“ยังไงล่ะ? คลาสเรียนพวกเธอมีครูประจำชั้นที่ดี แต่เธอแม้กระทั่งครูก็ไม่รู้จักงั้นหรอ เฉิงหยู่ สิ่งที่นักเรียนอย่างเธอกำลังทำคือการไม่เคารพผู้ใหญ่ ไม่รู้จักสัมมาคารวะ” เหยาน่า พูดจาเสียดสี
ครูประจำชั้น ? คุณครู ? แต่ไหนแต่ไรมาโรงเรียนมีครูคนนี้อยู่ด้วยหรอ ? แล้วทำไมตัวฉันเองถึงไม่เคยเห็นล่ะ ?
นี้ เฉิงหยู่ ไม่สามารถหาคำตอบได้ เพราะก่อนหน้า เฉิงหยู่ ไม่เคยไปโรงเรียน ชาติก่อนของ เฉิงหยู่ ไม่มีใครเรียนที่โรงเรียน ส่วนมากก็จะเรียนกับเทพปรมาจารย์ ที่สำคัญไม่ต้องพูดถึงเฉิงหยู่ที่แค่มาเรียนก็ไม่มีหนังสือ ซ้ำยังไม่เคยซื้อหนังสือเรียนด้วย ปกติแล้วเวลาที่มาเรียนก็เอาแต่นั่งมองหญิงสาวเท่านั้น ถ้าไม่มีหญิงสาวที่หมายตาก็มักจะโดดเรียน ถ้าไม่ใช่ร้านอาหาร ก็ร้านเหล้า
แม้แต่เพื่อนร่วมห้องก็ยังรู้จักไม่หมด ดังนั้น ครูยิ่งไม่ต้องพูดถึง ครูประจำชั้นยิ่งแล้วใหญ่ ?
และสำหรับชั้นมัธยมปลายปีที่ 3 โดยเฉพาะเทอมนี้ ส่วนมากก็จะทบทวนบทเรียน เรียนด้วยตัวเอง
ตลอดเวลาครึ่งวันก็ไม่เคยได้เห็นครู มีเพียง่เลิกเรียนถึงจะมีครูมาคอยชี้แนะ เวลาที่นักเรียนทบทวนบทเรียนแล้วถ้าเจอปัญหาที่ไม่เข้าใจ ครูก็จะทำหน้าที่เป็คนคอยให้คำตอบ
แต่ปัญหาคือั้แ่ที่ เฉิงหยู่ มายังโลกนี้ หากเทียบกับเวลาที่ เฉิงหยู่ คนเก่าเข้าห้องเรียนนับๆแล้วเขายังมามากกว่าด้วยซ้ำ ดังนั้นความทรงจำของเฉิงหยู่จึงไม่ค่อยมีเื่ของโรงเรียน เมื่อวานที่ครูเข้ามา เขาก็ดันหลับ จริงอยู่ว่าอาจเป็ความผิดเขา แต่ครูเองก็ไม่ได้สนใจ ใครอยากนอนก็นอนไป เพียงแต่อย่าทำในคาบสอนก็พอ
เพราะฉะนั้น เฉิงหยู่ ถึงเริ่มตระหนักได้ว่า แท้ที่จริงแล้วโรงเรียนมีครูอยู่นั้นเอง ดังนั้น คำพูดของเขาก่อนหน้าจึงเหมือนเป็การไม่เคารพผู้ใหญ่
“ฮ่าๆๆ ที่จริงแล้วก็คุณครูนี่เอง ยินดีที่ได้รู้จัก! เมื่อกี้ผมรู้สึกตื่นเต้นไปหน่อย เพราะเพิ่งเคยเจอคุณครูที่งดงามและเต็มไปด้วยเสนห์ดึงดูดมากขนาดนี้ ทำเอาผมตะลึงไปเลย เผลอจ้องครู่เดียวิญญาก็เกือบจะลอยออกจากร่าง!” เฉิงหยู่ กล่าวออกจากใจ สตรีนางนี้ต้องยอมรับว่าเป็สาวงาม แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกหวั่นไหว กระนั้นเขาก็ไม่พลาด
“ฮึๆ สำหรับคำชมครูจะขอรับไว้ ไม่น่าเห็นเธอดูอารมณ์ดีเสียเหลือเกิน งั้นครูจะบอกเื่ดีๆกับเธอเื่หนึ่ง นั่นก็คือั้แ่พรุ่งนี้เป็ต้นไปจะเริ่มมีการสอบวัดระดับ ถ้าหากวิชาภาษาอังกฤษสอบไม่ผ่าน ฉันจะทำให้เธอรู้เองว่าิญญาแทบจะหลุดออกมามันเป็ยังไง ” เหยาน่า กล่าวด้วยความจริงจัง ระหว่างหอบหนังสือเล่มหนึ่งเดินจากไป
พอเห็นคุณครูออกจากห้องไป เ้าอ้วนนั้นก็รีบวิ่งเข้ามา “ลูกพี่ๆ ท่านนี่ร้ายจริงๆ แม้แต่ครูประจำชั้นก็ยังกล้าแซว ไม่เว้นสักคนเดียวจริงๆ ทำไมพี่ถึงหาญกล้าแบบนี้ พี่ไปกินยาวิเศษมาหรือเปล่าเนี่ย ถ้ามียาแบบนี้จริง งั้นพี่ก็ต้องคิดเผื่อผมที่เป็สุดยอดลูกน้องด้วย!”
