บทที่ 6 : ัแห่งหุบเหวน้ำแข็งและบททดสอบแห่งความทระนง
หลังจากรวม 'เอลิน่า' ผู้ใช้พลังราศีพฤษภเข้ามาเป็พันธมิตร คณะเดินทางของอัคคีและเมษาก็แข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เอลิน่าใช้พลังแห่งการเยียวยาฟื้นฟูร่างกายของทุกคนให้กลับมาแข็งแรง และพลังราศีพฤษภของเธอก็ช่วยเสริมความมั่นคงให้กับบาเรียป้องกัน ทำให้การเดินทางผ่านูเาแห่งการทรมานส่วนที่เหลือเป็ไปได้ราบรื่นยิ่งขึ้น
พวกเขาใช้เวลาอีกหลายวันในการเดินทางผ่านยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะและลมที่พัดกระโชกแรง อัคคีและเมษาได้เรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกับเอลิน่าได้อย่างลงตัว พลังไฟของอัคคีที่ร้อนแรง พลังลมของเมษาที่ยืดหยุ่น และพลังดินของเอลิน่าที่มั่นคง กลายเป็สามประสานที่แข็งแกร่ง
แต่แล้ว ในขณะที่พวกเขาใกล้จะถึงเขตแดนของ 'หุบเหวน้ำแข็งนิรันดร์' อันเป็เส้นทางสู่ใจกลางโลก เมษาก็ััได้ถึงกระแสพลังงานมหาศาลที่ผิดปกติ ออร่าสีฟ้าครามของเธอส่องประกายอย่างรวดเร็ว บ่งบอกถึงความตื่นตัวของพลัง
"มีบางอย่างผิดปกติค่ะ" เมษาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอเคร่งเครียด "กระแสพลังงานมหาศาลกำลังใกล้เข้ามา มันเป็พลังที่แข็งแกร่งมาก... และเย็นเยือกราวกับน้ำแข็ง"
อัคคีััได้ถึงแรงกดดันมหาศาลในอากาศเช่นกัน แรงกดดันที่รุนแรงกว่าเงามืดที่เคยเผชิญมาหลายเท่าตัว ออร่าสีแดงเพลิงของเขาลุกโชนขึ้นเพื่อตอบสนองต่อภัยคุกคาม
"ศัตรูงั้นหรือ!" อัคคีคำราม เตรียมพร้อมที่จะปะทะ
"ไม่เชิงค่ะ... แต่มันคือพลังราศี" เมษาตอบ "เป็พลังราศีที่แข็งแกร่งและถูกควบคุมอย่างสมบูรณ์แบบ แข็งแกร่งยิ่งกว่าพลังของท่านอัคคีในยามปกติเสียอีก"
คำพูดของเมษาทำให้อัคคีหงุดหงิด เขามักจะมั่นใจในพลังของตนเองเสมอมา การที่เมษาบอกว่ามีพลังที่เหนือกว่าเขาทำให้เขารู้สึกไม่พอใจ
"ไม่มีทาง!" อัคคีกล่าว "ข้าคือราชันย์สิงห์! ไม่มีใครจะแข็งแกร่งไปกว่าข้าได้!"
"อย่าประมาทค่ะท่านอัคคี" เมษาเตือน "พลังที่แข็งแกร่งที่สุดคือพลังที่ถูกควบคุมอย่างสมบูรณ์"
ทันใดนั้น แสงสีม่วงเข้มก็สว่างวาบขึ้นจากเบื้องหน้า ก่อนที่ร่างสูงสง่าของบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งจะปรากฏกายขึ้นบนโขดหินสูงใหญ่เบื้องหน้าพวกเขา เขามีเรือนผมสีดำสนิทที่รับกับดวงตาสีดำลึกที่ฉายแววเยือกเย็นราวกับน้ำแข็ง ออร่าสีดำอมม่วงที่เปล่งประกายออกมาจากกายของเขานั้นมหาศาลและมั่นคง บ่งบอกถึงพลังราศีัที่แข็งแกร่ง และนิสัยเยือกเย็น เด็ดเดี่ยวตามสีประจำวันเกิดวันเสาร์
นั่นคือ โซลอน ผู้ใช้พลังราศีั ผู้ซึ่งเป็ที่กล่าวขานว่าเป็หนึ่งในผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาผู้ใช้พลังราศีทั้งหมด แต่เป็ผู้ที่เร้นกาย และไม่เคยเลือกข้างใดๆ ในความขัดแย้งของโลก
"พวกเ้า... ผู้ที่ถูกเงามืดหลอกลวงให้มายังที่แห่งนี้" เสียงของโซลอนราบเรียบและเยือกเย็น ราวกับน้ำแข็งที่กัดกินจิตใจ "จงถอยกลับไปเสีย ก่อนที่พลังของพวกเ้าจะถูกเงามืดกลืนกินจนหมดสิ้น"
"เ้าเป็ใครกัน!" อัคคีคำราม "และเ้าจะมาขวางทางพวกเราทำไม!"
