สนมรักของเจิ้นวันวันคิดแต่จะหาตังค์ [จบ]

    เล่มที่ 3 บทที่ 76 เขม่น

            "ผู้นี้คือ..."ทั้งสองเขม่นกันอยู่สักพัก ซ่งอี้ก็เป็นฝ่ายละสายตากลับไปก่อน เขาหันไปถามหมิงเป่าจู

            "เขาเขาคือ..." จะให้นางแนะนำอย่างไรเล่า หมิงเป่าจูปวดหัวเหลือเกิน อีกอย่างนางก็รู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องแนะนำ

            "ข้าเป็นใครไม่จำเป็นต้องบอกคนนอก รีบไปกันเถอะ หากช้ากว่านี้แล้วเกิดเรื่องขึ้น เจ้าจะเสียใจภายหลัง"หลี่ไหวฺอวี้แค่นเสียงเยาะ พลางเอ่ยเร่งเร้า

            ถ้อยคำนี้ฟังดูคลุมเครือหากซ่งอี้เป็นคนนอก หลี่ไหวฺอวี้ก็ย่อมเป็นคนในครอบครัว

            หมิงเป่าจูอยากเอ่ยปากอธิบายแต่พอได้ยินประโยคหลังก็ตกใจจนวิญญาณหลุดลอยไปแล้ว

            จำต้องกล่าวอำลาซ่งอี้ด้วยสีหน้าร้อนรนจากนั้นก็เดินตามหลี่ไหวฺอวี้ไปทางอีกฟากของสะพาน โดยไม่ทันสังเกตเห็นรอยยิ้มพึงพอใจที่มุมปากของอีกฝ่าย

            "ท่านถอดหน้ากากออกดีกว่าหลี่อวิ๋นกับเป่าอวี้จะได้จำได้ตั้งแต่แรกเห็น"

            ผู้คนในขบวนแห่ยังคงเนืองแน่นผ่านไปครึ่งชั่วยามแล้ว กลับยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

            เพื่อป้องกันไม่ให้ทั้งสองที่เพิ่งพบกันพลัดหลงกันอีกครั้งหลี่ไหวฺอวี้จึงจับข้อมือของหมิงเป่าจูเอาไว้ตลอดเวลา

            พอได้ยินคำกล่าวของนางเขาก็ชะงักเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมามองนางอย่างพินิจ "ข้าตามเจ้ามาถึงเชิงสะพานก่อนที่เจ้าจะถอดหน้ากากออกด้วยซ้ำ"

            หลังจากได้ยินเสียงที่คล้ายกับหมิงเป่าจูเขาก็ขึ้นไปยืนบนที่สูงเพื่อมองหา ก็สามารถแยกแยะนางจากผู้คนนับร้อยได้อย่างง่ายดายและพยายามมุ่งหน้าไปทางลำคลองอย่างสุดชีวิต

            ครั้นจะตะโกนเรียกก็คงไม่ทันและต้องไม่ได้ยินเป็นแน่เขาจึงเลือกกระโดดไปตามจุดที่อยู่สูงตามริมถนน

            แต่พอใกล้ถึงอยู่รำไรกลับเห็นนางตบบ่าบุรุษผู้หนึ่งพลางพูดคุยกันอย่างสนิทชิดเชื้อ

            ไม่รู้ด้วยเหตุผลกลใดเขาจึงหยุดฝีเท้า แล้วมองดูอยู่เป็นนานสองนาน...

            "ใส่หน้ากากก็จำได้หรือทำได้อย่างไร"

            พูดราวกับว่าง่ายหมิงเป่าจูทำตาปริบๆ เป็นเชิงไม่เชื่อ หน้ากากผีในงานเทศกาลล้วนมีลักษณะคล้ายคลึงกันนางจึงจำซ่งอี้ผิดว่าเป็นเขา

            "ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเสียหน่อย..."

