เมื่อได้ฟังปัญหาของเฉินโจวหวังหงก็เสนอขึ้นว่า พวกเขาสามารถไปถ่ายวิดีโอกันที่บ้านของเขาได้เพราะเขามีห้องที่คิดว่าน่าจะเหมาะสมกับเงื่อนไขในการถ่ายทำคลิปครั้งนี้
หลังจากพูดคุยรายละเอียดกันอีกสักพักทั้งสองก็ตกลงกันว่าจะนัดถ่ายทำในวันอาทิตย์ ่เวลา 9 โมงเช้าโดยในวันนี้เป็วันศุกร์ก็เท่ากับว่ายังมีเวลาเตรียมตัวอีกประมาณสองวันก่อนถึงวันถ่ายทำจริง
เมื่อตกลงเื่ต่าง ๆกันเรียบร้อยแล้ว หวังหงก็ขอตัวกลับไปเตรียมความพร้อมสำหรับวันอาทิตย์ที่จะมาถึง
“ในตอนนี้ก็เหลือแค่การถ่ายทำแล้วสินะจะว่าไป...ฉันเองก็ไม่เคยกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อนี้ในส่วนของไฮคัพครบทุกรสชาติเลยเอาเป็ว่าวันนั้นฉันขอลองกินให้ครบไปเลยก็แล้วกัน”
หลิวจื้อิพูดด้วยสีหน้าตื่นเต้นก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้แล้วเสริม
“อ้อใช่แล้ว! เฉินโจว วันนั้นฉันขอพาเพื่อนไปดูการถ่ายทำด้วยได้ไหม?”
“ได้สิไม่มีปัญหาเลย” เฉินโจวยิ้มรับ “หลิวจื้อิ ถ้านายยิ่งพาคนมาช่วยดูกันหลายคนก็ยิ่งดีเท่ากับเรามีคนมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับคลิปที่กำลังถ่ายทำมากขึ้นฉันเองถ้าดูคนเดียว บางทีอาจจะมองข้ามอะไรบางอย่างไปโดยไม่รู้ตัวก็ได้”
เฉินโจวหัวเราะเบา ๆเมื่อเห็นเพื่อนของเขาดูท่าทางตื่นเต้นดีใจความรู้สึกอบอุ่นใจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว สำหรับเขาแล้วการที่หลิวจื้อิจะพาเพื่อนมาด้วย ถือว่าเป็เื่ดีมากกว่าจะเป็ภาระเพราะตัวเขาเองก็ยังถือว่าเป็มือใหม่ในเื่นี้อยู่ดีถึงแม้จะเคยดูคลิปวิดีโอมากมาย แต่การที่ต้องมาลงมือทำเองควบคุมทุกอย่างด้วยตัวเองเพื่อนำเสนอให้คนอื่นดูนั้น...มันเป็อีกเื่ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
และเขาก็ยอมรับเลยว่าตอนนี้เขาตื่นเต้นมาก กับการได้กำกับคลิปเพื่อเผยแพร่สู่สายตาของผู้คนเป็ครั้งแรก
หลังจากคุยรายละเอียดกันเสร็จทั้งสามก็นัดเจอกันอีกครั้งในวันอาทิตย์ เวลา 8 โมงครึ่งที่หน้ามหาวิทยาลัยโดยหลิวจื้อิจะเป็คนพาเฉินโจวเดินไปที่บ้านของหวังหงเอง
เฉินโจวจึงขอตัวกลับไปทำธุระต่อตอนนี้เขายังต้องออกไปหาซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเพิ่มอีก่แรกคิดว่าซื้อมารสชาติละ 2 ซองก็น่าจะพอแล้วแต่พอลองนับจำนวนคนที่จะเข้าร่วมแล้ว ดูยังไงก็ไม่พอแน่โดยเฉพาะเมื่อหลิวจื้อิยังจะพาเพื่อนมาด้วย และไม่รู้ว่าจะมากันกี่คน
“ซื้อรสละ 7ซองไปเลยก็แล้วกัน!” เขาคิดในใจตัดสินใจได้แล้วก็ตรงไปที่ร้านสะดวกซื้อทันที