พอได้ยินคำพูดนั้น เฉิงหยู่ ก็ตระหนักในทันทีตัวเองตอนนี้อยู่ในขั้นฝึกรากฐาน ถ้าจะพูดกันตามตรงเขา ณ เวลานี้ไม่ใช่คนธรรมดาอีกแล้ว ทำให้บุคลิกอารมณ์แตกต่างไปจากเดิม สำหรับคนอื่นๆอาจมองเห็น เฉิงหยู่ ว่าอยู่ใกล้ที่ความจริงมันห่างชั้นกันไกล
“ไม่ใช่ปัญหา การติดตามลูกพี่อย่างฉันถือว่าเป็การตัดสินใจที่ถูกต้อง ว่าแต่ เธอคนเมื่อกี้ชื่อว่าอะไรนะ?” สำหรับเฉิงหยู่ เ้าอ้วนนิสัยถือว่าพอใช้ได้ ถึงแม้ว่าจะขี้ประจบเกินไปหน่อย แต่ยังไง เฉิงหยู่ ก็รู้ว่าคนคนนี้มีนิสัยดี น่าคบหา
“ นี่ ลูกพี่อยากรู้จักกับเธอหรอ ?” เ้าอ้วน กล่าวด้วยความสับสน ก็นึกไว้แล้วว่า เฉิงหยู่ อาจจะโดนเสน่ห์ครูประจำชั้นล่อลวง แต่นึกไม่ถึงจริงๆที่เขาถามแบบนี้
“ไร้สาระน่า ถ้าฉันอยากทำความรู้จักจริงๆ จะมาถามนายทำไม?” เฉิงหยู่ สวนกลับอย่างไม่พอใจ
“อ่าๆ เธอชื่อ เหยาน่า เป็ครูประจำชั้นของพวกเรา และยังเป็ครูสอนภาษาอังกฤษอีกด้วย”
“อ่อ เธอมาจากไหนกัน?”
