“ข้าก็จะลักพาตัวเ้าไปซ่อนไว้ในค่ายทหาร ดูสิว่า! ผู้ใดจะไปตามหาเ้าเจอ?”เขาสีหน้าขึงขัง หอมแก้มนางอีกฟอดใหญ่ “เ้าเป็แมวน้อยของข้าเพียง ผู้เดียวเท่านั้น!”
หลังจากพลอดรักอยู่ครู่ใหญ่ชายหนุ่มก็เดินจูงมือนางกลับมาส่งในวัด ซ่งไป๋หลาน สาวใช้ของจางเลี่ยงหวงยืนรออยู่ด้านนอกั้แ่อยู่จวนแม่ทัพในเมืองพยัคฆ์เหินนางก็รู้สึกถึงความผิดปกติของคุณหนูบ้างแล้วในตอนกลางคืนดูเหมือนจะมีบุรุษลอบเข้ามาในห้องของจางเลี่ยงหวง หนำซ้ำคนทั้งสองยังพูดคุยกันกระหนุงกระหนิงนางจึงพอจะเดาได้ว่าคุณหนูของนางมีบุรุษในดวงใจ ซ่งไป๋หลานคอยแอบส่องดูในยามที่คนผู้นั้นออกมาจากห้องคุณหนูจึงได้รู้ว่าที่แท้โจรเด็ดบุบผาคือรองแม่ทัพมู่ผู้น่าเกรงขามนางได้แต่ตะลึงด้วยความคาดไม่ถึงว่าคุณหนูผู้บอบบางของนางจะผูกสมัครรักใคร่กับรองแม่ทัพผู้นี้
“เ้ารู้แล้วหรือ?”จางเลี่ยงหวงเอ่ยขึ้นด้วยความขัดเขิน
“ข้ารู้นานแล้วเ้าค่ะั้แ่รองแม่ทัพมู่ลอบเข้าห้องคุณหนูคืนแรกจากนั้นข้าก็แกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้เพราะรู้ว่าคุณหนูมีใจให้กับเขา”
“อืม...ขอบใจนะไป๋หลาน”
ซ่งไป๋หลานยิ้มน้อยๆที่นางตะลึงก็คือตอนที่ตั้งคู่อุ้มกันไปศาลาหลังกำแพงวัดนั้นเป็คุณหนูของนางที่กอดชายหนุ่มด้วยความรักใคร่และยินยอมให้คนผู้คนกอดจูบอย่างสนิทเสน่หา
“คุณหนูเ้าค่ะท่านตกลงปลงใจกับรองแม่ทัพมู่แน่แล้วหรือเ้าคะ?”
คุณหนูคนงามยิ้มอายๆ“ข้ารักเขาไปแล้วหมดหัวใจนี่นา!”
ซ่งไป๋หลานยิ้มน้อยๆ“ข้าดีใจที่คุณหนูรู้ใจตนเอง ดูไปแล้วรองแม่ทัพมู่ผู้นี้ก็สง่างาม องอาจผึ่งผายสมกับเป็นักรบคู่พระทัยของจวิ้นอ๋องเ้าค่ะ”
“แต่บิดามารดาของข้าก็คงไม่ยินดีให้ข้าแต่งงานกับเขาข้าจะทำอย่างไรดีล่ะไป๋หลาน?”
เสนาบดีจางรู้สึกปวดหัวตุบๆหลังจากที่รู้ว่าจวิ้นอ๋องทรงรับแม่ครัวผู้หนึ่งไว้เป็สาวใช้อุ่นเตียงทั้งยังโปรดปรานนางอย่างมากจนคิดจะอภิเษกสมรสเป็ชายารอง ทว่านางกลับปฏิเสธส่วนจางเลี่ยงหวงบุตรสาวคนรองที่เขาหมายมั่นปั้นมือจะให้เป็พระชายาเอกนั้นั้แ่กลับมาก็ดูซึมเซาเหงาหงอยและไม่เอ่ยถึงจวิ้นอ๋องอย่างเคย
“เ้าไม่ได้สนใจจวิ้นอ๋องแล้วหรือหวงเอ๋อร์”
“ไม่เ้าค่ะ!จวิ้นอ๋องทรงใส่พระทัยแต่เหอเจียอีจนไม่มีสายพระเนตรจะมองหญิงอื่นแล้วข้าจะอยากอภิเษกสมรสไปทำไมกัน?”
“เช่นนั้นเ้าก็มองหาองค์ชายองค์อื่นก็ได้นี่?สายสัมพันธ์ของเรากับราชวงศ์ินับว่าเหมาะสมที่จะเกี่ยวดองเป็ญาติเ้าลองทอดสายตาดูเถิดว่าองค์ชายพระองค์ใดที่เ้าชื่นชอบ”
จางเลี่ยงหวงได้แต่รับคำส่งเดชไปเพื่อมิให้บิดารบเร้านางมากกว่าเดิมแต่ในใจกลับคิดหาวิธีที่จะทำให้บิดายอมรับมู่หลี่เฉียง ไม่นานนักแม่สื่อใหญ่ผู้หนึ่งก็เดินทางมาทาบทามจางเลี่ยงหวงกับใต้เท้าจางครั้นได้ยินว่าคนผู้นั้นคือรองแม่ทัพมู่หลี่เฉียงท่านเสนาบดีฝ่ายขวาก็ถึงกับขมวดคิ้ว
“จริงอยู่ว่าตระกูลมู่ก็เป็ตระกูลที่ไม่น้อยหน้าผู้ใดแต่ข้าอยากให้บุตรสาวของข้าอภิเษกสมรสกับองค์ชายสักพระองค์มากกว่า”
แม่สื่อจึงได้พยายามโน้มน้าวให้ใต้เท้าจางได้โปรดรับใบเสนอสินสอดเอาไว้ก่อนแล้วค่อยพิจารณาทีหลังใต้เท้าจางจึงสั่งการให้คนไปสืบภูมิหลังของมู่หลี่เฉียงมาให้ละเอียด
“ท่านแม่ท่านพ่อว่าอย่างไรบ้างเ้าคะ?”
“พ่อของเ้าน่ะหรือ?ก็เอาแต่ดื้อรั้นอยากให้เ้าไปเป็พระชายาน่ะสิแต่แม่รู้นะว่ายามนี้เ้ามีคนในใจอยู่แล้วใช่หรือไม่?”
จางเลี่ยงหวงก้มหน้านิ่งครู่หนึ่ง“เ้าค่ะ”
“เป็เขาหรือ?”
“เ้าค่ะเขาช่วยชีวิตข้าถึงสองครั้งแล้ว ทั้งยังาเ็ก็เพราะข้าท่านแม่ช่วยตะล่อมท่านพ่อให้ข้าทีเถิดเ้าค่ะ”
“เฮ้อ! เ้าก็รู้นิสัยท่านพ่อของเ้า หากจะให้ดีแม่เห็นว่าควรจะใช้เล่ห์กลจึงจะสำเร็จ”
“เล่ห์กลหรือเ้าคะ?”
ระหว่างที่จางเลี่ยงหวงยังคิดหาวิธีจัดการให้บิดายอมรับเขาเป็บุตรเขยไม่ได้ิฮ่องเต้ก็ทรงจัดงานเลี้ยงฉลองชัยชนะที่จวิ้นอ๋องตะลุยทัพเว่ยจนราบคาบ คุณหนูจางกระตือรือร้นยิ่งนักที่จะไปงานนี้นางแต่งตัวสวยงามเพราะรู้ว่าต้องได้พบกับเ้าหมีป่าของนาง
ชายหนุ่มเองก็แต่งกายด้วยชุดหรูหราจนหญิงสาวทั้งหลายชายตามองอยู่บ่อยครั้งจางเลี่ยงหวงเห็นแล้วแอบกำหมัดแน่น นางไม่อยากให้สตรีใดมามองบุรุษของนางเช่นนั้น หลังจากฮองเฮาทรงกล่าวเปิดงานเหอเจียอีก็ปรากฏกายในชุดงดงามจางเลี่ยงหวงจึงได้รู้ความจริงว่าที่แท้สตรีที่ปลอมตัวเป็แม่ครัวไปหลอกล่อจวิ้นอ๋องก็คือคุณหนูฟ่านซิ่วอิงอดีตว่าที่พระคู่หมั้นที่จวิ้นอ๋องทรงปฏิเสธการหมั้นหมายไปนั่นเอง!
จางเลี่ยงหวงเป็หลานสาวของฮองเฮาส่วนฟ่านซิ่วอิงเป็หลานสาวของฮองไทเฮาคนทั้งสองหวังแย่งชิงอำนาจทางการทหารจึงหวังให้หลานสาวของตนได้อภิเษกสมรสกับจวิ้นอ๋องซึ่งเป็แม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นิ
“ในเมื่อเ้ากับข้ามีเป้าหมายคนละอย่างกันแล้วข้าก็ต้องสนับสนุนเ้าให้ถึงที่สุด” ฟ่านซิ่วอิงยกจอกสุราขึ้นชนกับจางเลี่ยงหวงยามนี้ทั้งสองตกลงเป็สหาย ส่วนจินวั่งซูนั่นก็เข้ามาวุ่นวายตามนิสัย
มู่หลี่เฉียงหาโอกาสลอบอุ้มนางไปพลอดรักในมุมลับทั้งสองปรึกษาหารือกันเื่ที่บิดาของนางดูเหมือนจะไม่ยินยอมโดยง่ายรองแม่ทัพมู่เห็นว่าจวิ้นอ๋องเองก็ประสบปัญหาพ่อตาเช่นเดียวกับตน ทั้งสองจึงตกลงใจไปจับจินวั่งซูมาขังไว้เพื่อให้คนโฉดจอมวางแผนผู้นั้นคิดหาแผนการช่วยคนทั้งสองให้สมรักด้วยสินบนล้ำค่าคือ “พัดงูดำของจอมยุทธ์ลู่” จินวั่งซูจึงตกปากรับคำ
“คุณหนูฟ่านเ้าต้องรีบคิดสักหน่อย ยามนี้เ้าหมีป่า เอ๊ย! รองแม่ทัพมู่กำลังกระวนกระวายใจอย่างยิ่งเขาอยากจะแต่งงานจะแย่แล้ว!”
*************************


