เส้นทางอสนีบาต - The Road Lightning

    สารานุกรมเผ่าพันธุ์ 3

    เผ่าพฤกษา (เผ่าหลัก)

    ผู้ปกครองสูงสุด : จักรพรรดินีพฤกษา ฟีโอร่า

    เผ่าพฤกษา หรืออาจเรียกอีกชื่อได้ว่า เผ่านางไม้ คนของเผ่าพฤกษาจะถูกเรียกว่า ‘ดรายแอดส์’ เป็นเผ่าที่มีรูปร่างสองลักษณะ นั่นคือร่างจริง จะมีลักษณะคล้ายๆ ต้นไม้เดินได้ และร่างจำแลง จะมีลักษณะเป็นหญิงสาวรูปร่างหน้าตาสวยงามชวนหลงใหล ไม่มีปรากฏว่าดรายแอดส์ตนใดมีร่างจำแลงเป็นผู้ชาย เป็นเผ่าที่มีประชากรน้อยที่สุดในบรรดาเผ่าหลัก แต่ความแข็งแกร่งโดยเฉลี่ยกลับมีสวนทางจำนวนประชากร และที่สำคัญ ในทวีปที่เผ่าพฤกษาปกครองได้รับการยกย่องว่า เป็นดินแดนที่มีปราการป้องกันแข็งแกร่งที่สุดในโลกอีกด้วย ดรายแอดส์ชอบอาศัยอยู่ตามป่าเขาห่างไกลผู้คน โดยจะไปปักรากและดูดซึมแร่ธาตุต่างๆ ในบริเวณที่ตนพอใจ หากต้องการย้ายก็เพียงแค่ถอนรากแล้วเดินไปยังที่ใหม่ แต่ดรายแอดส์ที่ต้องการจะอยู่ที่ใดที่หนึ่งเป็นการถาวรก็จะหาต้นไม้ใหญ่แถบนั้นเพื่อสิงสู่ เมื่อมีดรายแอดส์อาศัยอยู่ที่ใด หากเธออารมณ์ดีมีความสุข บริเวณโดยรอบจะมีอากาศปลอดโปร่งและมีพืชพรรณขึ้นมากกว่าปกติ แต่หากดรายแอดส์อารมณ์ไม่ดี บริเวณแถบนั้นจะอึมครึม พืชพรรณเหี่ยวเฉา ในช่วงเวลากลางวันโดยเฉพาะช่วงเช้าดรายแอดส์จะแข็งแกร่งมากเป็นพิเศษ แม้ส่วนมากจะมีนิสัยรักสงบ แต่ก็มีดรายแอดส์บางจำพวกที่มักล่อลวงคนหรือสัตว์อสูรให้กลายเป็นเหยื่อของตน เมื่อล่อลวงสำเร็จจะใช้รากห่อหุ้มเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายเอาไว้ จากนั้นก็จะค่อยๆ ดูดพลังงานจนร่างนั้นแห้งตายไปเอง

    ดรายแอดส์ทุกตนจะมีธาตุไม้เป็นธาตุหลัก และเมื่อวิวัฒนาการขึ้นไป จะสามารถใช้คุณสมบัติธาตุอื่นๆ เพิ่มขึ้นมาอีก และด้วยความเป็นพืชนี้เอง ชิ้นส่วนของดรายแอดส์แต่ละตนจะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันตามสภาพแวดล้อม บ้างมีคุณสมบัติเป็นยา เครื่องสำอาง เครื่องประดับ หรือแม้กระทั่งชิ้นส่วนที่สามารถใช้ทำอาวุธได้ แต่สิ่งที่เป็นที่กล่าวขานกันคือ น้ำตาดรายแอดส์ ว่ากันว่าเป็นส่วนผสมสำคัญในยาชั้นสูงสุดแทบทุกประเภท ดรายแอดส์ทุกตนสามารถขยายพันธุ์ได้ด้วยตนเอง โดยต้องสะสมพลังไว้อย่างมหาศาลเพื่อสร้างเมล็ดพันธุ์ให้ได้สักเมล็ด การสะสมพลังจะใช้เวลามากน้อยขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมในแถบนั้น อาจใช้เวลาหลายปี หรือกระทั่งหลายสิบปีในการสร้างเมล็ดพันธุ์ขึ้นมา เมื่อนำเมล็ดที่สร้างเสร็จไปปลูก มันก็จะงอกขึ้นมาเป็นดรายแอดส์ตนใหม่

    เฟอร์ไทล์ ดรายแอดส์ (ร่างวิวัฒนาการขั้นที่ 2)

