เช้าวันรุ่งขึ้นมินตรานำเอกสารทั้งหมดเดินทางไปถึงบริษัทของศาสตราเป็เวลา 9 โมงตรงตามที่นัดเอาไว้ ทันทีเธอก็พบเลออง และศาสตรานั่งรออยู่ภายในห้องทำงานเรียบร้อยแล้ว ร่างบางเดินตรงเข้าไปหาสองชายหนุ่มก่อนจะถือเอกสารยื่นให้เลอองดูทีละแผ่น
รอยยิ้มหวานที่กุมชัยชนะให้ศาสตรารู้สึกรำคาญใจ.. ท่าทางขี้ระแวง และระแวดระวังของเธอทำให้เขาหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก
“ก็แค่ยื่นเอกสารให้เลอองดูทั้งหมดก็จบ อย่าทำเป็เล่นตัวโชว์ทีละแผ่นได้มั้ย น่ารำคาญ” ศาสตราพูดขึ้น เมื่อเขาเริ่มหมดความอดทน
มินตราเชิดหน้ามองชายหนุ่ม และตอบอย่างกวนๆ
“ถ้าคุณกับคุณเลอองเชิดเอกสารหนี.. ฉันก็ลำบากสิ” พูดจบร่างบางก็หันกลับมาสนใจเอกสารแผ่นต่อไปที่ยื่นให้เลอองดู
“แบบนี้ก็โอเคแหละน่า.. อีกเดี๋ยวก็จะหมดแล้ว” เลอองตอบอย่างใจเย็นจนหญิงสาวอดชื่นชมเขาไม่ได้ ทั้งๆ ที่เขาต้องเป็คนลำบากแท้ๆ ในขณะที่นายศาสตราเอาแค่ยืนมอง แต่ดันมาเ้ากี้เ้าการใส่เธอ
ศาสตราปรายสายตามองเลอองที่ใจเย็นอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์..
หมอนี่ก็เป็แบบนี้ั้แ่ไหนแต่ไร น่าหงุดหงิดชะมัด!!
“ครบมั้ยคะ” มินตราถาม ขณะที่วางกระดาษแผ่นสุดท้ายลง
“ครับ” เลอองพยักหน้า เมื่อเห็นดังนั้นมินตราจึงหันกลับไปเผชิญหน้ากับผู้ชายอีกคนที่ชอบทำตัวไม่น่าคบตลอดเวลา ร่างบางปั้นยิ้มอย่างที่แสดงออกให้รู้ว่าเสแสร้ง ก่อนจะพูดนิ่มๆ
“ไหนล่ะคะ? สัญญา”
ศาสตรายืนนิ่งนิดหนึ่ง ก่อนจะเดินไปเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานของเขา และดึงกระดาษเอสี่จำนวน 2 ชุดที่แนบติดกันประมาณสองถึงสามใบออกมา มือใหญ่เปิดพลิกไปหน้าสุดท้ายก่อนจะยื่นมันให้กับหญิงสาว
มินตราอ่านสัญญาคร่าวๆ ถึงจำนวนเวลาที่แน่นอนของสัญญาฉนับนี้ ก่อนจะมองลายมือชื่อของศาสตราที่เซ็นต์กำกับไว้อยู่ก่อนแล้ว และเซ็นชื่อเธอลงไปบนกระดาษทั้งสองใบ
ลายเซ็นที่ประทับตราลงไป ทำให้ชายหนุ่มค่อยๆ คลายรอยยิ้มที่เ้าเล่ห์ออกมา..
เซ็นต์เร็วจริงๆ นะ.. แทบจะไม่อ่านสัญญาเลย.. หึหึ
มินตรายื่นเอกสารชุดแรกกลับคืนให้ชายหนุ่ม ก่อนจะเก็บอีกฉบับไว้กับเธอเอง..
