ตอน 12 ไม่อยากตัดใจ
ชิงเหนียนคิดว่าจะเสียตัวกลั้นใจยกชันเข่ากระแทกผ่าหมาก กระทุ้งเน้นๆเข้ากลางไข่ย้อยเถียจ้านจวิ้นท่าจะจุกหนักไปหลายวัน ตัวเกร็งงอ หน้าซีดเซียว รีบปล่อยมือที่ขึงรัดตัวนางลงคลำกุมไข่สองใบเอาไว้
"เ้าชักจะร้ายเกินไปแล้ว "จ้านจวิ้นนอนตัวงอบนเตียง ตะเบ็งเสียงสั่นๆดุชิงเหนียนตัวแสบในขณะที่นางลุกขึ้นยืนปลายเตียงอย่างไว
"จะทำไงได้ล่ะ ก็นายดันอยากใช้วิธีสกปรกก่อนก็ฉันยังไม่พร้อมนี่ ทำแบบนี้ข่มขืนกันชัดๆ "ชิงเหนียนเถียงคำไม่ตกฟากร่ายยาวเป็หน้ากระดาษ
"คิกๆ องค์ชายของเราช่างเืร้อนจริงๆคึกคะนองขนาดนี้ ไม่นานตำหนักพู่หยวน คงมีองค์ชายน้อยวิ่งเล่นเต็มไปหมด "หูป๋อยืนเฝ้าหน้าประตู หน้ามึนแอบเอียงหูแนบผนัง ได้ยินเสียงโอดโอยของผู้เป็นายเขาคิดไปไกลหลายโยด หัวเราะคิกคักยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
"ไสหัวไปเลยนะ หากสำนึกตนไม่ได้ อย่ามาให้ข้าเห็นหน้า" จ้านจวิ้นอารมณ์ฉุนเฉียวชี้นิ้วสั่งไล่ชิงเหนียงออกจากตำหนักในยามบ่าย
"ด๊ายยย พูดเองนะ! ใครจะอยากอยู่วะ ! อย่ามาง้อก็แล้วกัน " ชิงเหนียนงอนหน้าหงิก เดินย้ำเท้าตึกๆผลักประตูพรวดจนหูป๋อเสียท่าล้มหงายท้องหงายไส้
"อะเอ่อ... " หูป๋อสุดงง มองซ้ายมองขวา
"นะ นี่พวกท่าน... ไม่ได้... "หูป๋อทำมือประกบกันขยับขึ้นลงผับๆ
"เ้าบ้านี่!!! ท่าทีบ้าบออะไรของเ้าว่างนักหรือไงหูป๋อ!!" จ้านจวิ้นยังคงหน้าบูดบึ้ง อารมณ์ไม่จอยมือกุมไข่ไว้ดิบดี ยิ่งเห็นท่าทีทะเล่อทะล่าขององครักษ์ ยิ่งชวนให้น่าโมโหไปใหญ่
"เคร่ง!!" ควานหาอะไรได้ก็ปาไปก่อนจ้านจวิ้นเควี้ยงเชิงเทียนใส่หูป๋อ
"ขะ ขะ ขออภัยองค์ชายข้าเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีงานยังต้องรีบไปสะสาง" หูป๋อรีบคำนับสามทีวิ่งแจ้นกระเจิงออกนอกตำหนัก
"ขัดใจ!! ขัดใจข้ากันไปให้หมด !!"จ้านจวิ้นบีบมือแน่น ทิ้งตัวลงนอนบนเตียง ลืมตามองเพดานห้องทำตาปริบๆ ครุ่นคิดในใจ
"หึ... รับนางเข้ามาเป็คนของข้าแค่ครึ่งวันชีวิตองค์ชายรองที่สงบจืดชืดมานานถึง 5 ปีวุ่นวายได้ถึงขนาดนี่้เชียวหรือ " เขาแสยะยิ้มมุมปากเพราะรู้สึกสบายใจแบบที่ไม่เคยเป็มาก่อน
"ถึงเวลาสิ้นสุดของมันแล้วสินะ ฮะฮ่า "นี่เป็ครั้งแรกที่จ้านจวิ้นยิ้มได้กว้างที่สุดอีกทั้งเขายังกล้าที่จะหัวเราะดังขึ้น
**********
ใต้ต้นไม้ใหญ่ท้ายวัง
