บทที่ 10 แอบปลดทุกข์ที่ป่าทึบหลังวัด
ในป่าทึบหลังวัด
บุรุษหนุ่มชุดดำอายุ 19 ปีร่างสูงโปร่งราว ๆ 188 เิเ หุ่นกำยำล่ำสันเหมือนกับคนที่เล่นฟิตเนสเป็ประจำทุกวันในยุคปัจจุบันจมูกโด่งคมเป็สันได้รูปเข้ากับหน้าเป๊ะพอมองรวม ๆ แล้วช่างหล่อแบบร้ายกาจราวกับเทพปีศาจแต่ตอนนี้เขาอยู่ในท่าแปลก ๆ ลำตัวส่วนล่างจนถึงลำคอถูกฝังอยู่ใต้ดินเหลือเพียงศีรษะและแขนที่โผล่ออกมา
“ซื่อจิน เ้ารีบไปขอยากับท่านหมอเทวดาหวังเถิด”
องครักษ์หนุ่มเอ่ยตอบด้วยท่าทีลังเล
“แต่ว่า…”
“ไม่มีแต่…เมื่อข้าทำการดูดพิษเสร็จแล้วต้องรีบกินยานั้นทันทีหากเ้าไม่ไปรับมาเองกับมือ ท่านหมอเทวดาหวังย่อมไม่มีทางจ่ายยานั้นให้กับคนอื่นเป็แน่”
ซื่อจินแม้จะลังเลกลัวว่าถ้าเขาออกไปแล้วเ้านายของตนจะถูกคนลอบทำร้ายเอาได้แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าสิ่งที่เ้านายกล่าวมานั้นถูกต้อง
“พ่ะย่ะค่ะองค์ชายบ่าวจะรีบไปรีบกลับ โปรดรักษาพระองค์ด้วย”
บุรุษหนุ่มหลับตาลงเอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำอันไพเราะ
“อืม…เ้าไปเถิด”
ซื่อจินออกไปได้ไม่นาน
กรอบแกรบ !
เสียงเหมือนมีคนเดินเหยียบกิ่งไม้ใบไม้แห้งแว่วดังเข้าสู่โสตประสาทของบุรุษหนุ่มเขารีบลืมตาดำขลับขึ้นมาทันทีอย่างอันตราย
'ป่านี้อยู่ลึกและซับซ้อนยิ่งนักเหตุใดถึงมีคนสามารถเข้ามาได้กันนะ'
“โอ้ย !...ไม่ไหวแล้วโว้ย…เอาตรงนี้ก็แล้วกัน”
หญิงสาวถกชายกระโปรงขึ้น ถอดกางเกงด้านในโยนออกไปจากนั้น
ปู๊ดดด~~~ ป๊าดดด~~~
“แบบนี้ค่อยโล่งขึ้นมาหน่อย”
หญิงสาวใช้มือควานหากิ่งไม้และใบไม้ที่อยู่ใกล้ๆ ตัว เพื่อมาเช็ดทำความสะอาดก้น พอเรียบร้อยแล้วก็โยนทิ้งไปจากนั้นก็เอื้อมมือไปหยิบเอากางเกงที่ตนเขวี้ยงออกไปก่อนหน้านี้มาสวมใส่แต่แล้ว
เฮือก !
บุรุษหนุ่มคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของหญิงสาวอย่างแรง
กรี๊ดดด…!
สือซิ่วอิงใจนเผลอกรีดร้องออกมามองดูบุรุษหนุ่มที่มีแต่หัวกับแขนอยู่บนพื้นแถมยังมีกางเกงของนางคลุมศีรษะเขาเอาไว้อยู่อีกนางรีบใช้มืออีกข้างไปดึงกางเกงของตนมากอดไว้แน่น จากนั้นก็ถีบแขนชายหนุ่มออกอย่างแรง
โอ้ย ! บุรุษหนุ่มผู้หล่อเหลาเปล่งเสียงร้องออกมาอย่างเ็ป ั้แ่เกิดมานี่เป็ครั้งแรกที่เขาโดนหยามิ่เกียรติมากขนาดนี้และด้วยความที่เขาไม่สามารถหันหลังไปมองบุคคลที่กำลังิ่เกียรติเขาได้ จึงได้แต่เอ่ยขู่ออกไปอย่างโกรธแค้น
“บอกข้ามาว่าเ้าคือผู้ใดกันแน่แล้วข้าจะให้เ้าตายอย่างไม่ทรมาน”
สือซิ่วอิงมีหรือที่จะโง่ยอมบอกชื่อของตนออกไปนางรีบลุกขึ้น แต่ในจังหวะที่กำลังจะวิ่งออกไป บุรุษหนุ่มก็คว้าเข้าที่ชายกระโปรงของนางแล้วกำไว้อย่างแน่น
แควก !