“ว่าแต่..จะให้ฉันเริ่มทำงานวันไหนคะ? ” ร่างบางถาม ขณะที่ศาสตรากระตุกยิ้มมุมปาก
“วันนี้..” เสียงทุ้มห้วนสั้นตอบกลับอย่างรวดเร็วทำให้มินตรามีท่าทางใเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ร่างบางยังคงควบคุมรอยยิ้มบนใบหน้าได้ดี.. เธอเชิ่ดใบหน้าขึ้นและผงกศีรษะตอบเขาอย่างมุ่งมั่น
“ว่ามาเลยค่ะ เ้านาย”
ติ๊งง! ติ๊งง! ติ๊งง!
สัญญาณเตือนข้อความจากแอปพลิเคชันสำหรับการสนทนายอดฮิตของสามหนุ่มตระกูล ธราธรภักดีดังขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ชเยนต์ผู้เป็บิดาเงยหน้าจากโต๊ะรับประทานอาหาร ก่อนหรี่ตามองลูกชายทั้งสามด้วยสีหน้าสงสัย
กรกฎ ก้องหน้า และภูวกฤษณ์เองก็งุนงงไม่แพ้กัน.. ทั้งสามต่างรีบก้มลงมองโทรศัพท์มือถือของตนทันที
“ถึงพี่ชายทั้งสาม..” กรกฎเอ่ยขึ้น.. “ไลน์กลุ่มบ้านเราฮะ.. ข้อความจากมินตรา..” ชายหนุ่มเอ่ยต่อ
“ตอนนี้ฉันทำงานที่บริษัททิวลิป ริส เมเนจเม้นท์เรียบร้อยแล้ว” ภูวกฤษณ์อ่านประโยคถัดมาต่อจากพี่ชาย
“อีกสามเดือนบอกคุณป๋าเตรียมเงินซื้อแกะไว้ได้เลยนะ..” กรกฎเอ่ยต่อจากน้องชายอีกครั้ง
เมื่ออ่านข้อความจบ..โดยที่ไม่ได้นัดหมาย ทั้งชเยนต์ กรกฎ และภูวกฤษณ์ ต่างะโเป็เสียงเดียวกัน
“ไอ้ก้อง!!!! ” ..
ก้องหล้าที่นั่งอ่านข้อความเดียวกันของน้องสาวสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อถูกเรียกชื่อด้วยเสียงที่ค่อนข้างดัง ชายหนุ่มผละหน้าออกจากหน้าจอสมาร์ตโฟนของตนเองก่อนจะปราดสายตามองทั้งสามคนอย่างรวดเร็ว
“อะไรเล่า.. จะะโทำไมวะเนี่ย” ชายหนุ่มสบถ
“มินนี่มันได้งานแล้วนะเว้ย” กรกฎบอกอย่างร้อนใจ ขณะที่ภูวกฤษณ์ก็พยักหน้าหงึกๆ เห็นด้วยกับพี่ชายคนโต
“ก็ดีแล้วนี่” ก้องหล้าขมวดคิ้วก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ
“ดีกะผีแกสิ! ” คนเป็พ่อพูดขึ้นบ้าง ชเยนต์สบถ ก่อนจะหันไปสบตากับลูกชายอีกสองคนที่เหลือ
เขาคิดถูกหรือคิดผิดนะ ที่ยอมทำตามความคิดไอ่เ้าลูกชายคนที่สอง!
“โถ่ ป๋า.. ถ้ามันไม่ได้งาน แล้วเราจะรู้ได้ไงล่ะว่ามันทำได้หรือเปล่า” ก้องหล้าพูดต่อ ชายหนุ่มตักข้าวต้มกุ้งใส่ปากสบายใจเฉิบ โดยไม่ได้สนใจอารมณ์คนรอบข้างสักนิด แม้รู้ทั้งรู้ว่าพ่อของเขาไม่้าให้มินตราทำฟาร์มแกะมากแค่ไหน แต่ถ้ายายนั่นทำได้ มันก็ท้าทายไม่เบา รางวัลก็เหมาะสมกับความพยายามล่ะน่า!
