หลายสัปดาห์ผ่านไปนับั้แ่การปรากฏตัวครั้งแรกของสารวัตรกฤต บัดนี้ เงาในเครื่องแบบของเขาได้กลายเป็ส่วนหนึ่งของทัศนียภาพที่คุ้นตาใน "ละมุนใจ คาเฟ่" ไปเสียแล้ว เขาไม่ได้มาทุกวัน แต่ความสม่ำเสมอในการมาเยือน ทำให้เอมิเริ่มคาดเดา่เวลาที่เขาอาจจะแวะมาได้ลางๆ โดยไม่รู้ตัว เธอยังคงชงอเมริกาโน่ร้อนไม่ใส่น้ำตาลให้เขาโดยอัตโนมัติเมื่อเห็นร่างสูงเดินเข้ามา และบางครั้ง หากร้านกำลังยุ่ง พวกเขาก็ทำได้เพียงสบตากันแวบหนึ่งเหนือศีรษะลูกค้าคนอื่นๆ เป็ความเข้าใจเงียบๆ ที่ก่อตัวขึ้นระหว่างกัน
บทสนทนาสั้นๆ ข้างเคาน์เตอร์เริ่มมีความคุ้นเคยมากขึ้น กฤตไม่ได้เพียงแค่ชมกาแฟหรือบรรยากาศร้านอีกต่อไป เขาเริ่มถามไถ่เื่ส่วนตัวของเอมิมากขึ้นเล็กน้อย "ทำร้านคนเดียวมานานหรือยังครับ" หรือ "เห็นเงียบๆ แบบนี้ จัดการทุกอย่างเก่งจังนะครับ" และบางครั้งก็เล่าเื่งานของตัวเองแบบผ่านๆ "วันนี้วุ่นวายหน่อยครับ มีคดีเข้ามาแต่เช้าเลย" หรือ "เพิ่งกลับจากลาดตระเวนรอบนอกมา" การแบ่งปันเื่ราวเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ แม้จะผิวเผิน แต่ก็สร้างความรู้สึกเหมือนว่าเขากำลัง 'เปิดใจ' ให้เธอรับรู้ชีวิตอีกด้านของเขา ซึ่งทำให้เอมิรู้สึกพิเศษอย่างประหลาด
เธอยังคงพยายามรักษาระยะห่าง เตือนตัวเองอยู่เสมอว่าเธอมีศิวัฒน์อยู่แล้ว สามีที่ถึงแม้จะไม่มีเวลาให้มากนัก แต่ก็รักและดีกับเธอเสมอมา ความรู้สึกหวั่นไหวที่มีต่อสารวัตรหนุ่มรูปงามคนนี้มันเป็เื่ผิดบาป ไม่สมควร แต่ยิ่งพยายามผลักไส หัวใจก็ยิ่งต่อต้าน เธอยอมรับกับตัวเองอย่างขมขื่นว่า เธอมีความสุขทุกครั้งที่เขามา เธอชอบที่เขามองเธอด้วยสายตาชื่นชม ชอบที่เขาใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับตัวเธอ และชอบความรู้สึกตื่นเต้นที่ได้พูดคุยกับเขา มันเป็สีสันที่เข้ามาแต่งแต้มชีวิตอันราบเรียบของเธอ
ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีต่อสู้กันอย่างหนักในใจ บางวันเอมิจะพยายามทำตัวเ็า พูดคุยเท่าที่จำเป็ แต่เพียงแค่รอยยิ้มหรือคำพูดหวานๆ ของกฤต เธอก็ใจอ่อนยวบยาบทุกที เธอมองศิวัฒน์ด้วยความรู้สึกผิดที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน บางครั้งก็ชดเชยด้วยการทำดีกับเขาเป็พิเศษ แต่บางครั้งก็เผลอแสดงความหงุดหงิดออกมาเมื่อเขากลับบ้านดึกกว่าที่สัญญาไว้ หรือเมื่อเขามัวแต่สนใจเื่งานจนลืมใส่ใจเธอ
บ่ายวันหนึ่ง ฝนเริ่มตั้งเค้าั้แ่ตอนเที่ยง และเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักใน่บ่ายแก่ๆ ทำให้บรรยากาศในร้านดูเงียบเหงาและเย็นสบายเป็พิเศษ ลูกค้าส่วนใหญ่กลับไปหมดแล้ว เหลือเพียงเอมิกับมิ้นท์ที่กำลังเตรียมจะปิดร้าน พลอยขอกลับไปก่อนเพราะบ้านอยู่ไกลกว่า เอมิกำลังเช็ดโต๊ะตัวสุดท้ายใกล้หน้าต่าง มองดูสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างหนักหน่วง
กริ๊ง!
