ท่านแม่ดูจะนิ่งอึ้งตะลึงงันไปอยู่นานทีเดียว ก่อนที่นางจะเอ่ยปากถามข้าถึงความลับที่เรารู้กันแค่สองแม่ลูกอีกสองสามคำถาม ซึ่งข้าก็ตอบได้ถูกต้องทุกอย่าง และเมื่อถามจบท่านแม่ก็ร่ำไห้ออกมาอีกครั้ง ครานี้ข้าคิดว่า นางน่าเสียใจเื่ที่ท่านพ่อจากไปแทนข้า
ด้วยข้ามิรู้จะทำเช่นไรจึงได้ใช้สองแขนของตนโอบกอดนาง เพื่อปลอบโยน ยามนี้รู้สึกแปลก ๆ คงเพราะมันหาใช่ร่างกายของข้ากระมัง แม้นความรู้สึก ยังคงข้า ที่เป็บุตรชาย ทว่า…ภาพที่เห็นกลับเป็สามีกอดภรรยา เช่นนี้ข้าคงต้องปรับตัวอีกนานโขเลยทีเดียว
เราสองแม่ลูกกอดกันอยู่พักใหญ่ ๆ ก่อนที่จะคลายกอด แล้วเริ่มพูดคุยกัน
"ท่านพี่ เอ่อ...แม่หมายถึงหยวนหยวน แล้วต่อจากนี้พวกเราควรทำเช่นไรต่อดี"
"ทำเช่นไรต่อหรือท่านแม่ ข้าคิดว่าพวกเราควร…ฝังศพร่างของข้าก่อน จากนั้น ท่านก็ควรโคจรลมปราณเพื่อฟื้นฟูอาการาเ็ ก่อนที่ท่านจะใช้วิชาตัวเบาออกไปจากที่นี่ เพื่อหาเชือกมาช่วยดึงข้าขึ้นจากเหวแห่งนี้ โชคดีนักที่พวกเราตกมาไม่สูงมาก ข้าคาดว่าด้วยวิชาตัวเบาของท่านแม่จะสามารถออกไปได้ใช่หรือไม่"
ข้าระบายยิ้มบาง ๆ ก่อนจะเอ่ยตอบ ซึ่งพอได้ฟังก็นิ่งอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนที่ข้าจะส่งเสียงกระแอมเรียกสตินาง
"อุ๊ย...!! แม่ขอโทษ พอดีแม่ในิดหน่อย เพราะเสียงที่กล่าวออกมามันเป็เสียงของพ่อเ้า แม่คงยังไม่ชิน เมื่อครู่เ้าถามแม่ว่า แม่ใช้วิชาตัวเบาออกไปจากก้นเหวนี้ได้ใช่หรือไม่"
ข้าพยักหน้า ก่อนที่ท่านแม่จะแหงนหน้ามอง้า จากนั้นนางก็มองมาที่ข้าอีกครั้งก่อนจะกล่าวว่า
"ด้วยความสูงแค่นี้แม่ออกไปได้แน่นอน เพียงแต่ต้องโคจรลมปราณฟื้นฟูอาการาเ็สักครึ่งชั่วยาม เอ…ว่าแต่ แล้วเหตุใดเ้าถึงไม่ออกไปพร้อมแม่เล่า"
พอได้ยินคำถามของท่านแม่ข้าก็ขมวดมุ่นคิ้วก่อนจะบอกนางไปว่า
"ท่านแม่ล้อข้าเล่นหรือไร ท่านก็รู้ดีว่าร่างกายข้านั้นอ่อนแอ ไร้พร์ในการฝึกวรยุทธ์มาแต่ไหนแต่ไร ท่านพ่อ กับท่านแม่พยายามฝึกฝนข้ามามากแต่สุดท้ายข้าก็…ทำไม่ได้"
"ร่างกายของเ้าหรือ...?"
"ใช่ร่างกายของ….!!"