“หึ.. ก็ดี๊” ชเยนต์ตอบเสียงสูงแกมประชดประชัน แต่ก็ไม่ได้ทำให้คนที่กินข้าวต้มอยู่รู้ร้อนรู้หนาว
“ถ้าไอ่มินมันไปเลี้ยงแกะ..แกก็เตรียมตัวแต่งงาน”
เท่านั้นแหละ จบประโยคสุดท้ายที่ได้ยินทำเอาคนไม่รู้ร้อนรู้หนาวไอคอแทบขาดเพราะกุ้งติดคอ!
แค่กๆๆ
ก้องหล้าวางช้อนเข้าต้มลงดังตึ่ง! ก่อนจะใช้สองมือบีบคอตัวเองเบาๆ
แต่งงาน..
คำต้องห้ามสำหรับชายหนุ่มรักสนุกแถมเกลียดการผูกมัดที่สุดอย่างเขา ก้องหล้าทำหน้าเหยเกเมื่อรู้ถึงรางวัลที่เขาจะได้ ถ้ายายน้องสาวสุดที่รักเกิดชนะเดิมพันเข้า ชายหนุ่มมองไปยังพี่น้องทั้งสองคนที่กำลังหัวเราะคิกคัก อย่างสนุกสนานด้วยสายตาอาฆาต
“อย่าให้ถึงตาฉันนะพวกแก” ชายหนุ่มคำรามเบาๆ ก่อนจะมองไปยังผู้ชายที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ
“ป๋า.. ไอ่มินจะเลี้ยงแกะ มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับที่ผมต้องแต่งงานเลยนะป๋า อย่าเล่นแบบนี้สิ ไม่สนุกหรอกฮะ” ก้องหล้าพูดยาว ก่อนจะกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก
“ก็แกดันเป็ต้นความคิดเื่นี้.. ฉันก็ต้องหาคนรับผิดชอบไว้ก่อนสิ” ชเยนต์หัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นลูกชายคนกลางหน้าเสีย..
ก้องหล้าพยายามจะทำเป็ไม่สนใจและตักข้าวต้มกินต่อ.. แต่ดูเหมือนเขาจะฝืนตัวเองไม่ไหว.. คำว่า ‘แต่งงาน’ มีอิทธิพลกับเขามากเกินไป.. ชายหนุ่มจึงตัดสินใจวางช้อนลง ก่อนจะเดินออกจากโต๊ะไปเงียบๆ และไม่หันกลับมาอีกเลย
“สงสัยจะช็อก” ภูวกฤษณ์พูดขึ้น เมื่อเห็นพี่ชายคนรองเดินออกไปแบบไม่พูดไม่จา ขณะที่กรกฎหัวเราะหึหึ เมื่อได้ยินน้องชายพูดเช่นนั้น
“แล้วถ้ามินนี่มันเกิดทำได้.. ป๋าจะจับไอ่ก้องมันแต่งงานจริงๆ เหรอครับ? ” พี่ชายคนโตถามด้วยความสงสัย
ชเยนต์มองหน้าลูกชายสองคน.. ก่อนจะหัวเราะเบาๆ
“จะได้ไม่ได้.. มันก็ต้องแต่งงานว่ะ” ชายร่างท้วมตอบเสียงแ่ ก่อนจะหัวเราะอีกครั้ง ลูกชายทั้งสองคนที่เหลือได้แต่กลืนน้ำลายเอื้อก เมื่อรับรู้ถึงอนาคตของคนรักสนุกอย่างก้องหล้าที่เริ่มจะริบหรี่ลง.. หรี่เสียจนอาจถึงขั้นมืดสนิท!
