ตอนที่13วางยาพิษผู้อื่นแต่กลับโดนเสียเอง
ณเรือนพิรุณร่วงโรย
“คุณหนูรั่วฮูหยินรอง บ่าวกลับมารายงานตามคำสั่งแล้วเ้าค่ะ”
“เข้ามาได้”
เสียงเลื่อนประตูดัง‘เอี๊ยด’ ขึ้น และประตูก็ถูกเปิดออก
จวิ๋นรั่วและฮูหยินรองกำลังนั่งรออยู่ภายในเรือนด้วยกันทั่วใบหน้าเต็มไปด้วยความหวังและความปิติยินดีประหนึ่งว่าได้กุมชัยชนะไว้ในมือตนเองแล้ว
“เ้าเห็นนางกินอาหารพวกนั้นกับตาตัวเองหรือไม่?”
ฮูหยินรองเอ่ยถามพร้อมกับรอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ
“เ้าค่ะบ่าวเห็นจวิ๋นหลี่หวงยกชามข้าวต้มขึ้นซดเข้าปากไปกว่าครึ่งแล้วนางยังกินของว่างเข้าไปอีกครึ่งจาน ตบท้ายด้วยน้ำชาอีกสองสามจอกเ้าค่ะบ่าวเห็นทั้งหมดกับตาตัวเองเลย!”
สาวใช้ผู้นั้นนั่งคุกเข่าพร้อมกับโน้มศีรษะจรดพื้นั์ตาทั้งคู่ฉายแววอำมหิตอย่างยิ่ง
“ดี ดี!หลายวันมานี้นังแพศยาชักจะมีความสุขมากเกินไปแล้วพรุ่งนี้เช้าค่อยจับนางโยนกลับเข้าไปที่เรือนผุพังดังเดิม! ฮ่าฮ่าๆ...”
ฮูหยินรองแผดเสียงหัวเราะเยาะดังลั่น
“แล้วหากท่านพ่อกลับมาในวันพรุ่งนี้เล่าพวกเราจะอธิบายเื่นี้ให้ท่านพ่อฟังอย่างไรดี?”
จวิ๋นรั่วเอ่ยถามออกมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกเล็กน้อยนี่เป็ครั้งแรกที่นางทำเื่ชั่วช้าเช่นนี้ แม้ใจหนึ่งจะปรารถนาให้เป็เช่นนั้นแต่ด้วยความไร้ประสบการณ์จึงเกิดความรู้สึกวิตกกังวล
“หากท่านพี่กลับมาข้าก็จะบอกเพียงแค่ว่านังแพศยานั่นป่วยหนัก”
ฮูหยินรองแสยะยิ้มพร้อมกับเอ่ยต่อว่า
“เ้าคงยังไม่รู้ว่าท่านพ่อของเ้านั้นร้ายกาจเพียงใดสินะ?หากเขามั่นใจว่านังแพศยานั่นสิ้นลมตายแล้วจริงๆท่านพ่อของเ้าไม่มีทางที่จะเอาความกับพวกเราสองแม่ลูกอย่างแน่นอน”
จวิ๋นรั่วได้ยินเช่นนั้นภายในใจที่ตื่นตระหนกจึงเริ่มสงบลงในทันที ปากของนางยิ้มกว้างจนแทบฉีกถึงหูด้วยความดีอกดีใจเวลานี้แทบจะพรรณนาไม่ได้ว่านางมีความสุขมากเพียงใด
“เ้าออกไปก่อน”
ฮูหยินรองโบกมือไล่สาวใช้นางนั้นให้ออกไปทันที
“เ้าค่ะ!”
สาวใช้โขกศีรษะรับคำสั่งหนึ่งครั้งก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปอย่างว่าง่าย
“ท่านแม่!ในที่สุดนังสวะนั่นก็กำลังจะตายสมใจข้าแล้ว!เรือนบุปผาโปรยปรายกำลังจะตกเป็ของข้าแล้ว!!”
