ความมืด...
ความมืดอันสมบูรณ์แบบที่ไร้ซึ่งจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด
ร่างกายของเฟิงหลงร่วงหล่นลงไปในห้วงอเวจีนั้นราวกับก้อนหินที่ไร้ค่า ลมที่กรีดผ่านร่างของเขาเย็นเยียบและแหลมคมราวกกับใบมีดนับพันเล่มที่กำลังเฉือนเนื้อหนังของเขาออกทีละชิ้น ความเ็ปจากาแทั่วร่างปะทุขึ้นอย่างรุนแรงจนแทบจะฉีกสติสัมปชัญญะของเขาให้แหลกสลาย แต่เขากลับยังไม่สิ้นสติ...
จิติญญาของเขาถูกพันธนาการไว้ด้วยเปลวไฟสีดำทมิฬแห่งความเกลียดชัง ภาพใบหน้าอันหยิ่งผยองของเซียวเทียนอี้และแววตาอันเ็าของหลันซูเหยายังคงฉายชัดอยู่ในห้วงสำนึกสุดท้ายของเขา มันคือเชื้อเพลิงที่ทำให้เขาไม่อาจยอมรับความตายได้อย่างสงบสุข
เวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่อาจทราบได้ ในความมืดมิดที่เวลาและความว่างเปล่าหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกัน...
ตูม!
ในที่สุด ร่างของเขาก็ปะทะเข้ากับบางสิ่งบางอย่างที่อยู่เบื้องล่าง แรงกระแทกนั้นรุนแรงมหาศาลจนทำให้กระดูกที่ยังคงสภาพดีอยู่ของเขาแตกหักออกไปอีกหลายท่อน เสียงดัง "แกร๊บ" ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของเขาอย่างชัดเจน ความเ็ประลอกสุดท้ายซัดสาดเข้ามาจนสติของเขาดับวูบลงไปในที่สุด...
...แต่ปาฏิหาริย์ที่น่าเหลือเชื่อที่สุดก็คือ เขายังคงมีลมหายใจอยู่
พื้นเบื้องล่างที่เขาร่วงลงมานั้นไม่ใช่พื้นหินแข็งอย่างที่ควรจะเป็ แต่มันคือกองซากกระดูกมหึมาที่สุมทับกันมานานนับพันนับหมื่นปีจนกลายเป็เนินขนาดย่อม ความยืดหยุ่นของมันได้ช่วยลดแรงกระแทกสุดท้ายและรักษาิญญาอันริบหรี่ของเขาเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด
เวลาผ่านไปอีกนานเท่าใดไม่ทราบได้ ในที่สุด... สติที่กระจัดกระจายของเฟิงหลงก็ค่อยๆ กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง เขาลืมตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก และภาพที่เห็นก็คือความมืดมิดที่สมบูรณ์แบบ มีเพียงลำแสงจันทร์สีแดงเืจางๆ ที่สาดส่องลงมาจากปากเหวอันไกลโพ้นราวกับดวงตาของปีศาจ ทำให้พอมองเห็นสภาพแวดล้อมรอบตัวได้ลางๆ
เขานอนอยู่ท่ามกลางสุสานโบราณ... สุสานของเหล่าอสูรและยอดฝีมือในยุคา กระดูกแต่ละชิ้นนั้นใหญ่โตจนน่าตกตะลึง บางชิ้นยังคงมีประกายแสงจางๆ วาบขึ้นมาเป็ครั้งคราว บ่งบอกถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวของผู้เป็เ้าของในยามที่ยังมีชีวิตอยู่ อากาศที่นี่เย็นเยียบและเต็มไปด้วยไอแห่งความตายที่หนักอึ้งจนแทบจะทำให้คนธรรมดาขาดใจตายได้ในทันที
"ข้า...ยังไม่ตาย..." เสียงแหบแห้งที่แทบจะไม่ได้ยินเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่แตกเป็ขุยของเขา
และในตอนนั้นเองที่เขาััได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่ผิดปกติ...
ณ ตำแหน่งหน้าผากของเขา... ตรงแผลที่เกิดจากจี้หยกตราหมั้นที่หลันซูเหยาขว้างใส่... หยาดโลหิตสีแดงสดหยดหนึ่งได้ไหลซึมออกมาอย่างช้าๆ มันไม่ได้แข็งตัวไปตามความหนาวเหน็บ แต่กลับดูดซับแสงจันทร์สีเืเอาไว้และเริ่มเต้นตุบๆ ราวกับมีหัวใจเป็ของตัวเอง!
ฟุ่บ!