บริษัททิวลิป ริส เมเนจเม้นท์
แกรกๆ แคว๊กๆๆ
เสียงไม้ถูกพื้นกระทบกันไปมา ปะปนกับเสียงก่นด่าของมินตราที่ตอนนี้สวมผ้ากันเปื้อนของแม่บ้านทำความสะอาดของบริษัท หลังจากที่ได้ย้ายสำมโนครัวมาอยู่ในห้องน้ำแทนที่จะเป็หน้าห้องทำงานของศาสตรา
“หนอย.. ไอ่บ้าศาสตรา ไอ่ผู้ชายโรคจิต! อย่าให้ครบสามเดือนนะ แม่จะจัดให้นอนไม่ได้เลย ฮึ้ยๆๆ !! ” ว่าแล้วหญิงสาวก็กระแทกไม้ถูกพื้นด้วยความโมโห
มินตรายกมือขึ้นเท้าสะเอว พลางคิดไปถึงเหตุการณ์เมื่อเช้านี้ที่เธอต้องชงกาแฟให้เ้านายคนใหม่เป็สิบๆ แก้ว เขาเอาแต่ว่าจืดไป.. เข้มไป หวานไป นู่นนี่นั่นสารพัดจนสาแก่ใจ เมื่อเบื่อที่จะชิมกาแฟ เขาก็สั่งให้เธอเปลี่ยนตำแหน่งจากผู้ช่วยมาเป็แม่บ้านแทน และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมเธอจึงอยู่ในห้องน้ำมาจนถึงตอนนี้ นายศาสตราอ้างว่าเขา้าผู้ช่วยที่มีความอดทน สะอาด มีความสามารถ ทำได้ทุกอย่างและอื่นๆ อีกมากมายที่เธอี้เีจะฟัง มินตรารู้ดีว่าเขา้าแกล้งเธอเท่านั้น!
เหตุการณ์เมื่อ 2 ชั่วโมงที่แล้ว..
“ถ้าแค่นี้ทำไม่ไหวก็ฉีกสัญญาไปซะ” ร่างสูงบอกด้วยน้ำเสียงที่เหนือกว่า ใบหน้าหล่อเหลาฉีกยิ้มด้วยความสะใจ
“หึ! ถ้างั้นฉันก็ไม่คืนเอกสารของคุณเลอองเหมือนกัน!! ” มินตราก็เถียงอย่างที่เธอคิดว่าเธอจะชนะ แต่แล้วร่างบางก็ต้องหุบยิ้มทันทีเมื่อได้ยินประโยคถัดมา
“หึ.. ก็เอาซี่ แต่เอ้.. เหมือนในสัญญามันจะบอกว่า ถ้าเธอขอลาออกไปจากฉันเอง.. เธอจะยอมคืนเอกสารทั้งหมดที่มีให้ฉัน..และเลออง” ศาสตราตอบ พร้อมกับรอยยิ้มกว้างของผู้กำชัยชนะ!
มินตราได้แต่อ้าปากค้าง ก่อนจะหยิบสัญญาขึ้นมาอ่านทั้งหมด! .. บ้าที่สุด! เธอเอาแต่กลัวว่าจะไม่ได้ทำงาน
กับหมอนั่นจนลืมอ่านรายละเอียดทั้งหมดของสัญญา.. แถมนายศาสตราเป็คนร่างขึ้นมาด้วย.. เธอเสียเปรียบสุดๆ ในทุกๆ ข้อ!