“รั่วเอ๋อร์จดจำเอาไว้ให้ดีว่า อย่าได้เปิดเผยเื่นี้ให้ผู้ใดรู้โดยเด็ดขาด”
ฮูหยินรองปรายตามองบุตรสาวของตนด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยจะไว้วางใจเท่าไหร่นักเพราะผู้เป็มารดาย่อมต้องรู้จักอุปนิสัยของลูกตนเองแต่ละคนดีจวิ๋นรั่วเป็คนมีอุปนิสัยอารมณ์ฉุนเฉียวรุนแรง เมื่อใดที่นางโกรธเกรี้ยวขึ้นมาย่อมไม่อาจมั่นใจได้ว่านางจะหลุดปากกล่าวสิ่งใดออกมาบ้าง
หากความจริงเื่นี้ถูกเปิดเผยขึ้นมาแล้วล่ะก็ผู้ที่จะโชคร้ายที่สุดดูเหมือนจะหนีไม่พ้นจวิ๋นจ้านผู้เป็สามี
“ข้ารู้แล้วท่านแม่แต่จะไม่ให้ข้ามีความสุขได้อย่างไรกันเล่า? นังสวะนั่นบังอาจวางยาพิษเยว่เซียงมิหนำซ้ำยังใส่ร้ายให้นางเข้าใจผิดว่าข้าเป็คนวางยานางอีกด้วย!นังนั่นมันร้ายกาจไม่น้อยทีเดียว! หึ..แต่วันนี้นางได้ถูกพิษคืนสนองซะแล้ว!”
“เ้าพูดว่าอะไรนะ?!”
“ไยท่านแม่จึงต้องตกอกใเช่นนั้นด้วย?ข้าบอกว่า เยว่เซียงถูกนังสวะนั่นวางยาพิษจนตาย แล้วมาใส่ร้ายข้ายังไงล่ะ!”
“เ้า...เ้าบอกว่าเยว่เซียงถูกนังนั่นวางยาพิษจนตายงั้นรึ?!”
ฮูหยินรองทำสีหน้าท่าทางราวกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้และแล้วจู่ๆ นางก็สะดุ้งโหยงมีท่าทีร้อนรนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
“ใช่แล้วท่านแม่ต้องเป็ฝีมือของนางอย่างแน่นอน! ว่าแต่...มีอะไรงั้นรึ?”
จวิ๋นรั่วไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดท่านแม่ของนางจึงได้มีท่าทางตกอกใเช่นนั้นจึงได้จ้องมองด้วยแววตาสงสัยอย่างมาก
“ไม่..ไม่มีอะไร!”
ฮูหยินรองไม่พูดอะไรให้มากความต่ออีกนางค่อยๆหันไปหยิบกาน้ำชาที่วางอยู่ข้างตัวอย่างเชื่องช้าและเพื่อบรรเทาความรุ่มร้อนภายในใจ นางจึงได้รินชาจอกหนึ่งให้ตนเองและอีกหนึ่งจอกให้กับบุตรสาว ก่อนจะยกแก้วชากระดกเข้าปากในทันที
จวิ๋นรั่วดื่มชารวดเดียวจนหมดจอกท่ามกลางความงุนงงภายในใจที่ยังมิได้รับการคลี่คลาย
ชาอร่อยมิใช่น้อยว่าแต่...ท่านแม่เป็อะไรกันแน่?
หลี่หวงที่แอบมองสองแม่ลูกกำลังดื่มชาอย่างเอร็ดอร่อยริมฝีปากที่กำลังแสยะยิ้มอยู่นั้น ค่อยๆฉีกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ
ดื่มกันเข้าไปเยอะๆ...ดื่มให้หมดกาไปเลย!
หลี่หวงเค้นเสียงเย็นออกมาเบาๆแล้วจึงรีบไหวตัวจากออกไปในทันที
อาศัยโอสถไร้ชีพจรจึงหามีผู้ใดที่สามารถตรวจจับการมีอยู่ของนางได้เลยแม้แต่คนเดียว
“พรุ่งนี้เ้าวางแผนจะทำเช่นใดอย่างนั้นรึ?”
