จ๊อกกก... ครืดดดด.... คราดดด...
เสียงคำรามของท้องดังขึ้น เด็กหนุ่มนามเทียนิที่กำลังนั่งเอามือกุมท้องขณะที่ครุ่นคิดถึงอดีตอันแสนหวาน ในอดีตนั้น เทียนิ คือนายน้อยตระกูลที่ร่ำรวยและทรงอำนาจมากที่สุดในเมืองเมฆาล่อง
เขาที่เป็ทายาทของผู้นำตระกูล ไม่ว่าจะชื่อเสียง เงินทอง อาหารดีๆ มีให้กินให้ใช้ไม่มีขาดแต่แล้ววันคืนที่หอมหวาน ก็ถูกทำลายลงด้วยคนทรยศของตระกูล ที่ชักศึกเข้าบ้าน และชิงอำนาจของผู้นำตระกูล คนเก่าแล้วขึ้นมาแทนที่ จากนั้นจึงฆ่าล้างครอบครัวของเขา ที่น่าเศร้าก็คือ เ้าสารเลวคนนั้น เป็อาแท้ๆของเขา นามว่า เทียนชิงหง หากตอนนั้นเข้าไม่ได้ออกมาเมาแอ๋ที่หอนางรมณ์ ชะตากรรมของเขาก็คงต้องถูกกลบฝังไปกับบิดา มารดา ของเข้าแล้ว
"เทียนชิงหง .. คอยดูเถอะสักวันข้าจะต้องจับเ้ามาถลกหนัง ปาดคอแล้วรองเืของเ้าไปให้หมากิน"
เทียนิกำหมัดแน่น ลุกขึ้นยืน แล้วหยิบชามเก่าๆเดินออกจากศาลเ้าร้างไปยังตลาด เมื่อมาถึง เขาก็มองหาทำเลที่คนมักจะสัญจรไปมาเยอะๆ เมื่อคิดว่าดีแล้ว เขาจึงนั่งลงขอทานเพื่อหาเงินมาประทังชีวิต แต่ว่านั่งไปได้สักพักเขาก็ได้ยินเสียงแหบแห้งดังขึ้น คล้ายกำลังสนทนากับเขา
"นี่ๆหนุ่มน้อย เ้าหนุ่ม... ไอ้หนู..."
"ท่านเรียกข้าหรือ ?"
"ใช่ ก็ต้องเป็เ้าน่ะสิ หน่วยก้านเ้าไม่เลวเลย"
ชายชราตอบกลับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เห็นดังนั้นเทียนิก็รู้สึกกังวลขึ้นมา
เขาเคยได้ยินว่ามีพวกที่จะจับคนไปเป็ทาส เขาถามกลับไปว่า
"ท่านมีอะไรหรือ ข้าร่างกาย อ่อนแอ ตั้งแต่เด็กก็สามวันดีสี่วันไข้ ถ้าท่านจับข้าไปเป็ทาสคงจะขายไม่ได้ราคาหรอกนะ ปล่อยข้าไปเถ่อะ"
เทียนิตอบกลับไปด้วยสีหน้ากังวลและกำลังเตรียมตัวจะหนี เมื่อเห็นดังนันชายชราจึงรีบคว้าแขนของเขาเอาไว้
"ใจเย็นๆ ข้าไม่ได้จะจับเ้า ข้าเห็นหน่วยก้านเ้าไม่เลว เ้าเหมาะที่จะฝึกยุทธ์"
ได้ยินดังนั้นเทียนิก็ค่อยๆนั่งลงแต่สีหน้าก็ยังไม่ค่อยวางใจ
"ท่านไม่ได้จะมาจับข้าจริงๆใช่ไหม "
“ก็ใช่น่ะสิ ข้าไม่ใช่พ่อค้าทาส หน้าข้าเหมือนพ่อค้าทาสหรือไง ช่างเถ่อะ เอาล่ะเ้าอยากที่จะฝึกยุทธ์ไหมล่ะ”
“อยากสิ ท่านจะสอนข้าหรือ ?”
