ท่ามกลางความมืดมิดและกลิ่นคาวเืที่คละคลุ้งไปทั่วเรือนปัทมา หวังเสี้ยนยังคงเริงร่าบนร่างของซูเหม่ยอย่างบ้าคลั่ง ร่างกายกำยำที่เต็มไปด้วยาแและเหงื่อโซมกายกระแทกเข้าหานางด้วยแรงอันดุเดือดราวกับสัตว์ป่าที่สูญเสียสติสัมปชัญญะไปทั้งหมด ทุกครั้งที่เขาถูไถเข้าไปลึกสุด เสียงเนื้อกระทบกันก็ดังก้องผสานกับเสียงครางแหบพร่าของเขา
"ตุบ! ตุบ! ตุบ!" เสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่นไปทั่วห้องที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง ท่อนเนื้อของเขาแทงเข้าออกในร่องรักที่ชุ่มชื้นอย่างไม่หยุดหย่อน ความบ้าคลั่งจากฤทธิ์ยาพิษและความโกรธแค้นทำให้เขาไม่รู้สึกถึงความเหนื่อยล้า มีเพียงความปรารถนาที่จะและทำลายนางในเวลาเดียวกัน
"เ้า... เ้าเป็ของข้า... ของข้าเพียงผู้เดียว!" เขาคำรามเสียงแหบพร่า มือหนาบีบเค้นเนินอกอวบอิ่มของซูเหม่ยจนแดงช้ำ ริมฝีปากดูดเม้มซอกคอและไหล่เนียนของนางอย่างหิวโหย ทิ้งรอยฟันและรอยแดงจ้ำไว้มากมาย "จ๊วบ... ดูด... จ๊วบ..." เสียงการดูดดังชัดเจนท่ามกลางเสียงหอบหายใจที่หนักหน่วง
ลิ้นร้อนของเขาเลียไล่ไปตามิัขาวผ่องที่เปียกชื้นด้วยเหงื่อ เสียงลิ้นเปียกชื้นเลียไปตามคอเรียวและไหล่นุ่มนวล ทิ้งรอยเปียกและรอยแดงไว้ทุกที่ที่ผ่าน เขาใช้ฟันกัดเบาๆ ที่ยอดอกสีชมพูที่ตั้งชัน การกัดเบาๆ ทำให้นางต้องโค้งหลังขึ้นด้วยความเสียว
ชิงเหยาในร่างซูเหม่ยแสร้งครางเสียงสั่นเครือ น้ำตาไหลอาบแก้ม "ท่านเสนาบดี... เจ็บ... ข้า... ข้าไม่ไหวแล้วเพคะ..." เสียงของนางสั่นเครือด้วยความเ็ปที่แสร้งทำ แต่ภายในกายนางกลับใช้ศาสตร์มุกซ่อนกลีบบีบรัดและดูดกลืนพลังชีวิตของเขาอย่างไม่ลดละ
ร่องรักของนางบีบรัดท่อนเนื้อของเขาตามจังหวะที่เชี่ยวชาญ "บีบ... คลาย... บีบ... คลาย..." การบีบรัดที่เป็จังหวะนี้ไม่ใช่การตอบสนองธรรมชาติ แต่เป็ศิลปะแห่งการดูดกลืนพลังที่นางฝึกฝนมาอย่างเชี่ยวชาญ ทุกหยาดเหงื่อที่ไหลรินจากร่างของหวังเสี้ยน คือลมหายใจสุดท้ายที่กำลังถูกนางสูบออกทีละน้อย
"อ๊าห์... เ้าบีบรัดข้าแน่นสุดๆ... เสียวจนแทบบ้า... อ๊าห์..." เขาครางเสียงดัง ไม่รู้ว่าความสุขที่เขารู้สึกนั้นคือการถูกดูดกลืนชีวิต ร่างกายของเขาเริ่มอ่อนแรงลงเล็กน้อย แต่ความบ้าคลั่งจากยาพิษยังคงผลักดันให้เขาเคลื่อนไหวต่อไป
นางใช้กล้ามเนื้อภายในขมิบและดูดดึงอย่างเป็จังหวะ "ดูด... ขมิบ... ดูด... ขมิบ..." ทุกการเคลื่อนไหวเป็ส่วนหนึ่งของศาสตร์มืดที่จะค่อยๆ ดูดเอาแก่นแท้ของชีวิตออกมา ขณะที่ปากของนางยังคงครางเสียงหวาน "อ๊ะ... ท่าน... ข้ารู้สึกแปลก... ร่างกายข้าร้อนผ่าว... อ๊ะ..."
