“นักเรียนเย่เทียน คุณแน่ใจแล้วหรือว่าอยากจะสมัครเข้าร่วมการทดสอบ?แม้ว่าข้อกำหนดขั้นต่ำคือบรรลุระดับผู้ฝึกยุทธ์ก็สามารถเข้าร่วมการทดสอบได้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ที่มีกําลังไม่เกิน 500 จินก็ยังไม่สมควรเข้าร่วมอยู่ดี มิฉะนั้นคุณอาจจะตายในการทดสอบเลยก็ได้”
อาจารย์ของสถาบันที่ห้าเย่วเฉิงมองเย่เทียนและเอ่ยห้ามปราม
เขาเคยเห็นศิษย์อย่างเย่เทียนมาหลายคนศิษย์เหล่านี้มักคิดว่าตัวเองอาจจะโชคดีได้รับเืของสัตว์อสูรแต่พวกเขาก็มองข้ามไปว่าพื้นที่ป่ามีสัตว์อสูรอยู่แม้แต่สัตว์อสูรที่ทรงพลังบางตัวก็เพียงพอที่จะฆ่านักรบบางคนได้ศิษย์ที่เพิ่งกลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์ก็เป็เหมือนมดปลวกเมื่อเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรที่ทรงพลังเว้นเสียแต่ว่าจะพึ่งพาจำนวนคนหรืออาวุธที่ทรงพลัง
“อาจารย์ครับ ผมรวมกลุ่มกันกับคนอื่นๆ แล้วผมน่าจะมีโอกาสได้อะไรกลับมาบ้างจากการทดสอบนี้”
เย่เทียนจงใจพูดออกมา
“ก็ได้ ยังไงมันก็เป็เื่ของคุณอยู่แล้วแต่ถ้าสมัครร่วมการทดสอบก็ต้องเซ็นสัญญาเป็ตาย เมื่อเซ็นสัญญาแล้วต่อให้คุณจะตายในเขตป่า สถาบันที่ห้าของเราก็จะไม่จ่ายค่าชดเชยใดให้ๆ!”อาจารย์เย่วเฉิงกล่าวเตือน
“ผมเข้าใจครับ!”
เย่เทียนบรรจงเซ็นสัญญาอย่างใจเย็น
“หลังจากนี้สิบวัน มาที่ลานฝึกหมายเลขห้าก่อนแปดโมงเช้าอาจารย์จะพาศิษย์เดินทางไปเข้าร่วมการทดสอบ!” อาจารย์เย่วเฉิงกําชับ
“ครับอาจารย์!”
เย่เทียนตอบ
หลังจากลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว เย่เทียนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ก่อนจะถึงกำหนดอีกสิบวัน เขาไม่อยากเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์แม้ว่าเขาจะมั่นใจในความแข็งแกร่งของตน แต่ก็ยังรู้ดีว่าตนนั้นยังอ่อนแออยู่มากเขาจึงจำเป็ต้องเตรียมตัวให้พร้อม
ตัวอย่างเช่นการซื้ออาวุธและอุปกรณ์อื่นๆ ที่จำเป็
ในยุคสมัยนี้ไม่มีการควบคุมเื่อาวุธ ใครๆก็สามารถพกอาวุธติดตัวไปได้ทุกเวลา อีกทั้งอาวุธก็แบ่งออกเป็หลายระดับยกตัวอย่างเช่น อาวุธที่ทำจากเหล็กทั่วไปเรียกว่าอาวุธธรรมดา และอาวุธที่ทำจากวัสดุเวทบางอย่างที่เหมาะสำหรับการไหลเวียนพลังปราณของผู้ฝึกยุทธ์อาวุธประเภทนี้เรียกว่าอาวุธเวท
เย่เทียนไม่สามารถซื้ออาวุธเวทได้ และไม่จำเป็ต้องซื้อมันในตอนนี้เช่นกันเพราะอาวุธเวททั่วไปมีคุณภาพพอๆ กับอาวุธธรรมดาเพียงแต่มีพลังปราณเพิ่มขึ้นมาเท่านั้น
เย่เทียนเดินทางไปยังร้านขายอาวุธและซื้อดาบที่ทำจากเหล็กชั้นดีพร้อมกับคันธนูและลูกธนู
เขาใช้เงิน 5,000 หยวน ในการซื้ออาวุธเหล่านี้เงินจำนวนนี้สำหรับเย่เทียนเดิมเขาสามารถใช้จ่ายได้ถึงหนึ่งปี แต่มันก็คุ้มค่า
เดิมทีเย่เทียนมีเงินเพียง 20,000 หยวนแต่ตอนนี้เขาเหลือแค่ 15,000 หยวน เท่านั้นถึงแม้จะรู้สึกเสียดาย แต่อาวุธเหล่านี้ล้วนเป็สิ่งจําเป็สำหรับเขา
พริบตาเดียว สิบวันก็ล่วงเลยผ่านไป
เย่เทียนไม่ได้เอ่ยถึงเื่การทดสอบกับเย่หยูเขาเพียงบอกน้องสาวของเขาว่าทางสถาบันได้จัดกิจกรรมเป็เวลาสามวันและเขาจะกลับมาในอีกสามวันข้างหน้า
แน่นอนว่าเย่หยูไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ถ้ารู้ว่าความจริงเป็อย่างไรเธอคงจะไม่ปล่อยให้พี่ชายเดินทางไปทดสอบที่เขตป่าแน่ๆ
......