ยังดีที่เขามีเงินจากระบบเหลืออยู่ตั้ง5,000 ซานี่ ค่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 49 ซองรวมกันก็ไม่ได้มากมายอะไรส่วนค่าเสียเวลาให้หวังหง 800 ซานี่เขาก็คิดว่าเหมาะสมดีอยู่แล้ว หักไปก็ยังเหลือเงินอีกเยอะอยู่
“โอ๊ะ...เดี๋ยวก่อนสิ ยังมีค่าจ้างตัดต่อคลิปอีกนี่นา...” เฉินโจวคิดขึ้นมาได้ทันที
เขาตั้งใจไว้ว่าจะกลับไปเสิร์ชหาข้อมูลเกี่ยวกับค่าจ้างตัดต่อคลิปเพิ่มเติมไม่ว่าจะเป็เรทราคาโดยทั่วไป หรือการเลือกทีมตัดต่อที่เหมาะสมที่สุดก็ได้แต่หวังว่าค่าใช้จ่ายในส่วนนั้นจะไม่สูงจนเกินไป
เอาเถอะตอนนี้อย่าเพิ่งไปกังวลเื่ค่าใช้จ่ายส่วนอื่นเลยดีกว่ามัวคิดมากแล้วเครียดเปล่า ๆตอนนี้ต้องไปหาซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้ครบก่อนจะดีกว่า
หลังจากเสียเวลาไม่น้อยกับการตระเวนหาร้านจนได้ครบทุกซองตามที่้าเฉินโจวก็ตรงกลับห้องพักทันที โชคดีที่เทอมนี้มีเรียนเฉพาะวันธรรมดาเขาจึงได้หยุดพักสมองหนึ่งวันเต็ม ๆ บางทีอาจจะได้ไอเดียใหม่ ๆเกี่ยวกับการถ่ายทำในระหว่างที่พักอยู่ก็เป็ได้
เช้าวันอาทิตย์เฉินโจวตื่นขึ้นมาจากเสียงปลุกของโทรศัพท์ เขาจัดการธุระส่วนตัวอย่างรวดเร็วแล้วรีบออกจากห้องไปยังจุดนัดพบที่หน้ามหาวิทยาลัย
เมื่อไปถึงเขากวาดตามองไปรอบ ๆ แต่ยังไม่เห็นหลิวจื้อิเขาจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นแก้เบื่อ ระหว่างที่รอเพื่อนมาถึง
รอไปสักพักเฉินโจวก็เห็นหลิวจื้อิเดินมา พร้อมกับคนอีกสองคน หนึ่งชาย หนึ่งหญิง
ชายหนุ่มที่มากับหลิวจื้อินั้นดูโดดเด่นั้แ่แรกเห็นเขามีผมสั้นสีดำเข้มที่ถูกจัดแต่งอย่างพิถีพิถัน สวมแว่นตาบางกรอบสีดำดีไซน์หรูซึ่งช่วยเสริมบุคลิกให้ดูน่าเชื่อถือใบหน้าคมคายได้รูป คิ้วเข้มหนาและโค้งอย่างเป็ธรรมชาติดวงตาคมกริบสีน้ำตาลเข้มสะท้อนแววฉลาดเฉลียว ริมฝีปากหยักได้รูปจมูกโด่งเป็สันรับกับใบหน้าได้อย่างลงตัว
สีผิวของเขาสม่ำเสมอดูสะอาดสะอ้านและสุขภาพดี บุคลิกโดยรวมเปี่ยมด้วยความมั่นใจ เฉลียวฉลาดและดูน่าเชื่อถืออย่างยิ่ง เป็คนที่ผสมผสานความหล่อเหลาคมคาย ความเฉลียวฉลาดและความมีเสน่ห์แบบสุขุมได้อย่างกลมกลืน
ส่วนฝ่ายหญิงมีรูปร่างโปร่งบางแต่ดูสมส่วนแข็งแรงอย่างคนที่ดูแลตัวเองดี เธอย้อมผมเป็สีน้ำตาลคาราเมลยาวและถูกรวบขึ้นเป็หางม้าสูงแบบเรียบง่าย แต่กลับดูดีอย่างมีสไตล์ใบหน้าของเธอสมดุล สดใส และเปี่ยมชีวิตชีวา คิ้วโค้งมนได้รูปอย่างเป็ธรรมชาติดวงตาคู่สวยเปล่งประกายความร่าเริงอย่างชัดเจน
จมูกของเธอเรียวและโด่งเล็กน้อยริมฝีปากบางสีชมพูอ่อนเผยรอยยิ้มละมุนละไมที่ดูเป็ธรรมชาติ ผิวพรรณสดใสเปล่งปลั่ง บ่งบอกถึงสุขภาพดีเธอสวมเสื้อยืดสีขาวธรรมดาและกางเกงยีนส์พอดีตัวที่เผยให้เห็นเรียวขาสวยอย่างไม่ตั้งใจ