            แท้จริงแล้วหลี่ไหวฺอวี้เองก็ไม่รู้ว่าเหตุใดถึงจำนางได้ตั้งแต่แรกเห็นท่ามกลางผู้คนมากมายถึงเพียงนั้นแต่พอนึกถึงบทสนทนาของสตรีสองนางเมื่อครู่ ก็วนเปลี่ยนทิศทาง

            "ทั้งถนนสายนี้คงไม่มีใครแต่งตัวซอมซ่อ มีแต่รอยปะชุนทั้งตัวเหมือนเจ้าอีกแล้วล่ะ"

            ดวงตากลมโตของหมิงเป่าจูขึงจ้องหลี่ไหวฺอวี้เขม็งใครจะรู้เขากลับหลบสายตาและจูงนางเดินต่อไป ทำให้นางไม่สามารถระบายโทสะออกมาได้

            เมื่อมองไปรอบๆ ก็พบว่าเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของผู้คนล้วนมีสีสันงดงามอย่างไรเสียเทศกาลผีที่ยิ่งใหญ่ก็จัดเพียงปีละครั้ง ทุกคนจึงสวมใส่เสื้อผ้าอาภรณ์ที่ดีที่สุดเพื่อให้ตนเองโดดเด่นสะดุดตา

            เดิมทีนางยังซาบซึ้งอยู่บ้างที่เขาหาตัวนางพบได้อย่างรวดเร็วแต่บัดนี้กลับไม่หลงเหลือความรู้สึกนั้นอยู่แล้ว

            แรงกดดันต่ำๆ และอารมณ์หดหู่อย่างสังเกตได้ชัดของคนข้างหลังทำให้หลี่ไหวฺอวี้ยิ่งหงุดหงิด เขาดึงหน้ากากออกจากใบหน้าอย่างไม่ลังเลถือไว้ในมือโดยไม่สวมใส่

            หมิงเป่าจูเห็นการกระทำของเขาก็แค่นเสียงฮึในลำคอเบาๆ เหตุใดเขาจึงไม่มีความอดทนเอาเสียเลย!

            ทั้งสองเดินเงียบไปตลอดทางคิดแต่เพียงว่าต้องหาคนให้พบก่อนเป็นสำคัญ แม้ว่าจะกุมมือกันแน่นแต่ไม่มีใครปริปากสักคำ

            ฝ่ายหลี่อวิ๋นเดิมทีคิดว่าในที่สุดก็มีโอกาสได้อยู่กับหลี่ไหวฺอวี้ตามลำพังแต่นึกไม่ถึงว่าสุดท้ายก็ยังคว้าน้ำเหลว แม้แต่ชายเสื้อเขาก็ยังหลุดมือ นางไหลตามฝูงชนไปค่อนข้างไกลกว่าจะสบโอกาสปลีกตัวออกมาได้

            นางถอดหน้ากากออกแล้วเดินหาหลี่ไหวฺอวี้ไปทั่วท้องถนนโชคดีที่ยังจำแบบหน้ากากของเขาได้ หวังว่าจะหาเขาพบก่อนคนอื่น จะได้มอบถุงเหอเปาในมือให้อีกฝ่าย

            เดินไปเดินมาก็มาโผล่ที่ถนนฝั่งตรงข้ามพอคิดจะหมุนตัวกลับ ก็ถูกคนกลุ่มหนึ่งขวางทางเอาไว้

            กลุ่มคนขี้เมาเพิ่งออกมาจากหอสุราเหลือบมาเห็นหญิงสาวรูปโฉมงดงามปานบุปผาอย่างหลี่อวิ๋นต่างก็เกิดความคิดชั่วร้ายขึ้นในใจ หลังสบตากันแวบหนึ่งก็เข้ามารุมล้อมนางเอาไว้

