ยิ่งคิดถึงเหตุการณ์ในอดีตปาริฉัตรก็ยิ่งร่ำไห้หนักมากขึ้นเธอยกมือขึ้นปิดปากตัวเองอีกครั้งเมื่อเสียงสะอื้นไห้เริ่มดังเกินไปแล้วหลังจากหย่าขาดกันแล้วเธอก็เดินมาเรื่อยๆ จนถึงสะพานข้ามแม่น้ำขนาดใหญ่แห่งหนึ่งมันกว้างและลึกมาก เธอรู้ว่าแม่น้ำสายนี้รวมถึงสะพานเส้นนี้ได้คร่าชีวิตของผู้คนไปแล้วมากมายทั้งจงใจและไม่จงใจของผู้คนที่ประสบ
และวันนี้เธอก็จะเป็หนึ่งในจำนวนนั้นเช่นกันแม่น้ำที่เป็สายอยู่เบื้องล่างดูเหมือนจะไหลเอื่อยช้า แต่เธอรู้ดีว่าถ้าร่างของเธอได้หล่นลงไปแล้วละก็ชีวิตของเธอไม่มีทางรอดแน่นอนยิ่งเธอว่ายน้ำไม่เป็ด้วยแล้วก็ยิ่งไม่มีสิทธิ์ที่จะรอดแม้แต่เปอร์เซ็นต์เดียว
หญิงสาวเอื้อมมือไปจับราวสะพานเอาไว้แน่นสายตาเหม่อมองออกไปไกลพร้อมน้ำตาที่ไหลรินรถบนถนนยังคงวิ่งไปมาเป็ปกติโดยไม่รู้เลยว่าผู้หญิงที่พวกเขาเห็นนั้นกำลังคิดจะทำอะไรสองเท้าของเธอเริ่มที่จะก้าวขึ้นไปยังบนราวสะพานซึ่งเธอคงจะได้จบชีวิตลงอย่างที่้าถ้าไม่มีใครคนหนึ่งเข้ามาดึงตัวเธอเอาไว้ซะก่อน
เธอและใครคนนั้นล้มลงไปยังพื้นด้วยกันเธอคงจะเจ็บตัวมากกว่าจะแค่ถลอกหากไม่มีร่างของคนที่ดึงเอาไว้รองรับอยู่ด้านล่างเธอไม่ขยับตัวแถมยังนอนนิ่งอยู่บนตัวคนที่ช่วยเอาไว้พลางร้องไห้ออกมาอย่างไม่สนใจอะไรอีกจนกระทั่งได้ยินน้ำเสียงที่คุ้นหูดังขึ้น
‘ปา...ลุกก่อนได้ไหมนอนอยู่แบบนี้อายคนอื่นเขานะ’ เ้าของร่างที่เธอนอนทับอยู่เอ่ยขึ้นพร้อมกับดันตัวเธอให้ลุกขึ้นนั่ง
ปาริฉัตรเงยหน้ามองคนพูดทั้งน้ำตาสมองครุ่นคิดพยายามนึกว่าเคยเห็นหน้าผู้ชายคนนี้ที่ไหนมาก่อนหรือเปล่าจนอีกฝ่ายพูดอีกประโยคหนึ่งนั่นแหละเธอถึงจำเขาได้ว่าเป็ใคร
‘อะไรกันแค่นี้จำชาติไม่ได้เหรอ น่าน้อยใจจัง’
‘ชาติ!’
เธอร้องออกมาด้วยความดีใจพลางโผเข้ากอดเพื่อนชายคนสนิทด้วยความคิดถึง เธอกับเพื่อนไม่ได้พบกันนานมากราวห้าปีได้แล้วหลังจากเรียนจบมัธยมปลายชาติชายไปเรียนต่อที่อังกฤษเธอจึงไม่ค่อยได้ติดต่อกับเพื่อนอีกเลยไม่นึกว่าจะได้เจอกันโดยบังเอิญและยังมาเจอกันในสภาพที่เธอไม่อยากให้เพื่อนเห็นสักเท่าไรเสียด้วย
‘ดีใจจังเลยที่ได้เจอชาติอีก’
‘เราก็ดีใจแต่นั่นมันตอนแรกนะเมื่อกี้นี้ใแทบแย่แน่ะ ถ้าชาติมาไม่ทันเราคงไม่ได้มานั่งคุยกันอยู่แบบนี้หรอกทำไมต้องทำแบบนี้ด้วยปา’
ชาติชายเอ่ยตำหนิด้วยความไม่เข้าใจเธอไม่พูดอะไรนอกจากร้องไห้เท่านั้นชายหนุ่มจึงประคองตัวเธอพาไปขึ้นรถของเขาที่จอดอยู่ไม่ไกลเพื่อพาไปยังโรงแรมที่เขาพักอยู่เมื่อมาถึงโรงแรมแล้วหญิงสาวก็เล่าเื่ที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้เพื่อนฟังชาติชายยังไม่เปลี่ยนไปจากเดิมเขายังเป็เพื่อนที่ดีคอยรับฟังปัญหาของเพื่อนอยู่เสมอจึงทำให้เธอรู้สึกสบายใจขึ้นที่ได้ระบายมันออกมาบ้าง
ชาติชายชวนเธอไปอยู่อังกฤษด้วยกันเมื่อเธอเปรยๆออกมาว่าอยากไปอยู่ที่ไกลๆ สักแห่งหนึ่งตอนนั้นปาริฉัตรบอกกับเขาว่าขอคิดดูก่อนเนื่องจากในใจลึกๆแล้วเธอยังมีความอาลัยอาวรณ์ต่อคนที่นี่อยู่วันนั้นเธออยู่กับชาติชายที่โรงแรมตลอดทั้งวันจนกระทั่งตกเย็นจึงได้ออกจากโรงแรมโดยมีเพื่อนไปส่งที่บ้านโดยที่เธอไม่รู้เลยว่าพงศกรอยู่แถวนั้นและได้เห็นเธอออกมาจากโรงแรมกับเพื่อนชายพอดี
คืนนั้นเธอจึงได้รับโทรศัพท์ต่อว่าและประณามต่างๆนานาจากเขา หาว่าเป็ผู้หญิงใจง่ายบ้างละ แม่ใจั์บ้างละขนาดเธอยอมหย่าให้แล้วเขาก็ยังไม่เลิกตามราวีสร้างความเจ็บช้ำให้เธออีกจิตใจของเขาทำด้วยอะไรกันนะ ทำไมมันถึงได้โหดร้ายเืเย็นขนาดนี้เขาเอาแต่ประณามเธอโดยที่ไม่รู้ความจริงและไม่ฟังเหตุผลอะไรเลยเธอเจ็บ...เธอร้องไห้จนน้ำตามันไม่มีจะไหลออกมาอีกแล้ว
หลังจากฟังเขากล่าววาจาร้ายๆใส่อยู่ครู่ใหญ่เธอก็วางหูลงบนแป้นเครื่องโทรศัพท์อย่างแรงเรียกว่าจงใจวางกระแทกใส่ก็ว่าได้ทั้งที่อีกฝ่ายยังพูดไม่จบในนาทีนั้นเองที่เธอตัดสินใจได้เด็ดขาดว่าจะทิ้งทุกอย่างที่นี่ไว้ให้เป็อดีตแล้วไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ยังที่ห่างไกลอีกครั้งเธอจะทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างที่นี่ไว้เื้ัโดยไม่หันกลับไปมองมันและจะไม่นึกถึงมันอีกเลยเธอโทรหาชาติชายแล้วตอบตกลงจะไปอยู่ที่อังกฤษกับเขาและบอกเพื่อนว่าเธอ้าไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้อีกด้วย
วันรุ่งขึ้นหญิงสาวไปหาเพื่อนที่โรงแรมอีกครั้งเพื่อปรึกษาถึงเื่ที่พักที่โน่นและตั้งใจจะชวนเพื่อนไปวัดเพื่อไปกราบลาบิดามารดาของเธอก่อนไปทว่าความตั้งใจของเธอก็ต้องพังลงเมื่อบังเอิญเจอกับพงศกรพอดีเขามากับผู้หญิงอีกแล้วซึ่งก็ไม่ใช่คนเดิมเหมือนเช่นเคยเขาคงพาผู้หญิงคนนี้มาทานข้าวที่โรงแรมนี้
ตอนแรกเธอสงสัยว่าทำไมถึงได้พบเขาที่นี่แล้วก็นึกออกว่าคอนโดของชายหนุ่มอยู่ใกล้กับโรงแรมนี้เธออดโอดครวญกับตัวเองในใจไม่ได้ว่าทำไมโลกมันถึงได้กลมนักแต่ก็ช่างมันเถอะเพราะว่านับจากพรุ่งนี้ไปโลกของเธอกับเขาคงจะไม่กลมอีกต่อไปเมื่อเธอจะไปอยู่ในที่ไกลแสนไกลจากที่นี่อยู่แล้วโลกของเธอและเขาต่อไปก็คงจะแบนราบและกลายเป็เส้นขนานที่ไม่มีทางมาพบกันได้อีกต่อไป
ปาริฉัตรจำได้ว่าตนเองต้องรวบรวมกำลังใจมากแค่ไหนที่จะเดินเชิดหน้าและเก็บอารมณ์เสียใจน้อยใจทุกอย่างไว้ภายใต้สีหน้าเรียบเฉยเมื่อยามเดินผ่านอดีตสามีไปโดยไม่คิดที่จะทักทายสักคำเดียวก็จะทักทำไมกันในเมื่อเื่ระหว่างเธอกับเขามันจบลงแล้วแถมยังจบแบบไม่ดีซะด้วยซึ่งเธอก็คิดว่าเขาคงไม่อยากทักเธอสักเท่าไรเหมือนกันแต่เธอกลับคิดผิดเพราะเสียงห้าวดุดันนั้นดังขึ้นซึ่งคำทักทายของเขาทำเอาเธอรู้สึกเจ็บไปถึงทรวงในเลยทีเดียว
‘จะรีบไปหาสามีใหม่หรือไงถึงได้ไม่คิดจะแวะทักทายสามีเก่าสักนิดเลย’
เขาไม่รู้เลยหรืออย่างไรว่าคำพูดของเขาสร้างความเ็ปและอับอายให้แก่เธอมากขนาดไหนหรือว่าเขารู้แต่ก็ยังทำเพียงเพราะความสะใจของตัวเองเท่านั้น ผู้คนที่เดินไปมาในบริเวณนั้นต่างเริ่มหันมามองทางเธอและเขาด้วยความสนใจเพราะคำพูดไม่รู้จักคิดของพงศกรแท้ๆแถมผู้หญิงที่เกาะแขนเขาอยู่ยังหัวเราะเยาะใส่เธออีกด้วยทำให้เธอรู้สึกเืขึ้นหน้าด้วยความโมโหสุดขีดจึงเอ่ยตอบเขากลับไปอย่างไม่แคร์ว่ามันจะเหมือนกับเป็เชื้อเพลิงสุมให้ไฟอย่างเขาลุกโชนขึ้นไปอีกหรือไม่
‘ก็ใช่น่ะสิเขารอฉันอยู่ ขอตัวก่อนนะคะ เสียเวลาหาความสุขของฉันมากพอแล้ว’
เธอเห็นั์ตาเขาวาววับมากกว่าเดิมเป็สองเท่าเขาคงโกรธที่เธอพูดแบบนั้นแต่จะโกรธก็โกรธไปสิเธอไม่แคร์หรอกเพราะเขาไม่มีสิทธิ์ในตัวเธออีกต่อไปแล้วหญิงสาวจ้องตาต่อตากับอดีตสามีไม่ยอมหลบก่อนจะสะบัดหน้าใส่แล้วเดินจากไปด้วยท่าทางที่ทำเหมือนว่าไม่แคร์อะไรทั้งที่ในใจนั้นเ็ปเหลือแสนเธอรีบเดินไปที่ลิฟต์ตั้งใจจะขึ้นไปที่ห้องของเพื่อนเพื่อไปร้องไห้ให้สาแก่ใจทว่าเดินไปได้ไม่กี่ก้าวเท่านั้นก็ต้องร้องเสียงหลงออกมาเมื่อจู่ๆก็โดนกระชากแขนจากทางด้านหลังอย่างแรง
‘เอ๊ะ!จะทำอะไรน่ะ ปล่อยนะ’
‘มานี่เลยเรามีเื่ต้องคุยกัน’
‘ไม่ปล่อยฉันนะ’
‘ถ้าไม่อยากอายคนก็อย่าขัดขืนเดินตามฉันมาดีๆ เธอก็รู้ว่าฉันทำได้ทุกอย่าง ถ้าไม่เชื่อก็ลองดูได้’
ปาริฉัตรไม่ขัดขืนเนื่องจากไม่อยากเสี่ยงเพราะแค่นี้ก็อายคนอื่นจะแย่แล้วชายหนุ่มลากเธอให้เดินตามไปยังคอนโดของเขาที่อยู่ไม่ไกลผู้หญิงที่มากับเขาวิ่งตามมาโวยวายใส่แต่ก็โดนเขาตวาดไล่ให้กลับไปอย่างไม่ไว้หน้าทันทีเวลาโมโหพงศกรเป็แบบนี้เสมอ ไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนทั้งนั้นในใจเธอนั้นจึงแอบสะใจเล็กน้อยที่ผู้หญิงคนนั้นโดนไล่กลับไป
เขาพาเธอมายังห้องพักของเขาที่ย้ายเข้ามาอยู่อย่างถาวรนับั้แ่ออกจากบ้านมาเธอเตรียมตั้งรับกับอารมณ์ของอดีตสามีเต็มที่ครั้งนี้เธอจะไม่ยอมให้เขามาด่าว่าหรือพูดจาดูถูกเธออยู่ฝ่ายเดียวอีกแล้ว เธอทนมามากพอแล้วและจะไม่ยอมทนอีกต่อไป
‘ว่าไงอยากมีผัวใหม่มากนักจนตัวสั่นเลยหรือยังไงถึงได้แล่นไปหามันถึงที่ทุกวัน’
เจ็บ...เจ็บได้ใจจริงๆเธอไม่เข้าใจเลยว่าเขาจะโกรธไปทำไมหากเธอคิดจะทำแบบที่เขาพูดในเมื่อหย่าขาดจากกันแล้วเขาก็ไม่มีสิทธิ์ในชีวิตเธออีกต่อไป
‘ก็ใช่น่ะสิแล้วจะทำไมอย่าลืมนะว่าฉันมีสิทธิ์ที่จะทำอะไรก็ได้ตามความพอใจของตัวเอง’
‘อ๋อ...เดี๋ยวนี้เก่งกล้าขึ้นมากแล้วนี่เก่งขึ้นหรือว่าหน้าด้านขึ้นกันแน่ฮึ ทำอะไรถึงได้ไม่แคร์สายตาคนอื่นแบบนี้ไม่กลัวเขานินทากันหรือไงว่าหย่าจากผัวเก่าไม่ทันไรก็มีผัวใหม่รอท่าซะแล้ว ระวังนะระวังคนอื่นเขาจะหาว่ามีชู้ั้แ่ยังไม่ได้หย่า’
‘ฉันบอกแล้วไงว่ามันเื่ของฉันทำไมฉันต้องแคร์คนอื่นทั้งที่คนพวกนั้นไม่ได้ทำให้ฉันมีความสุขด้วยล่ะและฉันอยากรู้จริงๆ ว่าทำไมคุณถึงต้องมาเดือดร้อนกับเื่ของฉันด้วยอย่าลืมสิว่าเรา...ไม่ใช่สิคุณกับฉันต่างหากล่ะ คุณกับฉันไม่ได้เป็อะไรกันแล้วเพราะฉะนั้นฉันมีสิทธิ์ที่จะทำอะไรก็ได้ตาม้าโดยที่คุณไม่มีสิทธิ์มาห้าม’
ดูเหมือนคำพูดของเธอจะทำให้เขาโมโหจนควบคุมอารมณ์ไว้ไม่อยู่ชายหนุ่มจึงปราดเข้ามาจับไหล่ทั้งสองข้างของเธอไว้แล้วบีบแน่นพลางเขย่าตามแรงอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ในใจหญิงสาวปล่อยให้อดีตสามีกระทำกับเธอได้ตามใจชอบ ให้เขาทำให้เจ็บสุดๆ ไปเลยเธอจะได้ตัดใจจากเขาได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมอีกหน่อย
‘ใช่สินะเธอมันด้านจนเกินไปแล้วนี่ ทำไม...ขาดมันไม่ได้เลยหรือไงรักมันมากนักใช่ไหมถึงยอมเป็คนหน้าด้านเป็ผู้หญิงไร้ยางอายไม่สนใจว่าคนอื่นเขาจะมองยังไงผู้หญิงอย่างเธอนี่มัน...ทุเรศสิ้นดี!ฉันรู้สึกขยะแขยงเธอเต็มทนแล้ว’ กล่าวจบเขาก็ผลักร่างบางออกห่างอย่างแรงจนเธอเซไปหลายก้าวท่าทางและสายตาที่มองมาบอกให้รู้ว่าเขารู้สึกเช่นนั้นจริงๆแต่เธอกลับหัวเราะเยาะหยันออกมา
‘ฮึ...ทำไมฉันต้องแคร์ด้วยในเมื่อฉันทำทุกอย่างอย่างถูกต้องแล้ว ถ้าฉันจะมีใครใหม่ฉันก็มีหลังจากที่หย่าแล้วเพราะฉะนั้นฉันว่าคำๆ นี้มันน่าจะเหมาะกับตัวคุณเองมากกว่านะคุณทำอะไรไว้ก็ควรรู้ตัวนะ คงไม่ต้องให้ฉันพูดหรอกเอาล่ะ...เื่ที่คุณจะพูดมีเพียงเท่านี้ใช่ไหมความจริงไม่จำเป็ต้องลากฉันมาคุยถึงที่นี่ก็ได้ คุณขยะแขยงฉันมากนักไม่ใช่เหรอระวังห้องของคุณมันจะแปดเปื้อนเชื้อคนเลวๆ อย่างฉันจนทำให้ห้องของคุณมัวหมองคุณพูดกับฉันซะตรงนั้นก็ได้ ฉันไม่ถือหรอกเพราะว่าฉันมันหน้าด้านซะแล้วอ้อ...แล้วฉันก็ต้องขอโทษคุณด้วยนะที่เป็ต้นเหตุที่ทำให้คุณจำใจต้องไล่ผู้หญิงของคุณกลับไปเอาเป็ว่าฉันจะขอโทษคุณด้วยการโทรไปตามเธอมาให้ใหม่เอาไหมล่ะ’
เป็ครั้งแรกที่เธอกล้าพูดกับเขาแบบนี้ความเ็ปมันช่วยหล่อหลอมให้เธอแข็งแกร่งขึ้นมาแต่ก็ยังน้อยนิดเหลือเกินเพราะขณะนี้หัวใจของเธอกำลังเ็ปรวดร้าวและทุรนทุรายอย่างแสนสาหัสเธอกำลังร้องไห้อยู่ข้างในนี้ในใจของเธอนี่ หญิงสาวพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้เธอหันหลังให้เขาแล้วก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงโดยไม่คิดจะหันหน้ากลับมามองเขาสักนิดเดียวทว่าก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินคำพูดของเขาที่เอ่ยออกมา
‘นั่นสินะฉันไล่ผู้หญิงของฉันไปก็เพราะเธอ เพราะฉะนั้นเธอก็ควรจะรับผิดชอบ’
‘ก็ได้เอาเบอร์มาสิคะฉันจะโทรตามให้’ เธอกัดฟันพูดพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้เต็มที่มันเ็ปน้อยเสียเมื่อไรที่จะต้องโทรตามผู้หญิงคนอื่นมาให้กับคนที่ตัวเองรัก
‘ใครว่าฉันจะให้เธอโทรตาม’
‘หมายความว่ายังไง’
‘ก็หมายความว่า...ฉันจะให้เธอทำหน้าที่แทนผู้หญิงคนนั้นน่ะสิฉันจะทำให้เธอจดจำสิ่งที่ฉันทำให้ไว้เพื่อเอาไปเปรียบเทียบกับไอ้หมอนั่นดูซิว่าใครที่จะให้ความสุขกับเธอได้มากกว่ากัน’
‘อย่าบ้านะ!’
‘ไม่เอาน่าอย่าทำเหมือนกับไม่เคยสิ วัวเคยค้าม้าเคยขี่อยู่แท้ๆทำไม...เดี๋ยวนี้กลัวััของฉันนักหรือยังไง ทั้งที่เมื่อก่อนเธอชอบจะตายไป’
‘คนบ้าหยาบคายที่สุด ฉันไม่อยากจะคิดเลยว่าฉันเคยรักคนเลวๆ อย่างคุณ’
‘อย่าทำเป็ไม่ชอบดีกว่าน่าผู้หญิงอย่างเธอต่อให้เป็ใครก็ได้ทั้งนั้น เพราะเธอคงไม่สนหรอกใช่ไหม ขอให้เป็ผู้ชายก็พอ’
เพี้ยะ!!
คำพูดของเขาทำให้เธอหมดความอดทนไม่อาจยั้งอารมณ์ไว้ได้อยู่อีกต่อไปเธอจึงตบหน้าเขาไปหนึ่งทีเพื่อสั่งสอนไม่ให้เขามาดูถูกเธออีกเธอก็เป็คนมีชีวิตจิตใจเหมือนกันไม่ใช่รูปปั้นถึงจะได้ไม่รู้สึกสะทกสะท้านต่อคำพูดอันร้ายกาจของเขาเลย นี่หรือคือคำพูดของคนที่เคยรักกันพอหมดรักก็หมดเยื่อใยทำได้ทุกอย่างเพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่งเ็ปแบบนี้น่ะเหรอเขาคงมีความสุขกับสิ่งที่ทำอยู่มากใช่ไหม
ปาริฉัตรคิดอย่างขุ่นเคืองใจก่อนจะกรีดร้องออกมาเสียงหลงเมื่ออดีตสามีตวัดอ้อมแขนรัดร่างเธอไว้อย่างรวดเร็วและก่อนที่เธอจะได้พูดอะไรออกมาชายหนุ่มก็ก้มหน้าลงปิดปากเธอเสียสนิทอย่างรุนแรงระคนดุดันจนเธอรู้สึกเจ็บปากไปหมดเขาลงโทษเธอด้วยจุมพิตที่เธอเคยโหยหาจากเขาหญิงสาวร้องครางออกมาด้วยความเจ็บเพราะเขาบดเบียดริมฝีปากลงมาอย่างไม่ปรานีสักนิดเดียว
หยาดน้ำใสเริ่มซึมดวงตางามก่อนจะไหลรินลงมาแต่พงศกรก็ไม่สนใจยังคงเดินหน้าลงโทษเธอต่อไปที่บังอาจมาตบหน้าเขาั์ตาของชายหนุ่มวาวโรจน์ด้วยความโกรธไม่มีแววหวานชวนเคลิบเคลิ้มสักนิดเดียวเขาจูบเธออยู่นานก่อนจะถอนเรียวปากออกเพื่อหายใจเพียงครู่แล้วก้มลงจุมพิตใหม่อีกครั้งทว่าคราวนี้ปาริฉัตรหันหน้าหนีริมฝีปากร้อนผ่าวจึงไปถูกแก้มนวลแทนเธอเริ่มดิ้นรนขัดขืนอีกครั้งเพราะไม่อยากให้เขาทำแบบนี้กับเธออีกเธอไม่ใช่ภรรยาของเขาอีกต่อไปแล้วฉะนั้นเขาไม่ควรล่วงเกินเธออีกเธอ้าลืมคนใจร้ายอย่างเขาให้ได้ดังนั้นเธอไม่้าให้ััใดๆของเขาติดตัวเธอให้จดจำได้อีกต่อไป
‘ไม่!อย่าทำแบบนี้นะ’
เธอพูดได้เพียงแค่นี้เสียงก็ขาดหายไปเมื่อริมฝีปากหนาของเขาปิดทับเรียวปากอิ่มของเธอแนบสนิทได้สำเร็จคราวนี้จุมพิตของเขาเปลี่ยนไปจากดุดันมีแต่ความเจ็บกลายเป็ความเร่าร้อนและเรียกร้องมาแทนพอเขาเปลี่ยนมารุกเร้าเช่นนี้อาการต่อต้านของหญิงสาวก็ค่อยๆ อ่อนลงร่างบางเริ่มสั่นระริกเมื่อถูกความเสียวซ่านเข้าโจมตีมือบางที่ทุบอยู่ตามหลังไหล่หนาก็เปลี่ยนเป็ค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาโอบลำคอของอดีตสามีไว้ััที่ร้างราไปนานทำให้เธอต้านทานแรงปรารถนาต่อไปอีกไม่ไหวแล้ว
ถึงแม้จะรู้ว่าที่ชายหนุ่มทำไปเพราะความโกรธและเกลียดชังหาใช่รักเหมือนอย่างเดิมแต่เธอก็ยังยินยอมพร้อมเผชิญกับสิ่งที่เขากำลังจะมอบให้ด้วยความเต็มใจนี่คงเป็ครั้งสุดท้ายแล้วที่เธอจะได้รับความรู้สึกแบบนี้จากเขาปาริฉัตรร้องไห้ออกมาเงียบๆ แล้วปล่อยใจปล่อยกายให้ล่องลอยไปตามกระแสพิศวาสที่นำพาให้เธอพบทั้งสุขและทุกข์ในคราวเดียวกัน
หลังจากพายุสวาทผ่านพ้นไปแล้วเธอก็แอบออกมาจากห้องโดยไม่ให้เขารู้ตัวก่อนออกมานั้นเธอนั่งมองร่างหนาที่นอนหลับสบายอยู่บนเตียงด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ััของเขาไม่ว่ายามโกรธหรือยามรักก็ทำให้เธอมีความสุขได้ทั้งนั้นเธอจะจดจำมันไว้ในใจตลอดไปเพราะคงไม่มีทางลืมได้อีกแล้ว พอออกมาจากคอนโดฯ เธอก็กลับบ้านเพื่อไปเก็บข้าวของที่จำเป็เธอสั่งนมสายให้ฝากบอกพงศกรด้วยว่าเธอไม่ขอรับทรัพย์สมบัติใดๆของเขาทั้งสิ้นรวมถึงบ้านหลังนี้ด้วย เธอขอคืนให้เขา
ภายหลังออกมาจากบ้านแล้วเธอก็ไปเปิดโรงแรมนอนอยู่หนึ่งคืนพรุ่งนี้เธอกับชาติชายจะบินไปอังกฤษในเที่ยวบินเช้าแรกของวันเลยเธอนึกถึงนงนุชขึ้นมาได้จึงโทรหาเพื่อบอกลาทว่ากับโทรไม่ติดในใจนั้นอดเป็ห่วงเพื่อนสาวไม่ได้เพราะกลัวเพื่อนจะไปทำแท้งอย่างที่บอกแต่เมื่อโทรยังไงก็ไม่ติดเธอจึงจำต้องตัดห่วงไปก็ได้แต่ภาวนาอยู่ในใจขอให้เพื่อนอย่าคิดทำแท้งเลยเพราะเธอรู้ดีว่าการสูญเสียลูกไปนั้นมันเ็ปมากแค่ไหนคืนนั้นเธอนอนคิดจนผล็อยหลับไปพอรุ่งเช้าเธอกับชาติชายก็เดินทางไปอังกฤษและนับั้แ่วันนั้นมาเธอก็ไม่เคยกลับไปเมืองไทยอีกเลย