ชะตาฟ้าลิขิตสวรรค์

    ตอนที่98 เปิดประตูสู่เจตจำนงที่สี่

            หลังจากการเปิดตัววิชากระบี่ ชายลึกลับก็เกิดความละโมบขึ้นอีกทั้งอาวุธระดับปฐพี วิชากระบี่ที่ยอดเยี่ยมที่อาจเทียบเคียงได้กับวิชาระดับปฐพีได้จะไม่ให้มันเกิดความละโมบได้อย่างไร ?ในเมื่อมีของดีเยี่ยมถึงเพียงนี้จะไม่ฉกฉวยมาก็ใช่เรื่อง

             

            ชายชุดดำลงมืออีกครั้ง มือทั้งสองของมันวาดเป็นวงกลมบอลพลังดังเดิมสองลูกก็ปรากฏ หากลูกเดียวไม่เพียงพอเช่นนั้นก็จงรับไปสองลูกพลังเพียงเท่านี้ก็สามารถสังหารแก่นแท้พลังขั้นสูงสุดให้เป็นจุน

             

            พลังไอสังหารก่อเกิดความเหน็บหนาวทำให้ผู้คนหวาดกลัวประจวบกับพลังหยินอันชั่วร้ายที่น่าสะพรึง มารวมอยู่ในบอลพลัง แสงมืดมารปฐพีครั้งนี้ดูทรงพลังกว่าครั้งก่อนเท่าตัวพลังอำนาจที่นำมาซึ่งความตายพุ่งผ่านอากาศมุ่งไปยังชายหนุ่ม

             

            ขุนพลทั้งสี่ตกใจแล้วก็ตกใจอีกมันเริ่มจะชินกับความแข็งแกร่งของขอบเขตแดนพิภพ มันรู้เลยว่าขอบเขตแดนพลังเมื่ออยู่ต่อหน้าชนชั้นพิภพ พวกมันก็เปรียบเสมือนปุถุชนกับจอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะต่อกร สมรภูมินี้ไม่ใช่ของพวกมันจะมีเพียงยอดอัจฉริยะอย่างผู้นำของพวกมันเท่านั้นที่อาจต่อกรได้

             

            กระบี่ร่วงโรยขยับอีกครา ปลดปล่อยพลังร่วงโรยเข้าปะทะกับพลังบอลทั้งสองลูกพลังร่วงโรยลดทอนพลังทั้งสองไปได้มาก แต่ก็ไม่เพียงพอพลังทั้งสองยังยิ่งใหญ่เกินไป กระบี่ร่วงโรยถูกวาดออกอีกครั้ง ปราณกระบี่ปรากฏ

             

            คมวายุประสานจิต !

             

            ปัง !ครืน......ตูม !!!!

             

            หนิงเฟยหลงกระเด็นจากที่เดิมออกห่างมาถึงสิบจั้งร่างของมันนอนแผ่โลหิตชโลมกาย

             

            “ฮ่า ฮ่า เจ้ามันเป็นแค่เขตแดนพลัง บังอาจมาต่อกรกับข้าแม้ว่าอาวุธและเคล็ดวิชาของเจ้าจะสูงส่งเพียงใด แต่หากระดับพลังไม่ถึงเขตแดนพิภพเจ้าก็ไม่อาจจะสู้ข้าได้ ! ข้าจะทำให้เจ้าเห็นพลังขอบเขตแดนพิภพที่แท้จริง !!”

             

            มันวาดมือออก จู่ ๆ อากาศก็บิดเบี้ยว คลื่นลมไม่สงบในมือก็ปรากฏพลังอัคคีสายหนึ่งออกมาอย่างง่ายดายพลังนี้ทำให้ผู้ชมอยู่ต้องหวาดกลัว

             

            อัคคีนั่น มันเป็นพลังของฟ้าดิน !

             

            หากเทียบระหว่างเพลิงที่ชายผมแดงสร้างขึ้นกับเพลิงที่ชายลึกลับสร้างขึ้นนั้นต่างกันลิบลับพลังเพลิงของชายผมแดงไม่ใช่เพลิงที่แท้จริงเป็นเพียงปราณอัคคีที่สร้างขึ้นด้วยลมปราณแต่เพลิงที่ชายลึกลับสร้างขึ้นนั้นเต็มไปด้วยพลังแห่งฟ้าดิน เป็นเพลิงที่แท้จริง !

             

            เพลิงนี้ย่อมสามารถแผดเผาได้ทุกสรรพสิ่ง !

             

            หากชายลึกลับโจมตีหนิงเฟยหลงในตอนนี้ หนิงเฟยหลงจะต้องตายเป็นแน่ไม่เพียงเท่านั้น ร่างกายของมันก็คงต้องสูญสลายไปด้วยเปลวเพลิงที่แท้จริง !