ชายกระโปรงถูกดึงขาดเล็กน้อยสือซิ่วอิงไม่มีเวลามาสนใจอีกต่อไปแล้ว เื่อื่นค่อยว่ากันทีหลัง นางรีบวิ่งเผ่นหนีป่าราบทันที
เวลาผ่านไปสักพัก ซื่อจินองครักษ์ก็กลับเข้ามาในป่าทึบพร้อมกับยาหนึ่งเม็ดพอมองเห็นเ้านายของตนที่มีสีหน้าเขียวคล้ำเหมือนโดนพิษเล่นงาน ก็ให้ตระหนกใเป็อย่างมากรีบสาวเท้าเข้าไปหาทันทีแต่แล้ว
แผละ ~
เท้าของเขาก็เหยียบโดนบางสิ่งพอก้มหน้าลงไปมองเท่านั้นแหละ
อ๊ากกก….!
กองขี้ !
บุรุษหนุ่มชุดดำที่หล่อเหลาอย่างร้ายกาจยืนเด่นเป็สง่าต้านทิศทางลมจนเส้นผมและอาภรณ์ปลิวไสว มือข้างหนึ่งกำเศษผ้าสีขาวไว้แน่นจนเส้นเืปูดโปนแล้วสลับหันไปมองกองขี้นั้นความโกรธก็ปะทุขึ้นอีกครั้งราวูเาไฟะเิ
'สตรีนางนี้ช่างทำกับเขาได้เจ็บแสบยิ่งนักแม้ตัวจะไปแล้วแต่ยังทิ้งกองขี้ที่โดนองครักษ์ของเขาเหยียบจนเละไว้ให้ดูต่างหน้าอีกสมควรตาย!"
“ไป…ข้าอยากจะรู้ยิ่งนักว่านางคือผู้ใดกันแน่ ถึงได้กล้าบังอาจเพียงนี้”
ซื่อจินตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดกลัวเขาได้แต่ไว้อาลัยให้กับสตรีนางนั้นอยู่ภายในใจ
ตัดภาพมาที่สือซิ่วอิง
นางวิ่งกระหืดกระหอบเข้าไปในวัดแต่แล้วก็มีเหตุให้ต้องหยุดชะงัก
“หลันเอ๋อร์ เ้าจงแกล้งทำน้ำแกงถ้วยนี้หกใส่ศีรษะของสือซิ่วอิง พอนางจะไปอาบน้ำสระผมเ้าก็ฉวยโอกาสนี้ขโมยปิ่นหยกของนางมาให้ข้า แล้วโยนความผิดไปให้สตรีผู้โง่เขลาอย่างสือซินเพ่ยนั่นเสียข้าจะเป็คนหลอกล่อพี่สี่ไปเอง เ้าเข้าใจหรือไม่”
หลันเอ๋อร์พยักหน้าหงึก ๆ
“บ่าวเข้าใจแล้วเ้าค่ะคุณหนู”
สืออันผิงมุมปากยกยิ้มอย่างมีความสุขกล่าวอย่างอ่อนโยน
“ดีมากถ้าอย่างนั้นเ้าก็รีบไปจัดการเสียเถิด”
“เ้าค่ะคุณหนู”
สือซิ่วอิงที่แอบฟังอยู่นั้นรู้สึกโมโหเป็อย่างมาก
“ดี ๆ ข้ากำลังคิดไม่ตกไม่รู้ว่าตนควรจะทำอย่างไรดีพวกเ้าก็เสนอหน้ามาเป็แพะรับบาปให้ข้าเสียแล้วฮ่า ๆ ๆ”
หญิงสาวรีบจัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วเชิดหน้าเดินออกไปอย่างสง่าผ่าเผย
"อ้าว !...น้องห้าเหตุใดถึงได้ออกมาอยู่ตรงนี้เล่า"
สืออันผิงกับหลันเอ๋อร์ใจนสะดุ้งโหยง
