ตอนที่ 6 ความใจเย็น
เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ แม้แต่ตัวนางก็ยังงง และไม่เข้าใจว่าทำไมผู้อาวุโสระดับล่างเช่นนั้น ถึงกล้าตอแยผู้เฒ่าเซียงผาน ผู้ที่เป็นรองเพียงจ้าวนิกายได้ “ หึๆ งานประลองนี่ ต่อให้ข้าเข้าร่วมก็ไม่ได้อันดับดีเท่าไหร่หรอก อีกอย่างเรื่องราวภายในสำนัก ตัวข้ายังไม่เข้าใจความสัมพันธ์มิตร และศัตรูของอาจารย์ดี ดังนั้นหากข้าทำเรื่องเอิกเกริก ก็จะทำให้ชื่อเสียงอาจารย์เสื่อมเสียได้ เพราะงั้นรอไปซักหน่อยก็ไปเป็นไร ไม่ว่ายังไงตัวข้าที่เพิ่งเข้ามานิกายนี้ ก็ยังต้องปรับตัวในอะไรหลายๆอย่างอยู่ดี ” เสียงกล่าวอย่างใจเย็นของฟงหมิง ตัวเขาไม่ใช่คนใจร้อน อย่างพวกในนิยายทำ ที่ต้องเอาชีวิตตัวเองไปฝากไว้กับดวงชะตาอยู่เรื่อย และกระทำเรื่องที่เกินตัวต่อพลังตัวเอง แล้วสรรหาให้ผู้ที่อยู่เบื้องหลังต้องมาช่วยตามเช็ดตามล้าง ‘แม้เราจะมั่นใจว่าพลังและพรสวรรค์ของเราธรรมดา แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะยอมถูกพวกเขากดขี่.....ดังนั้นอะไรบางอย่างหากทำด้วยตัวเองได้ เราก็ไม่อยากพึ่งพาคนอื่นมากล่ะนะ’ นึกคิดภายในใจ ตอนนั้นไฟแห่งความมุ่งมั่น ก็ได้ถูกจุดภายในใจของเขา อย่างบังเอิญ จากตอนแรกที่ตัวเขาเพียงต้องการที่จะใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ แบบที่ไม่ต้องกังวลอะไรมากเพียงเท่านั้น แต่สถานการณ์ดูจะแอบบังคับเขาอย่างดูไม่อาจหลีกเลี่ยงได้แล้ว ส่วนทางอี้หลาน ตัวนางที่ได้ยินชายหนุ่มอธิบายมา ตัวนางกลับใจเย็นลงอย่างรวดเร็ว ก่อนที่นางจะส่งสายตางามที่แฝงไปด้วยความชื่นชมมอบไปให้ชายหนุ่มด้านข้างอย่างไม่ปิดบัง ซึ่งในตอนแรกนางเพียงที่ชื่นชมหน้าตาของเขา ที่หล่อเหลาจนทำให้ใจเต้นรัวเท่านั้น ทว่าตอนนี้พอเจอความใจเย็น บวกกับความมั่นใจที่แผ่ออกมา แม้จะต้องเจอกับการถูกรังแก ก็ทำให้หัวใจดวงน้อยๆของนางยิ่งถูกฉาบไปด้วยอารมณ์หลงสีชมพูแบบที่ไม่รู้ตัวไปอีกครั้ง และตอนนั้นเองระหว่างที่ทั้งสองกำลังเดินกลับไปยังหุบเขา ทางด้านบนเมฆ สูงขึ้นไปจากนิกาย 100 ลี้ เวลานั้นมีเงาของผู้คนนั่งอยู่ ระหว่างจิบชาโดยใช้เมฆเป็นโต๊ะชาดื่มจิบกันอยู่ ระหว่างภาพเบื้องหน้าที่พวกเขามองลงไป ก็เป็นภาพของฟงหมิง และอี้หลานกำลังพูดคุยกัน “ ศิษย์พี่......นี่ท่านไปหาลูกศิษย์แบบนี้ได้ที่ไหนกัน ดูนั่น การควบคุมอารมณ์ ความใจเย็น และการรับมือสถานการณ์ หากเป็นเด็กธรรมดาคนอื่น คงใช้ตำแหน่งท่านข่มขู่ผู้อู่เต๋าไปแล้ว แต่เด็กคนนี้ไม่ แถมยังคิดคำนึงถึงชื่อเสียงท่านอีก ” เสียงใสของชายที่ดูเป็นวัยรุ่นตอนต้น แต่ว่าผมของเขาที่สีขาวโพลนไปทั้งหมด ก็กล่าวออกมาอย่างอิจฉาในชายชราด้านข้าง ที่กำลังลูบเคลาของตัวเองอย่างดูพึงพอใจในอะไรบางอย่าง “ นี่พวกเจ้าเล่นอะไรกัน ทำไมให้อู่เต๋าไปเล่นอารมณ์ของเด็กคนนั้นล่ะ? หรือพวกเจ้าต้องการให้เด็กผู้นี้เกิดเป้าหมายในการฝึกฝนหรือ? ” หยูหยาง อาจารย์ของอี้หลาน นางที่นั่งอยู่ด้านข้างชายทั้งสอง ก็ถามออกไปอย่างสงสัย ซึ่งความเป็นจริงตัวนาง ก็เป็นคนที่หวงศิษย์ของตัวเองมาก ทว่าเมื่อนางเห็นการกระทำของชายหนุ่มเมื่อกี้แล้ว ก็รู้สึกเอ็นดู และไม่ได้คิดจะขัดขวางเขาสิ่งใด ในการที่ลูกศิษย์ของนางที่เป็นสตรีไปส่งบุรุษบนหุบเขาเพียงลำพัง “ ย่อมใช่ เด็กคนนี้แม้ภายนอกเขาจะไม่กล่าว แต่ภายในข้าก็พอเดาได้ว่ามันเป็นคนเรื่อยเปื่อย ไม่มีจุดหมายปลายทาง ดังนั้นข้าก็อยากที่จะจุดประกายความแค้นที่ถูกเล่นงาน จึงให้อู่เต๋าช่วยในเรื่องนี้ ” เซียงผานกล่าวออกไปอย่างใจเย็น ตอนนั้นดวงตาของเขาที่เปล่งประกายออกมา ก็ทำให้รู้ว่าอายุหลายพันปีของเขา ไม่ใช่ตัวเลขที่เอาไว้แสดงโชว์เท่านั้น “ และดูเหมือนแผนของท่านจะเป็นไปได้ดีเสียด้วย แต่ว่าเรื่องนี้ชั่งก่อนเถอะ ข้ามีเรื่องสำคัญที่จะมาแจ้งพวกท่านก่อน ชายแดนตอนใต้.... ” และตอนนั้นชายหนุ่มผมขาวก็กล่าวสำทับออกมา ระหว่างหัวเราะเบาๆ ทว่าน้ำเสียงของเขาก็เปลี่ยนไปคนละเรื่องทันที เมื่อตัวของเขากล่าวเรื่องใหม่ออกมา(จบ)