ทุกองค์ประกอบของเธอแผ่รัศมีของความสดใสความเป็กันเอง และพลังงานบวกอย่างชัดเจน เป็คนที่เมื่ออยู่ใกล้แล้วรู้สึกสบายใจเป็กันเอง และน่าจะเป็ที่รักของคนรอบตัวโดยไม่ต้องพยายาม
หลิวจื้อิเมื่อเห็นเฉินโจวก็แสดงสีหน้าสำนึกผิดทันที
“เฉินโจวโทษที ๆ มานานแล้วเหรอ? ขอโทษจริง ๆ นะวันนี้ฉันขอแนะนำเพื่อนที่พามาด้วยก่อนเลย” เขาหันไปทางเพื่อนทั้งสองคน“คนสวยคนนี้ชื่อ เกาอิ้ง ปีสอง คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา ส่วนเ้าหนุ่มแว่นนี่ จินหงเหว่ยปีสอง คณะบริหารธุรกิจ อยู่มหา’ลัยเดียวกับเรานี่แหละ”
“สวัสดีนะทุกคนวันนี้ระหว่างถ่ายทำ ถ้ามีอะไรอยากแนะนำก็บอกได้เลยนะ”เฉินโจวกล่าวพร้อมรอยยิ้มเป็มิตร เขาอดคิดไม่ได้ว่าเ้า หลิวจื้อิ นี่ก็เก่งเหมือนกันนะถึงกับพาเพื่อนที่ดูดีขนาดนี้มาด้วยได้ตั้งสองคน
“สวัสดีเฉินโจวถ้ามีอะไรให้ช่วยชี้แนะ ผมก็ยินดีจะพูดออกไปนะ หวังว่าจะไม่โกรธกันถ้าผมเผลอพูดแรงไปบ้าง” จินหงเหว่ย พูดด้วยน้ำเสียงนิ่งและนุ่มฟังแล้วรู้สึกสบายใจอย่างประหลาด “แต่อย่าคาดหวังอะไรมากล่ะเพราะผมเองก็ไม่เคยดูการถ่ายทำจริง ๆ แบบนี้เหมือนกันพอได้ยินจากจื้อิว่าน่าสนุก เลยลองมาดูด้วยน่ะ”
“สวัสดีเฉินโจว~”เกาอิ้ง กล่าวทักทายพร้อมรอยยิ้มสดใส“ตัวฉันเองก็ไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนเหมือนกัน วันนี้เลยอาจจะมาดูเฉย ๆ นะถ้าดูเงียบ ๆ ไปหน่อยก็อย่าว่ากันล่ะ~” น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความร่าเริงและเป็กันเองทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลายขึ้นมาก
เมื่อเห็นว่าทุกคนทักทายกันอย่างราบรื่นดีหลิวจื้อิ ก็โล่งใจ แล้วก็พาทั้งสามคนเดินไปที่บ้านของ หวังหง ซึ่งอยู่ห่างจากหน้ามหาวิทยาลัยประมาณ15 นาที
เมื่อมาถึงก็พบกับบ้านหลังใหญ่ราวกับคฤหาสน์สองชั้นโครงสร้างดูแข็งแรงสวยงาม เหมือนบ้านของคนมีฐานะ หลิวจื้อิ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาหวังหง เพื่อให้เ้าของบ้านออกมารับพวกเขาเข้าไปข้างใน
รออยู่พักหนึ่ง หวังหง ก็ออกมาต้อนรับหลังจากทักทายกันพอหอมปากหอมคอ เขาก็พาทุกคนเดินเข้าไปในตัวบ้าน
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่คฤหาสน์ก็พบกับห้องโถงขนาดใหญ่เพดานสูงโปร่ง มีแชนเดอเลียร์ห้อยระย้าส่องแสงระยิบระยับพื้นหินอ่อนขัดมันจนสะท้อนเงาพอเดินลึกเข้าไปก็ยิ่งััได้ถึงความหรูหราและความมั่งคั่งของบ้านหลังนี้ทุกตารางนิ้ว
“ที่แท้หวังหงก็เป็ลูกคนรวยจริงๆ ด้วยสินะ…” เฉินโจวได้แต่คิดในใจอย่างอิจฉาเงียบ ๆ ‘เฮ้อ… วันหนึ่งบ้านของเราจะใหญ่โตหรูหราได้แบบนี้บ้างไหมนะ?’