"ข้าคือผู้เฝ้ามองความสมดุล" โซลอนตอบ "และข้าไม่ยอมให้พวกเ้าผู้ไร้สติไปทำให้ความสมดุลของโลกนี้ปั่นป่วนมากไปกว่านี้"
"เ้าดูถูกพลังของเรางั้นหรือ!" อัคคีกล่าวด้วยความโกรธ เปลวเพลิงสีแดงเพลิงเริ่มลุกโชนในมือของเขา
"ความโกรธของเ้าคือความอ่อนแอ" โซลอนกล่าว "และนั่นคือสิ่งที่เงามืดปรารถนา"
โซลอนยกมือขึ้นเล็กน้อย ออร่าสีดำอมม่วงของเขาแผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว แรงกดดันมหาศาลที่ยากจะต้านทานถาโถมเข้าใส่คณะเดินทางราวกับคลื่นั์ ทำให้ทุกคนต้องทรุดตัวลงกับพื้น แม้แต่อัคคีเองก็ยังต้องกัดฟันเพื่อยืนหยัดอยู่ได้
"นี่คือพลังราศีั" เมษาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด "พลังแห่งความทนทาน และการควบคุมกระแสเวลา! ระวังอย่าให้ถูกพลังของเขา!"
อัคคีไม่รอช้า เขาพุ่งทะยานเข้าใส่โซลอนด้วยความเร็วสูง เปลวเพลิงสีแดงเพลิงลุกโชนทั่วร่างของเขา เขาตั้งใจจะใช้ความเร็วและพลังของราศีสิงห์เพื่อโจมตีโซลอนอย่างไม่ให้ตั้งตัว
"ไฟที่ไร้ทิศทาง" โซลอนเอ่ยขึ้นเบาๆ ดวงตาของเขาฉายแววดูถูกเล็กน้อย
ทันใดนั้น โซลอนก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่ใครจะมองทัน พลังราศีัของเขาสามารถ 'ควบคุมกระแสเวลา' รอบตัวเขาได้ ทำให้เขาเคลื่อนไหวได้รวดเร็วราวกับเวลาหยุดนิ่งสำหรับผู้อื่น อัคคีที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงกลับกลายเป็ภาพช้าในสายตาของโซลอน
โซลอนใช้มือเดียวปัดเปลวเพลิงของอัคคีออกไปอย่างง่ายดาย ก่อนจะใช้เท้าเตะเข้าที่กลางลำตัวของอัคคีอย่างแรง ส่งร่างของราชันย์สิงห์กระเด็นไปกระแทกกับก้อนหินขนาดใหญ่ด้านหลังอย่างจัง
"ท่านอัคคี!" เมษาและเอลิน่าร้องด้วยความใ
อัคคีพยายามลุกขึ้น แต่เขารู้สึกได้ถึงความเ็ปไปทั่วทั้งร่าง พลังของโซลอนนั้นรุนแรงและรวดเร็วจนเขาไม่สามารถรับมือได้เลย
"เ้ามันอ่อนแอ!" โซลอนกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น "พลังของเ้ามีแต่ความร้อนแรง แต่ไร้การควบคุม!"
