บทที่ 3
ปีศาจหมู!
“ปล่อยข้า!”
จวี๋ฮุ่ยหันมองเห็นเด็กชายอายุราวหกขวบสวมเสื้อผ้าเก่าขาดสภาพมอมแมมสกปรกถูกหลงจู๊ร้านสมุนไพรหิ้วคอเสื้อขึ้นด้วยมือข้างเดียว เขาเตะเท้าในอากาศ ควงหมัดไปด้านหลังพยายามดิ้นรนสุดชีวิต
“ชั่วช้าจริงๆ ถุย!”
หลงจู๊ร้านสมุนไพรกระชากเอาสมุนไพรในอกเสื้อของขอทานสกปรกออกมาอย่างแรง แล้วโยนเขาไปอีกทางหนึ่ง ซ้ำยังถ่มน้ำลายเหยียดหยาม
จวี๋ฮุ่ยมองขอทานน้อยที่พลิกตัวลุกขึ้นวิ่งโซซัดโซเซหายไปในตรอกแห่งหนึ่ง จึงร่ายเวทพรางตาเดินตามเขาไปเงียบๆ
นางเดินตามขอทานน้อยคนนั้นมาพักหนึ่งแล้วถึงสังเกตว่ารอบด้านเปลี่ยนไป ความคึกคักของร้านรวงเมื่อครู่แปรเปลี่ยน กลิ่นไม่พึงประสงค์อบอวล กวาดตามองคราหนึ่งก็เข้าใจได้ว่าที่ตรงนี้เป็เขตอาศัยของคนยากไร้ ขอทานหรือคนจรไร้ที่พึ่ง แม้กระนั้นแต่สายตาของจวี๋ฮุ่ยก็ไม่อ่อนลง ตามขอทานน้อยเข้าไปในเพิงโกโรโกโสที่ใกล้ถล่มลงมาด้วยแววตาเฉยชา
“เป็อย่างไร ตายแล้วหรือไม่!”
“ยังไม่ตายพี่ใหญ่!”
“เอายาไป”
จวี๋ฮุ่ยยืนอยู่หน้าประตูที่ไม่มีบานประตูปิด มองเข้าไปด้านในก็เห็นขอทานน้อยสามคนวัยไล่เลี่ยใกล้เคียงกันกำลังมุ่งดูบางอย่างอยู่ตรงกลางก็ปลดเวทพรางตา กดฝีเท้าหนักๆ เดินเข้าไป
“เ้าเป็ใคร! มาที่นี่ได้อย่างไร!”
จวี๋ฮุ่ยปรายตามองเ้าเด็กขอทานหัวโตร่างกายผอมแห้งที่สังเกตเห็นนางอย่างไม่ใส่ใจนัก ตัวนางถือคติหากจัดการคนย่อมจัดการที่หัวหน้า เสียงเมื่อครู่ทำให้เหล่าขอทานน้อยไหวตัวทัน หันมองยังจวี๋ฮุ่ยตาเดียว
“เอายาคืนมา”
จวี๋ฮุ่ยยื่นมือไปตรงหน้าเ้าหัวหน้าขอทาน แท้จริงแล้วนางค่อนข้างคร่ำครึอยู่บ้าง ผิดก็ว่าไปตามผิด น้อยครั้งนักที่จะผ่อนปรน
“ยะ ยาอะไร!”
“อยากโดนตัดมือรึ?” จวี๋ฮุ่ยกระตุกคิ้ว ถามเสียงขรึม บทลงโทษของการลักขโมยเป็อย่างไรมีหรือที่เ้าเด็กพวกนี้จะไม่รู้
“ปีศาจหมู! ยะ อย่าทำพี่ใหญ่นะ!”
จวี๋ฮุ่ยได้ยินแล้วก็เบิกตาโพลง นึกอยากด่าออกไปว่าเ้าตัวโง่งม ไม่รู้หรอกว่าแท้จริงแล้วหมูนั้นน่ารักมากเพียงใด!
นางบิดตัวหลบเ้าขอทานหัวถั่วงอก มองเขาที่ทุ่มแรงทั้งหมดจนร่างกายเสียสมดุลหน้าถลาล้มกลิ้งไปอีกทาง ความเจ็บนี้ทำให้เด็กน้อยส่งเสียงสะอื้นเบาๆ แววตาที่มองยังจวี๋ฮุ่ยราวเห็นปีศาจร้าย
“เอาไป!”
น้ำเสียงหนักแน่นนี้ทำให้จวี๋ฮุ่ยที่กำลังมองยังเ้าเด็กหัวโตหันมอง เห็นมือเล็กๆ สองข้างยื่นเข้าหาคล้ายยินยอมรับโทษ ต่อให้เขาจะมีความกล้ามากเพียงใดแต่เขาก็ยังเป็เด็ก ดังนั้นมือทั้งสองจึงสั่นระริก
จวี๋ฮุ่ยั์ตาวูบไหว เ้าเด็กนี้ยอมถูกตัดมือแต่ไม่ยอมมอบสมุนไพรคืนงั้นหรือ…
“ข้าไม่ใจดีนักหรอก”
จวี๋ฮุ่ยกระตุกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนี้ของนางในสายตาเด็กๆ ล้วนดูน่ากลัว ทำให้ขอทานน้อยเริ่มสะอึกสะอื้นใกล้ร่ำไห้ ในขณะที่จวี๋ฮุ่ยจะยื่นมือไปจับข้อมือทั้งสองของเ้าหัวโจก เสียงร้องไห้โฮราวฟ้าถล่มกลับดังขึ้นเสียก่อน
จวี๋ฮุ่ยละสายตามองไปก็เห็นเด็กชายอายุราวขวบปีคลานเตาะแตะมาใกล้นาง ใช้มือป้อมๆ สั้นๆ ตีแปะๆ ลงบนหน้ารองเท้านางดังไม่พอใจยิ่งยวด
หัวหน้าขอทานน้อยเห็นแววตาไม่พอใจก็กลัวว่านางปีศาจหมูจะทำร้ายน้องเล็ก รีบเข้าไปดึงเขาออกจากนางปีศาจร้ายแล้วดันตัวเขาไปด้านหลัง จ้องนางตาเขม็ง
“ผู้อื่นไม่เกี่ยวข้อง ข้าผิดเพียงผู้เดียว”
จวี๋ฮุ่ยเค้นเสียงฮึออกจากลำคอ พิศดูเ้าขอทานมอมแมมผู้นี้ที่พอจะรู้ความใช้การได้ก็คิดเอ่ยปากสั่งสอน
“น้องเล็ก!”
จวี๋ฮุ่ยไม่ทันได้ออกปากเสียงเอะอะก็ดังขัดขึ้นอีกหน นางถอนใจยาวมองไปตามการร้องอย่างเสียขวัญก็เบิกตากว้างเมื่อเห็นทารกขี้โมโหที่ตีนางไปหลายแปะเมื่อครู่นั้นนอนคุดคู้อยู่กับพื้น ร้องอ้อแอ้พลางสะอื้นไห้หอบถี่ ท่าทางนี้ดูผิดปกติชัดเจน
“พี่สาว ท่านช่วยน้องเล็กด้วยเถิด ถ้าช่วยน้องเล็กได้ ข้า...ข้าจะ...” ขอทานน้อยไม่ทันได้โขกหัวร้องขอเสร็จสิ้นดี เขาก็เห็นนางปรี่เข้ามาดูอาการน้องเล็กแล้ว
จวี๋ฮุ่ยใช้สองมือประคองเด็กน้อยอย่างระมัดระวัง คิ้วเรียวขมวดมุ่นเมื่อรับรู้ได้ว่าร่างกายของเขาร้อนผ่าวราวกับถูกไฟสุม นางขมวดคิ้วแน่นชั่งใจอยู่พักใหญ่ มองเด็กขอทานสามคนที่ตอนนี้ร้องไห้แงไปแล้วสอง ส่วนหัวหน้าขอทานน้อยก็พยายามกลั้นน้ำตามองนางตาแดงดังไม่รู้ว่าจะควรทำอย่างไร
จวี๋ฮุ่ยมองเด็กน้อยวัยขวบปีด้วยความกลัดกลุ้ม ยิ่งเห็นใบหน้ายับยู่ยี่ของเขายับยู่ยี่ยิ่งกว่าเดิมก็แสนจะขัดใจ เม้มปากอุ้มเด็กน้อยออกจากเพิงโกโรโกโสไป
เดิมทีนางคิดจะสั่งสอนเ้าเด็กเหล่านี้ถึงเื่คุณธรรมสักหน่อย การขโมยหากมิใช่สิ่งของมีค่าราคาแพงน้อยนักที่จะแจ้งต่อทางการ ส่วนมากหากถูกจับได้ก็มักจะทุบตี ยิ่งพวกเขาเป็เด็กถูกทุบแรงๆ ทีสองทีก็อาจไปปรโลกได้ทุกเมื่อ
แต่หลังจากเห็นเ้าเด็กพวกนี้นำยามาเพื่อเ้าก้อนแป้งก็ไม่รู้ว่าจะกล่าวคำว่าอะไรดี
เหล่าขอทานน้อยเห็นว่าจวี๋ฮุ่ยไม่ได้สั่งห้ามไม่ให้ติดตามก็พากันเดินตามหลังจวี๋ฮุ่ยประหนึ่งลูกไก่เดินตามแม่ไก่ พากันชะเง้อคอมองน้องเล็กที่วงแขนของจวี๋ฮุ่ยด้วยความกังวลแฝงไว้ด้วยความไม่ไว้วางใจนัก
จวี๋ฮุ่ยรู้ว่าเด็กๆ ตามหลังมาเป็ขบวนก็ไม่ได้ห้ามอะไร อุ้มเ้าก้อนแป้งมอมแมมเข้าร้านขายยาร้องเรียกท่านหมอนั่งร้านเสียงดัง
“ท่านหมอมีคนจะตายแล้ว!”
คำคำนี้ทำให้หมอเคราขาวที่กำลังชั่งยาอยู่ใจนสะดุ้ง มองหญิงสาวที่อุ้มเด็กน้อยคนหนึ่งเข้าร้านมาดวงตาก็เบิกโพลง เดินอ้อมหลังโต๊ะจ่ายยาเข้าไปดูอาการ หลังจากที่ท่านหมอเห็นสภาพมอมแมมและเด็กๆ ที่พากันชะโงกหน้าออกจากด้านหลังหญิงสาวพลันถอนใจเฮือกใหญ่ถลึงตามองนางแล้วดุออกมา
“คิดทำอะไรฮึ!”
“อะไรเล่า ท่านเป็หมอมีหน้าที่รักษาคนก็รักษาไปสิ ข้ามีเงินจ่ายท่านหรอกน่า” จวี๋ฮุ่ยเบนสายตาหลบ ยื่นแขนไปด้านหน้าคิดจะให้หมอดูอาการของเด็กน้อยผู้นี้
“อย่าได้มองว่าข้าใจร้าย แต่ในโลกนี้มีคนตกทุกข์ได้ยากมากมาย ไม่ใช่เพียงแค่เ้าเด็กเหล่านี้”
“ตกลงท่านจะรักษาหรือไม่ หากไม่รักษาข้าจะได้ไปร้านอื่น”
จวี๋ฮุ่ยรู้เจตนาของท่านหมอดี นางช่วยพวกเขาครั้งนี้ก็ใช่ว่าจะช่วยในครั้งอื่นๆ ได้ ทั้งช่วยพวกเขาไปแล้วก็ไม่ได้ผลประโยชน์อะไร ถือเป็การกระทำที่สูญเปล่า
ท่านหมอเคราขาวส่ายหัว มองหญิงสาวที่หน้าตาบูดบึ้งคล้ายจนใจคล้ายอับจนก็ยื่นมือไปรับเ้าเด็กน้อยในอ้อมแขนด้วยความกลัดกลุ้มไม่แพ้กัน
“ไอหยา...”
หลังจากรับรู้ถึงไอร้อนของเด็กน้อยท่านหมอก็อุทานออกมา รีบเรียกลูกจ้างในร้านและอุ้มเ้าก้อนแป้งเหม็นๆ ไปยังห้องข้างเพื่อทำการรักษา
“น้องเล็ก!”
จวี๋ฮุ่ยมองเ้าเด็กหัวถั่วงอกสองคนที่รีบวิ่งตามไปยังห้องข้าง ดูห่วงใยเ้าก้อนแป้งที่ส่งกลิ่นตุๆ ยิ่งนัก
“ขอบคุณพี่สาว”
จวี๋ฮุ่ยหลุบตามองหัวหน้าขอทานที่กำชายเสื้อ ก้มหัวคำนับจนเส้นผมแทบจะจรดพื้น ตอบรับในลำคอหนหนึ่ง
“อืม”
นางกอดอกยืนรอท่านหมอตรวจอาการของทารกที่ป่วยอย่างใจเย็น รับรู้ได้ว่าเ้าหัวหน้าขอทานยังคงค้างอยู่ท่าเดิมจึงถามขึ้นอย่างไม่ใส่นัก
“พวกเ้าเกี่ยวพันกันทางสายเืหรือ”
เท่าที่มองผ่านๆ เ้าเด็กทั้งสี่คนไม่มีเค้าโครงใดบนใบหน้าที่คล้ายคลึงกันเลยแม้แต่น้อย
“ไม่ใช่” ขอทานน้อยยืดตัวขึ้นหลังจากคิดเอาว่าที่นางยอมพูดคุยด้วยก็เพราะคงหายโกรธจากเื่เมื่อครู่ เขามองหญิงสาวเบื้องหน้าด้วยแววตาที่แปลกออกไป ลังเลเล็กน้อย ตอบเสียงอ้อมแอ้ม
“พวกเขาไม่ได้มีสายเืเดียวกันกับข้า แต่พวกเขาเป็พี่น้องของข้า”
จวี๋ฮุ่ยมุ่นคิ้ว ไม่เข้าใจความคิดของเ้าพวกเด็กๆ เหล่านี้ ทั้งยังไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขาถึงยอมเสี่ยงที่จะถูกทุบตีจนตายเพื่อผู้อื่น
“พวกข้าไม่ได้ร่วมสายเืเดียวกันก็จริง แต่พวกเรามีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน!”
คำพูดที่เปี่ยมด้วยความยินดีทั้งยังคล้ายจะโอ้อวด ทำให้จวี๋ฮุ่ยคิ้วกระตุก มองขอทานน้อยที่พับแขนเสื้อขึ้นแล้วหงายท้องแขนให้นางดู
จวี๋ฮุ่ยเห็นแล้วก็เบิกตากว้าง คว้าแขนของเขาดึงเข้ามาดูใกล้ๆ
เป็กระจุกไฝสีแดง...
จำนวนหกจุด...
“พวกเขาทั้งหมดล้วนมีเหมือนข้า!”
จวี๋ฮุ่ยหันมองตามสายตาของเขา เสียงฝีเท้าตึงตังของเด็กน้อยสองคนที่เข้าไปเฝ้าดูการรักษาวิ่งออกมาด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า
นี่...
เป็เ้าเด็กกลุ่มดาวเหม่าซิ่วหรอกรึ!