“เธอเพิ่งจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย ได้ยินว่าจบระดับดอกเตอร์ แต่ว่าลูกพี่ ครูประจำชั้นคนนี้คงคิดจะชำแหละพี่อย่างแน่นอน อึ๋ย พรุ่งนี้ก็ถึงวันสอบวัดระดับแล้ว ต้องแสดงให้พ่อผมเห็นแล้วล่ะว่าผมมีดีด้านการเรียน ไม่เช่นนั้นเรียนจบมัธยมปลายมีหวังได้ถูกส่งไปโรงเชือดหมู” เห็นได้ชัดว่า เ้าอ้วน สีหน้าไม่ค่อยดีนัก ทันทีที่พูดจบเขาก็เดินตรงไปยังที่นั่งของตัวเอง
ขณะสังเกตเห็นสีหน้ากังวลของเ้าอ้วน เฉิงหยู่ ก็เดินกลับไปยังนั่งที่ของตัวเอง “เ้านี่เหตุใดถึงต้องตั้งใจที่จะสอบให้ผ่าน ? แล้วการกลับไปช่วยพ่อตัวเองฆ่าหมูไม่ดีตรงไหน ? สิ่งที่พูดใช่คำเปรียบเปรยหรือเปล่า หุ่นอ้วนๆแบบนี้ ถึงเวลานั้นจริงๆไม้รู้ใครฆ่าใครกันแน่ และถ้าหากสอบไม่ผ่านเห็นทีหมูที่ถูกเชือดคงเป็เขา ” เฉิงหยู่ คิดว่าจะให้โอสถบำรุงิญญาดีหรือเปล่า
โอสถบำรุงิญญานี้ ที่บ้านของ หยางลั่วเซวียะ เขาเคยเอาออกมาแล้วครั้งหนึ่ง เอาไว้เพื่อเพิ่มพูนขีดความสามารถด้านความจำของตัวเอง หลังจากกินแล้วนั้นจะประสิทธิภาพในการจดจำจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล แต่มัน ก็ขึ้นอยู่กับร่างกายของผู้ใช้เช่นกัน ประสิทธิภาพร่างกายจะต้องสมบูรณ์ดีเยี่ยม แม้กระทั่งรายละเอียดจุดเล็กๆก็สามารถจำได้ อันที่จริงแล้ว เฉิงหยู่ ตั้งใจจะใช้ยานี้เพื่อไว้คิดคำนวณส่วนแบ่งในสัญญาของ หยางลั่วเซวียะ แค่ทว่าตอนนี้เธอยุ่งมากเลยยังไม่ได้ปรึกษาพูดคุยกัน รอให้เธอว่างก่อน สำหรับเ้าอ้วน เ้านี่ทำอะไรก็ไม่ดีสักอย่าง
“คงมีแค่นายคนเดียวที่กล้าท้าทายเธอ ?” เวลานั้น หลินยวี่ฮั่น ก็พูดเบาๆข้างๆเขา
“ฮ่าๆ ฮั่นฮั่น ทำไมเดี๋ยวนี้เธอถึงดูกังวลแทนฉัน จำได้ว่าเมื่อก่อนเธอไม่ใช่แบบนี้นิ”
“งั้นเมื่อก่อนฉันเป็ยังไงล่ะ”
“เมื่อก่อนหรอ เธอค่อนข้างที่จะเ็ากับฉันมาก มักจะเมินเฉยในสิ่งที่ฉันพูด ไม่มีความอ่อนโยน ถึงเป็เช่นนั้นเธอก็มีใจให้ฉันอยู่บ้าง”
“ใครบอกว่ามีใจให้นาย อย่ามาพูดมั่วๆนะ” หลินยวี่ฮั่น โกรธแล้ว
“อ่อๆ ใช่แล้ว แม่เธอกินยาหรือยัง?”
“กินแล้วล่ะ เดิมทีเธอก็ไม่กล้ากิน หลังจากที่ฉันเกลี้ยกล่อมอยู่สักพักก็ยอมกิน เธอบอกว่าวันนี้จะลองไปตรวจดูสักหน่อย นายไม่ว่าอะไรใช่ไหม” หลินยวี่ฮั่น ก็รู้สึกไม่ค่อยดีนัก คนอื่นอุส่ายอมมอบยาที่มีมูลค่ามากมายช่วยเหลือตัวเอง แต่ฝ่ายนี้กลับไม่เชื่อใจเขา