ข้าพเ้ายอมรับที่จะทำงานล่วงเวลาโดยไม่รับค่าตอบแทนใดๆ
ข้าพเ้าสามารถทำงานนอกสถานที่ได้โดยไม่มีข้อแม้ หรือเงื่อนไขใดๆ
....บลาๆ ๆ ๆ
“คุณนี่มันวายร้ายชัดๆ !! ” มินตราชี้หน้าเขาด้วยความโมโห.. ในขณะที่คนตัวใหญ่กว่าปัดนิ้วเธอออก ชายหนุ่มยิ้มกว้างก่อนจะพูดอย่างกุมอำนาจ.. “รู้แล้วก็ไปล้างห้องน้ำซะ! แล้วฉันจะไปตรวจ”
“ให้มันรู้ไปสิว่าฉันจะแพ้!! ” มินตราพูดกับตัวเอง ขณะที่เทน้ำยาล้างห้องน้ำลงบนพื้นอีกครั้ง
“ไม่ต้องกลัว..แพ้แน่ๆ ! ” เสียงนุ่มทุ้มระคนความกวนส้นเท้าดังขึ้น ทำให้หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย มินตราถอยกลับออกมาจากห้องน้ำ และก็ได้พบว่าเ้านายวายร้ายของเธอได้ยืนอยู่ตรงนั้นเรียบร้อยแล้ว
“ไม่มีทาง...ค่ะ! ” ั์ตากลมจับจ้องเขา สายตาบ่งบอกถึงความท้าทายที่เต็มเปี่ยม มินตรากรีดยิ้ม ก่อนจะเดินกลับเข้าไปถูพื้นในห้องน้ำ
ศาสตราจ้องมองอีกฝ่ายกลับอย่างจะกินเืกินเนื้อ พลางถามตัวเองในใจว่าั้แ่เกิดมามีผู้หญิงคนไหนที่กวนแสนจะกวนไปกว่าเลขาคนใหม่ของเขาบ้างไหม ชายหนุ่มเดินตามเข้าไปตรวจห้องน้ำอย่างไม่ยอมแพ้ เขาตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องหาเื่เธอให้ได้ ทันใดนั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นคราบดำที่เกาะอยู่ตามมุมกำแพง
“นี่! ที่บ้านเธอเรียกว่าสะอาดเหรอ..” ศาสตราะโถาม มินตราได้ยินดังนั้นจึงปล่อยมือจากไม้ถูกพื้นของเธอ ก่อนจะทำเสียงจิ๊จ๊ะ กลอกตาไปมา..
ฉันก็ขัดมันทุกซอกทุกมุมแล้วนะ จะเอาอะไรนักหนาเนี่ย!
“อะไรอีกล่ะ คุณเ้านาย! ” ร่างบางจงใจกระแทกเสียงเมื่อเรียกเขา
“นี่อะไร.. แล้วนี่อะไร? ” มือยาวชี้ไปยังจุดดำๆ ที่เล็กมากๆ ในซอกกำแพง.. มินตรามองไปยังจุดนั้น ก่อนจะหันกลับมาหาศาสตราอย่างไม่เข้าใจ.. “แล้วอะไรล่ะ? ” หญิงสาวถามอย่างงุนงง
“ขัดใหม่” ชายหนุ่มสั่งนิ่งๆ .. มินตราเงยหน้ามองเขาอย่างหมดความอดทน.. ใบหน้าหวานแสดงสีหน้าท้าทาย
“คุณจะเอายังไงกับฉันคะ? คุณศาสตรา! ” ร่างบางพูดอย่างเอาเื่
“ฉัน..” นิ้วเรียวจิ้มไปที่หน้าอก “มาทำงานกับคุณในฐานะผู้ช่วย ในฐานะเลขา.. ไม่ใช่แม่บ้านหรือคนใช้..”
“คุณ..บอกให้ชงกาแฟฉันก็โอเค.. ชงกาแฟ.. คุณบอกให้ขัดห้องน้ำ ฉันก็ขัดห้องน้ำ...” หญิงสาวหยุดวรรคหนึ่งก่อนจะะเิเสียงดัง
“แต่มันจะมากไปแล้วนะ! ” ร่างบางะโใส่หน้าศาสตราด้วยความโมโห.. เท่านั้นไม่พอ มือเล็กดันผลักหน้าอกชายหนุ่มอย่างเต็มแรง
พลั่กก!
แม้แรงผลักของหญิงสาวจะไม่มากนัก แต่ในขณะที่ศาสตราไม่ได้ตั้งตัว มันก็ทำให้เขาถึงกับเอนไปหลังจนเกือบจะล้มลงไป มือใหญ่รีบคว้าสิ่งใกล้ตัวเพื่อยึดเหนี่ยวไม่ให้ล้มตามสัญชาตญาณ และปรากฏว่าสิ่งให้คว้าได้นั้นก็คือแขนเรียวเล็กของคนหาเื่นี่เอง
“ว้ายยย” มินตราส่งเสียงร้องทันทีเมื่อรู้ว่าตนเองถูกคว้าให้หล่นลงไปบนพื้นด้วย ร่างทั้งสองคนร่วงตุบลงไปอย่างช่วยไม่ได้ .. ่ตัวที่สั้นกว่าทำให้มินตราหล่นลงไปทับหน้าอกกว้างพอดีกับจังหวะที่ได้ยินเสียงการเต้นของหัวใจของอีกฝ่าย.. ความถี่เร็วที่ไม่ปกติ ไม่รู้ว่าเป็เพราะอาการใที่ล้มลงมาเมื่อครู่ หรือเพราะคนร่างเล็กกว่าที่แนบตอนนี้ทับอยู่บนตัวเขากันแน่..
ศาสตรามองหญิงสาวที่ทับอยู่บนตัวเขา ดวงตาเบิกกว้าง.. มินตราก็เช่นกัน สาวน้อยกะพริบตาปริบๆ อย่างงุนงง ก่อนจะรีบผลักตัวเองขึ้นทันที
ขณะที่ต่างคนต่างจัดเสื้อผ้าหน้าผมกันอยากทุลักทุเล ความเงียบจางๆ ก็เข้ามาปกคลุมระหว่างทั้งสองคน ความรู้สึกอึดอัดตะขิดตะขวงใจที่เกิดขึ้นทำให้ไม่รู้ว่าใครควรจะเริ่มพูดอะไรก่อนดี.. มินตรามองหน้าคนตัวสูง ก่อนก็ต้องหลุบตาลงเมื่อประสบสายตาคู่นั้นที่จู่ๆ ก็ทำให้รู้สึกหวิวแปลกๆ
.. ไอ่บ้าเอ้ย.. ฉันเป็อะไรเนี่ย หญิงสาวก่นด่าตัวเองในใจ
“เอ่อ..” มินตราเป็ฝ่ายเริ่มก่อน แต่ก็ต้องโดนแทรกจากอีกฝ่าย
“เป็ผู้ช่วยฉัน แค่นี้ยังไม่มีปัญญาทำก็ลาออกไปซะ! ” ศาสตราพูดหน้านิ่ง ก่อนจะเดินเก๊กหน้าตายกลับออกไป หญิงสาวมองตามแผ่นหลังของชายหนุ่มก่อนไอ่อารมณ์หวั่นไหวเมื่อครู่หายวืดไปคำพูดสุนัขๆ ที่หลุดออกมาจากปากผู้ชายคนนั้น
“ฉันไม่สงสัยแล้วล่ะ ทำไมเลขาถึงต่อแถวลาออกกันน่ะ! ”
หลังจากทำงานได้เกือบหนึ่งอาทิตย์.. ความอดทนที่มีอยู่เยอะของมินตรา ได้เพิ่มขึ้นเป็สองและสามเท่าภายในเวลาอันรวดเร็ว ศาสตราใช้งานเธอยิ่งกว่าเลขาส่วนตัว หรือความจริงถ้าจะให้พูดก็คือคนใช้ส่วนตัวเสียมากกว่า! เขาให้เธอทำงานทุกอย่างั้แ่สร้างไม้จิ้มฟันยันจ้างเรือรบ ซื้อแปรงสีฟันยันโบกรถแท็กซี่ หาเื่แกล้งเธอไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย แต่มินตราเองก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน..