สถาบันกองทัพที่ห้า ณ ลานฝึกยุทธ์หมายเลขห้า
เมื่อเย่เทียนมาถึง เขาเห็นศิษย์เกือบ 100 คนรออยู่ที่นี่ก่อนแล้วเห็นได้ชัดว่านี่ยังไม่ใช่จำนวนศิษย์ที่เข้าร่วมการทดสอบทั้งหมด
เย่เทียนคาดว่าศิษย์ที่เข้าร่วมการทดสอบต้องมีอย่างน้อย 150 คนหรือมากกว่านั้น
“ดูเหมือนว่าเืสัตว์อสูรจะดึงดูดผู้คนจำนวนมาก สำหรับศิษย์ที่มีพร์ไม่สูงนักมันถือเป็ความหวัง!” เย่เทียนคิดในใจ
“เย่เทียน ไม่ใช่ว่านายจะไม่เข้าร่วมหรอกเหรอ?”
เสียงของเ้าอ้วนจางเป่าดังขึ้น
เย่เทียนมองไปที่จางเป่าและพูดเบาๆ ว่า “ ฉันไม่ได้พูดว่าไม่เข้าร่วมฉันแค่ไม่อยากเข้าร่วมเป็ทีม!”
“หรือว่านายพบยอดฝีมือ นายเลยพามาด้วย?” จางเป่าใ
เย่เทียนไม่ได้พูดอะไรตอบกลับไป เขายังคงเงียบแต่เขาสังเกตเห็นดวงตาของจางเป่าที่แสดงความอิจฉาออกมาเห็นได้ชัดว่าจางเป่าคงคิดว่าเย่เทียนได้พบผู้เชี่ยวชาญจึงไม่อยากจะเข้าร่วมทีมกับเขา
เย่เทียนไม่ได้อธิบายอะไรมากกับจางเป่าปล่อยให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดเช่นนี้แหละดีแล้ว
หลังจากรอประมาณครึ่งชั่วโมง ศิษย์ส่วนใหญ่ก็มากันครบแล้วจำนวนศิษย์ที่เข้าร่วมมีมากถึง 160 คน
พร์ของศิษย์ทั้ง 160 คนส่วนใหญ่เป็พร์ระดับรอง อายุของพวกเขาก็ค่อนข้างมากแล้วและยังมีศิษย์ที่อายุเกินยี่สิบปีเข้าร่วมอีกด้วย
มีผู้ฝึกยุทธ์รุ่นเยาว์อย่างเย่เทียนน้อยมากเนื่องจากอายุก็หมายถึงความแข็งแกร่งที่ต่ำเช่นกัน
ศิษย์หลายคนหากเข้าร่วมก็อาจจะไม่สามารถกลับออกมาได้อีกในยุคนี้หากไม่มีความแข็งแกร่งเพียงพอ ความตายก็พร้อมเปิดประตูรอรับเสมอเช่นเดียวกับเหตุการณ์พังพอนจันทราสีเงินเมื่อไม่นานมานี้ คนธรรมดาจำนวนไม่น้อยที่ได้รับผลกระทบเรียกได้ว่าเป็หายนะที่มาเคาะประตูบ้าน
มีเพียงความแข็งแกร่งเท่านั้นที่จะเป็ทุกอย่าง!
“ในเมื่อมาครบแล้วก็ขึ้นรถเถอะ!”
อาจารย์คนหนึ่งะโบอกบรรดาศิษย์
เพียงไม่นาน
รถบัสหลายคันที่คล้ายกับรสบัสในชาติที่แล้วของเย่เทียนก็ปรากฏต่อหน้าศิษย์จํานวนมาก
นี่เป็ครั้งแรกที่ศิษย์เกือบทุกคนเห็นรถพวกเขาเคยเห็นรถก่อนวันโลกาวินาศเพียงแค่ในตําราเรียนเท่านั้น
“อาจารย์ ตอนนี้กฎของ์และปฐีเปลี่ยนไปอย่างมากไม่ใช่ว่ารถเมื่อร้อยปีก่อนใช้ไม่ได้แล้วหรอกหรือ?” ศิษย์บางคนถามออกมาด้วยความสงสัย
“นี่เป็รถบัสที่เพิ่งค้นคว้าใหม่ มันใช้ปราณหยวนเป็แรงขับเคลื่อนซึ่งเป็เทคโนโลยีที่เหล่าผู้บริหารระดับสูงของฐานหลินไห่แลกเปลี่ยนมาจากฐานใหญ่มีเพียงนักรบเท่านั้นที่มีสิทธิ์ซื้อรถฉันเชื่อว่าอีกไม่นานพวกคุณจะได้เห็นรถทุกชนิดวิ่งบนท้องถนน!” อาจารย์ไขข้อสงสัย
“รถที่ใช้พลังปราณเป็แรงขับเคลื่อน!”