ทันใดนั้น หยดโลหิตที่ดูดซับความแค้นของเขาและพลังงานอันแปลกประหลาดเอาไว้เต็มเปี่ยม ก็พลันส่องแสงสีดำทมิฬออกมาวูบหนึ่ง ก่อนจะจมหายเข้าไปในหว่างคิ้วของเขาราวกับหยดหมึกที่หยดลงบนกระดาษสา!
วินาทีต่อมา... ความเ็ปที่รุนแรงกว่าที่เขาเคยประสบมาทั้งชีวิตนับหมื่นเท่านับล้านเท่า ก็ะเิขึ้นจากส่วนที่ลึกที่สุดในแก่นกลางของจิติญญา!
"อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก!"
เฟิงหลงกรีดร้องออกมาสุดเสียง ร่างของเขากระตุกเกร็งอย่างรุนแรงราวกับถูกสายฟ้าฟาดนับพันครั้ง! เขารู้สึกราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่ยิ่งใหญ่... โบราณ... และน่าสะพรึงกลัวจนเกินกว่าจะจินตนาการได้ กำลังตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนานภายในร่างที่แตกสลายของเขา!
ภาพนับล้านนับพันภาพพุ่งเข้ามาในห้วงสำนึกของเขาที่กำลังจะแตกดับ... ภาพของาาที่ทำให้ฟ้าดินแยกจากกัน... ภาพของั์อสูรที่ร่างกายใหญ่โตเทียมฟ้ากำลังต่อสู้กับเทพเ้าบน์... ภาพของดวงดาวที่ร่วงหล่นลงมาราวกับห่าฝน... และเสียงคำรามที่เต็มไปด้วยเจตจำนงแห่งการต่อสู้อันบริสุทธิ์และความไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตา!
และใจกลางของภาพมายาเ่าั้ เขาเห็นยันต์อักขระโบราณสีเืที่ซับซ้อนและลึกล้ำจนไม่อาจทำความเข้าใจได้ มันกำลังหมุนวนอยู่ใจกลางจิติญญาของเขา... ก่อเกิดเป็วังวนสีดำสนิทที่พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพสิ่งในจักรวาล!
"ห้วงิญญาอสูรา!"
ชื่อของมันก้องกังวานขึ้นในใจของเฟิงหลงโดยสัญชาตญาณ... ราวกับว่ามันเป็ชื่อของเขาเอง!
นี่คือมรดกต้องห้ามของเผ่าอสูร! คือพลังที่สืบทอดผ่านมาทางสายเืของตระกูลเฟิงอย่างเงียบงัน! มันหลับใหลมาตลอดหลายชั่วอายุคน และไม่เคยมีผู้ใดสามารถปลุกมันขึ้นมาได้ แต่บัดนี้... เืจากความแค้น, จิตใจที่แตกสลาย, และลมหายใจแห่งความตาย ได้หลอมรวมกันเป็กุญแจดอกสุดท้ายที่ปลดปล่อยพลังอันน่าสะพรึงกลัวนี้ออกมาจากการจองจำ!
วังวนสีดำเริ่มหมุนเร็วขึ้น...เร็วขึ้น... และเริ่มสร้างแรงดูดมหาศาล!
เส้นชีพจรลมปราณที่แหลกสลายไปแล้วของเฟิงหลง ถูกแรงดูดนี้ดึงเข้าไปในวังวนและบดขยี้จนกลายเป็ธุลีแห่งพลังงาน! แต่แทนที่จะสลายหายไป พวกมันกลับถูกหลอมรวมและถักทอขึ้นมาใหม่! เส้นชีพจรที่ก่อตัวขึ้นมาใหม่นี้ไม่ใช่เส้นชีพจรลมปราณแบบเดิมๆ อีกต่อไป แต่มันคือ "เส้นชีพจรอสูร" ที่มีสีดำสนิทราวกับรัตติกาล และกว้างกว่าเดิมนับสิบเท่า! มันคือเส้นทางสำหรับพลังงานที่รุนแรงและป่าเถื่อนที่สุด!
ความเ็ปจากการรังสรรค์ร่างกายขึ้นมาใหม่นี้สาหัสสากรรจ์ยิ่งนัก แต่เฟิงหลงกลับกัดฟันแน่นจนเืไหลซิบ เขาไม่ยอมแพ้... เขายอมทนรับทุกความทรมาน เพราะในความเ็ปนั้น เขาััได้ถึง "ความหวัง"... ความหวังที่จะได้กลับไปชำระแค้น!
"หึ...หึหึ...ฮ่าๆๆๆๆ!"
เสียงหัวเราะแหบแห้งและบ้าคลั่งดังออกมาจากลำคอของเฟิงหลง มันไม่ใช่เสียงหัวเราะแห่งความสุข แต่เป็เสียงหัวเราะของปีศาจที่เพิ่งคลานออกมาจากขุมนรกที่ลึกที่สุด!