    ร่างวิวัฒนาการที่ได้ชื่อว่า นางไม้แห่งความอุดมสมบูรณ์ เป็นสายพันธุ์ที่เมื่อไปอยู่ที่ใด พืชพรรณในแถบนั้นออกดอกผลอุดมสมบูรณ์ อีกทั้งยังมีโอกาสที่พืชหายากและพืชที่มีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ จะเกิดขึ้นอีกด้วย และยิ่งมีแร่ธาตุในดินมากเท่าไหร่ คุณสมบัติเฉพาะตัวของเฟอร์ไทล์ดรายแอดส์จะยิ่งส่งผลต่อพืชที่อยู่ในแถบนั้นมากขึ้นไปอีก ปกติมักจะอาศัยอยู่ในเขตหุบเขา

    แอริด ดรายแอดส์ (ร่างวิวัฒนาการขั้นที่ 2)

    ร่างวิวัฒนาการที่ได้ชื่อว่า นางไม้แห่งความแห้งแล้งและการคงอยู่ เป็นสายพันธุ์ที่มักพบในแถบทะเลทราย หรือพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมแห้งแล้ง เมื่อลงรากอยู่ที่ใดจะมีโอเอซิสเกิดที่นั่น สามารถฟื้นฟูสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายให้กลับมาเขียวชอุ่มได้อีกครั้ง ชอบอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้ง เมื่อป่าฟื้นฟูกลับมาแอริดดรายแอดส์มักจะย้ายไปที่อื่น

    รีมีเดียล ดรายแอดส์ (ร่างวิวัฒนาการขั้นที่ 2)

    ร่างวิวัฒนาการที่ได้ชื่อว่า นางไม้แห่งการรักษาเยียวยา ซึ่งรีมีเดียลดรายแอดส์ทุกตนจะใจดีและเป็นมิตรมาก เป็นสายพันธุ์ที่สามารถปล่อยออร่าแห่งการเยียวยาออกมาได้ เมื่อสัมผัสเข้ากับออร่านี้อาการบาดเจ็บจะฟื้นฟูขึ้นอย่างรวดเร็ว อากาศบริเวณนั้นจะสงบ ปลอดโปร่ง เหมาะแก่การพักฟื้นหรือทำสมาธิ ทั่วทั้งบริเวณมักจะมีพืชสมุนไพรเกิดขึ้นมากกว่าปกติ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่มักจะมีเหล่าสัตว์อสูรกินพืชอาศัยอยู่ในแถบนี้มาก

    ทอกซิน ดรายแอดส์ (ร่างวิวัฒนาการขั้นที่ 2)

    ร่างวิวัฒนาการที่ได้ชื่อว่า นางไม้แห่งพิษร้าย เป็นสายพันธุ์ที่สามารถสร้างพิษและปล่อยออกมาในรูปแบบหมอกได้ พิษที่สร้างขึ้นมามีหลายชนิดแล้วแต่ความสามารถของทอกซินดรายแอดส์เอง ปกติอยู่อย่างสันโดษไม่ค่อยอยากสุงสิงกับใคร ซึ่งในแถบนั้นมักจะเป็นพื้นที่ร้างที่อาจจะมีสัตว์มีพิษอาศัยอยู่บ้าง และบริเวณโดยรอบจะมีพืชที่มีพิษเกิดขึ้นมากกว่าปกติ

    อควา ดรายแอดส์ (ร่างวิวัฒนาการขั้นที่ 2)

    ร่างวิวัฒนาการที่ได้ชื่อว่า นางไม้แห่งสายน้ำ มักอาศัยอยู่ในแม่น้ำ บึง ทะเลสาบ สามารถทำให้น้ำในแถบนั้นใสสะอาดและมีคุณสมบัติเป็นน้ำแร่หรืออย่างอื่นได้ นอกจากนั้นยังทำให้พืชน้ำหายากอื่นๆ เกิดขึ้นในบริเวณนั้นอีกด้วย แม้อควาดรายแอดส์ตนใดจะไม่ได้อาศัยอยู่ในแม่น้ำ บึง หรือทะเลสาบ แต่แถบนั้นจะมีฝนตกชุกจนกลายเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำแทน

    ปรสิต ดรายแอดส์ (ร่างวิวัฒนาการขั้นที่ 2)

    ร่างวิวัฒนาการที่ได้ชื่อว่า นางไม้แห่งกาฝากและการควบคุม เป็นเพียงสายพันธุ์เดียวที่มีความสามารถสั่งการควบคุมสิ่งมีชีวิตอื่นได้ นอกจากนั้นยังสามารถดูดกลืนพลังงานจากสิ่งมีชีวิตที่เป็นเหยื่อ ได้รวดเร็วยิ่งกว่าสายพันธุ์อื่นๆ อีกด้วย โดยปรสิตดรายแอดส์นับเป็นสายพันธุ์หายของเผ่าพฤกษา

