เช้าวันออกเดินทางแอนนาและลิซ่าต้องออกไปบริษัทคาลอสเอนเนอร์จีแต่เช้าตรู่พร้อมกับคาลอสเพื่อตรวจสภาพร่างกายเป็รอบสุดท้ายก่อนออกเดินทางปฏิบัติภารกิจในอวกาศ
คาลอสเองใจคอไม่ค่อยดีนักแต่นั่นก็เป็เื่ปกติของหัวอกคนเป็พ่อที่ลูกสาวกำลังจะออกเดินทางไกลส่วนเจสันนั้นใน่สามวันที่ผ่านมานี้ก็ไม่ได้บอกอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งที่เขาสั่งให้ไปทำนอกจากรายงานให้เขาทราบแต่เพียงว่าการเดินทางได้ถูกเตรียมพร้อมแล้วแต่ถ้าจะให้โครงการสำเร็จครบถ้วนสมบูรณ์ก็ต้องรอให้ทุกคนกลับมาพร้อมกับสินแร่หรือเชื้อเพลิงตัวใหม่ก่อน
“เป็อะไรหรือเปล่าคะท่าน”ลิซ่าที่นั่งอยู่ด้านหน้าหันมาถามผู้เป็นายใหญ่ เธอสังเกตเห็นว่าคาลอสนั่งเงียบมาั้แ่ออกจากบ้านแล้ว
คาลอสส่ายหน้า
“ไม่มีอะไรหรอกลิซ่า...ฉันแค่เป็ห่วงแอนนาเท่านั้น”
“แค่หมื่นปีแสงเองค่ะพ่อ”แอนนานั่งอยู่ข้างๆ กอดประจบบิดา
“ใช้การจัมป์เดี๋ยวเดียวก็ถึง”
การจัมป์ที่แอนนาว่าคือการเดินทางด้วยเครื่องย้ายอนุภาคของสสารจากที่หนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่งโดยทั้งต้นทางและปลายทางต้องมีทั้งตัวส่งและตัวรับอนุภาคที่เรียกว่า ‘จัมป์เกต’
เครื่องจัมป์เกตนี้เป็ของบริษัทสเปซจัมป์ผู้ผลิตนวัตกรรมต่างๆเกี่ยวกับการเดินทางในอวกาศ เครื่องจัมป์เกตสามารถทำการย้ายั้แ่สิ่งเล็กๆไปจนถึงสิ่งที่ใหญ่โตมโหฬารอย่างยานอวกาศได้โดยใช้เพียงแสงสีน้ำเงินจากเครื่องส่งฉายไปยังสิ่งนั้นแล้วทำการระบุพิกัดปลายทางของเครื่องรับ ส่วนแสงที่ว่านั้นสร้างมาจากอะไรยังคงเป็ความลับของทางบริษัทมาจนถึงทุกวันนี้
โดยส่วนตัวแล้วคาลอสไม่อยากให้ใช้เทคโนโลยีแบบนี้เท่าไรทว่าเนื่องจากหนทางกว่าจะไปถึงดาวเป้าหมายค่อนข้างไกลเอาเื่ ต่อให้เดินทางเร็วเท่าแสงก็ยังต้องใช้เวลานานอยู่และบริษัทสเปซจัมป์ก็มีเครื่องมือที่ช่วยทุ่นงบประมาณและเวลาของการเดินทางลงไปได้มากโขประธานแห่งคาลอสเอนเนอร์จีจึงจำใจต้องให้เจสันติดต่อขอซื้อเครื่องย้ายอนุภาคมาใช้ในงานนี้
“พ่อไม่ค่อยไว้ใจของที่มาจากบริษัทนั่น”คาลอสบอกลูกสาวตรงๆ
“พ่อไม่ไว้ใจคินวามัน”