            หลี่อวิ๋นรู้สึกถึงลางร้ายตั้งแต่ที่พวกเขามองมาแล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งรอยยิ้มลามกบนใบหน้าของคนเหล่านั้นขณะย่างสามขุมเข้ามาหานาง

            ทุกย่างก้าวราวกับค้อนทุบลงบนอกบีบคั้นจนนางหายใจไม่ออก

            "น้องสาวบ้านไหนช่างงดงามเสียจริง"คนที่เป็นหัวหน้าลูบคางพลางมองเรือนร่างของหลี่อวิ๋นด้วยสายตาจาบจ้วง

            "จะหลบอะไรเล่าไม่ได้ยินพี่ใหญ่ข้าถามรึ"

            ชายร่างเล็กด้านข้างเห็นหลี่อวิ๋นถอยหลังกรูดจึงเข้าไปกดไหล่ของนางไว้ พยายามจะเชยคางนางขึ้นมาให้เห็นชัดๆ

            "พะ...พวกเจ้าจะทำอะไร!"หลี่อวิ๋นหวาดกลัวจนตัวสั่น ถูกตรึงร่างจนขยับไม่ได้ น้ำตาเอ่อคลอเบ้าในพริบตา

            ท่าทางที่เหมือนจะร้องไห้นั้นยิ่งปลุกเร้าอารมณ์ปรารถนาของบุรุษที่ดูมีอำนาจที่สุดในกลุ่ม

            "เฮ้ทำอะไรหยาบคายเช่นนี้เล่า เห็นหรือไม่ว่าทำให้น้องสาวคนงามหวาดผวาหมดแล้ว"

            บุรุษผู้นั้นปัดมือของลูกน้องออกแล้วเอื้อมมือไปบีบคางของหลี่อวิ๋น ก่อนจะพิจารณาใบหน้าของนางอย่างพึงพอใจ

            สัมผัสบนพวงแก้มทำให้หลี่อวิ๋นหัวใจบีบรัดน้ำตาไหลรินอาบแก้มไม่หยุดราวกับไข่มุกที่ร่วงหลุดออกจากสาย

            "โอ้ๆๆ พวกเจ้าดูสิหน้าตางดงามเช่นนี้ แม้แต่ตอนร้องไห้ก็ยังมีเสน่ห์เหลือเฟือ ต่างจากสตรีที่บ้านเหล่านั้นลิบลับ"

            โฉมงามหลั่งน้ำตาย่อมน่าสงสารแต่คนกลุ่มนี้กลับไม่รู้สึกเวทนาแม้แต่น้อย กลับยิ่งเหิมเกริมได้ใจลวนลามนางอย่างไม่เกรงกลัว

            "ว่าอย่างไรน้องสาว พานพบถือเป็นวาสนา ติดตามพี่กลับจวนเถิด พวกเราจะได้ไปมีความสุขด้วยกัน!ฮ่าๆๆ!"

            บุรุษผู้นั้นหัวเราะอย่างชั่วร้ายบรรดาลูกสมุนข้างหลังต่างพากันหัวเราะตาม

            "ไม่ไป! พวกเจ้าอย่าเข้ามานะข้ามากับสหาย พวกเขาจะตามมาในไม่ช้านี้!"

            หลี่อวิ๋นพยายามดิ้นรนแต่ก็ไร้ผล เรี่ยวแรงของนางเทียบกับคนกลุ่มนี้แล้วก็เหมือนตั๊กแตนห้ามรถ[1] มดเขย่าต้นไม้[2]

            "สหายเจ้ารึฮ่าๆ ต่อให้บิดาเง็กเซียนฮ่องเต้ลงมา ข้าก็ไม่กลัว!"

            บุรุษที่เป็นหัวหน้าโบกมือลูกสมุนสองคนก็ก้าวขึ้นมาจับไหล่ของหลี่อวิ๋นทั้งซ้ายและขวาลากนางไปยังทิศทางหนึ่ง

            "ช่วยด้วย!ช่วยข้าด้วย! ขอร้องล่ะ ช่วยข้าด้วย!"