หวังเสี้ยนเร่งจังหวะการเคลื่อนไหวเต็มที่ "ตุบ!ตุบ!ตุบ!" เสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่นไปทั่วห้อง ท่อนเนื้อแทงเข้าออกอย่างรุนแรง ความบ้าคลั่งทำให้เขาไม่สังเกตว่าร่างกายของเขากำลังอ่อนแรงลงทุกขณะ "เหม่ย... ข้าใกล้จะ... ใกล้จะ... อ๊าห์..."
"ข้าก็... ข้าก็ใกล้จะ... อ๊ะ... อ๊ะ... มาด้วยกัน... อ๊ะ..." นางครางเสียงสั่นเครือ ร่างกายแสร้งสั่นสะท้าน ร่องรักบีบรัดแน่นขึ้นเป็พิเศษ ดูดดึงพลังชีวิตของเขาออกมาในจังหวะสุดท้าย
"อ๊าา... อ๊าา... ข้าจะ... ข้าจะ... อ๊าา!" นางครางเสียงดังลั่น ร่างกายโค้งขึ้นอย่างสวยงาม ขณะที่แสร้งถึงจุดสุดยอดไปพร้อมกับเขา แต่ในความจริงแล้ว นางกำลังดูดเอาแก่นแท้ของชีวิตเขาออกมาใน่เวลาที่เขาอ่อนแอที่สุด
หวังเสี้ยนปลดปล่อยความปรารถนาทั้งหมดลงในกายของนาง ร่างกายสั่นเครือด้วยความเสียวซ่าน แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความอ่อนล้าที่แปลกประหลาด ราวกับมีบางสิ่งถูกดึงออกไปจากร่างกายเขา "อ๊าห์... เหม่ย... ข้ารัก... รักเ้า..." เขาพึมพำเสียงแ่เบา
ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องแหลมสูงก็ดังก้องขึ้นจากด้านนอกประตูห้อง
"นังแพศยา!!! ข้าจะฆ่าเ้า!!!"
ฮูหยินใหญ่พุ่งเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความคลั่งแค้น ดวงตาแดงก่ำไปด้วยน้ำตาและความสิ้นหวัง ผมเผ้าที่เคยเรียบกริบบัดนี้ยุ่งเหยิง ใบหน้าซีดขาวราวกับผี หลังจากพบศพของพ่อบ้านต้วนในท่าทางอัปยศและได้รับข่าวการทรยศของสามี นางได้สูญเสียสติไปเกือบทั้งหมด
ก่อนหน้านี้ นางได้เดินทางไปยังห้องของพ่อบ้านต้วนเพื่อสั่งการเื่การเตรียมงานเลี้ยงในวันรุ่งขึ้น แต่กลับพบภาพที่ทำให้นางตกตะลึง พ่อบ้านต้วนที่เคยซื่อสัตย์และน่าเชื่อถือ กลับนอนตายคาที่ในท่าทางที่น่าอับอาย ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเ็ปและความตาย รอบๆ ตัวเขามีร่องรอยของการต่อสู้และสิ่งของที่กระจัดกระจาย
ขณะที่นางยังตกตะลึงกับภาพตรงหน้า หญิงรับใช้คนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด "ท่านฮูหยิน... ท่านฮูหยิน... เื่ใหญ่แล้วเพคะ!" หญิงรับใช้สั่นเทาด้วยความกลัว "ท่านเสนาบดีและท่านหวังฉี... พวกท่านกำลังต่อสู้กันในเรือนปัทมา... และ... และ..."