"์ไร้เมตตางั้นรึ? ถ้าเ้าไม่ประทานทางรอดให้แก่ข้า... ข้าเฟิงหลงคนนี้... ก็จะพลิก์ลงมาด้วยมือของข้าเอง!"
ดวงตาของเขาที่เคยอ่อนแอ บัดนี้ลุกโชนไปด้วยเปลวไฟสีดำทมิฬ เขามองไปที่กองซากกระดูกมหึมารอบตัว พลังจากห้วงิญญาอสูรที่เพิ่งตื่นขึ้นทำให้เขามองเห็นสิ่งที่คนทั่วไปมองไม่เห็น... นั่นคือพลังงานลมปราณบริสุทธิ์ที่ยังคงตกค้างอยู่ในซากกระดูกเหล่านี้!
"ในเมื่อพวกเ้าตายไปแล้ว... พลังที่เหลืออยู่ก็มอบให้แก่ข้าเสียเถอะ!"
เฟิงหลงยื่นมือที่สั่นเทาและถูกสร้างขึ้นใหม่ไปแตะที่ซากโครงกระดูกของอสูรขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้ที่สุด
วูม!
แรงดูดอันน่าสะพรึงกลัวะเิออกจากฝ่ามือของเขา! พลังงานสีขาวจางๆ ที่ตกค้างอยู่ในซากกระดูกนั้น ถูกดูดออกมาเป็สายและไหลเข้าสู่ร่างของเฟิงหลงอย่างบ้าคลั่งดุจแม่น้ำร้อยสายที่ไหลลงสู่ทะเล!
พลังงานเ่าั้ไหลผ่านเส้นชีพจรอสูรที่เพิ่งสร้างเสร็จ ถูกกลั่นกรองและหลอมรวมเป็พลังงานบริสุทธิ์ของเขาเองในทันที!
ขั้นรวบรวมปราณระดับหนึ่ง...
ขั้นรวบรวมปราณระดับสอง...
ขั้นรวบรวมปราณระดับสาม...
พลังของเขาที่เคยสูญสิ้นไปจนหมด กลับฟื้นคืนมาอย่างรวดเร็วจนน่าใ! และมันยังไม่หยุด!
ขั้นรวบรวมปราณระดับสี่!
ขั้นรวบรวมปราณระดับห้า!
ขั้นรวบรวมปราณระดับหก!
ในชั่วเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ พลังของเขาก็พุ่งทะยานผ่านระดับเดิมที่เขาเคยใช้เวลาฝึกฝนมาทั้งชีวิตไปอย่างง่ายดายราวกับเป็เื่ตลก!
"นี่...นี่คือพลังของห้วงิญญาอสูรา... พลังแห่งการกลืนกิน!"
เฟิงหลงรู้สึกถึงพลังที่เอ่อล้นอยู่ในร่างกาย ความเ็ปจากาแทั่วร่างค่อยๆ ทุเลาลงอย่างรวดเร็วภายใต้การฟื้นฟูของพลังใหม่นี้
เขามองไปรอบตัวอีกครั้ง ดวงตาของเขาไม่ได้มองดูกองกระดูกเหล่านี้เป็ซากศพที่น่ากลัวอีกต่อไป แต่เขากลมองมันเป็... ขุมทรัพย์! เป็โอสถทิพย์! เป็โอกาสที่์อันโง่เขลามอบให้เขาเพื่อการล้างแค้น!
"เซียวเทียนอี้... หลันซูเหยา... พวกเ้าทำลายเส้นชีพจรของข้า... ผลักข้าลงสู่หุบเหวแห่งความตายแห่งนี้..."
รอยยิ้มอันน่าขนลุกปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเฟิงหลง
"...แต่พวกเ้าคงไม่เคยคาดคิด ว่าพวกเ้าไม่ได้ส่งข้าลงนรก... แต่กลับส่งข้ามายัง 'แดน์' ที่แท้จริงของข้าต่างหาก!"
"รอข้าก่อนเถอะ... รอวันที่ข้าปีนกลับขึ้นไป... วันนั้น... จะเป็วันล้างบางของพวกเ้าทุกคน!"
สิ้นเสียงคำรามในใจ เฟิงหลงก็ไม่ลังเลอีกต่อไป เขานั่งขัดสมาธิลงท่ามกลางกองซากกระดูก และเริ่มโคจร "ห้วงิญญาอสูรา" อย่างเต็มกำลัง ดูดกลืนพลังงานที่ตกค้างอยู่ ณ ก้นบึ้งของหุบเหวแห่งนี้อย่างตะกละตะกลาม...
เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันแห่งการกลับมา... วันที่อสูรจะออกอาละวาด!