ความจริงปัญหาดังกล่าวนี้บ้านเราก็มีเช่นกันเป็เื่ที่ทำให้ทั้งพ่อและฉันเหนื่อยใจเสมอมาจริงๆ ในกรณีของบ้านฉันเราไม่มีลูกชายคนโตที่จะสืบทอดเป็ทายาทการแข่งกันเป็ภรรยาคนที่สองจึงยิ่งทวีความดุเดือดรุนแรงมากขึ้น
ฉันเตือนให้ระวังได้อยู่เื่หนึ่ง
คือเื่ห้ามให้ผู้หญิงอย่างที่ว่านั่นเข้าบ้านโดยเด็ดขาดยกเว้นกรณีที่พ่อเป็ฝ่ายพาผู้หญิงที่อยากแนะนำมาให้รู้จัก
ในสังคมขุนนางย่อมมียอดฝีมือผู้ไม่เลือกวิธีการที่จะแสดงให้เห็นว่าตนเป็แม่ที่ดีได้
ตัวอย่างเช่นการพาคนรับใช้ของตัวเองเข้าไปในบ้านคนอื่น หรืออย่างเช่น การยัดเยียดเสื้อผ้าอัญมณี ไปจนถึงสัตว์อย่างม้า สุนัข แมวโดยไม่ถามความ้าของทางครอบครัวฉันบ้างเลย
ประเภทหลังปฏิเสธแล้วส่งคืนไปก็จบเื่แต่ที่สร้างปัญหายุ่งยากคือประเภทแรกแบบนี้ถ้าไม่ระมัดระวังให้ดีจะทำให้การใช้ชีวิตของเราวุ่นวาย
พอเขียนไล่ไปทีละข้อแล้วส่งให้โวล์ฟก็ได้คำตอบใจความว่า
‘มีผู้หญิงคนหนึ่งมาที่บ้านตอนพ่อไม่อยู่’
เมื่อฉันถามกลับไปว่าปฏิเสธการมาเยี่ยมเยือนั้แ่ตอนนี้เลยไม่ได้หรือโวล์ฟตอบกลับมาว่าไม่มีเื่ที่ทำไม่ได้ เพียงแต่ไม่อยากทำ
นั่นเป็เื่ของผู้หญิงที่ไม่มีทีท่าว่าจะยอมแพ้เลยตลอดเวลาสี่ปีที่ฉันได้ยินมาดูเหมือนเธอชอบท่านรานันคูลามาตั้งนานแล้วโวล์ฟยืนยันความคิดตัวเองว่าตนไม่อาจผลักไสผู้หญิงที่คิดถึงท่านดยุกเรื่อยมาโดยไม่แต่งงานเลยแม้สักครั้งให้ไกลห่างจากพ่อได้
เมื่อฉันถามไปว่า“แล้วคิดว่าจะทำได้ดีเหรอ” เขาก็ตอบกลับมาว่าจะพยายาม ตอบสั้นจุ๊ดจู๋มากๆ
เมื่อได้ยินว่าเพื่อนกำลังพยายามอยู่แบบนั้นฉันก็รู้สึกว่าไม่อาจอยู่เฉยได้
“แม้ไม่มีสายเืเดียวกันแต่ฉันคิดว่าการเป็ครอบครัวที่ดีได้นั้นขึ้นอยู่กับความพยายาม ดังนั้นพยายามเข้าฉันเป็กำลังใจให้”
ฉันร้อยเรียงคำพูดกลั่นผสมด้วยหัวใจส่งเป็จดหมายไป
หลังจากนั้นฉันต้องรู้สึกสำนึกผิดสุดหัวใจกับการให้กำลังใจเช่นนี้
เช้าวันหนึ่งจดหมายจากโวล์ฟที่ส่งมาที่บ้านมีลักษณะต่างไปจากเคย
มันเป็กระดาษเขียนจดหมายแบบพอใช้กับซองจดหมายและเนื้อความสั้นๆ
‘พรุ่งนี้เป็วันเกิดพ่อผู้หญิงคนที่ว่าจึงจะจัดอาหารเย็นสุดเลิศหรูให้ พ่อติดงานคงจะกลับช้า ท่าทางจะคุยกันลำบากนี่เป็เื่ด่วน คือว่าขอโทษทีนะ เธอมาด้วยได้ไหม อยากให้ลองเจอเขาดูและถ้าเป็ไปได้ช่วยคิดคำชมที่เข้ากับอาหารทุกประเภทที่เขาปรุงด้วย จะไปรับ’
เป็ธุระที่ดูรีบร้อนมากๆ
ดูจากวันที่ ‘พรุ่งนี้’ ในจดหมายก็คือวันนี้ถ้าออกเดินทางก่อนเที่ยงก็คงไปทันมื้อเย็น
เมื่อคืนคงรีบเขียนมาเท่านี้ฉันจินตนาการได้ถึงความกระวนกระวายจิตใจไม่สงบของเขา
ฉันไม่ได้เข้าสังคมเก่งขนาดจะสร้างบรรยากาศการสนทนาให้สนุกรื่นเริงกับคนที่เพิ่งเจอหน้ากันเป็ครั้งแรกแต่ก็ยังมีความรู้สึกเป็มิตรเพราะเป็ผู้หญิงด้วยกัน อย่างไรสองคนย่อมดีกว่าคนเดียว
ช่วยให้ความร่วมมือไปก็แล้วกัน
“อืม พ่อว่าก็ดีนะ”
พ่อยินยอมเห็นชอบอย่างง่ายดายผิดคาดความจริงคือพ่อรู้เื่จากท่านรานันคูลาแล้วและพ่อก็มีกำหนดการเข้าร่วมมื้อค่ำด้วย
ฉันอาจระแวงไปเอง แต่ท่านดยุกคงทำตามแบบของท่านที่อยากให้มีบุคคลที่สามร่วมมื้อค่ำกับผู้ที่มีคุณสมบัติเข้าข่ายจะได้รับเลือกให้เป็ภรรยาคนที่สองพ่อเป็คนเข้าสังคมเก่ง อีกทั้งตอนนี้ครอบครัวเราก็สนิทกันจึงเหมาะสมกับงานนี้
ผู้ชายที่มีกิริยามารยาทสุภาพเรียบร้อยซึ่งถูกส่งมาตามที่โวล์ฟบอกว่า‘จะไปรับ’ เป็พ่อบ้านบ้านดยุกรานันคูลาหนำซ้ำยังมีผู้คุ้มกันตามติดมาด้วย
ฉันรีบเตรียมตัวอย่างเร่งด่วนและออกจากบ้านอย่างรวดเร็วต่างจากพ่อที่มีกำหนดการร่วมเดินทางไปกับท่านดยุกฉันจึงมาถึงใกล้บ้านของดยุกรานันคูลาเร็วกว่าที่คิด
ใจของฉันเริงร่า
เป็โอกาสอันดีที่จะได้เห็นการเจริญเติบโตของโวล์ฟที่เล่ามาว่าสามเดือนสูงขึ้นจนน่าใเพราะดูเหมือนเขากังวลเป็พิเศษเื่ที่ตัวเตี้ยกว่าฉันที่อายุเท่ากันฉันคงต้องปิดปาก งดพูดแซวเล่นไปเลย
ดวงอาทิตย์ยังไม่คล้อยต่ำลงมาดูท่าว่าจะมีเวลาเหลือเฟือกว่าจะถึงเวลามื้อค่ำ จริงๆ ช่วยกันคิด ‘คำชมที่เข้ากับอาหารทุกประเภทที่เขาปรุงด้วย’ก็ได้นะ
แน่นอนว่าหากเอ่ยปากชมว่าอาหารอร่อยได้จากใจจริงก็ย่อมดีที่สุดอยู่แล้ว
(อันที่จริงหากกินอาหารที่คนไม่คุ้นเคยปรุง ก็กลัวอาหารเป็พิษอยู่เหมือนกัน...)
ตอนที่คิดอย่างนั้น
ความทรงจำก็วาบขึ้นมาในหัว
ประสาทััรับรู้ครั้งที่สองในชีวิต
ฉันใจนคล้ายจะหมดสติ
กึกๆได้ยินเสียงที่ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ
เมื่อรู้สึกอย่างนั้นก็พบว่าเป็เสียงฟันของฉันกระทบกันนั่นเอง
ฉันตัวสั่นเหมือนเป็ไข้มาลาเรียไม่มีแรงเอาเสียเลย ไม่อาจทานทนแรงะเืเพียงเล็กน้อยของรถม้าได้จึงลื่นหล่นลงมาจากเก้าอี้นั่ง
แต่ฉันก็เคาะประตูด้วยแรงเท่าที่มีอยู่โดยไม่สนใจ
“เป็อะไรไปครับ!? คุณหนู!?”
“ทะ ที่นี่ที่ไหนเหรอคะ...ไม่สิ ไม่ใช่อีกนานแค่ไหนกว่าจะถึงบ้านโวล์ฟคะ”
เขาตอบฉันที่นั่งกองอยู่กับพื้นหน้าซีดดูยังไงก็อาการไม่ปกติว่า “เดี๋ยวก็ถึงแล้วครับ”
“ได้โปรดเถอะค่ะช่วยเร่งความเร็วเท่าที่จะทำได้ด้วย ได้โปรดเถอะค่ะได้โปรด...จะะเืแค่ไหนก็ได้!ฉันอยากไปถึงให้เร็วๆ ค่ะ!”
แม้จะลังเล แต่เมื่อเห็นอาการร้อนรนของฉันที่เพิ่งทรุดลงไปกองแล้วเขาเลยพยักหน้า
รถม้าออกวิ่งฉันเกาะเก้าอี้นั่งจากบนพื้นอย่างสุดชีวิต
นึกออกแล้ว
โวล์ฟกัง ไอเซนฮูทในเกมเป็ยันเดเระเกลียดความสกปรกเป็ที่สุด และเกลียดผู้หญิง แต่ไม่ได้เป็อย่างนั้นั้แ่เกิด
ดูเหมือนฟันเฟืองของชีวิตเขาบิดเบี้ยวเพราะมีเหตุ
สิ่งที่เป็กุญแจดึงความทรงจำของฉันออกมาคือ‘อาหารเป็พิษ’ ไม่ใช่สิ คำว่า ‘พิษ’ ต่างหาก
ในเกมบอกเล่าให้นางเอกฟังว่าสมัยเด็กโวล์ฟกังถูกหญิงคนหนึ่งวางยาพิษ ฝ่ายนั้นอาจเป็แม่เลี้ยงเป็เื่ที่เกิดขึ้นในวันเกิดของพ่อ
ร่างกายของโวล์ฟกังยังไม่โตเต็มที่แต่ก็ฟื้นจากความตายได้ด้วยอะไรสักอย่างหลังจากนั้นเขาต้องเจอศพเย็นเฉียบของพ่อที่ฆ่าตัวตายตามเขาไป
6
ยาพิษของแม่เลี้ยง
จากที่ฉันได้ฟังในภายหลัง
ได้ยินว่าเมื่อผู้หญิงที่มีชื่อว่าโรบิเนียคนนั้นซึ่งเป็ตัวเลือกภรรยาคนที่สองของท่านรานันคูลา ได้ฟังจากโวล์ฟว่าจะมีแขกมื้อค่ำเพิ่มขึ้นก็พูดแค่ว่า “หรือคะ” แล้วพยักหน้ายิ้มให้
เธอบอกว่าอยากเริ่มทำอาหารเร็วหน่อยเพราะไม่ได้ทำบ่อยจนเคยมือแล้วหมกตัวอยู่ในครัว จากนั้น่ใกล้จะถึงตอนเย็นก็เรียกโวล์ฟ
เธอบอกว่าอยากให้ช่วยชิมหน่อย พลางหันไปหาโวล์ฟและยื่นจานเล็กๆที่ใส่น้ำซุปไว้
ฉันวิ่งเข้าไปในครัวของคฤหาสน์ดยุกรานันคูลาทันจังหวะนั้นพอดี
“โวล์ฟ!”
ฉันเรียกชื่อเขาด้วยเสียงอันดังที่สุดเท่าที่จะทำได้โวล์ฟที่ยืนหันหลังให้ก็หันกลับมาด้วยสีหน้าตะลึงงัน
“ลีโคริส...เกิดอะไรขึ้น มีอะไรเหรอ”
โวล์ฟวิ่งเข้ามาหาฉันทันทีฉันพูดเพียงคำเดียวว่า “คุณหมอ”
“ฉันรู้สึกไม่สบายอยากให้เรียกคุณหมอให้หน่อย ได้โปรดเถอะ”
โวล์ฟดูมีอาการลนลานเมื่อเห็นสภาพของฉันที่หอบหายใจผิดปกติเพราะวิ่งมาถึงที่นี่อย่างสุดกำลัง
“โรบิเนีย เด็กคนนี้คือลีโคริสครับขอฝากเธอไว้สักครู่นะครับ”
พูดได้แค่นั้นเขาก็ออกไปจากห้องครัวอย่างว่องไว
ฉันยืนปักหลักประจันหน้าผู้หญิงคนนั้นหน้าหม้อซุป
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ readawrite
https://bit.ly/3kRniGc