"และอะไร! พูดมาเร็ว!" ฮูหยินใหญ่ะโด้วยความโกรธ
"และท่านเสนาบดีกำลัง... กำลังอยู่กับซูเหม่ยในท่าทางที่... ที่..." หญิงรับใช้ไม่กล้าพูดต่อ
ฮูหยินใหญ่รู้สึกเหมือนฟ้าผ่า นางวิ่งออกจากห้องของพ่อบ้านต้วนด้วยความเร่งรีบ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะะเิ ระหว่างทางนางได้ยินเสียงการต่อสู้และเสียงครางที่ดังมาจากเรือนปัทมา ทำให้นางยิ่งคลั่งขึ้น
เมื่อนางมาถึงหน้าประตูเรือนปัทมา นางได้ยินเสียงครางและเสียงเนื้อกระทบกันอย่างชัดเจน เสียงที่นางคุ้นเคยดีจากการใช้ชีวิตคู่กับหวังเสี้ยนมาหลายปี แต่ครั้งนี้เสียงนั้นไม่ได้มาจากการร่วมรักกับนาง แต่มาจากการที่เขาร่วมรักกับหญิงอื่น
นางเห็นภาพตรงหน้าชัดเจน — สามีที่นางเคยรักและเกลียดชังกำลังกำลังกระแทกร่างกายลงบนซูเหม่ยอย่างดุเดือด ท่ามกลางกองเืของลูกชายและความโกลาหลที่เต็มไปทั่วห้อง ภาพนั้นราวกับมีดกรีดลึกเข้าไปในหัวใจนาง
"สามี!!! เ้ากำลังทำอะไรกับนังแพศยานั้น!!! ข้าจะฆ่าเ้า!!! ข้าจะฆ่านังแพศยานี้ให้ตาย!!!" ฮูหยินใหญ่กรีดร้องเสียงแหลม แล้วพุ่งตรงเข้าไปหาซูเหม่ยด้วยกริชเล็กที่ถือมาในมือ
ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งและความแค้นที่สะสมมานาน ทุกสิ่งที่นางเก็บกดไว้ในใจ ทุกความเ็ปจากการถูกทอดทิ้ง ทุกคืนที่นางนอนเดียวดายขณะที่สามีไปหาหญิงอื่น ทั้งหมดะเิออกมาในคืนนี้
"นังแพศยาเลวทราม! เ้าทำลายครอบครัวข้า! เ้าขโมยสามีข้าไป!" นางะโพลางวิ่งเข้าไปด้วยกริชที่ส่องแสงเย็นะเืใต้แสงเทียน "ข้าจะฆ่าเ้าให้ตายคาที่!"
ชิงเหยาแสร้งทำเป็ใสุดขีด นางร้องไห้เสียงดัง "ท่านฮูหยิน... อย่า... ข้าไม่ได้ตั้งใจ..." เสียงของนางสั่นเครือด้วยความกลัวที่แสร้งทำ แต่ในดวงตาที่ซ่อนอยู่หลังน้ำตา กลับมีแววยินดีที่แทบปิดบังไม่ได้
นางรีบคลานออกจากใต้ร่างของหวังเสี้ยนที่ยังมึนงงจากความสุขและความอ่อนแรง ผ้าไหมบางเบาที่ขาดวิ่นปกคลุมร่างกายเปลือยเผยของนางอย่างไม่เพียงพอ ทำให้ดูเปราะบางและน่าสงสารยิ่งขึ้น
"ข้าไม่ได้้าให้เกิดเื่แบบนี้... ข้าแค่... แค่..." นางสะอื้นไห้ ขณะที่ค่อยๆ ถอยหลังไปทางมุมห้อง แสร้งทำเป็หวาดกลัวและไม่รู้จะทำอย่างไร
ในจังหวะชุลมุนที่ฮูหยินใหญ่โผเข้ามา ชิงเหยาใช้ฝ่ามือผลักอกนางอย่างแรงแต่แฝงทักษะ ทำให้นางเซถลาไปด้านข้าง แล้วรีบแสร้งทำเป็ล้มลงกองกับพื้น กรีดร้องอย่างน่าสงสาร "ท่านเสนาบดี... ช่วยข้าด้วย... นางจะฆ่าข้า..."
การผลักของนางดูเหมือนเป็การป้องกันตัวของหญิงอ่อนแอ แต่จริงๆ แล้วเป็การใช้กำลังภายในที่เชี่ยวชาญ ทำให้ฮูหยินใหญ่เสียหลักและล้มลงกับพื้นอย่างแรง กริชในมือหลุดกระเด็นไปไกล
"อ๊าก!" ฮูหยินใหญ่ครางเสียงเจ็บ เมื่อร่างกายกระแทกกับพื้นไม้แข็ง แต่ความโกรธแค้นทำให้นางลุกขึ้นมาทันที "นังแพศยา! เ้าจะหนีไปไหนไม่ได้!" นางคลานไปหากริชที่หล่นอยู่
หวังเสี้ยนที่กำลังคลั่งอยู่ในห้วงราคะและฤทธิ์ยาพิษ หันขวับมามองด้วยดวงตาที่พร่ามัวไปด้วยโทสะและความบ้าคลั่ง ภาพที่เขาเห็นไม่ชัดเจนนัก เขาเห็นเพียงเงาร่างของฮูหยินใหญ่กำลังยกกริชขึ้นจะแทงซูเหม่ย ความบ้าคลั่งจากยาพิษทำให้เขาไม่สามารถคิดอย่างมีเหตุผลได้
"อย่าแตะต้องนาง!!!" เขาคำรามเสียงแหบพร่า ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความโกรธที่ลุกโชน เขาคว้ากริชยาวที่วางอยู่ข้างเตียงขึ้นมา แล้วแทงเข้าไปที่แผ่นหลังของฮูหยินใหญ่โดยไม่ลังเล ไม่คิดถึงสายสัมพันธ์สามีภรรยาที่มีมาหลายปี
ในสภาพที่สติสัมปชัญญะถูกยาพิษและความบ้าคลั่งครอบงำ เขาเห็นเพียงภาพของคนที่กำลังจะทำร้ายหญิงที่เขารัก ไม่ใช่ภาพของเมียหลวงที่เคยใช้ชีวิตร่วมกันมา
"ฉึก!"
เสียงกริชแทงทะลุเนื้อดังขึ้นชัดเจนท่ามกลางความเงียบที่น่าสะพรึงกลัว ฮูหยินใหญ่ชะงักค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงและเ็ป กริชทะลุทะแงออกมาทางหน้าอกนาง เืสดสีแดงฉานพุ่งกระเซ็นเปรอะไปทั่วใบหน้าและอกของหวังเสี้ยน
ความเ็ปทางกายไม่มีอะไรเมื่อเทียบกับความเ็ปทางใจ นางรู้สึกเหมือนหัวใจถูกฉีกกระชาก ไม่ใช่เพราะกริชที่แทงทะลุ แต่เพราะการทรยศของคนที่นางรักมากที่สุดในโลก
"ท่าน... ท่าน... ฆ่าข้า..." นางหันหน้ามามองสามีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเ็ปและสิ้นหวัง เืไหลออกมาจากมุมปากเป็ทางเล็กๆ "ท่าน... เลือกนางแทนข้า... ข้าเข้าใจแล้ว..."
เสียงของนางแ่เบาลง ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความรักและความหวังต่อสามี บัดนี้กลายเป็ความว่างเปล่าและการยอมรับความจริงที่โหดร้าย "ข้า... ข้าไม่เคยเป็อะไรในใจท่านเลย... ใช่ไหม..."
ก่อนร่างจะทรุดลงกองกับพื้น เืไหลนองไปทั่วพื้นไม้ ใบหน้าที่เคยสวยงามบัดนี้ซีดขาวราวกับกระดาษ ดวงตาที่เคยมีชีวิตชีวาค่อยๆ มืดมนลง จนกระทั่งปิดลงอย่างถาวร
หวังเสี้ยนยืนนิ่งค้าง มือยังกำด้ามกริชแน่น เือุ่นๆ ของเมียหลวงกระเซ็นเปรอะใบหน้าและอกเขาเต็มไปหมด ความอบอุ่นที่เคยคุ้นเคยกลับกลายเป็ความเย็นะเืที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย กลิ่นคาวเืผสมกับกลิ่นเหงื่อและราคะที่ยังไม่จางหาย ทำให้บรรยากาศในห้องหนาวเหน็บจนขนลุก
ฤทธิ์ยาพิษเริ่มคลายลงเล็กน้อย ทำให้เขาเริ่มตระหนักได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ภาพที่เห็นทำให้เขาตกตะลึงจนพูดไม่ออก
"ข้า... ข้าฆ่านาง... ข้าฆ่าเมียตัวเอง..." เขาพึมพำเสียงสั่นเทา ดวงตาที่แดงก่ำค่อยๆ กลายเป็ว่างเปล่า สติสัมปชัญญะที่หลงเหลืออยู่ถูกทำลายลงสิ้นซากในพริบตา "ข้า... ข้าทำอะไรลงไป... หยิน... หยินเอ๋ย..."