ศิษย์กลุ่มหนึ่งเข้าใจในทันที
บางคนเคยได้ยินเกี่ยวกับอุปกรณ์เวทนี้มาก่อนแต่ไม่คิดว่าฐานหลินไห่จะมีมันเช่นกัน
กลุ่มศิษย์ทยอยขึ้นรถบัสจนครบ รถบัสก็มุ่งหน้าออกจากฐานทันที
หนึ่งชั่วโมงต่อมารถบัสออกจากประตูเมืองและขับเข้าสู่เขตป่า
เมื่อเข้าไปในป่า ศิษย์หลายคนก็เริ่มมีอาการตื่นตระหนก
ในป่ามีอสูรอยู่มากมายพวกผู้ฝึกยุทธ์ระดับต่ำเหล่านี้ไม่มีความเเข็งแกร่งพอที่จะต่อต้านเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรเ่าั้
“วางใจเถอะ เมื่อไม่นานมานี้เหล่าคนใหญ่คนโตของฐานหลินไห่ได้กวาดล้างพื้นที่แถบป่าแห่งนี้แล้วคงจะไม่พบสัตว์อสูรในรัศมีสามลี้นี้หรอกจุดหมายปลายทางของเราคือเขตป่าขนาดเล็กที่อยู่ห่างออกไปเพียงหนึ่งลี้”อาจารย์ที่นําหน้ายิ้มและกล่าว
เมื่อได้ยินอาจารย์พูดเช่นนี้ หลายคนถอนหายใจด้วยความโล่งอก
นอกจากนี้บนรถยังมีอาจารย์มากกว่า 10 คนที่คอยปกป้องศิษย์ อาจารย์แต่ละคนมีระดับการบ่มเพาะขั้นนักรบดังนั้นจึงสามารถรับประกันความปลอดภัยได้
หลังจากนั้นไม่นาน หุบเขาลูกหนึ่งก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าทุกคน
“หุบเขาแห่งนี้คือจุดหมายปลายทางของเรา”
อาจารย์ผายมือพร้อมกล่าวแนะนํา
มีรถบัสจำนวนมากจอดอยู่ที่ทางเข้าของหุบเขา มันเป็รถของสถาบันกองทัพอื่นๆ
“นั่นศิษย์ของสถาบันที่ห้า ฮ่าๆ สถาบันขยะนี่ก็ส่งคนมาเหมือนกันหรือว่านี่ตั้งใจจะเอาชีวิตเหล่าศิษย์มาทิ้ง?”
“ศิษย์สถาบันที่ห้าคงไม่เคยเห็นเืมาก่อนกระมัง? ไม่เหมือนสถาบันอันดับหนึ่งของพวกเราอาจารย์จับสัตว์อสูรหรือแม้แต่สัตว์อสูรที่อ่อนแอมาฝึกฝีมือพวกเราเสมอพลังการต่อสู้ของพวกเราไม่ใช่สิ่งที่ศิษย์สถาบันที่ห้าจะเทียบเคียงได้ฉันเดาว่าพวกเขาอาจจะกลัวจนร้องไห้เมื่อเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรก็เป็ได้!”
“แม้ว่าศิษย์ของสถาบันที่ห้าจะไม่ได้เื่แต่อาจารย์ใหญ่ของสถาบันที่ห้าเป็บุคคลสำคัญในฐานหลินไห่พวกเราอย่าเยาะเย้ยพวกเขาเลย เราไม่ควรล่วงเกินอาจารย์ใหญ่ของสำนักที่ห้าไม่งั้นพวกเราต้องจบเห่แน่ๆ!”
ศิษย์ที่กล่าวเยาะเย้ยเหล่านี้ย่อมเป็ศิษย์ของสถาบันที่หนึ่งส่วนศิษย์จากสถาบันอื่นก็ไม่ได้ดีไปกว่าสถาบันที่ห้ามากนักไหนเลยจะมีสิทธิ์กล้าเยาะเย้ย
“ให้ตายสิ ศิษย์สถาบันที่หนึ่งยโสเกินไปแล้ว!”
ศิษย์สถาบันที่ห้าจำนวนไม่น้อยกล่าวออกมาด้วยความโกรธเคือง
แต่พวกเขาไม่กล้าพูดออกมาก่อนหน้านี้เพราะพวกเขารู้ดีถึงความต่างชั้นของพวกเขากับศิษย์สถาบันกองทัพที่หนึ่งดี
หลังจากลงรถ
เย่เทียนจ้องเขม็งไปที่ศิษย์ของสถาบันที่หนึ่ง
“พร์ของศิษย์สถาบันที่หนึ่งอย่างน้อยก็เป็ระดับเริ่มต้นไม่แน่ว่าเราอาจจะได้พบกับศิษย์ที่มีพร์ระดับปานกลางพร์ในการคัดลอกของเราสามารถคัดลอกได้อีกครั้งแล้วตอนนี้ครั้งนี้เราอาจจะสามารถคัดลอกพร์ระดับสูงเลยก็ได้!”