“ปลุกมันขึ้นมา!” หลี่อี๋เหนียงะโขึ้นเสียงดัง “วันนี้ข้าจะตีนังหัวขโมยนี้ให้ตาย”
“ใช่เ้าค่ะท่านแม่ ท่านต้องตีนังหัวขโมยนี่ให้หลาบจำ มีอย่างที่ไหนกล้ามาขโมยปิ่นปักผมของข้า” ฟู่เซียงหรูพูดสนับสนุนมารดา
“ท่านแม่หยุดมือเถิดขอรับ ภรรยาของข้าถูกท่านแม่ทุบตีจนเกือบตายแล้ว” เสียงเด็กหนุ่มคนหนึ่งร้องห้าม แต่น้ำเสียงนั้นกลับไร้พลังเหลือเกิน “อีกอย่าง...ปิ่นปักผมอันนี้ก็เป็ของโหยวเอ๋อไม่ใช่ของน้องสาวเสียหน่อย”
“พี่ใหญ่ ท่านอย่าเถียงท่านแม่อีกเลย ไม่อย่างนั้นพี่สะใภ้จะโดนตีอีกนะขอรับ” ฟู่วั่งเสียนแสร้งเตือน แต่ใบหน้าของเขากลับยิ้มออกมาอย่างพอใจ
“พี่รองจะไปห้ามเขาทำไม ปล่อยให้พี่ใหญ่พูดออกมาให้หมดเถอะเ้าค่ะ” ฟู่เซี่ยงหรูหันไปยิ้มเยาะให้พี่ชายคนโต “หรือพี่ใหญ่คิดว่าข้ากำลังขโมยปิ่นปักผมอันนี้อยู่”
“นั่นสิเ้าใหญ่ เ้ากำลังหาว่าหรูเอ๋อเป็ฝ่ายขโมยปิ่นปักผมของภรรยาเ้ามาอย่างนั้นหรือ จำเอาไว้นะฟู่ซีซวน ของที่อยู่ในบ้านหลังนี้ทั้งหมดล้วนเป็ของข้า ไม่ว่าหรูเอ๋อหรือเสียนเอ๋ออยากได้อะไร พวกเขาสามารถเอามาใช้ได้ทั้งนั้น”
“แต่มันเป็สินเดิมของโหยวเอ๋อ พวกท่านจะมาทึกทักเอาของๆ นางไปไม่ได้” ฟู่ซีซวนอธิบายต่อ
“เ้ากล้าออกหน้ารับแทนมันหรือ ดี...ดีเหลือเกิน ข้าเลี้ยงดูเ้ามาเพื่อให้เ้าไม่เชื่อฟัง” หลี่อี๋เหนียงยิ้มเยาะ “ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าถ้าข้าตีนังนี่จนตายแล้วเ้าจะทำอะไรข้าได้”
“ข้า...ข้าก็จะบอกความจริงกับท่านพ่อ”
“บอกท่านพ่อของเ้ารึ” หลี่อี๋เหนียงหัวเราะออกมาเสียงดัง “ท่านพ่อของเ้าจะช่วยอะไรเ้าได้ เ้าอย่าลืมสิว่าเ้ามันเป็แค่ลูกของหญิงแพศยาที่แอบคบชู้ลับหลังนายท่าน ที่เ้ามีชีวิตรอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ก็นับว่านายท่านเมตตาเ้ามากแล้ว”
“แต่...แต่ข้าเป็คุณชายใหญ่ของบ้าน ในอนาคตการปกครองบ้านหลังนี้ย่อมเป็ของข้า”
“ท่านหวังสูงเกินไปหรือเปล่าขอรับพี่ใหญ่ ท่านไม่ดูสารรูปของท่านตอนนี้เลยหรือ หากสกุลฟู่มีผู้สืบทอดเช่นท่าน ข้าคงไม่มีหน้าออกไปพบผู้คนแล้ว” ฟู่วั่งเสียนมองดูพี่ชายอย่างนึกสมเพช
หลี่อี๋เหนียงกำลังจะพูดต่อ แต่สายตาของนางเหลือบไปเห็นคนที่กำลังเดินเข้ามาพอดี นางเปลี่ยนจากท่าทีเกรี้ยวกราดเป็ร้องไห้ออกมา ซึ่งฟู่วั่งเสียนและฟู่เซียงหรูก็รู้ได้ในทันทีว่าต่อจากนี้พวกเขาควรเปลี่ยนท่าทีเป็อย่างไร