“อ่อๆ จะเป็แบบนั้นก็ไม่แปลก เื่นี้ถ้าพูดให้ใครฟังก็คงไม่มีใครยอมเชื่อหรอก แต่สำหรับเธอที่ได้กินไปแล้ว เธอคงจะรู้ เื่ที่ฉันเหมือนกับคนแปลกหน้าข้อนี้ไม่อาจเปลี่ยนแปลง และก็ยังมีอีกข้อที่ทำให้คนอื่นไม่เชื่อใจ เพราะในสายตาคนอื่นๆต่างก็คิดว่าฉันเป็พวกปลิ้นปล้อน อันที่จริงแล้วมันเป็วิธีที่ฉันใช้เพื่อไม่ให้ตกเป็เป้าสายตา ฉันเองก็หวังว่าจะใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดา ไม่อยากให้ใครมองเหมือนดั่งเทพเ้า ฉันลองมาหลายทางแล้ว แต่ยังไงก็ไม่สามารถปิดบังรัศมีความเทพของตัวเองได้ ในใจฉันรู้สึกเ็ปมาก ฮั่นฮั่น เธอช่วยปลอบโยนฉันหน่อย” เฉิงหยู่ ทำเหมือนเื่ปกติ ขณะที่เริ่มทำตัวกะล่อน สุดท้ายเขาก็คว้าไปที่มือของ หลินยวี่ฮั่น เอามาแนบตรงหัวใจที่แสร้งว่าเ็ป
ภายในใจเฉิงหยู่ช่างมีความสุข มือเล็กๆนั้น ทั้งนุ่มทั้งขาว การได้มาััช่างรู้สึกดีจริงๆ หลังจากนี้ไปเห็นทีคงต้องััวันละครั้งซะแล้ว
เดิมที หลินยวี่ฮั่น รู้สึกเห็นใจเขา แต่พอได้ฟังท่อนหลังเธอก็เปลี่ยนความคิดในทันที เห็นอยู่ชัดๆว่าเขาหลอกจับมือ หลินยวี่ฮั่น จึงรีบสะบัดมือออกทันที ระหว่างพูดใบหน้าแดงๆว่า “นายอย่ามาทำตัวฉวยโอกาสกับฉัน ไม่งั้นฉันจะไม่คุยกับนาย”
“โอ๋ๆ ขอโทษทีๆ พอดีความรู้สึกพาไปจึงเผลอตัว ทั้งหมดเป็เพียงอารมณ์ชั่วครู หวังว่าเธอจะไม่ถือสานะ” เฉิงหยู่ แก้ตัว
“นายไม่อ่านหนังสือแล้วพรุ่งนี้จะสอบได้หรอ ? นายเองก็ต้องรู้จักอ่านหนังสือบ้างสิ เมื่อครู่ครูประจำชั้นก็บอกไว้แล้ว หากวิชาภาษาอังกฤษไม่ผ่านนายเจอดีแน่”
“เธอก็รู้ไม่ใช่หรอว่าฉันอ่านไม่รู้เื่ เว้นแต่เธอจะยอมช่วยสอนให้ฉัน ” เฉิงหยู่ พูดแบบยิ้มๆ
“ฮึ ฉันชักจะไม่เชื่อคำพูดของนายแล้ว เพราะนายคิดจะหลอกใช้ประโยชน์จากฉัน ”
“ฉันจริงใจกับเธอจริงๆนะ หรือเธอคิดว่าฉันเป็คนไร้ยางอาย ?”
“นายมันหนักยิ่งกว่าคำว่าไร้ยางอายอีก”
เฉิงหยู่ ไม่พูดอะไรต่อ รีบนั่งลงไปบนเก้าอี้ หลินยวี่ฮั่นไม่สนใจ ตั้งหน้าตั้งตาทบทวนต่อไป
เมื่อเลิกเรียนแล้ว เ้าอ้วน ก็รีบวิ่งมาหา เฉิงหยู่ ที่เป็ไอดอลบุรุษในฝัน “ลูกพี่ พวกเราไปกินปิ้งย่างกันเถอะ!”
เฉิงหยู่ เงยหน้าขึ้น พร้อมกับรีบยกมือขึ้นปาดน้ำลาย เวลานั้นเขามองเห็น หลินยวี่ฮั่น เดินจากไปแล้ว “ปิ้งย่าง ? ดีเลย! นายเลี้ยงหรือเปล่าล่ะ?”