คาลอสหมายถึงเ้าของบริษัทสเปซจัมป์ซึ่งเป็คู่ปรับของเขามาั้แ่วัยหนุ่มแล้วสาเหตุที่ทำให้คนทั้งคู่ซึ่งเคยเป็เพื่อนสนิทกันมาก่อนต้องบาดหมางกันไม่พ้นเื่ความรักทั้งคาลอสและคินวาใน่วัยหนุ่มต่างชอบลูกสาวเ้าของบริษัทขนส่งแร่แต่เป็คาลอสที่ได้ใจเธอไปครอง ั้แ่นั้นมาคินวาและคาลอสก็ไม่เคยไปมาหาสู่กันอีกเลย
คินวาไม่ใช่ชาวเรนต้าโดยกำเนิดเขาเดินทางมากับกองคาราวานจากดาวยูนาสซึ่งอยู่ไม่ไกลจากดาวเรนต้ามากนักตอนนั้นดาวยูนาสเกิดการฏขึ้นก่อนที่จะลุกลามจนกลายเป็านองเืไปทั่วทั้งดาวจนทำให้ครอบครัวของคินวาต้องอพยพหนีภัยามายังดาวเรนต้า
่ที่คินวามาถึงดาวเรนต้าใหม่ๆเขาถูกเด็กรุ่นเดียวกันรังแกและโดนล้อตลอด เนื่องจากชาวยูนาสมีสีผิวขาวเผือกสีผมออกไปทางแดงสลับม่วง ทำให้คินวาดูแปลกในสายตาของเด็กทุกคนในตอนนั้นยกเว้นคาลอส ที่มองคินวาเป็แค่เด็กธรรมดาคนหนึ่งเหมือนกับเขาและคนอื่น ใน่เวลานั้นบนดาวเรนต้ายังมีข้อจำกัดเื่ของชนเผ่าจากดาวอื่นที่ชาวพื้นเมืองดั้งเดิมไม่ค่อยเต็มใจต้อนรับนัก แต่พอผ่านไปราวสองปีจึงมีการบัญญัติกฎหมายระหว่างดวงดาวออกมาให้ถือว่าทุกคนคือพี่น้องร่วมจักรวาลเดียวกัน นั่นเป็เหตุผลทำให้ชาวยูนาสคนอื่นๆรวมถึงคินวาในตอนนั้นสามารถอยู่ได้อย่างสงบราบรื่นมากขึ้น และเพราะคาลอสนี่เองที่คอยช่วยคินวาแทบทุกเื่มาตลอดจนถึงวัยหนุ่มแต่ทั้งคู่ก็ต้องมากลายเป็ศัตรูกันเพราะเื่ของหัวใจ!
“แต่หนูว่าลุงคินวาก็ดูไม่มีพิษมีภัยอะไร”แอนนามองหน้าบิดา
“พ่อยังไม่หายโกรธเขาอีกเหรอคะ”
“พ่อไม่ได้โกรธอะไรหมอนั่น”คาลอสมองออกไปยังนอกหน้าต่างยานพาหนะ“มันเองต่างหากที่ไม่ยอมยกโทษให้พ่อเื่แม่ของลูก”
แอนนาใช้คำสั่งเสียงกับสมองกลของยานแล้วภาพโฮโลกราฟิกก็ถูกฉายขึ้นจากเครื่องโฮโลแกรมเป็ภาพของผู้หญิงที่คล้ายแอนนาเป็อย่างมาก ต่างกันแค่วัยและสีผมแอนนามีผมสีน้ำตาล แต่ผู้หญิงในภาพมีผมสีดำขลับ
“คุณแม่สวยจริงๆนั่นแหละ หนูไม่แปลกใจเลยว่าทำไมลุงคินวาถึงโกรธพ่อขนาดนั้น”
แอนนาจ้องมองภาพของมารดาที่ฉายขึ้นจากเครื่องโฮโลแกรมอยู่ครู่ก็สั่งให้สมองกลปิดภาพนั้นเสีย แอนนาไม่อยากให้ทั้งตัวเธอเองและบิดาต้องคิดถึงผู้หญิงในภาพมากไปกว่านี้
“มันไม่ใช่แค่เื่ที่พ่อรักกับแม่ของลูกหรอก”คาลอสหันมาบอกลูกสาว
“คินวาโกรธที่พ่อรักษาชีวิตแม่ของลูกเอาไว้ไม่ได้”