เขาคุกเข่าลงข้างศพของฮูหยินใหญ่ มือสั่นเทาเอื้อมไปััใบหน้าที่เย็นเยียบ "หยิน... ตื่นสิ... ข้าไม่ได้ตั้งใจ... ข้าไม่รู้ว่าเป็เ้า..." เสียงของเขาแหบพร่าด้วยความเศร้าโศกและความสำนึกผิด
ความทรงจำเก่าๆ เริ่มหลั่งไหลกลับมา ภาพวันแต่งงาน ภาพที่นางยิ้มให้เขาด้วยความรัก ภาพที่นางดูแลเขาเมื่อป่วยไข้ ภาพที่นางรอคอยเขากลับบ้านทุกค่ำคืน แม้เขาจะไปหาหญิงอื่น นางก็ยังคงรอ ยังคงหวัง ยังคงรัก
"ข้าเป็สัตว์ป่า... ข้าเป็คนชั่ว... ข้าฆ่าคนที่รักข้าจริงๆ เพื่อปกป้องนางแพศยา..." เขาสะอื้นไห้ น้ำตาไหลลงมาผสมกับเืบนใบหน้า
ชิงเหยาในร่างซูเหม่ยยังคงนอนกองอยู่กับพื้น แสร้งตัวสั่นเทาและร้องไห้สะอึกสะอื้น แต่ในดวงตาที่ซ่อนอยู่หลังน้ำตานั้น กลับฉายประกายแห่งชัยชนะและความสะใจที่ยากจะปิดบัง
นางมองดูศพของฮูหยินใหญ่ที่นอนตายคาที่ เืยังไหลซึมไม่หยุด แล้วหันไปมองหวังเสี้ยนที่ยืนตัวแข็งทื่อราวกับรูปปั้นหิน ใจนางเต็มไปด้วยความพอใจ นี่คือสิ่งที่นาง้า การทำลายตระกูลหวังจากภายใน การให้พวกเขาฆ่าฟันกันเองด้วยมือของพวกเขาเอง
"ท่านเสนาบดี... ท่าน... ท่านฆ่านางเพราะข้า..." นางสะอื้นไห้เสียงแ่ "ข้า... ข้าไม่สมควรเลย... ข้าเป็เพียงตัวหายนะ..." เสียงของนางเต็มไปด้วยความเศร้าโศกที่แสร้งทำ แต่ภายในใจกลับหัวเราะเยาะอย่างเ็า
"ข้าทำให้ท่านต้องฆ่าภรรยาตัวเอง... ข้าเป็คนชั่วที่สุดในโลก... ข้าควรตาย..." นางร้องไห้เสียงดังขึ้น ทำให้ดูเหมือนนางกำลังรู้สึกผิดและเศร้าโศกอย่างสุดซึ้ง
หวังเสี้ยนหันมามองนางช้าๆ ดวงตาที่เคยคลั่งแค้นบัดนี้ว่างเปล่าและไร้ชีวิตชีวา เขาก้าวเท้าที่สั่นเทาเข้ามาใกล้ แล้วทรุดตัวลงคุกเข่าข้างร่างของซูเหม่ย ร่างกายของเขาอ่อนแรงลงมากจากการถูกดูดพลังชีวิต
"ข้า... ข้าทำเพื่อเ้า..." เขาพึมพำเสียงแหบพร่า ก่อนจะก้มลงกอดร่างนางไว้แน่น ใบหน้าซุกอยู่ในซอกคอหอมกรุ่นของนาง "ข้าทำทุกอย่างเพื่อเ้า... ข้าฆ่าเมียข้าเพื่อปกป้องเ้า..."
เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเศร้าโศกและความสำนึกผิดที่รุนแรง "แต่ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าข้าทำผิด... ข้าไม่ควรฆ่านาง... นางไม่ได้ทำอะไรผิด... นางแค่รักข้าและอยากปกป้องบ้าน..."