เทียนิตอบกลับพร้อมกับจ้องมองชายชราด้วยสายตาเปร่งประกายระยิบระยับ มองดูเหมือนลูกหมาที่กำลังส่งสายตาเพื่อขออาหารจากเข้าของ ชายชราเห็นท่าทีของเทียนิก็ยิ้มมุมปากพร้อมทั้งหยิบถุงผ้าที่มัดไว้ที่บ่าออกมาวางตรงหน้าเทียนิ จากนั้นจึงแกะปมห่อผ้าออกเผยให้เห็นตำราวางซ้อนกันเป็สิบเล่ม เห็นดังนั้นเทียนิก็ยินดีจึงรีบหยิบตำราเ่าั้ขึ้นมาพลิกดูเล่มแล้วเล่มเล่าด้วยอารมณ์ตื่นเต้น
“นี่มันๆ .. วิชาพวกนี้ต้องเป็ยอดวิชาแน่ๆดูแค่ชื่อของมันก็ดูยิ่งใหญ่น่าเกรงขามสุดๆ คำภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น คำภีร์18ฝ่ามือพิชิตั คำภีร์เพลงกระบี่ปราบมาร คำภีร์กลืนสรรค์ คำภีร์..............”
เห็นดังนั้นชายชราก็หัวเราะแล้วพูดว่า
“ใช่แล้วเ้าหนู ทั้งหมดตรงหน้าเ้าคือสุดยอดวรยุทธ์ ในบรรดาคำภีร์เ่าั้แค่เ้าได้ฝึกสักวิชา รับรองได้ว่าในอนาคตอันไกล้จะจะได้เป็ยอดยุทธ์ไร้เทียมทานแน่นอน”
ได้ยินดังนั้นอารมณ์ของเทียนิก็หึกเหิมที่ขีดสุดและละสายตาจากคำภีร์เงยหน้ามาส่งสายตาใสปิ๋งดุจลูกหมาหิวข้าว ไปยังชายชรา
“ท่านผู้าุโ ที่ท่านกล่าวเมื่อกี้ความจริงหรือ”
“แน่นอน”
ชายชราเอามือไขว้หลัง แหงนหน้ามองฟ้า อกผาย ไหล่ผึ่ง หน้าตึง นมตั้ง ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
“ท่านผู้าุโ แล้วในบรรดาสุดยอดวรยุทธ์เหล่านี้ วิชาไหนคือสุดยอดวิชาหรือขอรับ”
“เป็คำภีร์เพลงกระบี่ปราบมารน่ะ เงื่อนไขในการฝึกก็ง่ายมาก แค่เพียงเ้าตัดหนอนน้อยความเป็ชายของเ้าออกไป เ้าก็สามารถฝึกฝนได้”
ได้ยินดังนั้น เทียนิก็หุบยิ้มก้มมองลงไปยังเป้ากางเกงของตน แล้วขนลุกซู่ เพ้ย !... ตัดหนอนน้อยความเป็ชาย เพื่อฝึกวิชา บ้าไปแล้ว ถ้าข้ามีครอบครัวมีบุตร ภรรยา แล้วข้าเสื่อมสมรรถภาพข้าคงจะตั้งทิ้งเพื่อยอดวิชาแน่นอน แต่ถ้าข้าตัดตอนนี้ มีหวังบิดามารดาในปรโลกคงจะกระอักเืตายอีกรอบ ไม่ !.. ข้าจะไม่ฝึกวิชานี้เด็ดขาด
“ข้าว่าวิชานี้ไม่ค่อยจะเหมาะกับข้า ท่านช่วยแนะนำวิชาอื่นเถอะขอรับ”
ได้ยินดังนั้นชายชราก็ยิ้มเหมือนคาดไว้แล้ว
“เอาเป็วิชานี้สิ วิชากลืน์ วิชานี้เมื่อสำเร็จขั้นสูงสุดสามารถกลืนกินพลังงานทุกอย่างแม้แต่์ก็ต้องยอมสยบให้แก่เ้า”