ท่านแม่จ้องตาข้าก่อนจะทวนคำพูด ซึ่งมันก็ทำให้ข้าฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้
"ไม่สิ ยามนี้ร่างนี้หาใช่ร่างกายของข้าอีกต่อไปแล้ว แต่มันเป็ร่างกาย ที่อัดแน่นไปด้วยพลังลมปราณ และกำลังภายในอันแข็งแกร่งของท่านพ่อต่างหาก” เมื่อคิดได้เช่นนั้นความรู้สึกดีใจก็แผ่ซ่านไปทั่วร่างของข้า รอยยิ้มแห้งความสุขเผยขึ้นที่มุมปากอย่างไม่รู้ตัว นี่ข้ากำลังจะได้กลายเป็จอมยุทธ์ ซูอี้หนาน ผู้โด่งดังในอดีตผู้นั้นหรือ…!! แค่คิดก็น่าตื่นเต้นจนมิรู้จะบรรยายเป็คำพูดใดได้แล้ว
ยามนั้นข้ามีความสุขเป็ที่สุด ก่อนที่ทุกอย่างจะจบลงด้วยเสียงกระแอม กับคำพูดของท่านแม่
"แม่ดีใจกับเ้าด้วย ที่กำลังจะได้กลายเป็คนเก่งอย่างท่านพ่อ แต่ก่อนจะถึงเวลานั้น เ้าต้องฝึกฝนทุกอย่างเสียก่อน ใช่ว่าเ้าอยู่ในร่างท่านพ่อ แล้วจะเก่งเลยเสียเมื่อไร แม่พูดถูกหรือไม่ หยวนหยวน"
…ถูกอย่างที่ท่านแม่บอก ข้าต้องฝึกฝนทุกอย่างใหม่ั้แ่ขั้นแรก แม้นในร่างจะมีลมปราณ กับกำลังภายในอันสุดยอดของท่านพ่อ แต่ถ้าข้านำออกมาใช่ไม่ได้ มันก็ย่อมไร้ความหมาย
"ข้าทราบแล้วท่านแม่"
"ดีมากหยวนหยวน เช่นนั้นในยามนี้เ้าจงไปฝั่งร่างเดิมของตนเองที่นอนอยู่ตรงนั้นก่อนเถอะ แม่จะขอนั่งสมาธิโคจรลมปราณสักหน่อย พอฟื้นฟูได้แล้ว เดี๋ยวแม่จะสอนวิชาตัวเบาของท่านพ่อให้เ้า พวกเราจะได้ออกจากก้นเหวแห่งนี้กัน"
พอท่านแม่เอ่ยจบข้าก็พยักหน้ารับอย่างแช่มช้าก่อนจะลุกขึ้น และเดินตรงไปยังร่างเดิมของข้า ที่นอนตายอย่างน่าอนาถอยู่ไม่ห่างมากนัก
มิรู้ควรจะหัวร่อ หรือ สมเพชดีที่ตัวข้า ต้องมานั่งขุดหลุดฝังศพร่างของตนเอง ร่างที่ข้าถือกำเนิดมาถึง สิบห้าขวบปี แม้นมันจะดูอ่อนแอ แต่ยังไงมันก็คือร่างกายของข้าอยู่วันยังค่ำ พักผ่อนอยู่ตรงนี้ไปตลอดกาลเถิด ตัวข้า ข้าขอสาบานว่า จะต้องล้างแค้นไอ้พวกที่มันทำกับเ้าให้ได้..
สิ่งที่ข้าพึมพำออกมาช่างดูแปลกประหลาดยิ่งนัก บอกลาตัวเอง และสาบานจะแก้แค้นให้ตนเอง แต่ก็เอาเถอะในเมื่อ์ลิขิตมาแบบนี้ ข้าก็จะขอใช้ชีวิตที่สอง กับร่างกายของท่านพ่อที่มอบมา ให้เกิดประโยชน์สูงสุด…
จบบทที่ 2