    ไลฟ์ ดรายแอดส์ (ร่างวิวัฒนาการขั้นที่ 3)

    สุดยอดร่างวิวัฒนาการที่ได้ชื่อว่า นางไม้แห่งชีวิต สามารถดำรงอยู่ได้ทุกสภาพแวดล้อม โดยก่อนที่จะวิวัฒนาการมาเป็นไลฟ์ดรายแอดส์ได้ เหล่าดรายแอดส์ขั้นที่สองต้องฝึกฝนตนเองให้มีความสามารถครบทั้งหกสายเสียก่อน ซึ่งในปัจจุบันทั้งเผ่ามีไลฟ์ดรายแอดส์เพียงแค่ 5 ตนเท่านั้น แต่ถึงกระนั้นก็เพียงพอที่จะคานอำนาจกับเผ่าอื่นและรักษาตำแหน่งเผ่าหลักไว้ได้แล้ว นอกจากนั้นผู้ปกครองสูงสุดของเผ่าพฤกษา จะได้สิทธิ์ในการครอบครองต้นไม้โลกที่ขึ้นอยู่กลางทวีปแห่งนี้อีกด้วย

    ​



    เผ่าอันเดธ (เผ่ารอง)

    ผู้ปกครองสูงสุด : ราชันย์มัจจุราช เอสโมดิอุส

    อันเดธเป็นเผ่าพันธุ์ที่ใกล้ชิดกับความตายมากที่สุด พลังที่ได้รับมาส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับความตายและพลังชีวิตของผู้อื่นทั้งสิ้น ประชากรตั้งต้นของเผ่าอันเดธคือ กูล พวกมันกำเนิดขึ้นจากจิตวิญญาณและไอพลังที่ไหลออกจากร่างของผู้ตาย สิ่งเหล่านี้จะประกอบกันและก่อตัวขึ้นมาเป็นกูล ยิ่งมีร่างของผู้ตายที่ยังไม่ทำพิธีกรรมหรือดูแลให้ถูกต้องมากเท่าไหร่ โอกาสเกิดกูลก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น พวกมันเกิดขึ้นได้จากการตายของทุกเผ่าพันธุ์ พบมากในป่าช้าเก่าที่ถูกทิ้งร้าง และโดยเฉพาะในสนามรบที่มีคนตายมากมาย กูลจะเกิดขึ้นที่นั่นมากเป็นพิเศษ พวกมันจะผุดขึ้นมาจากดินแล้วกัดกินศพเหล่านั้นอย่างหิวกระหาย การกัดกินร่างที่เน่าเปื่อยนั้นยิ่งทำให้พวกมันมีพลังเพิ่มมากขึ้น เหล่าอันเดธจะมีอาการแพ้แสงแดดอย่างรุนแรง แต่ในยามราตรีพวกมันจะทรงพลังมาก กูลไร้จิตสำนึกพอๆ กับก็อบลิน พวกมันมีชีวิตอยู่ด้วยสัญชาตญาณเพียงเท่านั้น พวกกูลจะถูกเผ่าอื่นมองอย่างรังเกียจ เพราะพวกมันคลุกคลีอยู่แต่กับความสกปรกโสมม แม้กูลจะไม่มีการแบ่งเพศ แต่ร่างวิวัฒนาการที่สูงขึ้นไปจะมีแบ่งลักษณะเพศชายหญิง ถึงกระนั้นเผ่าอันเดธก็ไม่มีการสืบพันธุ์อย่างอื่นนอกจากเกิดขึ้นตามที่กล่าวมาข้างต้น ดังนั้นอันเดธจึงเป็นเผ่าที่ไม่มีการสืบสายเลือดใดๆ ต่อกัน ลักษณะเฉพาะตัวอีกอย่างของเผ่าอันเดธคือสิ่งที่เรียกว่า ‘แกนชีวิต’ มันคือวัตถุลักษณะวงรีสีดำเงา เป็นแหล่งกักเก็บพลังชีวิตของเผ่าอันเดธ ซึ่งแกนชีวิตนี้จะฝังอยู่ในสมองส่วนกลางภายในหัว แม้จะจัดการพวกมันได้ แต่หากไม่นำเอาแกนชีวิตออกมาจากหัวแล้ว เหล่าอันเดธก็จะสามารถฟื้นคืนกลับมาได้เรื่อยๆ

    อิมป์ (ร่างวิวัฒนาการขั้นที่ 2)

