ฉวี่หลิงใช้มุมฉักลักษณ์[1]ของเหรียญโบราณนี้เป็วิธีทำนายโดยตัดสินจากเหยา[2]หนึ่งหน้าหลังสองด้านต่างแทนด้วยหยินกับหยาง ด้านที่มีตัวหนังสือเป็ด้านหงาย ด้านที่ไม่มีตัวหนังสือเป็ด้านคว่ำหยางนั้นหมายถึงเื่ในอดีต ส่วนหยินหมายถึงเื่ในอนาคต
ฉวี่หลิงวางเหรียญโบราณไว้บนฝ่ามือใช้สองมือประกบเข้าด้วยกัน หลับตาและเขย่าหกครั้ง ความจำของเธอละเอียดถี่ถ้วน สามารถจำลักษณะของฉักลักษณ์ที่เขย่าทั้งหกครั้งได้อย่างแม่นยำ
หลินชิงฮุยเห็นสีหน้าท่าทางที่สุขุมสงบนิ่งของฉวี่หลิงใจที่ร้อนรนก็บรรเทาเบาบางลงโดยไม่รู้ตัว
ฉวี่หลิงจำเหยาเซี่ยงทั้งหกครั้งเอาไว้ในหัวแล้วคาดคะเนออกมาได้อย่างรวดเร็ว คำตอบชัดแจ้งขึ้นเรื่อยๆ แต่เพื่อความแม่นยำยิ่งขึ้นเธอสังเกตโหงวเฮ้งบนใบหน้าของหลินชิงฮุยอย่างละเอียดสุดท้ายก็ถอนใจออกมาครั้งหนึ่ง “ปู่หลินมาเพราะเื่ลูกที่เพิ่งเกิดภายในบ้านใช่หรือไม่”
“เธอรู้ได้อย่างไร” หลินชิงฮุยตกอกใแก้วชาในมือของเขาสั่นเทา น้ำชาสองสามหยดกระเซ็นลงบนโต๊ะเพราะไม่ทันระวัง
“แน่นอนว่าเป็ผลจากการทำนายค่ะ”คิ้วของฉวี่หลิงโค้งขึ้นเล็กน้อย ยิ้มให้อย่างอ่อนบางเป็ที่สุด “ปู่หลินอยากถามเื่เด็กว่าจะคลอดอย่างปลอดภัยหรือไม่หนูพูดถูกไหมคะ”
หลินชิงฮุยมองฉวี่หลิงที่ไม่มีท่าทางโอ้อวดหรือทรงภูมิใดๆได้ฟังแล้วก็ทอดถอนใจ สมแล้วที่เป็หลานสาวของฉวี่หฺวา เป็เพียงเด็กอายุยังไม่ถึงสิบปีด้วยซ้ำกลับทำให้เขารู้สึกเลื่อมใสศรัทธาได้
เพียงแค่คิดถึงเื่ภายในบ้านหลินชิงฮุยก็อดขมวดคิ้วอย่างทุกข์กังวลไม่ได้ “ฉันมาเพราะว่าลูกสะใภ้เพิ่งจะตั้งท้องขึ้นมาน่ะ”
ญาติพี่น้องทั้งหกจะดีหรือร้ายอยู่ที่ตัวญาติพี่น้องเป็หลักฉวี่หลิงเชื่อมต่อเื่ราวจากเหยาเมื่อสักครู่ ในใจถอนหายใจเบาๆต้นตระกูลของปู่หลินคงจะมั่งคั่งร่ำรวย ธุรกิจก็ทำเสียใหญ่โต ดูจากโหงวเฮ้งแล้วในชีวิตของเขามีลูกสองคน คนหนึ่งเป็ลูกบุญธรรม ลูกแท้ๆ ของเขาไม่หลักแหลมเท่าพ่อหรือพูดได้ว่าไม่มีความสามารถอย่างพ่อก็ได้อีกทั้งยังเป็คนใช้การไม่ได้ ดังนั้นคุณปู่หลินท่านนี้ เป็ไปได้ที่อยากจะให้เด็กที่ยังไม่คลอดออกมาเป็ตัวเลือกผู้สืบทอดแต่ก็คาดไม่ถึงว่าสะใภ้ของเขาที่ตั้งท้องขึ้นมาหนแรก กลับแท้งไปอย่างน่างงงัน
หนนี้มีทายาทคนที่สองทั้งยังเกี่ยวพันกับอนาคตของสกุลหลิน ดังนั้นหลินชิงฮุยจึงให้ความสำคัญเป็อย่างมากถึงได้ตามรอยฉวี่หฺวาจนเจออย่างยากลำบาก เพราะอยากมารับคำทำนายว่าผลสุดท้ายจะดีหรือร้าย
“นี่คงจะเป็ลูกคนที่สองของที่บ้านปู่”
ฉวี่หลิงแอบคิดเงียบๆคนในตระกูลทุกคนต่างมีความเห็นแก่ตัว เพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินเงินทอง สามารถทำเื่เลวทรามต่ำช้าโดยไม่คำนึงถึงผลกรรมที่จะย้อนกลับคืนสนอง
หลินชิงฮุยคิดถึงเด็กที่จากไปอย่างเงียบๆในใจก็รู้สึกปวดร้าว ตอนนี้เขาเชื่อแล้วว่าฉวี่หลิงทำนายได้อย่างถูกต้องแม่นยำจึงมองตรงไปที่ฉวี่หลิงอย่างพินิจ “นี่เป็ลูกคนที่สองจริงๆคนแรกนั้นจากไปอย่างไรฉันไม่รู้เลย หมอพูดเพียงว่าลูกสะใภ้ของฉันสุขภาพไม่ดี แต่ว่าร่างกายเธอก็ดูแข็งแรงดีมาตลอดจึงคิดว่าไม่น่าเป็ไปได้ ท่านอาจารย์ ตอนนี้บ้านของเราจู่ๆ ก็มีเด็กขึ้นมาตกลงเป็เื่ดีหรือร้ายกันแน่ ฉันเองก็แก่แล้ว รับมือเื่ที่ต้องสูญเสียเืเนื้อไปไม่ไหวหรอก”
เขายิ่งคิดในใจก็ยิ่งโศกเศร้าลูกแท้ๆ ช่วยอะไรเขาไม่ได้ อายุของเขาก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หากลูกของเขาทำพลาดอีกอีกเพียงหนเดียวท้ายที่สุดหลินกรุ๊ปก็จะถูกพวกหัวหมอ่ชิงผลประโยชน์ไปหมด ถึงแม้ไม่เกี่ยวข้องกับเื่ธุรกิจเขาก็อยากมีหลานชายหรือหลานสาวสักคน อยากลองเล่นกับหลานๆ ดูบ้าง เพื่อจะได้ลิ้มรสชาติบั้นปลายชีวิตที่เรียบง่าย
สำหรับวิชาปรัชญานี้เพราะว่ารู้ความลับของ์มากเกินไปความลับอันยิ่งใหญ่ของ์มิอาจเปิดเผยออกมาทั้งหมด ด้วยเหตุนี้จึงทำให้อาจารย์บางท่านเอ่ยคำทำนายที่ลึกซึ้งและฟังดูเข้าใจยากเพื่อไม่ให้รู้ถึงความเหนือธรรมชาติ จึงทำให้ผู้คนนำไปคาดเดาเอาเองได้ ทว่าก็กลับทำให้ผู้คนคิดว่าเขาเป็คนหลอกลวงแห่งเจียงหูหมอผี หรืออะไรจำพวกนั้น แม้ว่าบนโลกนี้จะมีคนหลอกลวงอยู่มาก แต่คนที่มีความสามารถจริงๆก็ใช่ว่าจะไม่มีอยู่เลย
เพียงรับวิชามาแล้วก็ยากจะคาดเดาถึงอนาคต แม้ว่าในอนาคตฉวี่หลิงอาจจะเรียนรู้แบบก้าวะโทว่าเธอเองก็ไม่กล้าก้าวข้ามขอบเขตของกฎข้อปฏิบัติ
“ปู่หลินอย่าเรียกหนูว่าอาจารย์เลยค่ะ หนูรับไว้ไม่ได้ ปู่เรียกหนูว่าหลิงหลิงเหมือนปู่ของหนูก็พอ” ฉวี่หลิงยิ้มอย่างถ่อมตัว นึกถึงผลการทำนายก็ทำได้เพียงขมวดคิ้วอย่างจนใจ“ทำนายออกมาว่าร้าย แต่ไม่ใช่ว่าจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้”
หลินชิงฮุยเพียงได้ยินคำว่า‘ร้าย’ สีหน้าก็ซีดลง มือที่เขาประคองตัวกับเก้าอี้ไว้สั่นเทาแม้แต่น้ำเสียงก็แหบพร่าลงไปมาก “หลิงหลิงหนูต้องช่วยปู่หลินนะ ปู่หลินอายุมากแล้ว ไม่อยากได้รับข่าวร้ายแบบนี้อีกแล้ว”
