“พวกเรารู้จักกันอย่างจริงจัง เมื่อครั้งที่พรรณพรมาสัมภาษณ์ผมครับ ผมรู้สึกว่าเธอเหมือนกับพี่สาวของคุณ ผมรู้สึกถูกชะตากับเธอมาก แต่ผมมีข่าวไม่ดีเื่ผู้หญิง เธอเลยตั้งแง่กับผม หลังจากนั้นผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ผมได้ข่าวว่าเธอโดนกดดันให้ลาออกจากการเป็นักข่าวครับ” พงศ์ศักดิ์กล่าว
“อะไรนะคะ! เธอโดนบีบให้ลาออก ทำไมล่ะคะ” ผกายฤกษ์ใ
“เห็นเธอเคยบอกว่า ที่โดนบีบให้ลาออก เพราะเธอเริ่มเข้าใกล้ตัวผู้บงการฆาตกรรมคุณอำพลและภรรยา แต่ผู้บงการมีอำนาจและมีอิทธิพลสามารถบังคับผู้อำนวยการสำนักข่าวได้ครับ งั้นผมขอเล่าต่อเลยนะครับ” “เมื่อเธอลาออกในอาชีพที่เธอรักมาก เธอก็เลยไปผับคนเดียว ดื่มเหล้าเมามาย และผมได้ไปเห็นเธอเข้า จึงพาเธอที่มีสภาพเมาไม่รู้เื่ กลับมาที่บ้านของผม ผมอดใจไว้ไม่อยู่ เลยฉวยโอกาสล่วงเกินเธอ”
“นี่คุณ! ทำไมถึงไม่เป็สุภาพบุรุษเลยล่ะคะ” ผกายฤกษ์เผลอหลุดปาก เพราะพงศ์ศักดิ์ทำร้ายเพื่อนรัก
“มันเกิดขึ้นไปแล้ว มันแก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้ว เล่าต่อนะครับ” “มันเป็ครั้งแรกของเธอ ดังนั้นผมตั้งใจจะรับผิดชอบแต่งงานกับเธอ แต่เมื่อเธอฟื้นขึ้นมา เธอร้องไห้ฟูมฟาย แต่ก็ไม่ยอมให้ผมรับผิดชอบ เธอจะหนีกลับบ้านอยู่ท่าเดียว ผมเลยบังคับให้เธออยู่กับผมที่นี่ โดยเอาชีวิตครอบครัวของเธอมาขู่ พวกเราเลยอยู่ด้วยกันฉันสามีภรรยาตลอดหนึ่งเดือน ซึ่งเธอก็เริ่มมีใจให้ผมแล้วจนกระทั่งวันหนึ่ง เธอทำความสะอาดห้อง เลยเจอภาพคู่ระหว่างผมกับมาศโดยบังเอิญ ด้านหลังรูปถ่ายเขียนว่า ‘รักมาศเสมอ’ ดังนั้นเธอจึงเปิดใจคุยกับผมเื่ของมาศ ตอนนั้นผมยังไม่เข้าใจความรู้สึกของตนเอง และดูเหมือนผมจะลังเล เธอเลยตัดสินใจหนีผมไป จึงทำให้ผมรู้ใจตัวเองว่าผมรักพรรณพรและขาดเธอไปไม่ได้ ผมหาเธอไม่เจอ ทำให้ผมไม่เป็อันกินอันนอน โชคดีเหมือน์เข้าข้างผม ผมไปโรงพยาบาลและแอบเห็นเธอไปฝากครรภ์โดยบังเอิญ ผมเลยจับเธอกลับมาที่นี่ ผมพยายามบอกรักเธอ แต่เธอก็ไม่ยอมเชื่อผมเลย และขณะนี้เธอก็พยายามหนีผมไปอีก เื่ก็เป็เช่นนี้แหละครับ”
“ฉันบอกคุณก็ได้ เธอเป็เพื่อนสนิทของฉันค่ะ จริงๆ ฉันอยากจะหักคอคุณที่คุณทำร้ายเพื่อนของฉัน แต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว และเธอกำลังจะมีลูก มันก็คงต้องปล่อยเลยตามเลย และฉันก็หวังว่าคุณจะรักและดูแลเธอกับลูกให้ดีที่สุดนะคะ”
“ผมขอสัญญาด้วยชีวิตของผมว่าผมจะรักและดูแลเธอ จะไม่ยอมเสียเธอไปเด็ดขาด”
“ค่ะ งั้นขอฉันคุยกับเพื่อนของฉันก่อน เพราะเข้าใจว่าเธอคงเข้าใจผิดคิดว่าฉันเป็พี่มาศ”
“งั้นคุณก็ไปพบเธอที่ห้องนอนเถอะ แต่ผมขอร้องอย่าพาเธอหนีไปจากผมเลยนะครับ ตอนนี้เธอก็ตกงานแถมยังมีลูกด้วย ผมไม่อยากให้ลูกและเมียของผมอยู่อย่างลำบากอีก”
“ฉันเข้าใจคุณค่ะ ฉันก็ไม่ปล่อยให้หลานของฉันไม่มีพ่อหรอกนะคะ”
ผกายฤกษ์จึงถูกพาตัวไป้า เพื่อพบกับพรรณพร
************************************************
ผกายฤกษ์เข้ามาในห้องนอนของพรรณพร และเห็นเพื่อนนั่งบนเตียงมีน้ำตาไหลพราก เธอเลยเดินไปหยิบเก้าอี้โต๊ะเครื่องแป้งมานั่งคุยกับพรรณพร
ในขณะที่พรรณพรก็มองมาที่ผู้หญิงที่เธอเข้าใจว่าเป็ภาณุมาศอย่างแปลกใจ แต่ก็ทำใจสงบเพื่อดูว่าผู้หญิงคนนี้้าอะไร หรือมาศเขาจะมาขอพงศ์ศักดิ์คืนเลยรีบพูดว่า “คุณ้ามาพูดเื่พงศ์ศักดิ์ใช่มั้ยคะ พวกเราไม่มีความเกี่ยวข้องกันค่ะ คุณสบายใจได้”
“พรรณพร! นี่ฉันเอง ผกายฤกษ์ ไม่ใช่ภาณุมาศ”
“ห๊า อะไรนะ ฤกษ์เองหรอ เธอเป็ฝาแฝดของภาณุมาศ งั้นหรือ” พรรณพรแปลกใจ เพราะครั้งที่ผกายฤกษ์มาอยู่ห้องพักห้องเดียวกับเธอโดยหารค่าเช่าห้อง ผกายฤกษ์ยังใส่หน้ากากปิดบังตัวตน
“ใช่ ฉันจำเป็ต้องใส่หน้ากากพรางตัว เพื่อไม่ให้พี่มาศเป็อันตรายเพราะฉัน” ผกายฤกษ์อธิบาย
“งั้นดีเลย เธอช่วยพาฉันไปจากที่นี่ที ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว”
“ใจเย็นๆ ยัยพรรณ ตอนนี้คุณพงศ์ศักดิ์เขาไม่ได้มีใจให้พี่มาศอีกแล้วล่ะ และพวกเขาไม่มีทางลงเอยกันได้อีก”
“เพราะคุณมาศเขาไปแต่งงานกับคุณอำมรินทร์ใช่มั้ย ยังไงพวกเขาก็สามารถหย่ากันได้อยู่ดี”
“พี่มาศตายแล้วยัยพรรณ โดนฆาตกรรมหั่นศพเมื่อสามเดือนที่แล้ว” ผกายฤกษ์ยอมเล่า
“ห๊า ใครกันที่ช่างอำมหิตเช่นนี้ คุณพงศ์รู้เื่นี้หรือยัง เขาคงเสียใจมากที่เสียคนรักไป แต่ทว่าคนที่เป็ภรรยาของคุณอำมรินทร์อยู่ในขณะนี้ก็เป็เธอน่ะสิ”
“สาริศาเพื่อนสมัยมัธยมของพี่มาศเป็คนบงการฆ่าพี่มาศ ฉันรู้มาว่าผู้หญิงคนนี้มีนิสัยชอบอิจฉาริษยาเพื่อนที่สวยกว่า เธอทำงานให้ภาณุวัฒน์ นักธุรกิจค้าอาหารทะเลส่งออก เธอคงได้รับคำสั่งให้ปลอมตัวเป็รัชนีกรน้องสาวของฉัน และแฝงตัวไปอยู่ที่บ้านของไมเคิลด้วยวัตถุประสงค์บางอย่าง น่าเสียดายถึงจับสาริศาได้แล้วแต่เธอก็ถูกฆ่าปิดปากอยู่ดี ทำให้ซัดทอดไปยังภาณุวัฒน์ไม่ได้ คุณพงศ์ศักดิ์รู้เื่นี้แล้ว เขาเสียใจก็จริง แต่เขามีลูกมีเมียที่ต้องดูแล คงไม่เสียใจฟูมฟายเหมือนสมัยก่อนอีกแล้วล่ะ ส่วนตอนนี้คุณพงศ์ศักดิ์ก็รู้ว่าฉันแสดงบทบาทเป็พี่มาศ ภรรยาคุณอำมรินทร์อยู่”
“ใช่แล้ว ฉันสืบเื่ของภาณุวัฒน์ได้ว่า เบื้องหน้าเขาเป็นักธุรกิจค้าอาหารทะเลส่งออกแต่ลับหลังเขาเป็พ่อค้ายาเสพติดและค้าผู้หญิง ถึงกระนั้นก็ยังไม่สามารถหาหลักฐานเอาผิดได้ เพราะเขามีเครือข่ายทั้งนักการเมืองและตำรวจที่ร่วมมือกับเขาอยู่ จึงยังไม่สามารถจับผู้ชายคนนี้ได้ ฉันนำเื่ที่สืบได้ไปบอกผู้อำนวยการ แต่หลังจากนั้นกลับถูกบีบให้ลาออก” “แต่ทว่านะ ถึงคุณพงศ์จะสูญเสียคุณมาศแล้ว ฉันก็ไม่อาจอยู่กับเขาได้อยู่ดี” พรรณพรเล่า
“เธอไม่ห่วงลูกหรอ พรรณพร เธอไม่ได้ตัวคนเดียวอีกแล้วนะ ในเมื่อเธอรู้เื่ของภาณุวัฒน์แล้วก็ยิ่งมีอันตรายเข้าไปใหญ่ พวกมันต้องหาทางกำจัดเธอ ซึ่งไม่แน่ว่าอาจจะโดนฆาตกรรมแบบพี่มาศก็เป็ได้ ดังนั้นเธออยู่กับคุณพงศ์ศักดิ์น่ะดีแล้ว ให้เขาคุ้มครองเธอและลูกด้วย” ผกายฤกษ์เป็ห่วงเพื่อน
“แต่เขาจะไม่มีอันตรายเพราะฉันงั้นหรือ” พรรณพรเผลอหลุดปากเผยความในใจ
“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง ที่แท้เธอก็กลัวคนรักมีอันตรายเพราะเธอล่ะสินะ” ผกายฤกษ์เริ่มเข้าใจความคิดเพื่อน
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะ” พรรณพรรีบแก้ตัว ด้วยความอาย
“ยัยพรรณ ฟังฉันนะ คุณพงศ์ศักดิ์ยังมีทั้งบอดี้การ์ดและเพื่อนนักธุรกิจที่พร้อมจะช่วยเขา และเธอกับลูกล่ะ ตอนนี้ก็ตกงาน แถมอาจจะโดนปองร้ายอีก และฉันคิดว่าเธอควรจะช่วยเขาระวังภัยจากคุณภาณุวัฒน์ยังจะดีกว่านะ” ผกายฤกษ์อธิบาย
“เอาล่ะ ฉันเข้าใจเธอแล้ว ฉันยอมอยู่กับเขาที่นี่ก็ได้ แล้วเธอล่ะจะทำยังไงต่อ” พรรณพรกล่าว
“ฉันยังคงต้องแสดงบทบาทเป็พี่มาศอยู่ เพราะต้องสืบให้ได้ว่า ทำไมภาณุวัฒน์ถึงให้สาริศาแฝงตัวมาอยู่ที่บ้านของไมเคิล และถ้าผู้หญิงที่ชื่อมาศยังอยู่ พวกมันจะดำเนินการอะไรอีก”
“มันคงยากนะยัยฤกษ์ เพราะมีตำรวจที่เป็พรรคพวกของมันด้วย เห็นได้ว่าที่สาริศาถูกฆ่าปิดปากในคุก คงมีตำรวจกังฉินไปบอกภาณุวัฒน์อย่างแน่นอน ยังไงเธอก็ระวังตัวด้วยล่ะ”
“ไม่ต้องห่วงนะยัยพรรณ เธอดูแลตัวเองและลูกให้ดีด้วยล่ะ ฉันต้องรีบกลับไปบ้านแล้ว เดี๋ยวคุณอำมรินทร์จะสงสัย”
“ในเมื่อเธอเป็ภรรยาของเขา แสดงว่าเธอมีอะไรกันกับเขาแล้วงั้นหรือ” พรรณพรสงสัย
“บ้าหรอ เพราะพินัยกรรมเขาถึงยอมแต่งงานกับแม่เลี้ยงตัวเอง แต่พวกเราตกลงกันว่าให้แต่งงานกันเพียงในนามเท่านั้น ไปล่ะนะเพื่อนรัก” ผกายฤกษ์กำลังจะเปิดประตูห้องนอน แต่แล้วก็พบว่าพงศ์ศักดิ์เปิดเข้ามาเสียก่อน
“ผมให้คนของผม รออยู่ที่รถตู้เพื่อส่งคุณแล้วนะครับ ให้คุณกลับกับพวกเขาได้เลย รับรองพวกผมจะไม่ทำอันตรายคุณ”
“ขอบคุณค่ะ” ผกายฤกษ์มองตามไป เห็นพงศ์ศักดิ์เข้าไปกอดและหอมพรรณพรอย่างรักใคร่ ซึ่งตอนนี้เพื่อนของเธอก็ไม่ขัดขืนใดๆ อีก เมื่อเห็นดังนั้นทำให้ผกายฤกษ์รู้สึกสบายใจขึ้น จึงรีบลงบันไดไปขึ้นรถตู้ทันที