“ข้าก็ต้องชมเ้าสิ ฮูหยินของข้านอกจากจะงดงามแล้วยังเก่งและฉลาดเป็ที่สุด”
“หากเป็เช่นนั้นท่านพี่จะต้องให้รางวัลเป็การตอบแทนข้าแล้วล่ะเ้าค่ะ”
ใบหน้าอันหล่อเหลาค่อยๆก้มมาจ้องมองนางอย่างเ้าเล่ห์
“แล้วเ้าอยากได้รางวัลเช่นไรเล่า ตัวของข้าพอจะเป็รางวัลของเ้าได้หรือไม่”เอากระซิบข้างหูนางเบาๆ
เหวินเฟิงเหอถึงกับใบหน้าแดงระเรื่อขึ้นในทันที
“ไม่เอาแล้วข้าไปตรวจบัญชีจะดีกว่า”นางพูดพลางรีบเดินไปนั่งที่โต๊ะพร้อมกับหยิบสมุดบัญชีการค้าขึ้นมาดูเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย
คหบดีเหวินมองดูท่าทางของนางก่อนจะยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู
ด้านเล่าฮูหยินที่กำลังครุ่นคิดหาวิธีที่จะให้คหบดีเหวินยอมรับหลี่หยางเหมยเป็อนุภรรยา
“เล่าฮูหยินน้ำชาเ้าค่ะ”หลี่หยางเหมยรีบยกถาดน้ำชามาให้กับเล่าฮูหยิน
เมื่อนางยกชาน้ำชาขึ้นมาดื่มใบหน้าเ้าเล่ห์ก็ยิ้มออกมาราวกับคิดอะไรออก
“หึ ข้ารู้แล้วว่าข้าจะทำเช่นไรให้จ้วนสือรับเ้าเป็อนุภรรยา”
“ทำเช่นไรงั้นหรือเ้าคะ”นางถามขึ้นด้วยความอยากรู้
เล่าฮูหยินค่อยๆกระซิบข้างๆหูหลี่หยางเหมย
นางสะดุ้งด้วยความใเมื่อได้ฟังที่เล่าฮูหยินบอก
“จะดีเช่นนั้นหรือเ้าคะ ข้ายังเป็สตรีที่หาได้ผ่านมือชายหากทำเช่นนั้นข้างเกรงว่าเอ่อ.....”
“เ้าต้องทำได้ หากเ้าไม่ทำเช่นนี้จ้วนสือมีหรือจะยอมรับเ้าเป็อนุภรรยา ทำตามที่ข้าบอกซะ”
นางพยักหน้าให้กับเล่าฮูหยินก่อนจะก้มหน้าลงอย่างเขินอาย
“หึ คราวนี้ข้าก็จะได้อุ้มหลานเสียทีมัวแต่รอ รอ รอข้ามิตายก่อนจะได้เห็นหน้าหลานหรอกงั้นหรือ”เล่าฮูหยินพูดออกมาเบาๆ
หลี่หยางเหมยแสยะยิ้มออกมาอย่างพอใจ
“ไป เ้ารีบออกไปจัดการตามแผนการที่ข้าวางไว้เสียเดี๋ยวจะไม่ทันการ”
“เ้าค่ะเล่าฮูหยิน”นางรีบเดินออกจากห้องของเล่าฮูหยินในทันที
........................เย็นวันนั้น...............................
“เล่าฮูหยินเ้าคะนายท่านกับเหวินฮูหยินมาแล้วเ้าค่ะ”หลี่หยางเหมยรีบรายงานต่อเล่าฮูหยิน
“เช่นนั้นหรือถ้าเช่นนั้นเ้าก็จงรีบไปทำตามแผนที่วางไว้เสีย”
นางยิ้มพร้อมกับพยักหน้าให้กับเล่าฮูหยิน
ครั้นเมื่อคหบดีเหวินกับเหวินเฟิงเหอเข้ามาที่ห้องอาหาร เล่าฮูหยินมองดูทั้งสองพร้อมกับแสร้งยิ้มหวานให้กับทั้งคู่
“พวกเ้ากลับมาแล้วเช่นนั้นหรือ เร็วเข้าข้าให้สาวใช้เตรียมอาหารที่พวกเ้าชอบไว้เต็มโต๊ะไปหมด”
เหวินเฟิงเหอมองดูท่าทางเสแสร้งของเล่าฮูหยินก็นึกขำออกมา
“เ้าหัวเราะอะไรกันเฟิงเหอ”เล่าฮูหยินถามขึ้นด้วยท่าทางไม่พอใจเมื่อเห็นเหวินเฟิงเหอหัวเราะออกมา
“ป่าวเ้าค่ะ ข้าแค่นึกอะไรเพลินๆ”
“อื้ม ช่างเถอะจ้วนสือมาเถอะมานั่งทานอาหารกับแม่”
คหบดีเหวินรีบเดินไปนั่งที่โต๊ะอาหารพร้อมกับเหวินเฟิงเหอ
ในขณะที่พวกเขานั่งทานอาหารอยู่นั่นจู่ๆหลี่หยางเหมยก็เดินเข้ามาที่ห้องอาหารด้วยท่าทางรีบร้อน
“มีอะไรเช่นนั้นหรือหยางเหมยเหตุใดเ้าจึงได้ดูรีบร้อนเช่นนั้น”เล่าฮูหยินแสร้งเอ่ยถามนาง
หลี่หยางเหมยที่มีสีหน้าตื่นตระหนกรีบเดินไปหาเหวินเฟิงเหอก่อนจะยื่นจดหมายให้กับนาง
“เหวินฮูหยินเมื่อครู่มีคนจากด้านนอกนำจดหมายมาส่งให้กับท่านเ้าค่ะ”
เหวินเฟิงเหอขมวดคิ้วขึ้นด้วยความสงสัยก่อนจะเปิดจดหมายอ่าน ซึ่งข้อความในจดหมายบอกว่าท่านพ่อของนางป่วยหนักให้นางรีบกลับไปหาเหวินเฟิงเหอรู้สึกใเป็อย่างมาก
“มีอะไรเช่นนั้นหรือเฟิงเหอ”คหบดีเหวินถามนางเมื่อเห็นท่าทางที่ดูเป็กังวลนั่น
“มีคนมาส่งข่าวว่าท่านพ่อป่วยหนักข้าจะต้องรีบเดินทางกลับไปเยี่ยมเ้าค่ะ”
“เ้าว่าเช่นไรนะท่านพ่อของเ้าป่วยเช่นนั้นหรือ”เขาพูดขึ้นด้วยความใ
เหวินเฟิงเหอรีบลุกจากโต๊ะอาหารในทันที
“ข้าจะต้องรีบกลับไปดูท่านพ่อเ้าค่ะ”
มือใหญ่รีบคว้ามือเล็กๆของนางเอาไว้
“ข้าจะไปเป็เพื่อนเ้า”
นางยิ้มพร้อมกับพยักหน้าให้กับเขา
“ช้าก่อนจ้วนสือหากเ้าเดินทางไปกับเฟิงเหอแล้วใครเล่าจะเป็คนดูแลกิจการ แม่ว่าให้เฟิงเหอนางเดินทางไปคนเดียวจะดีกว่า”
“ท่านแม่แต่เฟิงเหอนางเป็สตรีอีกทั้งยังเป็ฮูหยินของข้าเช่นนี้ข้าจะปล่อยให้นางเดินทางเพียงลำพังได้เช่นไรกัน”
นางรู้สึกประทับใจในตัวผู้เป็สามีเป็อย่างมากแต่เพราะไม่อยากให้แม่สามีเกลียดนางไปมากกว่านี้จึงยอมเห็นด้วยกับเล่าฮูหยิน
“ท่านพี่ท่านอยู่ที่นี่คอยดูแลกิจการเถอะเ้าค่ะข้าไปผู้เดียวจะดีกว่าอีกอย่างข้าก็มีสาวใช้คอยดูแลท่านไม่ต้องเป็ห่วง”
“แต่ว่า”
นางยิ้มพร้อมกับพยักหน้าให้เขาเพื่อบอกให้เขามั่นใจในสิ่งที่นางพูด
“เห็นมั๊ยจ้วนสือ เฟิงเหอนางเป็คนเก่งนางเดินทางเพียงลำพังได้อย่างสบายใช่หรือไม่”นางหันมาถามผู้เป็สะใภ้
“เ้าค่ะ ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวก่อน”นางพูดพร้อมกับรีบเดินออกจากห้องอาหารในทันที
คหบดีเหวินมองตามผู้เป็ภรรยาด้วยความเป็ห่วง