ฉวี่หฺวามองเพื่อนเก่าที่ในอดีตมักจะน่าเกรงขามและเข้มงวดคนนี้บัดนี้กลับอ่อนแอลงอย่างกะทันหัน ทำให้อดะเืใจไม่ได้ เขามองฉวี่หลิงที่ปลอบประโลมด้วยการตบเบาๆที่หลังมือของหลินชิงฮุย “อย่าได้กังวลไปเลย ก็เหมือนที่หลิงหลิงพูดนั่นแหละเื่นี้ใช่ว่าจะไม่มีทางแก้”
ฉวี่หลิงได้รับสายตาเร่งรัดจากปู่ของเธอก็เอ่ยว่า “ปู่หลิน ที่ผ่านมาปู่ไม่เคยสงสัยคนใกล้ตัวมาก่อนเลยใช่ไหมคะ”
ในใจหลินชิงฮุยหวาดหวั่นถามกลับอย่างรีบร้อน “เธอหมายความว่าคนใกล้ตัวของฉันมีปัญหาหรือ”
หลิงหลิงพยักหน้าเบาๆ“ข้างกายของปู่มีผู้ประสงค์ร้ายอยู่ คำทำนายบอกแบบนี้ถ้าปู่ทายไม่ออกว่าเป็ใคร ก็ลองคิดดูสักหน่อยว่าหากไม่มีทายาท ใครที่จะเป็คนได้รับผลประโยชน์”
“เหอจิ้น ลุกบุญธรรมของฉันอย่างนั้นหรือ” หลินชิงฮุยคิดว่าคนที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดอาจจะเป็ลูกบุญธรรมของเขาเองเสียแรงที่เขาเลี้ยงดูให้เหมือนลูกของตัวเองไม่คิดว่าจะเลี้ยงดูมาเป็หมาป่าตาขาวได้
“ใช่เขาหรือไม่ ในใจของปู่คงพอมีคำตอบอยู่แล้ว”ฉวี่หลิงไม่ปริปากอีก เพียงรินน้ำชาแล้วค่อยๆ ดื่มอย่างเชื่องช้า
เอ่ยกันเพียงเท่านี้ในใจของหลินชิงฮุยก็กระจ่างแจ้งแล้ว เขาระงับอารมณ์เศร้าสลดภายในใจเอาไว้เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ปู่เข้าใจแล้ว วันนี้ต้องขอบคุณหลิงหลิงด้วย”
“ปู่หลินเกรงใจกันเกินไปแล้วค่ะ” ฉวี่หลิงยิ้มน้อยๆ
ฉวี่หฺวาเห็นเพื่อนเก่าพยายามทำทีว่าใจสงบลงแม้ในใจจะรู้สึกสับสนกังวลใจอย่างมาก จึงเอ่ยขึ้นอย่างอดไม่ได้ “ถ้ากลัวละก็ อย่างนั้นก็ส่งลูกสะใภ้กลับบ้านแม่ไปก่อน จนกว่าจะใกล้คลอด แล้วจัดเตรียมหมอให้ดีแบบนี้ก็น่าจะพอแล้ว”
“ก็ใช่” หลินชิงฮุยเสียใจอยู่สักครู่ก็ปลุกใจตัวเองขึ้นมา เขาลูบผมของฉวี่หลิงอย่างสนิทสนม ยิ้มพลางถาม “หลิงหลิงทำนายแม่นแบบนี้ ค่าครูหนูจะคิดเท่าไหร่ล่ะ”
“ยิ่งมากยิ่งดีอยู่แล้ว”ฉวี่หฺวายิ้มพลางหยอกล้อประโยคหนึ่ง “ไหนๆ หลิงหลิงก็เรียกว่าปู่หลินแล้วอย่างนั้นนอกจากค่าครู ก็ต้องมีเตรียมของรับขวัญด้วยถึงจะถูกไม่อย่างนั้นหลิงหลิงจะเรียกไปทำไมกัน”
“ปู่พูดก็ถูกนะคะ” ฉวี่หลิงยิ้มน้อยๆ จงใจยื่นมือไปทางหลินชิงฮุน“ปู่หลิน ของรับขวัญของหนูล่ะคะ”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/a46536d46fa0b5329d985f5a4109f950
[1] ฉักกะหมายถึงหก ลักษณ์หมายถึงลักษณะ ในที่นี้หมายถึงหกเหลี่ยม
[2] ชื่อเรียกเส้นหนึ่งของฉักลักษณ์