    ร่างวิวัฒนาการของกูล มีรูปร่างเล็กเตี้ย ตัวสีน้ำตาล มีความสามารถในการสะกดจิต ถนัดใช้เวทย์ลวงตาในการหลอกล่อผู้อื่น โดยจะทำให้ผู้ที่เข้ามาในอาณาเขตสับสนจนหาทางกลับไม่เจอ พฤติกรรมการกินไม่ต่างจากกูลทั่วไป

    ไฮกูล (ร่างวิวัฒนาการขั้นที่ 2)

    ร่างวิวัฒนาการของกูล มีลักษณะทางกายภาพที่แข็งแรงกว่ากูล สามารถสำนึกถึงตัวตนได้ มีภูมิปัญญาในระดับหนึ่ง เป็นหัวหน้าเหล่ากูลที่อยู่ในแถบนั้น ล่าเหยื่อด้วยสมองมากกว่าสัญชาตญาณ สามารถใช้เวทย์พรางกายและเวทย์ลวงตาได้ พฤติกรรมการกินไม่ต่างจากกูลทั่วไป

    การ์กอย (ร่างวิวัฒนาการขั้นที่ 2)

    ร่างวิวัฒนาการของกูล มีลักษณะคล้ายคนผสมค้างคาว ผิวหนังไร้ขนคลุมทั้งตัว มีปีกเล็กๆ ข้างหลัง บินได้ไม่ไกลนัก แต่สามารถวิ่งและเคลื่อนที่ในความมืดได้เร็วมาก ชอบของสดๆ ไม่กินซากศพที่เน่าเปื่อยแล้ว

    ซอมบี้ (ร่างวิวัฒนาการขั้นที่ 2)

    ร่างวิวัฒนาการของกูล มีลักษณะคล้ายกับร่างต้นเจ้าของไอพลังที่ทำให้มันเกิดขึ้นมา ซึ่งจะมีรูปร่างลักษณะคล้ายเผ่าไหนก็ไม่แปลก แต่จะต่างออกไปคือที่ดวงตาจะมีสีดำสนิท เคลื่อนที่ได้ไม่เร็วเท่าไหร่ ฟื้นฟูร่างกายได้รวดเร็วพอสมควร ชอบของสดๆ ไม่กินซากศพที่เน่าเปื่อยแล้ว

    ริชช์ (ร่างวิวัฒนาการขั้นที่ 3)

    ร่างวิวัฒนาการที่เกิดจากอิมป์รวมร่างเข้ากับไฮร์กูล มีลักษณะภายนอกเหมือนจอมเวทย์ในชุดคลุม เปรียบเสมือนผู้ใช้เวทย์แห่งเผ่าอันเดธ เชี่ยวชาญเวทย์ลวงตา พรางกาย และการสะกดจิตเป็นพิเศษ ไม่กินซากศพ แต่จะดูดกลืนพลังชีวิตของเหยื่อแทน

    แวมไพร์ (ร่างวิวัฒนาการขั้นที่ 3)

    ร่างวิวัฒนาการที่เกิดจากการ์กอยรวมร่างเข้ากับซอมบี้ มีลักษณะภายนอกที่ดูภูมิฐานเหมือนชนชั้นสูง มีพละกำลังมาก สามารถฟื้นฟูร่างกายที่เสียหายได้แทบจะทันที บินบนท้องฟ้าและเคลื่อนไหวได้รวดเร็วไร้เสียง มีกรงเล็บและเขี้ยวที่ทรงพลัง กระหายการดื่มเลือดสดๆ จากเหยื่อที่จับมาได้

    กริม รีเปอร์ (ร่างวิวัฒนาการขั้นที่ 4)

    ร่างวิวัฒนาการที่เกิดจากริชช์รวมร่างเข้ากับแวมไพร์ มีลักษณะภายนอกเหมือนยมทูตในชุดคลุมดำ ถือเคียวขนาดใหญ่ มีออร่ามืดมนรอบตัว ลอยไปมาในอากาศ เมื่อไปที่ไหนจะให้ความรู้สึกเศร้าโศกสิ้นหวังแก่ผู้ที่สัมผัสออร่า ไม่แพ้แสงแดด ในยามค่ำคืนพลังจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว สามารถดูดกลืนพลังชีวิตหรือแม้กระทั่งวิญญาณของเหยื่อได้ การรวมร่างของเผ่าอันเดธคือต้องสละทั้งสองตัวตน เพื่อถือกำเนิดตัวตนใหม่ที่มีประสบการณ์ของทั้งสองชีวิต ซึ่งน้อยนักจะมีอันเดธที่ยอมสูญเสียตัวตน นั่นจึงเป็นเหตุให้ร่างวิวัฒนาการตั้งแต่คลาสที่ 3 ขึ้นไปพบเจอได้ยาก


    ​

    คล้ายกับเรื่องเส้นทางอสนีบาต - The Road Lightning ที่คุณอ่าน