            หลี่อวิ๋นร้องขอความช่วยเหลือจากผู้คนที่เดินผ่านไปมาแต่ไม่ว่านางจะตะโกนดังแค่ไหน พวกเขาก็เดินผ่านไปราวกับมองไม่เห็น

            พ่อค้าแม่ค้าที่ตั้งแผงขายของอยู่ต่างก็ก้มหน้าก้มตาแสร้งทำเป็นจัดข้าวของ หลี่อวิ๋นตัวสั่นเทิ้มร้องไห้จนน้ำตาเหือดแห้ง วันนี้นางคงต้องตกอยู่ในเงื้อมมือของคนต่ำช้าสามานย์เหล่านี้แล้วหรือ

            ทันใดนั้น ชายหนุ่มคนหนึ่งก็กระโดดข้ามหัวพวกเขาไปเตะเข้าที่หลังของลูกสมุนคนหนึ่งที่กำลังฉุดหลี่อวิ๋นเต็มแรง

            ทุกคนตกตะลึงหันกลับไปมองก็เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งแค่นเสียงเยาะ แล้วลงมืออีกครั้งโดยไม่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้ตั้งตัว

            หลี่ไหวฺอวี้!

            เป็นหลี่ไหวฺอวี้!

            หลี่อวิ๋นยกมือขึ้นป้องปากปล่อยให้น้ำตาแห่งความโสมนัสไหลรินอาบแก้ม ความรู้สึกโล่งใจที่รอดชีวิตและความปลื้มปีติที่ได้รับความช่วยเหลือคละเคล้าปนเป

            ขณะถูกดึงตัวออกไปด้านข้างอย่างกะทันหันก็ตกใจจนเกือบกรีดร้องออกมา เคราะห์ดีที่อีกฝ่ายเอ่ยปากขึ้นเสียก่อน จึงไม่ถึงกับขวัญหนีดีฝ่อ

            "เสี่ยวอวิ๋นเจ้าไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่"

            หมิงเป่าจูเห็นหลี่อวิ๋นยืนนิ่งราวกับคนไร้วิญญาณกลัวว่านางจะได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้ จึงรีบคว้าตัวนางมาหลบหลังเสา

            "เป่าจู! ข้าตกใจแทบแย่..."

            หลี่อวิ๋นตกใจจนวิญญาณแทบหลุดจากร่างเมื่อเห็นว่าเป็นหมิงเป่าจูก็โผเข้ากอดอีกฝ่าย ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใคร

            "ไม่เป็นไรแล้วไม่เป็นไรแล้ว ไม่ต้องกลัว หลี่ไหวฺอวี้มีวรยุทธ์เยี่ยมยอด จัดการอันธพาลไม่กี่คนได้สบายมาก"หมิงเป่าจูปลอบไป ก็คุยโวโอ้อวดไป

            แต่ดูเหมือนจะพูดเร็วเกินไปหน่อยแม้หลี่ไหวฺอวี้จะได้เปรียบอยู่บ้าง เนื่องจากการจู่โจมกะทันหันทำให้อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัวแต่เห็นได้ว่าอีกฝ่ายก็ไม่ใช่กระจอกงอกง่อย


            เชิงอรรถ

    [1] ตั๊กแตนห้ามรถ(螳臂当车) หมายถึงคนที่ไม่ประเมินกำลังของตนเอง จนทำให้ตนเองต้องเดือดร้อน

    [2] มดเขย่าต้นไม้(蚍蜉撼树) ใช้เปรียบเปรยกับคนที่มีกำลังวังชาอันน้อยนิดริจะสู้กับคนมีกำลังหรืออำนาจมาก ถือเป็นการไม่ประมาณตน

    คล้ายกับเรื่องสนมรักของเจิ้นวันวันคิดแต่จะหาตังค์ [จบ] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730