นยาที่ประสิทธิภาพล้ำเลิศเช่นนี้ย่อมไม่ต่างจากยาชุบชีวิต
“ขออภัยด้วย…ยานี้รุนแรงมาก ต้องให้ข้าเป็ผู้ทาให้เท่านั้น หากใครมีอาการแบบนี้ก็มาหาข้าแล้วกัน ข้าคิดไม่แพงอยู่แล้ว” หญิงสาวขยิบตาเอ่ยอย่างน่าเอ็นดู
“พี่ไป๋.. ขอบคุณที่ช่วยข้า” เสี่ยวเป่าโค้งศีรษะ ส่งยิ้มกว้างให้อย่างน่ารัก ขณะที่มารดาของเด็กน้อยยื่นเงินหนึ่งตำลึงมาตรงหน้า พยายามยัดเยียดเงินก้อนสุดท้ายในชีวิตให้นาง หญิงสาวไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร จึงดึงเสี่ยวเป่ามาหอมแก้มทีหนึ่ง
“ถือว่าข้าได้ค่ารักษาแล้วนะ”
“ฮ่าฮ่าฮ่า กำไรเ้าแล้ว เ้าเด็กน้อย” เหล่าซานหัวเราะลั่น ทำให้เสี่ยวเป่ายิ่งขัดเขินจนหน้าแดงก่ำ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางรักษาฟรี กับคนยากจนค่ารักษาของนางมักจะแปลกประหลาดเช่นนี้
‘อืมม.. แบบนี้มีความสุขกว่าเยอะเลย’ เสียงหัวเราะ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม นี่ล่ะสิ่งที่นาง้า
หญิงสาวคิดไปถึงสถานกักกันผู้ป่วยหาเป็ไปได้ก็อยากไปดูสักครั้ง หารู้ไม่… นั่นจะเป็สาเหตุให้นางได้พบกับคนที่ทั้งอยากพบและไม่อยากพบที่สุดในเวลาเดียวกัน