“ท่านแม่อย่าร้องไห้เลยนะเ้าคะ” ฟู่เซียงหรูปลอบใจมารดาก่อนจะหันไปมองพี่ชายคนโตอย่างเสียใจ “แต่ไหนแต่ไรท่านแม่ปฏิบัติกับท่านดีกว่าพวกเราสองพี่น้องมาก แต่ครั้งนี้ทำไมท่านถึงได้พูดจาทำร้ายจิตใจท่านแม่ได้เพียงนี้เ้าคะพี่ใหญ่”
“ถึงท่านแม่จะเป็เพียงอนุ แต่ท่านก็ไม่ควรพูดจาดูิ่ท่านแม่ถึงเพียงนี้ ที่ผ่านมาท่านจะดุด่าข้ากับหรูเอ๋ออย่างไรพวกเราก็ไม่เคยสนใจ เพราะเราต่างก็รู้สถานะของตัวเองดี แต่ครั้งนี้ท่านลบหลู่ท่านแม่ ข้า...ข้ายอมไม่ได้จริงๆ” ฟู่วั่งเสียนผสมโรงเข้าไปอีกคน
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น!” ฟู่เต๋อหย่งถามเสียงเครียด ทันทีที่รถม้าของเขามาจอดที่หน้าประตูเขาก็นึกแปลกใจที่ภรรยากับบุตรไม่ได้ออกไปรอรับเขาเหมือนเช่นทุกวัน พ่อบ้านจึงรายงานว่าที่เรือนหลังเกิดเื่ ด้วยความที่เขากลัวว่าบุตรชายคนโตจะรังแกบุตรทั้งสองคนที่เกิดจากหลี่อี๋เหนียง เขาจึงรีบเดินมาที่เรือนหลัง ซึ่งก็ไม่ผิดจากที่เขาคาดไว้นัก เพราะเวลานี้บุตรทั้งสองรวมถึงอนุของเขากำลังร้องไห้อย่างน่าเวทนาอยู่จริงๆ
ฟู่วั่งเสียนคุกเข่าลงทันที “ท่านพ่อให้ความเป็ธรรมกับท่านแม่ด้วยเถิดขอรับ”
“เ้าลุกขึ้นก่อนเสียนเอ๋อ มีอะไรค่อยบอกพ่อ” ฟู่เต๋อหย่งเข้าไปประคองบุตรชายก่อนจะหันไปพูดกับหลี่อี๋เหนียงและฟู่เซียงหรู “พวกเ้าทั้งหมดก็ลุกขึ้น”
“ท่านพี่...” หลี่อี๋เหนียงร้องไห้ออกมาอย่างน่าสงสาร ถึงแม้ตอนนี้อายุของนางใกล้จะถึงวัยสี่สิบแล้ว แต่ความสวยของนางกลับไม่ได้ทำให้นางดูร่วงโรยไปตามวัยเลย
ฟู่เต๋อหย่งหันไปมองฟู่ซีซวนด้วยแววตาที่เ็า “เ้าก่อเื่อะไรขึ้นอีกเ้าใหญ่ ทุกวันนี้เ้าคงว่างมากจนกล้ามารังแกคนของข้าแล้วสินะ”
“ข้า...ข้าไม่ได้ก่อเื่ เพียงแต่ท่านแม่สั่งให้คนทุบตีภรรยาของข้าจนตอนนี้นางยังไม่ฟื้นขึ้นมาเลย ข้าแค่้าให้ท่านแม่สั่งให้คนพวกนั้นหยุดมือเท่านั้นเองขอรับ” ฟู่ซีซวนอธิบาย
“แล้วทำไมท่านแม่ต้องทุบตีภรรยาของเ้าด้วยเล่า หากให้ข้าเดา นางคงทำเื่ผิดจนไม่น่าให้อภัยน่ะสิ” ฟู่เต๋อหย่งแทบไม่ถามหาความจริงด้วยซ้ำ
จูจื้อโหยวที่นอนฟังเื่ราวทั้งหมดมาสักพักแล้วก็ได้แต่แอบถอนหายใจ ่ก่อนหน้านี้นางนอนนิ่งเพราะกำลังรับรู้ถึงอดีตของเ้าของร่างนี้อยู่ต่างหาก และได้รู้ว่าฟู่ซีซวนที่พยายามปกป้องนางอยู่เวลานี้คือสามีของนางที่เพิ่งแต่งงานกันมาได้ไม่ถึงหนึ่งเดือน
ที่นางกับฟู่ซีซวนได้แต่งงานกันก็เพราะทั้งสองถูกคุณชายรองฟู่หรือฟู่วั่งเสียนจัดฉากให้จูจื้อโหยวพลัดตกน้ำ และฟู่ซีซวนก็ถูกถีบลงน้ำตามไปด้วย ฉากที่ทั้งคู่ตะเกียกตะกายเพื่อเอาชีวิตรอดกลายเป็ฉากที่พวกเขากอดรัดกันอยู่ในน้ำ ซึ่งชวนให้ผู้คนเข้าใจผิดอยู่ไม่น้อย