หวังหง พาเดินต่อเข้ามาในห้องด้านในซึ่งเป็ห้องครัวที่กว้างขวางมากมีโต๊ะรับประทานอาหารขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางห้องรายล้อมด้วยเก้าอี้ดีไซน์หรูหราที่ดูราคาแพง เครื่องครัวทั้งหมดเป็สแตนเลสเงาวับั้แ่ซิงก์ล้างจานไปจนถึงเตาอบที่ดูเหมือนยกมาจากรายการทำอาหารระดับโลก
ตู้เย็นขนาดใหญ่แบบสองประตูสีเงินมันวาวมีหน้าจอััฝังอยู่ด้านหน้า เหมือนหลุดมาจากโลกอนาคตเตาอบฝังผนังขนาดใหญ่ก็ดูเหมือนมีฟังก์ชันการใช้งานครบครันทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเรียบร้อยและสะอาดสะอ้านไม่มีที่ติ
กลิ่นหอมของเครื่องเทศบางอย่างลอยโชยเบาๆ เข้ามาแตะจมูก ชวนให้นึกถึงการปรุงอาหารระดับภัตตาคาร
“ผมคิดว่ามาถ่ายทำที่ห้องนี้น่าจะเหมาะสมที่สุดแล้วครับ”หวังหง พูดพลางกวาดตามองไปรอบ ๆ ห้อง “มีพื้นที่กว้างขวางดีโต๊ะก็สามารถใช้วางอาหารไว้รีวิวตอนกินได้อีกอย่างที่นี่ก็เป็ห้องครัวส่วนตัวของผมเอง เวลาเกิดไอเดียอะไรใหม่ ๆเกี่ยวกับการทำอาหาร ผมก็มาลองทำที่นี่เป็ประจำ”
ทุกคนที่ได้ยินต่างก็เบิกตากว้างกันถ้วนหน้าห้องครัวส่วนตัว แค่นี้ก็ใหญ่เกินบ้านคนทั่วไปทั้งหลังแล้วแล้วถ้าเป็ห้องครัวหลักของคฤหาสน์นี้จะขนาดไหนกันนะ...
เฉินโจวค่อย ๆวางถุงหิ้วและสะพายหลังลงบนโต๊ะอย่างเหนื่อยหอบก่อนจะเริ่มทยอยหยิบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปออกมาเรียงอย่างเป็ระเบียบ ทั้งหมด 49 ซอง
“เฮ้ยเฉินโจว!” หลิวจื้อิ อุทานเสียงดัง “แกจะซื้อมาทำไมเยอะขนาดนี้เนี่ย!? ต่อให้พวกเรากินกันคนละห้าซองก็ยังเหลืออีกเยอะเลยนะ!”
“ก็ฉันไม่รู้ว่าแกจะพาเพื่อนมากี่คนไงอีกอย่าง... มีเกินก็ดีกว่าขาดไม่ใช่รึไง”เฉินโจวตอบกลับพลางถอนหายใจแบบคนที่รู้ตัวว่าเวอร์จริง“ถ้ามันเหลือก็แค่เอากลับไปกินเองที่ห้อง ไม่ได้จะโยนทิ้งสักหน่อย”