เมื่อสองวันก่อน อยู่ๆ เขาก็ลากเธอออกจากบริษัทตอน่บ่ายเพื่อขับรถกลับบ้าน และทิ้งเธอลงระหว่างทาง ก่อนจะโทรศัพท์กลับมาหาเธอและหัวเราะใส่อย่างบ้าคลั่ง.. มินตราแทบจะนั่งแท็กซี่ตามไปหาเื่เขาที่บ้าน แต่ก็ต้องอดกลั้นเอาไว้เมื่อชายหนุ่มพูดอย่างผู้ชนะว่า.. ‘ทนไม่ได้ก็ออกไปสิ’... และนั่นยิ่งเป็แรงผลักดันให้เธอทำทุกอย่าง ที่เขาคิดว่าเธอทำไม่ได้..
มินตราค่อยๆ เรียนรู้ระดับอารมณ์ความแปรปรวนของเ้านายใหม่ นายศาสตรา อัศวภากุล เป็ผู้ชายโลกส่วนตัวสูง มันยากที่จะเข้าใจว่าเขารู้สึกอย่างไรกันแน่ ปากอย่างใจอย่างจนบางครั้งเธอทำตามคำสั่งของเขาไม่ค่อยจะถูก นอกจากโลกส่วนตัวสูงแล้ว เขายังเป็ผู้ชายที่เนี๊ยบและระเบียบจัดที่สุดเท่าที่หญิงสาวเคยเจอมา.. แม้แต่เฮียกฤษณ์ พี่ชายหมอของเธอก็ยังไม่จุกจิกในเื่เล็กน้อยขนาดนี้
ส่วนเื่มารยาทและความปากเสีย.. คงจะไม่ต้องอธิบายให้ยุ่งยาก เพราะั้แ่ครั้งแรกที่ได้พบกันก็ทั้งไล่ทั้งลากเธอออกจากรถเขา โดยที่ไม่ได้สนใจเลยว่าเธอเป็ผู้หญิง!
เมื่อคิดมาถึงจุดนี้ มินตราก็ได้แต่ส่ายหัวและถอนหายใจหนักๆ เธอยกมือโบกแท็กซี่บนถนนที่ห่างออกมาจากตัวตึกของบริษัทเพียง 500 เมตร
“วันศุกร์.. ต้องกลับบ้านสินะ” เธอบ่น พร้อมเบ้ปากให้ตัวเองหลังจากที่ออกมาคลุกอยู่ที่คอนโดของตามธรรม์เป็อาทิตย์ แม้ว่าเ้าของจะกลับไปหลายวันแล้วก็ตาม
ปี๊น ๆ
เสียงแตรรถสปอร์ตสีขาวที่เธอไม่รู้จักดังขึ้น ก่อนตัวรถจะชะลอค่อยจอดเทียบข้างห่างจากเธอไปไม่ถึง 1 เมตร เ้าของรถค่อยๆ ลดกระจกลงทำให้เธอเห็นหน้าคนขับ..
“สวัสดีค่ะ คุณเลออง” มินตรายิ้มบางๆ เพราะยังไม่หายรู้สึกผิดที่ใช้เอกสารของเขามาเป็เครื่องต่อรองกับศาสตรา
“โชคดีจังครับ คิดว่าคุณจะกลับไปซะแล้ว ขอเวลาครู่หนึ่งได้ไหม” เสียงนุ่มทุ้มพูดอย่างสุภาพ ั์ตาหยีเล็กลงมอบรอยยิ้มบางให้เธอ
นี่ถ้าไม่ติดว่าเธอทำแย่ๆ กับเขา เธอคงจะกรี๊ดเลอองไปแล้ว.. มินตราคิด ก่อนมองซ้ายมองขวาเพื่อตัดสินใจ..
ยังไงก็ไม่ได้รีบไปไหนอยู่แล้วนี่นะ..
“ได้ค่ะ” ร่างบางยิ้มตอบ ก่อนจะเปิดประตูรถ ตามสายตาที่เชื้อเชิญและเข้าไปนั่งข้างชายหนุ่ม