“แน่นอนอยู่แล้ว ถ้าได้กินข้าวกับลูกพี่ ยังไงผมก็ต้องเลี้ยงแน่นอน!” เ้าอ้วน กล่าวด้วยความหนักแน่น
่ที่ทั้งสองกำลังจะออกพ้นประตูโรงเรียน ก็เห็น เจียงิ กำลังตอแย หลินยวี่ฮั่น
“เจียงิ นายอีกแล้ว ถ้ายังไม่เลิกตื้อฉันจะร้องเรียกคนนะ” หลินยวี่ฮั่น โมโหมาก ตัวเองกำลังจะเดินออกจากโรงเรียนก็ถูก เจียงิ ขัดขวางไว้
“เรียกคน? เอาสิ เรียกเลยสิ ฉันจะรอดูว่าใครจะกล้าเข้ามายุ่ง เธอรู้ไหมเขาเป็ใคร? หมาป่าโลหิต แห่งจงเฉิงพี่เถา ถ้าให้พูดคือใน จงเฉิง ทั้งหมดไม่มีใครกล้าหือกับเขาสักคน ไม่เชื่อเธอก็ลองเรียก!” เจียงิ คว้าไปที่มือของ หวี่ฮั่น เอาไว้แน่น แล้วก็ชี้ไปที่ชายหนุ่มหัวสีแดงเพลิง
“นายปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ อย่ามายุ่งกับฉัน ไม่รู้หรอว่าทำแบบนี้เป็อาชญากรรม!” หลินยวี่ฮั่น พยายามขัดขืน
“ฮ่าๆๆ อาชญากรรม ? หลินยวี่ฮั่น ทั้งหมดนี่เธอเป็ฝ่ายหาเื่เองนะ เจียงิ ผู้นี้ชื่นชอบเธอมานานแล้ว เคยทำผิดต่อเธอสักครั้งหรอ ? แต่เธอดันไปชอบกับไอ้ เฉิงหยู่ นั้น มันดีกว่าฉันตรงไหนกัน เพราะเขาเป็หลานของท่านนายกเทศมนตรีหรือ? พ่อของฉันน่ะเป็ประธานของ หยุนเหนิง เทคโนโลยี มีทรัพย์สินมากมาย เธอคบกับฉันไม่ดีกว่าหรือ วันนี้ฉันจะแสดงให้เธอดูว่าฉันทำอะไรกับมันได้บ้าง ฉันจะจัดการมันจนต้องคลานบนพื้นร้องขอชีวิตเลย ฮ่าๆๆ” เจียงิ มองหน้า ยวี่ฮั่น แล้วหัวเราะเยาะ
“ดูสิ พวกเราคนที่รอกำลังมาแล้ว” เจียงิ มองเห็น เฉิงหยู่ กับ เ้าอ้วน ที่กำลังมองตรงมาทางนี้ “เฉิงหยู่ ฉลาดไม่เลวนิ เห็นพวกเรามากันหลายคนแบบนี้ย่อมไม่กล้าเข้ามา ไมใช่ว่านายอยากทำดีกับเธอหรอกหรือ!”
“ตอนนี้ฉันจะให้โอกาสนาย ปล่อยเธอซะ แล้วฉันจะปล่อยพวกนายไปในสภาพปลอดภัย” เฉิงหยู่ กล่าวด้วยความสุขุม หนักแน่น ปัจจบุัน เฉิงหยู่ บรรลุขั้นฝึกรากฐาน เฉิงหยู่ จึงไม่อยากจะลงมือกับคนธรรมดา นี่เป็เสมือนข้อห้ามของ์และปฐี ที่ว่าห้ามลงมือกับคนธรรมดาเด็ดขาด ยิ่งเป็ที่โลกใบนี้แล้วพลังของเขานับว่าสูงส่งเกินไป ฉะนั้นคนธรรมดาจึงไม่ต่างอะไรไปจากมดปลวก ต่อให้เขาไม่ได้เป็เทพเซียนก็ไม่้าที่จะลงมือ
แน่นอน ถึงจะบอกว่าไม่ลงมือ แต่มันก็ไม่เสมอไป เพราะว่าสถานการณ์ตอนนี้ ถ้าไม่ลงมือเห็นทีคงไม่ได้
“ฮ่าๆ! พี่เถา พี่ได้ยินหรือเปล่า? เขาบอกว่าให้โอกาสพวกเรา ? แล้วจะยอมปล่อยพวกเรากลับไปอย่างปลอดภัย” เจียงิ หัวเราะดังลั่น
“ฮ่าๆๆ เ้าหนู นายนี่ช่างมีอารมณ์ขัน นายคงไม่รู้สินะ แต่เดี๋ยวไม่ช้านายก็ได้ลงไปนอนกองกับพื้นแล้ว ดูสิว่าอารมณ์ขันของนายยังจะหลงเหลืออยู่มั้ย” พี่เถา รู้สึกว่าคำพูดอีกฝ่ายช่างน่าขัน
จบตอน