เพราะความเชื่อที่ว่าชายหญิงไม่ควรถูกเนื้อต้องตัวกันจึงทำให้จูจื้อโหยวและฟู่ซีซวนถูกบังคับให้แต่งงานกันด้วยเหตุนี้ เพียงแต่เื่ร้ายมักไม่ได้มาแค่เื่เดียว เพราะจูจื้อโหยวเป็บุตรสาวของขุนนางต้องโทษ ทุกคนในครอบครัวล้วนเสียชีวิตไปทั้งหมดเพราะความอายและความอดอยาก มีนางที่รอดชีวิตมาได้อย่างน่าอัศจรรย์
เื่ที่นางเป็ทายาทของขุนนางต้องโทษเพิ่งพูดเปิดเผยหลังจากที่นางแต่งเข้ามาเป็สะใภ้ใหญ่ของตระกูลฟู่แล้ว ฟู่เต๋อหย่งอับอายกับเื่นี้มาก จากที่เคยเกลียดชังลูกชายคนโตมากอยู่แล้ว เมื่อเกิดเื่นี้ขึ้นมาอีก เขาก็แทบอยากจะฆ่าฟู่ซีซวนให้ตายตามมารดาของเขาไปจริงๆ
“ท่านแม่บอกว่าภรรยาของข้าเป็ขโมย แน่มันไม่ใช่...”
ฟู่เซียงหรูไม่ปล่อยให้ฟู่ซีซวนได้พูดจบ นางรีบพูดขัดขึ้นก่อน “ท่านพ่อเ้าคะ พี่ใหญ่หาว่าข้าเป็ขโมยที่คิดจะขโมยปิ่นปักผมที่เป็สินเดิมของพี่สะใภ้ แต่พี่สะใภ้มีฐานะเช่นไรไม่ใช่ว่าทุกคนในบ้านนี้จะไม่รู้ แล้วปิ่นปักผมราคาสูงอย่างนี้จะเป็สมบัติของนางไปได้อย่างไร ข้าพยายามอธิบายให้พี่ใหญ่ฟังแล้ว แต่พี่ใหญ่ก็เอาแต่ด่าทอข้า และยังลามไปถึงท่านแม่ พี่ใหญ่หาว่าท่านแม่เป็สตรีน่ารังเกียจที่แย่งท่านพ่อไปแล้วยังคิดจะมาแย่งสมบัติของภรรยาเขาไปอีก”
“พี่ใหญ่ตั้งใจจะไล่เราสามคนออกจากบ้านเพราะเขาบอกว่าวันหน้า บ้านหลังนี้ย่อมต้องตกเป็ของเขาขอรับ” ฟู่วั่งเสียนพูดเสริม
ประโยคหลังนี้ฟู่เต๋อหย่งก็ได้ยินเช่นกัน ความโกรธของเขาพุ่งขึ้นมาอีกครั้ง “บังอาจ! ข้ายังไม่ตายเ้าก็กล้าคิดที่จะยึดบ้านของข้าแล้วหรือ ดูท่าเ้าจะมั่นใจมากเลยใช่ไหมว่าบ้านหลังนี้ต้องตกเป็ของเ้า ข้าจะบอกให้เ้ารู้ไว้ว่าไม่มีวัน ข้าไม่มีวันยกบ้านหลังนี้และการปกครองทั้งหมดให้กับคนไร้ประโยชน์อย่างเ้า ส่วนภรรยาที่เ้าอยากปกป้อง ในเมื่อนางกล้ากล่าวหาภรรยากับลูกสาวของข้าว่าเป็ขโมย ฉะนั้นข้านี่ล่ะจะสั่งโบยนางเอง พ่อบ้าน! โบยสะใภ้ใหญ่ไปอีกยี่สิบไม้”
พ่อบ้านเดินถือไม้กระบองเ้าไปหาจูจื้อโหยวด้วยตัวเอง ขณะที่ไม้กำลังจะกระทบกับร่างของนาง จู่ๆ นางก็รู้สึกเหมือนกับถูกหินก้อนใหญ่หล่นทับจนแทบจะหายใจไม่ออก นางลืมตาขึ้นด้วยความใ แต่สิ่งที่เห็นเวลานี้คือปิศาจหมูที่ร่างกายเต็มไปด้วยไขมันกำลังทับนางอยู่ จูจื้อโหยวไม่ทันได้ร้องขอความช่วยเหลือด้วยซ้ำ จากนั้นนางก็สลบไปอีกครั้งอย่างน่าสงสาร