'สือซิ่วอิงนางมายืนอยู่ตรงนี้ั้แ่เมื่อใดกันแล้วเื่ที่ตนได้ปรึกษาพูดคุยกับสาวใช้ นางจะได้ยินหรือไม่นะ'
แม้ในใจจะตื่นตระหนกแค่ไหน แต่ข้างนอกกลับแสร้งทำเรียเฉยคล้ายสาวน้อยที่ใสซื่อคนหนึ่งก่อนเอ่ยปากตอบกลับไปอย่างอ่อนโยน
“พอดีว่าข้าเบื่อก็เลยขอท่านย่ากับท่านแม่เพื่อปลีกตัวออกมาเดินเล่นเพียงลำพังน่ะเ้าค่ะ”
“อ๋ออออ…เป็เช่นนี้เองหรอกหรือเอ๋…แล้วนั่นถ้วยอะไรไหน ๆ ข้าขอดูหน่อยซิ เหตุใดถึงได้กลิ่นหอมเช่นนี้นักเล่า”
หลันเอ๋อร์จับถ้วยแกงไว้แน่นเซถอยหลังไปหลายก้าวแต่สือซิ่วอิงกลับไม่ปล่อยโอกาสนั้นไป รีบพุ่งไปหาน้ำแกงถ้วยนั้นอย่างรวดเร็วในจังหวะที่หลันเอ๋อร์กำลังยกถ้วยขึ้นสูงเพื่อสาดใส่ศีรษะของสือซิ่วอิงอยู่นั้น สือซิ่วอิงกลับปัดมือโดนถ้วยน้ำแกงเบี่ยงทิศพุ่งไปยังศีรษะของสืออันผิงแทน
กรี๊ดดด…!
สืออันผิงโดนน้ำแกงราดศีรษะจนเปียกนางพยายามก้มศีรษะยื่นออกไปด้านหน้าเพื่อไม่ให้น้ำแกงนั้นเปรอะเปื้อนอาภรณ์ของตน แต่ก็ยังมีหยดน้ำแกงเล็กๆ น้อย ๆ กระเด็นติดอยู่ดี นางจ้องหน้ามองสือซิ่วอิงอย่างจะกินเืกินเนื้อผิดกับท่าทางก่อนหน้านี้ราวฟ้ากับเหว
สือซิ่วอิงทำท่าทางใสซื่อบริสุทธิ์กล่าวอย่างรู้สึกผิด
“น้องห้า ขะ…ข้า…ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะ เ้าอย่าได้โกรธข้าเลย เดี๋ยวข้าจะยอมเสียสละเปลี่ยนชุดกับเ้าเอง”
สือผิงอันแม้ความโกรธจะเข้าครอบงำแต่ด้วยความที่นางเป็คนฉลาดหลักแหลมมาแต่เด็ก จึงรู้ว่าอะไรที่ทำแล้วจะเกิดผลร้ายมากกว่าผลดีต่อตนนางก็จะไม่ทำเด็ดขาด
“พี่รองพูดจริงหรือเ้าคะแต่ชุดนี้ดูเหมือนว่าท่านพ่อจะตั้งใจให้ช่างตัดเย็บอย่างดีเป็พิเศษ เพื่อพี่รองโดยเฉพาะเลยนะเ้าคะ”
สือซิ่วอิงเอ่ยทันควัน
"โถ่ !…น้องพี่แม้เสื้อผ้าอาภรณ์นั้นจะดีเลิศแค่ไหนมันก็ไม่สำคัญเท่ากับความรู้สึกของเ้าหรอกนะ หากคนอื่นเห็นเ้าใส่เสื้อผ้าที่เปื้อนหยดน้ำแกงคงได้หัวเราะจนฟันร่วงแน่ ถ้าเป็เช่นนั้นจริง ๆ ข้าในฐานะพี่สาวที่รักและเอ็นดูน้องสาวเป็อย่างยิ่ง คงต้องเ็ปรวดร้าวใจเป็แน่ ไป ๆ พวกเรารีบไปผลัดเปลี่ยนอาภรณ์กันเถิด"
สือผิงอันรู้สึกว่าสือซิ่วอิงนั้นแม้จะกล่าววาจาเกินจริงไปบ้างแต่ก็ไม่ได้มีผลเสียอะไรกับตน จึงยอมทำตามแต่โดยดี เพราะอันที่จริงนางก็หมายตาอยากได้ชุดนี้ของสือซิ่วอิงเหมือนกัน
วัดผิงอันช่างมีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลนักทางฝั่งทิศตะวันตกมีสวนดอกท้อมากถึง10ไร่ ซึ่งผู้คนในเมืองหลวงมักมาเที่ยวชมอยู่ที่นี่เป็ประจำ
"โอ้โห !...เหตุไฉนข้าถึงไม่รู้มาก่อนเลยว่าป่าดอกท้อที่วัดผิงอันจะสวยได้มากขนาดนี้ราวกับอยู่บนสรวง์แน่ะ"
สือซินเพ่ยเอ่ยออกมาเสียงดังราวกับหญิงสาวที่ขาดการอบรมสั่งสอนฮูหยินผู้เฒ่าได้ยินแล้วก็ขัดใจยิ่งนักเอ่ยตำหนิเสียงแข็ง
“เพ่ยเอ๋อร์ เหตุใดเ้าถึงแสดงกิริยาไร้มารยาทเช่นนี้ออกมาได้ไหนเลยจะสมกับฐานะคุณหนูผู้สูงศักดิ์แห่งจวนท่านเสนาบดีฝ่ายซ้ายอยู่อีก…ช่างขายหน้านัก”
สือซินเพ่ยรีบหุบปากก้มหน้าลงต่ำทันทีเมื่อสักครู่นางเพียงเผลอลืมตัวไปหน่อยจึงได้แสดงกิริยาที่แท้จริงของตนออกมา สือฮูหยินใช้สายตามองสือซินเพ่ยอย่างเหยียดหยันคราหนึ่งและได้แต่คิดอยู่ภายในใจ
'หึ !...สมกับที่เป็ลูกของอนุจริงๆ ช่างน่าสมเพชยิ่งนัก'
ในระหว่างนั้นสือซิ่วอิงกับสืออันผิงก็เดินเข้ามาพอดีสมาชิกในตระกูลสือหันไปมองพวกนางเป็ตาเดียว ฮูหยินผู้เฒ่าขมวดคิ้วเอ่ยถาม
“อิงเอ๋อร์ผิงเอ๋อร์ เหตุใดพวกเ้าสองคนถึงได้สับเปลี่ยนอาภรณ์กันเช่นนี้เล่า”
สือซิ่วอิงก้มหน้าลงต่ำ จับนิ้วมือของตนเล่นไปมาั์ตาดำขลับมีน้ำตารื้นราวกับว่าตนนั้นถูกรังแกมาแต่มิกล้าปริปากเอ่ยฟ้องฮูหยินผู้เฒ่าเห็นเช่นนั้นก็รู้สึกขัดใจยิ่งนัก
'เหตุใดหลานสาวคนนี้ถึงเป็คนขี้ขลาดอ่อนแอได้มากขนาดนี้นะ'
“ผิงเอ๋อร์เ้าพูดมาเหตุใดชุดของอิงเอ๋อร์ถึงได้ไปอยู่บนตัวของเ้าได้”
ฮูหยินผู้เฒ่าตวาดออกมาเสียงดังถึงแม้นางจะไม่ชอบสือซิ่วอิงแต่ก็ไม่ได้หมายความว่านางจะยอมให้คนอื่นมารังแกบุตรหลานของตนได้อย่างง่ายๆ หรอกนะ โดยเฉพาะกับคนในตระกูลสือด้วยกันเอง เพราะสิ่งที่ฮูหยินผู้เฒ่าเกลียดมากที่สุดในชีวิตก็คือพวกเหล่าสตรีที่ชอบอิจฉาริษยาพี่น้องของตนถึงกับต้องฆ่าแกงกันเอง