มารดาของแอนนาชื่อว่าอาลิส เธอเสียชีวิตเพราะเหตุะเิในเหมืองแร่บนดาวอาณานิคมตอนนั้นแอนนาอายุได้เพียงแปดขวบและอยู่ กับพี่เลี้ยงบนดาวเรนต้าอันที่จริงแล้วงานนี้คาลอสต้องเป็ผู้ไปควบคุมงานด้วยตัวเองแต่อาลิสขอเป็คนไปทำงานแทนเนื่องด้วยบริษัทคาลอสเอนเนอร์จีใน่นั้นกำลังงานชุกประธานซึ่งก็คือคาลอสต้องเดินทางไปดูงานอยู่หลายที่ด้วยกันจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อนอยู่กับครอบครัวด้วยซ้ำผู้เป็ภรรยาจึงอยากแบ่งเบาภาระผู้เป็สามีบ้างทว่า...กลับกลายเป็สาเหตุที่ทำให้เธอต้องจากครอบครัวไปตลอดกาล
“โธ่พ่อคะเื่ที่เกิดขึ้นกับแม่มันเป็อุบัติเหตุ ทุกคนก็รู้”
แอนนาจับมือบิดาไว้แน่นอันที่จริงใน่เวลานั้นตอนที่แอนนารู้เื่ที่เกิดขึ้นกับมารดาแอนนาเองก็ตำหนิผู้เป็บิดาและไม่ยอมพูดด้วยอยู่หลายปีกระทั่งโตขึ้นอยู่ในวัยที่มีวิจารณญาณมากพอเธอจึงคิดได้และพร้อมรับฟังเื่ราวทุกอย่างที่เกิดขึ้นอีกครั้งด้วยความเข้าใจ
“แต่แม่เขาตายเพราะพ่อ...ถ้าพ่อไม่ให้แม่ของลูกไปตอนนี้ครอบครัวเราก็คงมีความสุขมากกว่านี้...”
เสียงคาลอสเริ่มสั่นเครือแอนนาััได้กอดบิดาแแ่เธอย่อมเข้าใจดีถึงความรู้สึกของคนที่สูญเสียคนที่รักไปอย่างกะทันหันและก็รู้สึกเสียใจที่ทำตัวไม่ดีกับบิดาในบางครั้ง ทั้งที่โตจนป่านนี้แล้ว
“ใกล้ถึงบริษัทแล้วนะคะ”เสียงของลิซ่าดังขึ้นพร้อมกับภาพของอาคารคาลอสเอนเนอร์จีปรากฏให้เห็นอยู่เบื้องหน้า
“ส่งฉันลงตรงหน้าบริษัทนะลิซ่า”
คาลอสบอกเลขาของลูกสาวตามด้วยยานลงจอดตรงหน้าบริษัทตามคำสั่ง
ลิซ่ากับแอนนาไม่ได้ลงด้วยเพราะสองสาวต้องไปต่อที่ชั้นสามสิบห้าซึ่งเป็แผนกของเจสันบริเวณด้านหน้าอาคารคาลอสเอนเนอร์จียามนี้จึงมีประธานบริษัทอย่างคาลอสที่ยังคงยืนนิ่งงันทั้งที่บริเวณด้านในของชั้นล่างมีนักข่าวมารอทำข่าวการเดินทางในครั้งนี้กันอย่างเนืองแน่นทุกสำนักข่าวต่างให้ความสนใจกับโครงการสเปซออฟของคาลอสเอนเนอร์จีเป็อย่างมาก
“ท่านคะท่าน”หญิงสาวเ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์วิ่งกระหืดกระ หอบมาทางคาลอส
“บอกไปว่าให้รออีกสักครู่”ไม่ต้องรอให้สาวตรงหน้าบอก คาลอสก็รู้ว่าต้องมาตามเขาให้เข้าไปแถลงข่าว
“แต่ท่านคะนักข่าวมารอกันนานแล้ว”