"อย่าดูถูกเขานะ!" เมษาเอ่ยขึ้น เธอก้าวเข้ามาข้างหน้า ออร่าสีฟ้าครามของเธอเปล่งประกาย พลังราศีกุมภ์ของเธอเริ่มทำงาน เธอส่งกระแสพลังงานเพื่อ 'บิดเบือน' กระแสพลังงานของโซลอน
โซลอนหันมามองเมษา ดวงตาของเขาฉายแววสนใจเล็กน้อย "พลังแห่งการบิดเบือน... น่าสนใจ"
เมษาใช้พลังราศีกุมภ์ สร้างสนามพลังงานที่ปั่นป่วนรอบตัวโซลอน ทำให้การควบคุมกระแสเวลาของเขาสั่นคลอนเล็กน้อย โซลอนรู้สึกถึงความผิดปกติในพลังของตนเองเป็ครั้งแรก เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย
"เมษา! เข้าไปช่วยอัคคีเถอะ!" เอลิน่าร้อง เธอกำลังใช้พลังราศีพฤษภของเธอสร้างกำแพงดินแข็งแกร่งเพื่อป้องกันองครักษ์จากพลังของโซลอน
อัคคีมองเมษา เขาเห็นเธอที่กำลังพยายามต่อสู้กับโซลอนเพียงลำพัง และรู้ดีว่าเขากำลังเป็ภาระ อัคคีรวบรวมพลังเฮือกสุดท้าย พลังราศีสิงห์ของเขาเริ่มลุกโชนอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้ปล่อยให้ความโกรธครอบงำ เขานึกถึงคำพูดของเมษา "จงใช้พลังเพื่อปกป้อง"
อัคคีพุ่งเข้าใส่โซลอนอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาไม่ได้พุ่งเข้าไปโจมตีอย่างบ้าคลั่ง เขาใช้พลังเพลิงสร้าง 'เกราะไฟ' ที่แข็งแกร่งรอบตัว ก่อนจะพุ่งเข้าไปประชิดตัวโซลอนอย่างรวดเร็ว
"พลังแห่งการป้องกันที่น่าสนใจ" โซลอนเอ่ยขึ้น เขายกมือขึ้น เตรียมจะใช้พลังราศีัหยุดอัคคีอีกครั้ง
แต่เมษาไม่ปล่อยให้โอกาสนั้น "เอลิน่า! จงใช้พลังเยียวยาของเ้าเสริมพลังให้เกราะไฟของท่านอัคคี!"
เอลิน่าพยักหน้า เธอส่งกระแสพลังชีวิตสีเขียวมรกตเข้าสู่เกราะไฟของอัคคี ทำให้เกราะไฟของเขาแข็งแกร่งและมั่นคงยิ่งขึ้น
อัคคีพุ่งเข้าไปถึงตัวโซลอน เขาไม่ได้โจมตี แต่กลับใช้เกราะไฟของเขา "โอบล้อม" โซลอนไว้ เปลวเพลิงที่เคยแผดเผา บัดนี้กลับกลายเป็เกราะป้องกันที่กักขังโซลอนไว้ชั่วขณะ
"นี่เ้าคิดจะกักข้าอย่างนั้นรึ!" โซลอนกล่าว น้ำเสียงของเขาเริ่มมีความหงุดหงิดเล็กน้อย
"พลังราศีัของท่านแข็งแกร่งมาก" เมษาเอ่ยขึ้น "แต่หากท่านอยู่ในเกราะไฟของท่านอัคคี ท่านจะไม่สามารถใช้พลังในการควบคุมกระแสเวลาได้อย่างเต็มที่"
เมษากำลังใช้พลังราศีกุมภ์บิดเบือนกระแสพลังงานรอบตัวโซลอนที่ถูกกักขังอยู่ในเกราะไฟของอัคคี ทำให้เขายิ่งควบคุมพลังของตนเองได้ยากขึ้น
โซลอนมองเมษาและอัคคีสลับกันไปมา เขาเห็นพลังที่เข้าขากันอย่างน่าประหลาดใจของทั้งคู่ และเขารู้สึกได้ถึงพลังที่บริสุทธิ์ของแสงเพลิงและสายลมที่กำลังทำงานร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์
"น่าสนใจ..." โซลอนเอ่ยขึ้นในที่สุด "พวกเ้าไม่ได้ถูกเงามืดครอบงำ แต่กลับต่อสู้กับมันด้วยแสงสว่าง"