เหยาอวี้เหลือบมองหลี่หวงด้วยแววตาเจือกังวล
หลี่หวงแค่นยิ้มและเอาแต่จดจ่อใคร่ครวญอยู่กับแผนการของตนเองโดยมิได้กล่าววาจาใดตอบกลับไป
หลังจากกลับเข้าเรือนไปนอนห่มผ้าอุ่นๆบนฟูกได้ไม่นานนางก็เผลอหลับไปในที่สุด
คืนนี้ฝันดีแน่นอน!
เช้าตรู่วันถัดมาหลี่หวงถูกเสียงอึกทึกครึกโครมปลุกตื่นั้แ่เช้าตรู่
ได้ยินรางๆเพียงว่าคุณหนูรองกับฮูหยินรองถูกวางยาพิษร้ายแรง เวลานี้นอนหลับไม่ได้สติทั้งคู่ชีวิตของพวกนางสองคนกำลังตกอยู่ในอันตรายอย่างยิ่งยวด!
จวิ๋นจ้านเดินทางกลับถึงจวนั้แ่รุ่งสางและทันทีที่ได้รับข่าวคราวเื่นี้ เขาก็ถึงกับโกรธเกรี้ยวอย่างที่สุด!
“สั่งให้แพทย์ที่เก่งที่สุดในเมืองมาตรวจวินิจฉัยอาการของฮูหยินรองกับจวิ๋นรั่วโดยเร็วที่สุด!”
ทุกคนในจวนต่างก็มารวมตัวกันอยู่ที่เรือนพิรุณร่วงโรยกันหมดเว้นเพียงแค่คนผู้เดียวเท่านั้นที่มิได้ปรากฏตัว
จวิ๋นจ้านสังเกตเห็นเช่นนั้นเข้าก็ถึงกับขมวดคิ้วเข้าหากันแน่นพร้อมกับเอ่ยถามออกไปว่า
“คุณหนูใหญ่ล่ะ?!”
“เรียนท่านประมุขคุณหนูใหญ่ยังไม่ตื่นเ้าค่ะ”
สาวใช้ที่เข้าไปรายงานข่าวเื่หลี่หวงให้สองแม่ลูกฟังเมื่อคืนคุกเข่าลงพร้อมกับเอ่ยตอบกลับไปทันที เวลานี้นางตกอกใ และร้อนรนจนทำอะไรไม่ถูกและเมื่อไม่สามารถคิดอะไรได้ จึงได้โยนความผิดให้กับจวิ๋นหลี่หวงไปก่อน
นั่นเพราะบุคคลสุดท้ายที่พบหน้ากับฮูหยินรองและคุณหนูรองก็คือนาง
“ไปเรียกนางมาเดี๋ยวนี้!”
จวิ๋นจ้านรู้สึกไม่พอใจเป็อย่างมากเกิดเื่ราวใหญ่โต และเสียงดังโวยวายอึกทึกคึกโครมถึงเพียงนี้แต่นางกลับยังสามารถหลับไหลอยู่ได้อีกรึ? หรือว่าเื่นี้จะเกี่ยวข้องอะไรกับนาง?
“เ้าค่ะ!”
สาวใช้นางนั้นรีบพยักหน้าและพาคนรับใช้กลุ่มหนึ่งตรงไปยังเรือนบุปผาโปรยปรายด้วยท่วงท่าอาจหาญทรงอำนาจและเมื่อมาถึงเรือนก็รีบพาสาวใช้ที่เดินตามมาเปิดประตูบุกเข้าไปเรือนทันทีแต่แล้วเสียงกรีดร้องก็ดังลั่นขึ้น!
“กรี๊ดดด!!!”
เสียงกรีดร้องนั้นดังมากจนแม้แต่จวิ๋นจ้านเองก็ได้ยินเขารีบวิ่งตรงไปด้วยความกระวนกระวายใจทันทีที่ไปถึงเขาก็ผลักร่างของสาวใช้นางนั้นและคนอื่นๆที่ยืนขวางทางออกไปแล้ววิ่งตรงเข้าไปในห้องของหลี่หวงทันที
“!!”
เมื่อได้เห็นภาพฉากที่ปรากฏตรงหน้าจวิ๋นจ้านแทบอยากจะวิ่งหนีออกไปทันที แต่ท้ายที่สุดก็จำต้องสงบสติอารมณ์เอาไว้!