ชิงเหนียนเดินโซเซนั่งพิงอิงกายลงที่นั่น...แหงนหน้ามองฟ้าที่ขาวโพลน เต็มไปด้วยหมู่เมฆบางๆ "เห้อ...ทำไมเป็ชิงเหนียนในโลกนี้มันยากจัง" เด็กสาวตัวน้อยถอนหายใจเบาๆแววตาออกจะเศร้าสร้อย คิดถึงชีวิตแสนสบายที่จากมา
อยู่กับความเงียบเชียบได้ไม่นาน...ชิงเหนียนเหนื่อยเพลียกับความวุ่นวายของวันเผลอเคลิ้มหลับไป... หารู้ไม่ว่างูเขียวตัวน้อยกำลังเลื้อยไซ้จากต้นไม้สู่ลำคอ
"หืม... อย่ามาสะกิดน่า... คนจะหลับจะนอน"ชิงเหนียนยังตาปรือไม่ลืมตามอง งับแจะปากจิ้บๆ ยกมือลูบๆปัดๆเบาๆวินาทีนั้นใครมาปลุกก็ไม่สนใจละ ก็คนมันขี้เซานี่
แต่ แต่ชิงเหนียนต้องลืมตาตื่นกะทันหัน เมื่อไอ้เ้างูเขียวน้อยตัวปัญหานั่นเลื้อยเข้าตัวรัดคอชิงเหนียนพอดิบพอดี"ไรเนี่ย!! อะไร๊!! แค่กๆ หะ หาย ใจไม่ออก" ชิงเหนียนยังไม่รู้ตัวอีกว่าโดนงูรัดคอกว่าจะรู้ตัวก็เกือบจะได้ตายเป็ผีอีกรอบ
"อ๊าก!! อร๊าย!! ช่วยด้วย! "ชิงเหนียนเหลือบตามองเห็นหางงูตัวน้อย ะโโหยงวิ่งแบบไม่คิดชีวิต
" แอ่ก!" ชิงเหนียนวิ่งชนเข้ากับแผ่นหลังของหยางเค่ออย่างจัง
"ยะ หยางเค่อ ช่วยด้วย... "คำพูดสุดท้ายก่อนจะหมดสติไปเพราะความใ หยางเค่อโน้มตัวลงโอบประคองแนบกายรีบช่วยเอางูเล็กออกจากคอชิงเหนียนอย่างรวดเร็ว
"โชคดี... ที่ข้ามาที่นี่ ไม่งั้น...เ้าคงได้ตายเป็ผีั้แ่เข้าวังวันแรก..."
"ทำไม... ทำไมต้องเป็เ้าที่เขาเลือก...ข้าอุตส่าห์ทุ่มสินทรัพย์หมดหน้าตัก เพื่อให้ได้เ้ากลับคืน... "หยางเค่อโน้มตัวลงจูบหน้าผากของนางเบาๆมองดูใบหน้าเล็กๆของนางด้วยแววตาของความหวงแหนยิ่งเขาเห็นว่านางยังคงปักปิ่นนั่นที่เขาเคยให้ไว้ไม่ถอดออกหยางเค่อยิ่งคิดเข้าข้างตัวเองไปไกล คิดว่านางเองก็มีใจให้ไม่น้อย
"นี่ท่าน...คือคุณชายโม่หยางเค่อ ที่ขอเข้าพบองค์ชายรองของข้าสินะ" หูป๋อเดินมาพบท่าทีผิดผีที่หยางเค่อทำกับนาง เขารีบปลี่ตัวเข้าหา ถามทักท้วงเพื่อปกป้องนางสนมคนใหม่
"ใช่! พาข้าไปพบเขาให้เร็วที่สุด!"หยางเค่อพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจังทั้งที่ในอ้อมกอดยังคงอุ้มชูร่างชิงเหนียนไว้อย่างดี
"ตายแน่ ชะตาหูป๋อจะขาดก็คราวนี้ล่ะหวังว่าองค์ชายจะไม่กริ้ว!!" หูป๋อพึมพำออกมา พลางเดินนำหน้าหยางเค่อพาไปยังตำหนักพู่หยวน
"องค์ชายขอรับ คุณชายใหญ่สกุลโม่ขอเข้าพบตอนนี้รออยู่หน้าตำหนักแล้ว" หูป๋อเข้ารายงานต่อผู้เป็นายอย่างมีเลสนัย
"อืม ให้เข้ามาสิ "จ้านจวิ้นรินชาร้อนยกดื่มที่หลังม่าน
ทันทีที่จ้านจวิ้นเห็นชิงเหนียนสนมคนใหม่อยู่บนอ้อมกอดของคุณชายโม่ผู้อบอุ่น ใบหน้าหล่อเหลาของเขานั้นแสนจะปวดใจแต่ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง ได้แต่กำมือแน่นข่มอารมณ์ไว้ภายในใจ