โซลอนใช้พลังราศีัของเขาอย่างเต็มที่ เพื่อปลดปล่อยตัวเองออกจากเกราะไฟของอัคคี พลังที่มหาศาลปะทุออกมาอย่างรุนแรง ทำให้เกราะไฟของอัคคีะเิเป็เสี่ยงๆ และเขาก็กระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว
แต่เมื่อโซลอนปรากฏตัวออกมาอีกครั้ง เขาก็ไม่ได้โจมตีพวกเขาอีก เขาเพียงแค่จ้องมองอัคคีและเมษาด้วยแววตาที่ลึกซึ้ง
"พลังของเ้าสมบูรณ์ยิ่งกว่าที่ข้าคิดไว้" โซลอนกล่าวกับเมษา "และเ้า... ราชันย์สิงห์" เขาหันไปมองอัคคี "เ้าได้เรียนรู้ที่จะควบคุมเปลวเพลิงแห่งความโกรธของเ้าแล้ว"
"เ้าเป็ใครกันแน่!" อัคคีถาม
โซลอนถอนหายใจแ่เบา "ข้าคือผู้เฝ้ามอง... ผู้ที่เคยเชื่อว่าพลังที่แข็งแกร่งที่สุดคือพลังที่ถูกควบคุมอย่างสมบูรณ์แบบโดยปราศจากอารมณ์"
"แต่ในโลกที่เงามืดกำลังกลืนกินทุกสิ่ง การไร้อารมณ์คือการยอมแพ้" เมษาเอ่ยขึ้น "พลังที่แท้จริงคือพลังที่ใช้ด้วยหัวใจที่เข้มแข็ง"
โซลอนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง คำพูดของเมษาทำให้เขานึกถึงบางอย่าง... สิ่งที่เขาเคยปฏิเสธมาตลอด
"เงามืด..." โซลอนเอ่ยขึ้น "มันกำลังมุ่งหน้าไปยัง 'วิหารแห่งกาลเวลา' สถานที่ซึ่งดวงแก้วปฐมธาตุที่แท้จริงถูกซ่อนอยู่"
คำพูดของโซลอนทำให้อัคคีและเมษาเบิกตากว้าง พวกเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าดวงแก้วปฐมธาตุมีสถานที่ซ่อนเร้นที่แท้จริง
"เ้าจะมาเป็พวกเดียวกับพวกเราหรือไม่!" อัคคีเอ่ยถามทันที "เรา้าพลังของเ้าเพื่อต่อสู้กับเงามืด!"
โซลอนจ้องมองอัคคีและเมษา เขามองเห็นแสงสว่างแห่งความหวังในดวงตาของพวกเขา แสงสว่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนในโลกที่กำลังมืดมิด
"ข้าจะเฝ้าดูพวกเ้า" โซลอนกล่าว "หากพวกเ้าสามารถพิสูจน์ให้ข้าเห็นได้ว่าพลังของพวกเ้าไม่ใช่แค่การทำลายล้าง แต่เป็การปกป้อง... ข้าจะเข้าร่วมกับพวกเ้า"
โซลอนไม่ได้ปฏิเสธ และก็ไม่ได้ตอบรับโดยตรง เขาทิ้งท้ายปริศนาและหายไปในพริบตา ราวกับสายลมที่พัดผ่าน ทิ้งไว้เพียงความเงียบและแรงกดดันจากพลังที่ยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ
อัคคีมองไปยังทิศทางที่โซลอนหายไป เขารู้สึกได้ถึงพลังที่มหาศาลของอีกฝ่าย และรู้ว่าหากโซลอนมาเป็พวกเดียวกับพวกเขาได้จริง การต่อสู้กับเงามืดก็จะมีความหวังมากขึ้น
"วิหารแห่งกาลเวลา..." เมษาพึมพำกับตัวเอง "ข้าเคยได้ยินตำนานเกี่ยวกับมัน แต่ไม่เคยคิดว่ามันจะมีอยู่จริง"
"เราต้องไปที่นั่น!" อัคคีกล่าว "และเราจะทำให้โซลอนเชื่อว่าเราคู่ควรที่จะเป็พันธมิตรของเขา!"
การเดินทางของพวกเขาไม่ได้มีเพียงแค่การกอบกู้โลกอีกต่อไป แต่ยังเป็การพิสูจน์ตนเองต่อผู้ใช้พลังราศีที่แข็งแกร่งที่สุดคนหนึ่ง และหวังที่จะได้รับพันธมิตรที่ทรงพลังอย่างราศีั