เสียงกระดิ่งดังขึ้นท่ามกลางเสียงฝน ทั้งเอมิและมิ้นท์หันไปมองพร้อมกัน สารวัตรกฤตยืนอยู่ตรงนั้นในชุดลำลอง เสื้อยืดสีเข้มกับกางเกงยีนส์ ผมเปียกชื้นเล็กน้อย เขายิ้มเขินๆ "ขอโทษทีครับ พอดีผมมาทำธุระแถวนี้ กำลังจะกลับ ฝนดันตกหนักซะก่อน ขอเข้ามาหลบฝนสักครู่นะครับ"
"ตามสบายเลยค่ะสารวัตร" เอมิบอก รีบเดินไปหลังเคาน์เตอร์ "เดี๋ยวเอมิชงกาแฟร้อนๆ ให้แก้หนาวนะคะ"
"ขอบคุณครับ" กฤตเดินตามมา เขายืนพิงเคาน์เตอร์อยู่ไม่ไกลนัก มองดูเอมิชงกาแฟด้วยท่าทีสบายๆ แต่มันเป็ความใกล้ชิดที่มากกว่าปกติเพราะไม่มีลูกค้าคนอื่นอยู่เลย มิ้นท์เองก็กำลังง่วนอยู่กับการเก็บของอยู่ด้านหลัง
"วันนี้ฝนตกหนักจริงๆ ค่ะ สงสัยจะติดฝนกันหลายคน" เอมิชวนคุยแก้เก้อ กลิ่นหอมของกาแฟผสมกับกลิ่นฝนจางๆ และกลิ่นโคโลญจน์อ่อนๆ ของกฤต ทำให้บรรยากาศดูชวนหวามไหวอย่างประหลาด
"นั่นสิครับ ผมเองก็ไม่คิดว่าจะตกหนักขนาดนี้" เขามองออกไปนอกหน้าต่าง "วันฝนตกแบบนี้ ทำให้รู้สึกเหงาๆ เหมือนกันนะครับ คุณเอมิว่าไหม?" เขาหันกลับมาสบตาเธอ คำถามนั้นดูเหมือนจะลึกซึ้งกว่าแค่เื่ดินฟ้าอากาศ
เอมิชะงักไปเล็กน้อยกับคำถามนั้น เธอก้มหน้าลงคนกาแฟ "ก็...คงแล้วแต่คนมั้งคะ บางคนก็อาจจะชอบ" เธอตอบเลี่ยงๆ แต่คำว่า 'เหงา' นั้นมันสะกิดใจเธออย่างจัง
"อย่างคุณเอมิ ทำงานคนเดียวในร้านเงียบๆ แบบนี้ ไม่รู้สึกเหงาบ้างเหรอครับ" เขายังคงถามต่อ น้ำเสียงอ่อนโยน แต่สายตากลับจ้องมองเธออย่าง้าคำตอบ
"ก็...มีบ้างค่ะ" เอมิยอมรับเสียงเบา "แต่ก็ชินแล้วค่ะ มีอะไรให้ทำตลอดทั้งวันก็ไม่ค่อยได้คิดอะไร"
เธอยื่นแก้วกาแฟให้เขา ครั้งนี้กฤตไม่ได้แค่รับไปเฉยๆ แต่เขากลับยื่นมือมาััที่หลังมือของเธอที่ประคองแก้วอยู่เบาๆ อย่างจงใจ ัันั้นอุ่นและมั่นคง มันไม่ใช่การแตะโดนโดยบังเอิญเหมือนครั้งก่อนๆ แต่มันคือการััที่สื่อความหมายบางอย่าง
"ดูแลตัวเองด้วยนะครับคุณเอมิ" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลกว่าเดิม "ทำงานหนัก แถมยังต้องอยู่ร้านคนเดียวตอนฝนตกอีก"
เอมิรู้สึกเหมือนเืทั้งตัววิ่งพล่านขึ้นมาที่ใบหน้า เธอชักมือกลับอย่างรวดเร็ว แต่ััอุ่นๆ นั้นยังคงติดอยู่ที่หลังมือ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก เธอไม่กล้าสบตาเขา ได้แต่ก้มหน้างุด "ข...ขอบคุณค่ะ"
กฤตไม่ได้แสดงท่าทีอะไรเป็พิเศษ เขายกแก้วกาแฟขึ้นจิบ มองดูเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออกครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปสนใจสายฝนนอกหน้าต่างต่อ แต่เอมิรู้ดี... ััเมื่อครู่นี้ มันได้เปลี่ยนทุกอย่างไปแล้ว กำแพงบางๆ ที่เธอพยายามสร้างขึ้นเพื่อกั้นความรู้สึกตัวเอง มันได้เริ่มสั่นคลอนและเกิดรอยร้าวขึ้นมาเสียแล้ว ความสัมพันธ์ที่เคยดูเหมือนจะไร้เดียงสา บัดนี้กลับแฝงไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้งและอันตรายเกินกว่าที่เธอจะคาดคิด