"คุณชายโม่ ผู้เลื่องชื่อว่าเป็ยอดกวี...หลายหนที่ข้าเชื้อเชิญท่านเข้าวัง กลับได้รับเพียงความเมินเฉยครั้งนี้ถึงขั้นยอมเข้าวัง มุ่งตรงถึงตำหนักร้างของข้า คงมีจุดประสงค์แน่"จ้านจวิ้นเปิดประเด็นพูดอย่างไม่อ้อมค้อม
"หึ ช่างสมกับฉายามหาปราชญ์ที่อายุน้อยที่สุดจริงๆข้ายังไม่ทันเอ่ยสักคำ ท่านกลับรู้แจ้งปานตาเห็น"หยางเค่อยืนตระง่านอยู่เบื้องหน้าไม่ยอมนั่งในอ้อมแขนยังคงอุ้มโอบร่างอันบอบบางของชิงเหนียนเอาไว้
"ขอกล่าวอย่างตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อมข้าโม่หยางเค่อ แม้ไม่ได้เก่งกาจเช่นท่านแต่ข้าจะไม่มีวันทำให้นางได้รับาเ็เป็อันขาดในเมื่อท่านเป็คนเลือกนางเป็สนม ก็ควรปฏิบัติบัติกับนางให้คู่ควร"หยางเค่อกล้าตำหนิแม้กระทั่งองค์ชายรองแห่งวังหลัง
"คุณชายโม่ ท่านคิดว่าท่านเป็ใครกันอย่าคิดว่าสกุลโม่มียศเป็ขุนนางใหญ่ จะยีย่ำเกียรติข้ายังไงก็ได้แม้ฐานะของข้าตอนนี้จะไม่ได้รับความโปรดปรานจากเสด็จพ่อนั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคนเ้าสำราญไร้ประโยชน์เช่นเ้าจะสั่งสอนข้าได้"จ้านจวิ้นโมโหหนักใช้นิ้วเรียวๆคีบเม็ดหมากกระดานออกแรงดีดมันกระแทกหางคิ้วหยางเค่อ
จ้านจวิ้นคนนี้ไม่รอช้าลืมตัวไปชั่วขณะว่าตนแสร้งเป็ชายตาบอดเดินเหินอย่างคล่องแคล่ว เข้าชิงตัวสนมคนใหม่จากอ้อมอกของพระรองผู้แสนดี
"ตามกฎแล้ว สตรีของข้า!ท่านไม่มีสิทธิ์แตะต้องแม้แต่ปลายเล็บ แม้ท่านจะมีศักดิ์เป็พี่ใหญ่ของนางก็ตามแต่ดีแท้ที่ข้ามิใช่คนเ้าคิดเ้าแค้น วันนี้จะปล่อยท่านกลับไปแต่โดยดีถือว่ามิเคยเกิดอะไรขึ้น "จ้านจวิ้นอุ้มชิงเหนียนค่อยๆวางลงบนเตียงใหญ่อย่างเบามือพลางพูดน้ำเสียงเนิบๆขับไล่หยางเค่อไปให้พ้น
"ห่ะ จริงสินะท่านพ่อส่งนางเข้าวังมาเป็สนมแทนโม่จิ่วเอ่อร์ในฐานะแฝดผู้พี่ เช่นนั้นกับข้าแล้วก็คงปรากฏแค่ฐานะพี่ใหญ่ ไหนเลยจะขึงขังหวงแหนนางได้อย่างเช่นเป็คนรัก"หยางเค่อครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แต่ไม่อาจถอดใจทำได้เพียงยอมถอยออกไปตั้งหลักสักหนึ่งก้าว
"เช่นนั้นข้าขออภัยด้วยที่สร้างความวุ่นวายน้องหญิงของข้าถูกท่านรังแกหรือไม่ยังไม่รู้แจ้ง เพียงเข้าวังหนึ่งวันยังเกือบตายพี่ใหญ่เช่นข้าไม่อาจวางใจหนีกลับจวนได้หรอก" หยางเค่อวางอุบายขออยู่ในวังหลวง รอจังหวะอันดีชักชวนชิงเหนียนหลบหนีไปอย่างลับๆ