“ถ้าพวกเขารอกันไม่ได้ก็ให้บอกไปว่าทางเราจะส่งไฟล์บันทึกคำแถลงข่าวไปให้ทีหลัง”
หญิงสาวยังมีท่าทียึกยักเหมือนมีเื่อื่นสำคัญกว่าอยู่ในใจแต่ไม่กล้าบอก ผู้เป็ประธานใหญ่เห็นก็พานหงุดหงิด
“มีอะไรก็ว่ามาเสร็จแล้วก็ไปทำงานต่อ”
“เอ่อ...คือว่า”หญิงสาวไม่กล้าสบตาผู้เป็นายตรงๆ
“คุณคินวาแห่งบริษัทสเปซจัมป์กำลังรอท่านอยู่ที่โต๊ะแถลงข่าวค่ะ”
คาลอสได้ยินที่พนักงานสาวบอกก็ตาโตทันทีก่อนจะรีบเดินเข้าไปในอาคารบริเวณที่จัดไว้เพื่อต้อนรับนักข่าวและใช้เป็ที่จัดงานแถลงข่าวการเดินทางในครั้งนี้โดยมีหญิงสาวเ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เดินตามไปติดๆ
คินวากำลังยืนคุยกับนักข่าวอยู่ภายในงานแถลงข่าวอย่างออกรสราวกับว่าเป็งานแถลงข่าวของตัวเองก็ไม่ปานขณะที่คาลอสนั้นเพิ่งมาถึง ท่านประธานใหญ่แห่งคาลอสเอนเนอร์จีไม่รู้หรอกว่าที่จู่ๆ คินวาก็โผล่มานั้นมีเหตุผลอะไร แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธที่จะต้อนรับอดีตสหายรักชาวยูนาสคนนี้
“คาลอส”
คินวาร้องทักทันทีที่เห็นคาลอสไม่วายเดินฝ่าวงล้อมนักข่าวไปรับเพื่อนเก่าที่กำลังสาวเท้าเข้ามาหา
คนถูกทักก่อนอย่างคาลอสถึงกับนิ่งอึ้งไปเล็กน้อยเพราะตั้งหลักไม่ทัน ก่อนจะเอ่ยคำทักทายออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ทำไมไม่บอกว่าจะมาจะได้เตรียมห้องรับรองไว้ให้”
“ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก”คินวาโอบไหล่อดีตเพื่อนรัก
“ฉันแค่แวะมาส่งหลานสาวก็เท่านั้น”
คำตอบนั้นทำให้คาลอสมองหน้าคินวาอย่างไม่เชื่อหูหนักกว่าเก่าก็ั้แ่มารดาของแอนนาตายจากไป คินวาก็ไม่เคยมาเยี่ยมเยียนครอบครัวของเขาอีกเลยแล้วทำไมครั้งนี้คินวาถึงมาได้
หรือจุดประสงค์ที่แท้จริงของเขา...คืออย่างอื่น
“นายอย่าเอาหลานมาอ้างหน่อยเลยเป็สิบปีแล้วที่นายไม่เคยมาหาหลาน บอกเหตุผลจริงๆ ของนายมาดีกว่าคินวาทำอย่างกับฉันไม่รู้นิสัยนายอย่างนั้นแหละ”
“เกลียดนายก็ตรงนี้”เ้าของสเปซจัมป์พูดไปขำไป “นายเป็คนเดียวที่อ่านเกมออก”
คาลอสกะเอาไว้ไม่มีผิดเหตุผลที่อดีตสหายผู้นี้ลงทุนเดินทางมาถึงที่นี่ด้วยตัวเองย่อมต้องเป็เหตุผลสำคัญไม่ต่อตัวเขาก็บริษัทของเขา เื่ไหนที่สำคัญเป็อันดับแรกๆคินวาแห่งเผ่ายูนาสคนนี้จะเดินทางไปติดต่อด้วยตัวเองทุกครั้ง และนี่ก็เป็อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้บริษัทของคินวาได้รับการยอมรับจากหลายดวงดาวให้ทำการติดตั้งเครื่องจัมป์เกตเพื่อใช้เป็เครื่องเดินทางข้ามไปมาและใช้ในการขนส่งอาหารหรือสิ่งของซึ่งประหยัดกว่าการเดินทางด้วยยานอวกาศหลายสิบเท่าแถมยังไม่มีความเสี่ยงต่อการชำรุดเสียหายหรือถูกปล้นอีกด้วย
“ตกลงนายจะแถลงข่าวก่อนหรือเปล่า”คินวาหันไปมองนักข่าวที่กำลังส่งสัญญาณออกอากาศสดไปทั่วเรนต้าและดาวใกล้เคียงในขณะนี้
คาลอสไม่ตอบแต่เดินตรงไปยังโต๊ะแถลงข่าวเพื่อไม่ให้นักข่าวต้องคอยนานไปมากกว่านี้ก่อนจะบอกให้เ้าหน้าที่เชิญคินวาไปยังห้องรับรองแขกวีไอพีของบริษัทแต่คินวาปฏิเสธคำเชิญ เขาขออยู่ดูการแถลงข่าวในครั้งนี้ด้วยตาตัวเองเผื่อมีอะไรสงสัยจะได้ถามกันสดๆ ได้ในทันที
ทางด้านแอนนาและลิซ่าเมื่อขึ้นไปหาเจสันที่แผนกวิจัยกลับพบเพียงนักวิจัยสามคนที่เป็คนในทีมของเจสันแอนนาถามหาเ้าของห้องกับคนทั้งสามแต่ไม่ได้ความอะไรเพราะทั้งสามเองั้แ่เข้าบริษัทมาเช้านี้ก็ไม่เจอเจสันเหมือนกันมีเพียงไฟล์เสียงสั่งงานที่ต้องทำและกล่องบรรจุชุดที่แอนนาและลิซ่าต้องใส่สำหรับการเดินทางเตรียมไว้ให้เท่านั้นและหนึ่งในคำสั่งที่ว่าคือการให้นักวิจัยทั้งสาม จัดยาให้แอนนากับลิซ่ารับประทานเป็ครั้งสุดท้ายก่อนออกไปทำภารกิจแอนนากับลิซ่าจึงรับยาจากคนทั้งสามแล้วกลับไปยังห้องทำงานของตนเองเพื่อตรวจเช็กไฟล์งานอีกครั้งและจัดแจงส่งไฟล์เหล่า นั้นให้แผนกต่างๆ ได้ใช้ดำเนินงานใน่ที่เธอไม่อยู่
แอนนาไม่ได้ดูแลแค่เื่ของโครงการสเปซออฟเพียงอย่างเดียวเธอยังมีแผนที่จะทำโครงการฟื้นฟูระบบบำบัดมลพิษบนเรนต้าด้วย ซึ่งโครงการนี้ได้รับความเห็นชอบจากคาลอสเป็ที่เรียบร้อยแล้วแต่ว่ายังต้องใช้เวลาอีกสักพักเพราะมลพิษของดาวนี้มีมากระบบบำบัดที่ใช้อยู่ก็ยังไม่ดีพอ มีเพียงเธอและบิดาของเธอที่สนใจเื่พวกนี้ส่วนบริษัทอื่นนั้นต่างไม่เห็นประโยชน์ที่จะได้รับถ้าคิดทำแถมยังค่อนแคะสองพ่อลูกว่าทำงานเอาหน้าซึ่งแอนนากับคาลอสไม่คิดใส่ใจแอนนาแค่อยากทำความฝันของมารดาให้เป็จริง เพราะเท่าที่เธอจำได้มารดาเคยเล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนดาวดวงนี้มีแต่สีเขียว เป็สีของพันธุ์พืชที่มีอยู่อย่างมากมายแต่พอดาวดวงนี้มีประชากรอยู่อาศัยกันมากขึ้นการจะไม่บุกรุกล่วงล้ำเข้าไปในพื้นที่สีเขียวจึงเป็สิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากและต่อมาไม่นานก็เกิดการสะสมของมลพิษมารดาของเธออยากให้ดาวดวงนี้กลับมาเป็สีเขียวอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันได้เริ่มทำอะไรก็มาเกิดอุบัติเหตุจากไปเสียก่อนเธอจึงต้องมาสานฝันของผู้เป็มารดาให้สำเร็จ
“เธอว่าเราจะได้อะไรกลับมาไหมลิซ่า”แอนนาเงยหน้าจากโต๊ะทำงานเอ่ยถามเลขา“งานนี้คุณพ่อจะเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์หรือเปล่าก็ไม่รู้”
“แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้ลองออกค้นหานะคะ”ลิซ่าตอบอย่างที่คิด
“แล้วอีกอย่างเราก็มีข้อมูลอยู่บ้างแล้วว่าดาวเป้าหมายที่เราจะไปนั้นอาจจะมีแร่ที่สามารถนำมาผลิตเป็พลังงานได้”
“ดาวโลกนั่นน่ะเหรอ”
แอนนาผ่อนลมหายใจหนักหน่วงออกมาแล้วดึงภาพจากไฟล์ขึ้นมาดู
‘ดาวโลก’ เป้าหมายที่ทางทีมสำรวจกำลังจะเดินทางไปนั้นได้ชื่อว่าสวยที่สุดในระบบสุริยะเป็หนึ่งในระบบวงโคจรของดวงดาวที่มีอีกนับแสนนับล้านระบบวงโคจรรวมกันอยู่ในกาแล็กซีทางช้างเผือกอันสวยงามและกว้างใหญ่ดาวดวงนี้มีสีน้ำเงินเป็หลัก ทรัพยากรทางธรรมชาติมีมากมายเหลือคณานับอีกทั้งยังมีบรรดาสัตว์ท้องถิ่นมากมายหลากหลายสายพันธุ์รวมถึงมีชนเผ่าประจำดาวอยู่อีกด้วยแต่แผนงานที่แอนนาวางไว้จะไม่ไปยุ่งกับสิ่งมีชีวิตใดๆไม่ว่าจะเป็สัตว์หรือชนเผ่าประจำดาวเธอ้าเพียงสำรวจหาสินแร่ที่สามารถนำมาใช้ในเรนต้าได้เท่านั้น โครงการนี้ครอบครัวของเธอและผู้ถือหุ้นต่างทุ่มทุนไปอย่างมหาศาลถ้างานนี้คว้าน้ำเหลว มีหวังบิดาของเธอคงหมดความน่าเชื่อถือไปอีกนานเธอก็ได้แต่หวังว่าผู้ถือหุ้นรายอื่นจะเข้าใจถึงความเสี่ยงในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน
“เรารีบเปลี่ยนชุดกันเถอะค่ะ”
เสียงของลิซ่าดังขึ้นแอนนากำลังอยู่ในภวังค์รู้สึกตัว
“อีกยี่สิบนาทีก็จะได้เวลาเดินทางแล้ว”
ได้ยินลิซ่าบอกเช่นนั้นแอนนาจึงหยุดความคิดฟุ้งซ่านเ่าั้ ปิดไฟล์ภาพดาวโลกหันมาจัดการกับตัวเองผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าที่สวมใส่เป็ชุดรัดรูปสีขาวเพื่อเตรียมตัวออกเดินทางปฏิบัติภารกิจอันยิ่งใหญ่ต่อไป
หลังจากที่คาลอสแถลงข่าวจบลงและเปิดโอกาสให้นักข่าวได้ซักถามตามธรรมเนียมมีนักข่าวรายหนึ่งยิงคำถามเื่ที่คาลอสยอมส่งลูกสาวเพียงคนเดียวออกเดินทางไปในครั้งนี้ด้วยคาลอสตอบไปเพียงว่าเป็ความสมัครใจของแอนนาและเธอเองก็เป็ผู้ดูแลโครงการนี้มาแต่แรก ฉะนั้นการเดินทางไปกับคณะจึงไม่ใช่เื่แปลกอะไร
เมื่อไม่มีใครซักถามอะไรแล้วคาลอสจึงขอยุติการแถลงข่าวเพียงเท่านั้นก่อนที่จะให้เ้าหน้าที่พานักข่าวออกไปยังลานจอดยานอวกาศที่อยู่ใกล้กับบริษัทเพื่อทำการรอส่งแอนนากับลิซ่าเดินทางไปยังดาวอาณานิคม ซึ่งจะเป็จุดเริ่มต้นของการเดินทางไปยังดาวเป้าหมายอันห่างไกลจากที่นี่อีกหมื่นปีแสง
“คินวาไปไหนแล้วล่ะ”
คาลอสหันไปถามเลขาส่วนตัวเมื่อครู่นี้เขายังเห็นคินวายืนอยู่ตรงมุมห้องแถลงข่าวอยู่เลย
“คุณคินวาฝากบอกท่านว่ามีธุระด่วนครับและขออภัยที่ไม่ได้บอกลาด้วยตัวเอง”
เลขาส่วนตัวรายงานเช่นนั้นคาลอสเลยขมวดคิ้วเข้าหากันแต่ไม่ได้เอ่ยอะไรนอกจากโบกปัดเป็นัยว่าขออยู่คนเดียวเงียบๆ สักพักกระทั่งเห็นว่าสมควรแก่เวลาแล้วคาลอสจึงออกไปที่ลานจอดยานอวกาศเพื่อรอส่งลูกสาวไปทำงานที่สำคัญที่สุดในชีวิต
นักข่าวและคนในบริษัทต่างมาเฝ้ารอดูการเดินทางครั้งยิ่งใหญ่ครั้งนี้เพราะมันเป็การออกเดินทางในระยะไกลที่สุดเท่าที่เคยมีบันทึกมาอีกทั้งชาวเรนต้าเองไม่ค่อยชอบเดินทางไปไหนมาไหนไกลจากดาวของตนมากนักเต็มที่ก็ไม่กี่ปีแสงนี่จึงนับว่าเป็การเดินทางก้าวสำคัญที่ควรบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของชาวเรนต้าและที่สำคัญอีกอย่างคือผู้นำในการเดินทางครั้งนี้เป็หญิงสาววัยเพียงยี่สิบห้าเท่านั้นแถมยังเป็ลูกสาวเพียงคนเดียวของประธานบริษัทคาลอสเอนเนอร์จีซึ่งได้ชื่อว่าเป็บริษัทั์ใหญ่อันดับต้นๆ ของดาวเคราะห์เรนต้าแห่งนี้
“คุณแอนนากับลิซ่ามาแล้วครับ”
เ้าหน้าที่ฝ่ายเตรียมการวิ่งมารายงานกับคาลอสระบบของจัมป์เกตก็ถูกเซ็ตให้พร้อมใช้งานแล้วเช่นกันทันทีที่เ้าหน้าที่ฝ่ายเตรียมการรายงานจบก็วิ่งกลับออกไปก่อนที่แอนนาและลิซ่าจะเดินมาถึงตรงที่คาลอสยืนอยู่พอดี
คาลอสโอบกอดลูกสาวไว้ในอ้อมแขน
“ไม่เปลี่ยนใจแน่นะลูก”
“ไม่ค่ะ”แอนนากระซิบตอบพลางโอบกอดผู้เป็บิดาไว้ในอ้อมแขนเช่นกัน
“ยังไงหนูก็ต้องไปค่ะพ่อหนูไม่ได้ทำเพื่อตัวหนูเองแต่หนูกับลิซ่าทำเพื่อชาวเรนต้าและสหายต่างดาวที่มาอาศัยอยู่บนดาวเคราะห์ดวงนี้ค่ะ”
คำพูดของแอนนาแม้กระซิบเพียงแ่เบาแต่ได้ยินไปทั่วลานจอดยานและทั่วทั้งดาวผ่านช่องทางการถ่ายทอดสัญญาณแบบสดๆจากนักข่าวนับร้อย ทำให้ทุกคนต่างปรบมือให้กับความเสียสละในครั้งนี้
“ในเมื่อลูกตั้งใจแล้วละก็”คาลอสคลายวงแขนออกจากลูกสาว “พ่อคงจะห้ามอะไรไม่ได้อีกต่อไป”
“คุณแอนนาครับสถานีปลายทางแจ้งมาแล้วครับ ถ้าพร้อมแล้วให้ทำการเดินทางได้เลย”
เ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคแจ้งให้แอนนาทราบผ่านอุปกรณ์สื่อสาร
แอนนามองหน้าบิดาเป็ครั้งสุดท้ายแล้วโอบกอดบิดาไว้อีกครั้งอย่างแแ่บิดาของเธอเองก็เช่นกัน เขาไม่ลืมที่จะโอบกอดลิซ่าด้วยคาลอสไม่เคยคิดว่าลิซ่าเป็แค่พนักงานในบริษัท สำหรับเขาแล้วลิซ่าก็คือลูกสาวของเขาอีกคนหนึ่งเนื่องจากบิดาของลิซ่าเคยทำงานกับคาลอสมานานแต่เสียชีวิตไปเพราะเหตุะเิพร้อมมารดาของแอนนาคาลอสจึงรับอุปการะลิซ่าั้แ่นั้นมา
เมื่อทั้งสามกอดร่ำลากันจนพอใจแล้วต่างฝ่ายต่างแยกไปอยู่ในจุดของตน โดยแอนนากับลิซ่าเข้าไปยืนอยู่บนแท่นส่งตัวของเครื่องจัมป์เกตส่วนคาลอสต้องถอยออกไปยืนอยู่ให้ห่างจากรัศมีลำแสงพอสมควรทันทีที่แอนนาให้สัญญาณกับฝ่ายเทคนิค เ้าหน้าที่ควบคุมเครื่องจึงทำการเดินเครื่อง เพื่อเตรียมส่งสองสาวไปยังสถานีปลายทางซึ่งเป็หนึ่งในดาวอาณานิคมของเรนต้า
ลำแสงสีน้ำเงินสว่างไสวจากเครื่องย้ายอนุภาคทั้งสิบเครื่องฉายไปยังยานอวกาศลำสีดำขนาดใหญ่ที่จอดอยู่ด้านหลังชั่วอึดใจตัวยานก็ได้แปรเปลี่ยนเป็ละอองแสง แล้วถูกดูดกลับเข้าไปยังแท่นส่งอนุภาคใช้เวลาไม่นานยานทั้งลำก็หายไป
“แล้วหนูจะรีบกลับมาค่ะ”แอนนาะโบอกบิดาขณะลำแสงสีน้ำเงินกำลังฉายไปทั่วร่าง“คุณพ่ออย่ามัวแต่ทำงานจนนอนดึกนะคะ”
พอสิ้นเสียงของแอนนาร่างของทั้งสองสาวก็กลายเป็ละอองแสงเฉกเช่นเดียวกันกับยานอวกาศก่อนที่จะถูกส่งไปยังปลายทางก็คือดาวอาณานิคมที่อยู่ห่างจากดาวเรนต้าหนึ่งร้อยปีแสง