เมื่อได้ยินคำที่ชายชราได้อวยคำภีร์กลืน์ ว่าอานุภาพของมันช่างยิ่งใหญ่เหนือ์ เกิดมาไม่เคยพบเคยเจอแบบนี้ เทียนิก็ตาลุกวาวรีบพลิกหาคำภีร์กลืน์ในกอง เมื่อเจอแล้วก็รีบนำมากอดไว้แล้วพูดอย่างตื่นเต้นว่า
“ใช่แล้ว ๆ วิชานี้แหล่ะ ข้าจะฝึกวิชานี้”
เห็นดังนั้นชายชราก็ยิ้มอย่างพึงพอใจ
“ได้สิ เ้าสามารถฝึกยอดวิชานี้ได้ วิชากลืนสรรค์นี้เล่มละ 50 เหรียญทองแดง แต่ว่าข้าถูกชะตากับเ้าข้าจะลดให้เหลือเล่มละ 20 เหรียญทองแดงละกัน”
ชายชราตอบกลับไปด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมทั้งยื่นมือออกไปแบมือให้เทียนิเมื่อได้ยินดังนั้นเทียนิก็ทำตาปริบๆ มองหน้าที่ยิ้มแย้มของชายชรา สลับกับ มองฝ่ามือที่ยื่นออกมาแบมือรอรับเงิน สลับไปสองสามครั้ง จนเริ่มเอะใจได้ ‘เดี๋ยวนะ... ดูจากสารรูปชายชราคนนี้ หน้าตามอมแมม หนวดเครารุงรัง ผมเป็สังกะตัง เสื้อผ้าขาดวิ่น ยืนเท้าเปล่า หัวแม่เท้าที่เป็เล็บขบ กลิ่นตัวเหม็นเปรียว เพ้ย !..... บัดซบ... นี่มันเพื่อนร่วมอาชีพนี่หว่า
“นี่ ตาแก่ เ้าคิดว่าข้าโง่หรือไง ถึงมาหลอกขายวิชาเก๊ นี้ให้ข้า ถึงข้าจะเป็ขอทาน แต่ข้าไม่ได้โง่นะ เ้ามียางอายบ้างไหม นอกจากจะเป็ขอทานแล้ว ยังจะเป็นักต้มตุ๋นด้วยหรือ เ้ารู้ตัวไหมว่าเ้าทำให้คนในวงการขอทานต้องเสื่อมเสีย ไปเลยนะ ถ้าสิบลมหายใจเ้ายังไม่ไปให้พ้นหน้าข้า ข้าจะแจ้งทหารให้มาจับเ้า”
ด้วยอารมณ์ที่ฉุนเฉียวเพราะโดนตาแก่ขอทานหลอกขายฝันอยู่นาน เทียนิ ก้มลงไปหยิบถุงผ้าที่มีกองคำภีร์มัดไว้แล้วเหวี่ยงปาใส่ชายชราคนนั้น เห็นดังนั้นชายชราก็หุบยิ้ม แล้วรีบรับถุงผ้ามือไม้เป็ระวิง จากนั้นหันหลังกลับแล้วโกยแนบ หายเข้าไปในฝูงชน .......
เมื่อชายชราจากไปแล้วเทียนิที่กำลังหงุดหงิดก็พบว่าในมือกำลังถือคำภีร์วิชากลืน์อยู่ และกำลังจะโยนคำภีร์ในมือทิ้ง แต่แล้วเขาก็ชงักมือค้างใว้
"ช่างเถอะ จะทิ้งก็เสียดาย ไว้เช็ดก้นมีประโยชน์กว่า"
เทียนิเก็บคำภีร์กลืน์ใว้ในอกเสื้อ โดยไม่รู้เลยว่า กระดาษเช็ดก้นนี้จะเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล