ปฐมบท
เสียงดนตรีดังแ่แว่วมาตามสายลม ผ่านเข้ามาทางช่องลมที่ติดเหล็กกล้าอย่างแน่นถี่ ถึงขนาดที่ว่าไม่มีนกหนูตัวไหนสามารถเล็ดลอดออกไปได้ แสงสลัว ๆ จากดวงจันทร์ที่ส่องผ่านซี่เหล็กเข้ามาภายในห้องครึ่งวงกลม เผยให้เห็นร่าง ๆ หนึ่งที่ดูอ่อนไร้ซึ่งเรี่ยวแรง เขานั่งอยู่บนพื้นก้อนอิฐเย็น ๆ ศีรษะตกลง มือทั้งสองข้างถูกพันธนาการด้วยโซ่เก่าที่เกรอะไปด้วยสนิม สายโซ่นั้นหย่อนลงมาจากเพดาน มันทำหน้าที่จองจำนักโทษของราชวงศ์ได้ดีเสมอมา
สถานที่แห่งนี้คือหอคอยคุก สถานที่สุดท้ายสำหรับนักโทษปะาผู้กระทำความผิดต่อเหล่าสมาชิกราชวงศ์
ดวงตาที่เคยปิดอย่างเหนื่อยอ่อน ได้ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา เมื่อรู้สึกตัวความเ็ปทั่วทั้งร่างก็โถมเข้ามาใส่ จนชายผู้ถูกพันธนาการมีสีหน้าเหยเกโดยอัตโนมัติ ใบหน้าของคนผู้นี้เต็มไปด้วยรอยเืที่แห้งกรัง ติดแนบไปกับผิว คราบฝุ่นเปรอะเปื้อนไปทั่ว แต่ถึงอย่างนั้น หากดูอย่างพินิจพิจารณา จะเห็นได้ว่าชายผู้นี้เป็ชายหนุ่มที่มีหน้าตาหล่อเหลา มีผิวที่ขาวเนียนละเอียด จมูกโด่งเป็สัน รับกับริมฝีปากอวบอิ่มที่บัดนี้มันแห้งแตกจนมองเค้าเดิมแทบไม่ออก ดวงตาของเขามีสีฟ้าน้ำทะเล ทว่ามันกลับหม่นแสงราวกับกำลังจะดับสูญ
เขาผงกศีรษะขึ้น พลางหันหน้าไปทางช่องลมเล็ก ๆ ที่มีเสียงลอดผ่านมา
อ่า...คืนฉลองก่อนวันาาภิเษก
องค์จักรพรรดิพระแสงอันอบอุ่นของจักรวรรดิพระองค์ใหม่ผู้นี้ ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น้องชายต่างมารดาของเขาเอง
น้องชายที่เขาให้การสนับสนุน ช่วยวางแผน ปลิดชีพผู้ขวางทางการครองบัลลังก์ มือของเขาเต็มไปด้วยเืของทั้งผู้แก่งแย่ง และแม้กระทั่งของผู้บริสุทธิ์ด้วยเช่นกัน
ในฐานะพี่ชายขององค์รัชทายาท เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องตกมาอยู่ในสภาพน่าอาดูรเช่นนี้ เนื้อตัวของเขาเต็มไปด้วยาแที่ถูกทรมาน ทั้งรอยกรีดที่แผลแห้งกรังติดกับเสื้อผ้าที่สวมใส่ไปแล้ว บางแผลก็พุพองเต็มไปด้วยหนองแห่งการอักเสบของเนื้อเยื่อ บางแผลก็เป็แผลไหม้แลดูเหวอะหวะ ทั้งเืทั้งหนองเต็มแผลแลไม่น่าดู กลิ่นคาวเืผสมปนเปกับกลิ่นเน่าอันน่าสะอิดสะเอียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณข้อเท้าที่ถูกตีตรวนมันเน่าเปื่อยจนมีแมลงวันบินว่อน ทั้งที่ถูกคุมขังอยู่บนหอคอยสูงเสียดฟ้า ทว่าพวกแมลงปีกแข็งตัวจิ๋วที่ไม่ได้รับเชิญก็ยังอุตส่าห์บินตามมาวางไข่กัดกินาแของเขาได้... ช่างตลกร้ายเสียจริง
ความเ็ปที่รุมเร้า รวมถึงการอักเสบจากาแทั่วร่างกายทำให้อุณหภูมิของเขาขึ้นสูง พื้นที่เย็นเฉียบนั้น สำหรับเขาในตอนนี้แล้วมันเป็สิ่งเดียวที่ทำให้เขารู้สึกสบายตัวขึ้น แม้ว่าในลำคอของเขาจะแห้งผางก็ตาม
ชายหนุ่มค่อย ๆ เอียงศีรษะพิงกับผนังอิฐเย็น ๆ เขามองตามแสงจันทร์ออกไปที่ช่องลมสูง เขาเห็นท้องฟ้ายามราตรีที่เต็มไปด้วยแสงดาวผ่านทางช่องเล็ก ๆ เท่าที่จะสามารถมองเห็นได้จากที่ที่เขานั่งอยู่
เหนื่อยเหลือเกิน...
เหนื่อยมากเหลือเกิน
หากถามว่าเหตุใดเขาจึงมาลงเอยอย่างน่าสมเพชเช่นนี้ ย้อนกลับไปก่อนที่เขาจะถูกวางยา...ยาพิษที่ทำให้เขาอ่อนแรง ยาพิษจากแก้วไวน์ที่อนุชาของเขายื่นให้เองกับมือ และเป็เขาเองที่รับมันมาดื่มอย่างยินดี ก่อนที่ภาพตรงหน้าจะตัดไป และครั้งตื่นขึ้นมาอีกที ตัวของเขาก็ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนทั้งยังถูกคุมขังไว้บนคุกหอคอยแห่งนี้ สถานที่ซึ่งก่อนหน้านี้ เขาเองเป็ผู้ส่งคนมากหน้าหลายตามานั่งรอวันตาย บัดนี้กรรมย้อนกลับมาคืนสนองเขาแล้ว ในโทษฐานทรราชที่พยายามปลิดชีพว่าที่กษัตริย์พระองค์ใหม่
ช่าง...น่าขัน หากตัวเขา้านั่งบนบัลลังก์ ไยเขาถึงต้องช่วยน้องชายต่างมารดาผู้นั้นด้วยเล่า
ตัวเขากับว่าที่จักรพรรดินั้น เป็พี่น้องพ่อเดียวกัน ซึ่งเป็จักรพรรดิพระองค์ก่อน เสด็จพ่อของเขานั้นมีความสามารถในการบริหารบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรือง แต่พระองค์กลับมีข้อเสียที่ไม่น่าให้อภัยนั่นคือ พระองค์เ้าชู้ พระองค์สมสู่ไปทั่วไม่เลือกหน้า ั้แ่สมัยยังเป็เ้าชาย จนกระทั่งได้ขึ้นครองบัลลังก์ และได้แต่งตั้งพระราชินีคู่พระทัย ทว่ากว่าจะถึงวันนั้น พระองค์ก็มีลูกนอกสมรสมากมายเสียแล้ว กว่าพระราชินีจะให้ประสูติกาลพระราชโอรสที่มีสิทธิ์ครองบัลลังก์ องค์รัชทายาทตัวจ้อย ก็มีพี่ชายปาไปถึงสองคน และใช่...รวมถึงเขาด้วย
บรรดาบุตรชายของพระาาแต่ละคน ล้วนแต่มีความสามารถ และมีตระกูลขุนนางที่มีอำนาจหนุนหลัง จากตระกูลทางฝ่ายมารดา ที่เป็ลูกหลานขุนนาง พระสนมแต่ละองค์ของเสด็จพ่อ ล้วนมีอำนาจมากกว่าพระราชินี ที่เป็เพียงลูกสาวเศรษฐี และเพราะแบบนั้นทำให้องค์รัชทายาทมีสถานะที่ไม่มั่นคง ชีวาของพระองค์สามารถมลายหายไปได้ทุก่ลมหายใจ
อนิจจัง...มารดาของเขา ผู้เป็พระสนมที่เสด็จพ่อของเขาลืมเลือน กลับเป็คนดีอย่างน่าใจหาย เสด็จแม่ของเขาเป็ผู้หญิงที่อ่อนโยน ท่านแม่ในความทรงจำของเขานั้น สวยงามราวกับดอกกุหลาบแสนเลอค่าในสวนหลวงที่กว้างใหญ่ พระองค์ทรงเป็แม่ที่ให้ความรักและความเอ็นดูกับบรรดาองค์หญิงองค์ชายของเสด็จพ่อทุกคน
และเพราะความใจดีของพระสนมที่จักรพรรดิลืมเลือน จึงถูกพระราชินีที่ดูอ่อนต่อโลกดึงเข้าไปอยู่ในเส้นทางแก่งแย่งราชบัลลังก์โดยไม่รู้ตัว เธอและตระกูลขุนนางเก่าแก่ของเธอให้การสนับสนุนองค์รัชทายาทในการขึ้นครองราชบัลลังก์ และเมื่อแม่ของเขาตัดสินใจหย่าร้างกับผู้เป็บิดาในตอนที่เขาอายุได้ยี่สิบปี หน้าที่ของพระมารดาก็ถูกส่งต่อมายังเขาอย่างไม่ได้ตั้งใจ
ไม่ว่าดีและเลวทรามเพียงใด เขาล้วนยื่นมือเข้าไปสอดเสมอ หากเื่นั้นเกี่ยวข้องกับน้องชายของเขา น้องชายที่คอยออดอ้อนให้เอาใจ น้องชายที่ให้ความเคารพและยกย่องเขาเป็พี่ชายเสมอมา เขาเองแม้จะเป็บุตรชายของท่านพ่อ แต่ก็ไม่เคยเลยสักนิดที่จะมีความคิดที่อยากจะเอื้อมคว้าสิ่งที่เกินตัว การได้คอยช่วยน้องชายที่เขารักและเอ็นดูให้มีชีวิตรอด และพ้นภัยอันตรายนั้นเป็สิ่งที่ดีที่สุดแล้ว เขาปรารถนาที่จะเห็นน้องชายต่างมารดาครองจักรวรรดิให้เจริญรุ่งเรืองสืบไป และตัวเขาก็อยากใช้ชีวิตสงบสุข สร้างครอบครัว และคอยสนับสนุนน้องชายจากเื้ัของบัลลังก์
ทว่าทุกสิ่งทุกอย่างกลับตาลปัตร...สิ่งที่เรียกว่าอำนาจนั้นไม่เคยจีรัง ไม่มีผู้อ่อนแอคนใดมันโดยไม่หวาดระแวง นั่นเป็เหตุผลที่ทำให้เขาถูกกำจัดในฐานะทรราช เพราะเขามีอำนาจมากเกินไป มากจนว่าที่กษัตริย์ไม่สามารถอยู่อย่างสงบสุขได้ และเพราะอำนาจไม่เข้าใครออกใคร ตระกูลฝ่ายมารดาจึงปฏิเสธที่จะช่วยเหลือเขา ก่อนจะหายเขากลีบเมฆเพื่อเก็บซ่อนเขี้ยวเล็บให้ห่างจากภัยคุกคามที่มีชื่อว่ากษัตริย์ เขาจึงเป็หมากที่ถูกทิ้งโดยสมบูรณ์
เปลือกตาสีขาวราวไข่มุกค่อย ๆ ปิดลงช้า ๆ ท่ามกลางสายน้ำตาแห่งความสิ้นหวังที่ไหลลงมา
ไม่เป็ไร...เมื่อแสงแรกแห่งดวงตะวันของวันใหม่สาดลงมาสู่โลกที่วุ่นวายนี้ ความทรมานทั้งหมดของเขาจะหยุดลง เพราะมันเป็วันที่เขาถูกกำหนดไว้แล้วว่า...ต้องหยุดหายใจ
โดยปกติแล้วในวันาาภิเษก กษัตริย์พระองค์ใหม่จะกระทำเื่มงคลและดีงาม อย่างเช่นการให้อภัยโทษ การทำทาน แต่น้องชายของเขาไม่ทำแบบนั้น ทันทีที่เสร็จสิ้นพิธี เมื่อตะวันขึ้นตรงกลางศีรษะเขาจะถูกปะาชีวิตต่อหน้าสาธารณชน ทั้งชนชั้นสูงจากทั่วทุกสารทิศที่ต้องเดินทางมาเข้าร่วมพิธี และประชาชนทั้งรวยและจน ในวันพรุ่งนี้ทุกคนจะได้เห็นเขาตาย
ครืด...ครืด...ครืด
เสียงโซ่ตรวนลากไปตามทางเดิน ร่างสูงที่อ่อนปวกเปียกถูกหิ้วปีกแขนโดยทหารผู้คุม ที่ไม่มีทีท่าว่าจะปรานีเขาเลยสักนิด
อดีตองค์ชายในจักรพรรดิองค์ก่อน แหงนหน้ามองท้องฟ้า เขาปล่อยให้ร่างกายถูกฉุดกระชากลากถูไปอย่างไม่นำพา ครั้นผินหน้าไปมองยังบุคคลที่นั่งสูงกว่าคนอื่น ๆ คนผู้นั้นไม่คิดจะปิดสีหน้าอันแสนปีติไว้เลยสักนิด เลื่อนลงมาอีกหน่อยเป็ที่นั่งของขุนนางและครอบครัว และใช่เขาเห็นมารดาผู้น่าสงสาร นางสวมชุดสีขาว สีหน้านางนั้นแทบจะไม่เหมือนคนอยู่แล้ว ข้าง ๆ มีท่านป้าและท่านน้าคอยปลอบประโลมอยู่ไม่ห่าง เขาเข้าใจแม่ และเข้าใจครอบครัวของแม่ และเขารู้ว่านางเสียใจที่ต้องมาดูลูกชายตายเพราะไม่มีใครสามารถขัดราชโองการของกษัตริย์พระองค์ใหม่ในวันาาภิเษกได้ ขุนนางและครอบครัวทุกคนจะต้องได้เห็นเขาตาย ในฐานะทรราชผู้ประสงค์ต่อชีวิตของกษัตริย์ เขาจึงต้องตายเป็ตัวอย่างให้แก่ขุนนางทั้งหลาย ว่าอย่าได้ริอาจตั้งคำถามกับพระแสงอันอบอุ่นของจักรวรรดิ
เขาต้องตายในวันเกิดครบยี่สิบห้าปีของตัวเอง
“นั่งลง” โทนเสียงที่ไร้ซึ่งความปรานีของทหารผู้คุมพูดขึ้น ทั้งเตะเข้าที่ข้อพับของเขาจนเขาเสียหลัก ล้มลงเข่ากระแทกกับพื้น แรงะเืที่เกิดขึ้น เขาไม่รู้เลยว่าต้องเจ็บตรงไหนก่อนดี
มือหยาบกร้านกดศีรษะของเขาลงไปตรงช่องที่ทำขึ้นมาพอดีที่คอทั้งหนาและบางใส่ได้พอดี ก่อนที่ทหารผู้คุมจะกดไม้อีกแผ่นมาล็อกศีรษะของเขาไม่ให้ขยับไปไหนได้ ใบหน้าของเขาถูกหันไปทางฝั่งที่นั่งของจักรพรรดิและขุนนาง เขาเห็นท่านแม่ร้องไห้ ท่านกรีดร้องก่อนจะล้มลงไปในอ้อมแขนของท่านป้า และกษัตริย์ผู้นั้นที่กำลังจิบไวน์ด้วยท่าทีผ่อนคลายอย่างถึงที่สุด
ท่ามกลางเสียงอื้ออึง เคล้าไปกับเสียงบรรเลงเชลโล่แบบเดี่ยว อีกทั้งฤทธิ์ไข้ที่เขาเผชิญอยู่ ทำให้ทุกอย่างตรงหน้าพร่าเลือนราวกับความฝัน หากแต่มันช่างเป็ความฝันที่แสนยาวนานเสียเหลือเกิน
เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ อีกครั้ง ทว่าก่อนที่ภาพทุกอย่างจะถูกย้อมด้วยสีแดงฉานและดับวูบไปพร้อมกับความเย็นเยียบที่ตัดผ่านลำคอ... โลกทั้งใบของเขาก็พลันหมุนตลบ ในเสี้ยววินาทีที่ศีรษะร่วงหล่น ั์ตาที่กำลังจะไร้แววกลับสะดุดเข้ากับชายผู้หนึ่ง...เขาผู้นั้นมีดวงตาสีเหลืองอำพัน เขามีร่างกายสูงใหญ่ดูโดดเด่นท่ามกลางเหล่าขุนนางที่นั่งอยู่ทั้งหมด คนผู้นั้นสวมชุดสีดำ และเขารู้จักคนผู้นั้น แม้ว่าจะไม่เคยพบปะพูดคุยกันมาก่อนเลยก็ตาม
อ่า...พยัคฆ์ทมิฬแห่งแดนเหนือ ดยุกผู้เต็มไปด้วยอำนาจที่แม้แต่จักรพรรดิยังต้องยำเกรง
เขาล่ะอิจฉาคนผู้นั้นเสียจริง
เขาไม่รู้เลยว่าตัวเองยังสามารถยิ้มออกมาได้หรือไม่ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมันจมดิ่งสู่ความมืดมิดที่ไม่มีสิ้นสุดเสียแล้ว...ความมืดมิดอันเป็นิรันดร์ ความมืดมิดที่ชื่อว่า...ความตาย