ชิงเหยาโอบกอดเขาไว้เบาๆ มือเรียวลูบหลังของเขาอย่างอ่อนโยน แต่ในใจกลับหัวเราะเยาะอย่างเ็า "ท่าน... อย่าโทษตัวเอง... ข้าเป็คนชั่ว... ข้าทำให้ท่านต้องเลือก..." นางกระซิบเสียงอ่อนหวาน ขณะที่ใช้มือลูบผมของเขาอย่างปลอบโยน
"ไม่... ไม่ใช่ความผิดของเ้า... เป็ความผิดของข้า... ข้าอ่อนแอ... ข้าให้ความปรารถนาครอบงำสติ..." เขาสะอื้นไห้ในอ้อมกอดของนาง "ข้าทำลายทุกสิ่งด้วยมือตัวเอง... ข้าทำลายครอบครัว... ทำลายความสุข... ทำลายทุกอย่าง..."
เืของฮูหยินใหญ่ยังไหลนองไปทั่วพื้น กลิ่นคาวเืผสมกับกลิ่นราคะที่ยังไม่จางหาย ทำให้บรรยากาศในเรือนปัทมาดูเหมือนนรกบนดิน ศพของหวังฉีที่นอนอยู่มุมห้อง ศพของฮูหยินใหญ่ที่นอนในแอ่งเื และร่างของหวังเสี้ยนที่กอดซูเหม่ยด้วยความสิ้นหวัง ทั้งหมดนี้เป็ภาพแห่งความพินาศที่สมบูรณ์แบบ
ชิงเหยาเงยหน้าขึ้นมองเพดานที่มีคราบเืกระเซ็น ในใจนางเต็มไปด้วยความพอใจอย่างสุดขีด นี่คือผลงานชิ้นเอกของนาง การล้างแค้นที่สมบูรณ์แบบที่สุด ไม่ต้องใช้ดาบหรือยาพิษ แค่ใช้ความงามและความฉลาดในการจัดการ นางทำให้ตระกูลหวังทำลายตัวเองด้วยมือของพวกเขาเอง
"ท่าน... ข้าจะอยู่กับท่านตลอดไป... ข้าจะดูแลท่าน... ข้าจะทำให้ท่านลืมความเ็ปนี้..." นางกระซิบเสียงหวาน ขณะที่ใจนางกำลังคิดถึงขั้นตอนต่อไป
หวังเสี้ยนกอดนางแน่นขึ้น ราวกับกลัวว่านางจะหายไป "เ้า... เ้าจะไม่ทิ้งข้าใช่ไหม... ข้าไม่มีใครแล้ว... ข้าฆ่าเมีย... ลูกชายตาย... น้องชายตาย... ข้าไม่มีใครแล้วนอกจากเ้า..."
"ข้าจะไม่ทิ้งท่าน... ข้าสัญญา..." นางตอบเสียงอ่อนหวาน แต่ในดวงตาที่เขามองไม่เห็น กลับมีแววเย็นะเืดุจน้ำแข็ง
และนี่... คือจุดเริ่มต้นของจุดจบที่แท้จริงของตระกูลหวัง
ชิงเหยายิ้มบางๆ ในใจ ขณะที่ยังคงแสร้งร้องไห้สะอึกสะอื้น
"ทุกอย่าง... กำลังจะจบลงแล้ว"
ในความมืดมิดของคืนนั้น ท่ามกลางกลิ่นเืและความตาย เสียงลมหวีดหวิวผ่านหน้าต่างที่เปิดอ้า ราวกับิญญาของผู้ตายกำลังร้องไห้ เรือนปัทมาที่เคยเป็สัญลักษณ์แห่งความสุขและความรัก บัดนี้กลายเป็สุสานแห่งความแค้นและการทรยศ
และในอ้อมกอดของความตาย ชิงเหยาได้เริ่มต้นบทสุดท้ายของแผนการล้างแค้นที่นางวางไว้อย่างพิถีพิถัน ตระกูลหวังจะต้องจ่ายราคาสำหรับทุกสิ่งที่พวกเขาทำ และราคานั้นคือการทำลายตัวเองด้วยมือของตัวเอง