             

            ช่างจิ่นกวางรู้สึกแปลกใจไม่น้อยนอกจากคนผู้นี้จะฝึกฝนพลังหยินอันชั่วร้ายแล้วยังฝึกฝนลมปราณอัคคีได้อีกหรือ ? มันประหลาดเกินไป แม้ว่าหยินหยางอยู่คู่กันก็ตามหรือว่าชนชั้นแดนพิภพจะสามารถทำสิ่งมหัศจรรย์อย่างนี้ได้

             

            แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องเข้าใจได้ถึงพลังธาตุในโลกนี้และผู้ฝึกยุทธ์แต่ละคนสมควรจะมีธาตุเอกเพียงธาตุเดียวที่ทำการฝึกฝนมันสมควรเป็นเช่นนั้น

             

            ตามที่ช่างจิ่นกวางเขข้าใจนั้นถูกต้องเป็นธรรมดาที่ผู้ฝึกยุทธ์จะสามารถฝึกฝนปราณธาตุได้เพียงชนิดเดียวหรือหากจะมากกว่านั้นคงต้องมีร่างกายที่ไม่สามัญกายเหล่านั้นมีชื่อเรียกที่ต่างกันไป แต่นั่นเป็นไปได้ยากยิ่งไม่ต้องนับชายผู้นี้เลยเพียงแค่อาวุธระดับปฐพียังไม่มีในครอบครองชัดแล้วว่าพื้นหลังไม่ได้ยิ่งใหญ่มากอะไร

             

            มันอาจเป็นเพียงคนในสำนักหรือตระกูลใหญ่ตระใดตระกูลหนึ่งเท่านั้นหากมันมีกายเช่นนั้นจริง ในตระกูลสมควรไม่ให้มันมาทำงานเช่นนี้

             

            ระหว่างนั้น หนิงเฟยหลงไร้ซึ่งเรี่ยวแรง สติที่ดำรงไว้ก็ยากยิ่งปวดร้าวไปหมดทั้งร่างกาย หากเป็นเขตแดนพลังปกติมันต้องตายแล้วเป็นแน่ พลังของเขตแดนพิภพเพียงแค่นั้นก็สมควรจะบดขยี้ป่นกระดูกมันให้แหลกแต่หนิงเฟยหลงไม่ใช่เช่นนั้น

             

            ชายหนุ่มตั้งมั่นรวมสมาธิทั้งหมดไปที่กระบี่ หากไม่ทำเช่นนี้มันก็ไม่อาจรอดไปได้กระบี่คือความหวังเดียว !

             

            วินาทีนั้นสองมันปลอดโปร่งละทิ้งซึ่งการต่อสู้ทั้งสิ้น หนึ่งจิตมนุษย์หนึ่งจิตกระบี่รวมกันเป็นหนึ่ง เชื่อมต่อกระบี่และผู้ถือครองเป็นหนึ่งเดียวภายใต้สภาวะเช่นนี้ หนิงเฟยหลงได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง !

             

            ลืมตา !

             

            ตูม !!

             

            ลำแสงสีทองพุ่งออกจากกายของชายหนุ่มขึ้นสู่ฟากฟ้า ร่างกายที่อ่อนล้าก็ยืนหยัดกายเหยียดตรงคล้ายบรรพตที่สูงตระหง่าน ทอดสายตามองทั่วหล้า ปราณกระบี่พุ่งสูงเหนือหมู่เมฆาทำลายพลังไฟที่แท้จริงไปสิ้น !

             

            “!!!!!!” ฝูงชนมึนงงตื่นตะลึงนั่นมันอะไรกัน ?

             

            หมู่เมฆแปรเปลี่ยนเป็นสีทอง ลอยล่องเหนือศีรษะของชายหนุ่ม บ่งบอกถึงการบรรลุการก้าวข้าม และการทะลวงผ่านของเจตจำนง เมฆานั้นก็เปลี่ยนรูปร่างอีกครากลายเป็นกระบี่สีทอง ชายหนุ่มหลับตาลงดังเดิม

             

            จะ...จิตกระบี่ !!!!!!

             

            “!!!!!!!!” ชายลึกลับเบิกตากว้างฉากนี้ทำให้มันต้องตื่นตะลึงระหว่างที่ชายหนุ่มสู้กับมันใช้โอกาสนี้บรรลุเจตจำนงกระบี่หากถามหาโลกหล้าว่าใครบ้าบิ่น บัดนี้กลับมีผู้นั้นแล้ว !

             

            ระหว่างความเป็นความตายชายผู้นี้ก้าวข้ามขีดจำกัด !

             

            หนิงเฟยหลงกำลังอยู่ในขั้นตอนบรรลุเจตจำนงขั้นที่สี่หากผ่านพ้นช่วงนี้ไปได้มันจะกลายเป็นยอดยุทธ์มือกระบี่อย่างแท้จริงช่วงเวลานี้นับว่าอันตรายอยู่มากจงฉีสั่งการให้ทหารทั้งหมดเคลื่อนไหวปกป้องผู้บัญชาการ จั้วหย่งช่างจิ่นกวางและสองพี่น้องตระกูลจางร่วมกันล้อมรอบป้องกันให้ชายหนุ่มอย่างแข็งขัน

             

            ชายลึกลับไม่อาจให้การบรรลุเป็นไปต่อได้ !

     

            เล็บของชายลึกลำดำยาว แผ่พลานุภาพที่ชั่วร้าย กลิ่นอายแห่งความตายคละคลุ้งกงเล็บของมันคล้ายจะเติมแต้มไปด้วยพลังหยินที่เข้มข้นฉีกกระชากแลเปลี่ยนแปลงสรรพสิ่งได้ชั่วพริบตา

             

            จากนั้นมันก็กลายเป็นกลุ่มควันสีดำพร่าเลือนไปปรากฏที่ด้านหน้าของชายหนุ่ม

             

            ขุนพลและทหารของใจของพวกมันหล่นวูบ

             

            “อย่าปล่อยให้มันทำร้ายท่านผู้บัญชาการได้ !!” จางจิ้นสิงแผดเสียงร้อง ทว่ากงเล็บนั้นกลับตะปบลงไป

             

            ปัง !

             

            “ท่านผู้บัญชาการ !!!!!!”

             

            แรงฉีกกระชากนำพาหมู่มวลพลัง ระเบิดอากาศฝูงชนกระจัดกระจายลมตายเป็นจำนวนมาก เพียงแค่กงเล็บนั้นปลดปล่อยพลังขุนพลทั้งหลายนอนเจ็บหยักไม่อาจฝืนต้านทานได้อีก มันหวังเพียงแค่หนิงเฟยหลงจะหนีไป..

             

            เมื่อระลอกคลื่นสงบลง ภาพที่ปรากฏก็ต้องทำให้คนทั้งหลายพากันอ้าปากค้างหนิงเฟยหลงยังไม่ตาย...

             

            มีผู้ลึกลับอีกคนปรากฏตัว มันหยุดการโจมตีของชายลึกลับคนแรกไว้อยู่หมัดชายลึกลับคนแรกมุ่นคิ้วขึ้นมันรู้ดีว่าคนที่หยุดมันได้ต้องเป็นผู้อยู่ขอบเขตแดนพิภพ

             

            “เด็กนี่มียอดฝีมือคอยติดตาม !” ดวงตามันอดจะสั่นไหวไม่ได้ สีหน้ามืดดำ มันไม่มีโอกาสลงมืออีกแล้ว

             

            สองผู้ยิ่งใหญ่ขอบเขตแดนพิภพประจันหน้ากัน !

             

            “เจ้าคือใครกัน เด็กนี่เป็นอะไรกับเจ้า ?” ชายผู้ลึกลับคนแรกกล่าวถามในใจของมันขณะนี้ร้อนรนอย่างยิ่ง

             

            “สำคัญกว่าชีวิตเจ้า ?”

             

            อึก !“เช่นนั้นขอลา” กล่าวจบชายลึกลับคนแรกก็กลายเป็นควันดำลอยล่องหายไปทิ้งไว้แต่กลุ่มโจรด้านหลัง ชายลึกลับที่พึ่งโผล่มาก็อยู่ไม่นานหลังจากช่วยหนิงเฟยหลงเสร็จมันก็จากไป

             

            ผู้คนต่างพากันสนทนาหาที่มาของชายลึกลับคนที่สอง“หรือว่าท่านผู้บัญชาการจะมีผู้ติดตามที่เก่งกาจ” ช่างจิ่นกวางสูดลมหายใจลึก มันรู้สึกว่าตนเองโชคดีที่ไม่ลงมือกับหนิงเฟยหลงที่ป่าใหญ่แห่งโชคชะตาไม่เช่นนั้นมันคงไม่มีอายุยืนยาวมาถึงวันนี้

             

            ...

             

            เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยามหนิงเฟยหลงก็ยังคงยืนหยัดอยู่ที่เดิมแสงทองที่ส่องสว่างค่อย ๆ หม่นลงแล้วก็จางหายไป ชายหนุ่มลืมตาขึ้นนัยน์ตาของมันเปลี่ยนไป ยามที่มันจ้องมองดวงตาของมันจะมีประกาย ราวกับกระบี่ทิ่มแทง!

             

            ฝีมือของชายหนุ่มแน่นอนว่าต้องสูงส่งขึ้นขอบเขตแดนพลังไม่มีใครเป็นคู่ต่อสู้ของมันได้แล้ว !

             

    คล้ายกับเรื่องชะตาฟ้าลิขิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน