“ท่านแม่!” กู้จิ่งเซวียนร้องะโด้วยความร้อนรนแววตาและคิ้วก็เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
ทว่าไม่มีผู้ใดสนใจเสียงร้องของเด็กน้อยเลย
ยามนี้แม้แต่หูเอ้อร์ก็ร้อนใจไปด้วย
ผู้คนล้วนพากันลุ้นระทึกแทนหกู้ชิงเฉิงเหงื่อเย็นผุดออกมาเต็มฝ่ามือ
กู้ไต้ซึ่งยืนอยู่ข้างกายกู้ตงหลิงกลับแค่นเสียงเ็าเขารู้สึกว่าผู้คนที่อันหยวนถังแห่งนี้สมควรตายนักที่บังอาจเหิมเกริมถึงเพียงนี้
กล้าต่อว่าคุณหนูใหญ่ของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่านี่ไม่ใช่การรนหาที่ตายหรอกหรือ?
ทว่าก่อนที่แส้จะฟาดลงบนร่างของกู้ชิงเฉิงโม่อวี้เฉินกลับยกมือคว้ามันเอาไว้ ทำให้ร่างของกู้ตงหลิงเซจนเสียหลักจนเกือบจะล้มลงบนพื้นดิน
บนใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ“องค์รัชทายาท…”
ดวงตากลมโตเปี่ยมล้นไปด้วยหยาดน้ำตา
“หากไม่คิดจะรักษาก็กลับไปเสีย!” โม่อวี้เฉินรู้สึกว่ากู้ตงหลิงในวันนี้ช่างน่าผิดหวังยิ่งนัก
คำกล่าวที่ว่าคิดวางแผนก่อนแล้วค่อยลงมือหรือรู้จักหยุดจึงจะได้มาทั้งหมดล้วนไม่ใช่สิ่งที่บ่งบอกถึงกู้ตงหลิงเลยแม้แต่น้อย
กู้ตงหลิงในวันนี้คงไม่ได้นำสมองติดตัวออกมาด้วยเป็แน่
ั้แ่ต้นจนจบนางเอาแต่ก่อเื่วุ่นวาย
ทั้งยังแสดงความโอ้อวดและหยิ่งผยองผิดจากความอ่อนโยนและสง่างามในยามปกติอย่างสิ้นเชิง
โม่อวี้เฉินไม่อยากจะขายหน้าไปมากกว่านี้แล้วแม้ว่าแต่ไหนแต่ไรมาเขาจะไม่เคยใส่ใจความคิดของผู้อื่นเลยก็ตาม
กู้ตงหลิงย่อมรู้ดีว่าโม่อวี้เฉินกำลังโกรธความผิดหวังและความรังเกียจในดวงตาของเขา นางเห็นมันทั้งหมด
อันที่จริงนางก็ไม่อยากจะแสดงความไม่เหมาะสมต่อหน้าเขาเช่นกันทว่าแม่ลูกคู่นี้ช่างน่าโมโหยิ่งนัก
ทั้งแม่ลูกสามารถทำให้ไฟโทสะในใจของกู้ตงหลิงลุกโชนขึ้นมาในพริบตาจนนางไม่อาจควบคุมได้เลย
โม่อวี้เฉินกล่าวจบก็หันหลังเดินจากไปเหลือไว้เพียงแผ่นหลังที่เ็าให้กู้ตงหลิง
ชั่วขณะหนึ่งทำให้กู้ตงหลิงตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
กู้ชิงเฉิงก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกันไม่นึกว่าโม่อวี้เฉินจะทำเช่นนี้ เมื่อครู่ก็ถือว่าเขาช่วยนางแล้ว
ทว่านางก็ยังคงเอ่ยเบาๆ ด้วยน้ำเสียงดูแคลนว่า “ยุ่งไม่เข้าเื่”
ในดวงตาของนางเองก็ฉายแววเหยียดเย้ยเล็กน้อย
เสียงนี้ช่างเบานักแทบจะไม่มีผู้ใดได้ยินทว่าโม่อวี้เฉินซึ่งเดินอยู่ด้านหน้ากลับได้ยินคำพูดของกู้ชิงเฉิงชัดเจนทำให้เขาก็หยุดชะงักลงเล็กน้อย
จากนั้นก็หันกลับไปมองอันหยวนถังที่อยู่ด้านหลังในดวงตาฉายแววเย็นเยียบวูบหนึ่ง ก่อนที่จะเดินต่อไป
กู้ตงหลิงกัดฟันแน่นนางทำได้เพียงเดินตามโม่อวี้เฉินออกไปและสั่งให้กู้ไต้ไปชดใช้ค่าเสียหายกระจกที่แตก
นางโกรธมากโกรธมากจริงๆ
ทว่าใบหน้าของกู้ตงหลิงกลับเ็ปจนทนไม่ไหวนางทำได้เพียงตระเวนหาหมอในเมืองอี๋สุ่ย แต่ก็ไม่มีผู้ใดสามารถรักษาให้หายได้
จนกระทั่งวันรุ่งขึ้นใบหน้าของกู้ตงหลิงก็เน่าเปื่อยอย่างหนัก
“ตรวจสอบไปถึงไหนแล้ว?” โม่อวี้เฉินย่อมต้องสอบถามถึงใบหน้าของกู้ตงหลิงเพราะนางออกมาพร้อมกับเขา ทั้งนางยังเป็คุณหนูใหญ่ของตระกูลกู้หากนางตายไปก็คงจะสร้างความยุ่งยากไม่น้อย
เฟิงเจ๋อซึ่งแฝงตัวอยู่ในเงามืดมาโดยตลอดเดินออกมา“ฝ่าา กระหม่อมไร้ความสามารถ”
เขาเฝ้าจับตาดูอันหยวนถังมาทั้งวันแต่ก็ไม่ได้ตรวจสอบสิ่งใดที่มีประโยชน์ออกมาได้เลย
ทั้งยังไม่ได้ตรวจสอบพบความผิดปกติใดๆของกู้ชิงเฉิงอีกด้วย
โม่อวี้เฉินไม่ได้กล่าวอันใดเพียงแค่พยักหน้า
ในหูของเขายังคงได้ยินคำพูดของกู้ชิงเฉิงทำให้ใจเขาไม่ค่อยจะสบอารมณ์นัก
ทว่าเขาไม่อยากจะโกรธเพราะผู้คนที่ไม่เกี่ยวข้องเขารู้สึกว่าไม่จำเป็ ทั้งยังไร้ความหมายสิ้นดี
“ช่างเถิด เ้าลองสืบดูอีกครั้งว่ามีหมอเก่งๆ อยู่ที่ใดบ้าง” โม่อวี้เฉินกลับสงบนิ่งดุจขุนเขา ไม่ไหวติง
“ฝ่าาพิษเหมันต์ของพระองค์…พวกเราได้ออกตามหาหมอเทวดาทั่วหล้าแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เฟิงเจ๋อเริ่มเป็กังวลเล็กน้อย
อันที่จริงเขารู้สึกโกรธคุณหนูใหญ่สกุลกู้ผู้นั้นอยู่บ้าง
พวกเขาได้สืบทราบมาว่าหมอกู้แห่งอันหยวนถังสามารถชุบชีวิตผู้ตายและรักษาาแให้กลับมาเรียบดีดังเดิมได้ฝีมือการแพทย์ของนางนั้นยอดเยี่ยมเหนือใคร
หากเป็เช่นนั้นพวกเขาก็ย่อมมีความหวังอยู่บ้างทว่าตอนนี้กลับกลายเป็ว่าทุกอย่างพังทลายลงเสียแล้ว
โม่อวี้เฉินโบกมือ“ไม่เป็ไร หากยังไม่กำเริบ ข้าก็ยังพอทนได้”
ที่อวี้หยวนถังกู้ชิงเฉิงเองก็ได้ส่งคนไปจับตาดูความเคลื่อนไหวของโม่อวี้เฉินและกู้ตงหลิงเช่นกันในขณะที่นางกำลังทานอาหาร ก็ฟังการรายงานสถานการณ์จากกู่ซินที่อยู่ข้างกายไปด้วย
“คนของเขากำลังสืบเื่ของเรา…” กู้ชิงเฉิงกลับเอ่ยขึ้นมาในทันที
กู่ซินอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยออกมา “นายหญิง?”
นางไม่เห็นสิ่งผิดปกติใดๆเลยแม้แต่น้อย เหตุใดนายหญิงจึงกล่าวเช่นนั้น?
“ใบหน้าของกู้ตงหลิงถูกทำลายเมื่อมาถึงเมืองอี๋สุ่ยนี้โม่อวี้เฉินไม่ใช่คนโง่เขลา!” กู้ชิงเฉิงเอ่ยเสียงต่ำ
“แต่ว่าพวกเขาก็ไม่มีหลักฐานอยู่ดี คุณชายฉลาดเฉลียวถึงเพียงนี้จะถูกจับเป็จุดอ่อนได้อย่างไรกันเ้าคะ!” กู่ซินกล่าวอย่างภาคภูมิใจในสายตานาง นายท่านทั้งสองนี้มีความสามารถล้ำเลิศไร้เทียมทาน
กู้จิ่งเซวียนยังเยาว์วัยทว่าวิชาพิษของเขานับว่ายอดเยี่ยมยิ่งนัก
เพียงแต่ความรู้ทางการแพทย์ยังด้อยกว่ามารดาเล็กน้อย
“นำผงมึนงงที่อยู่กับเขากลับมา” กู้ชิงเฉิงไม่้าให้เกิดเื่ไม่คาดฝันแม้แต่น้อย
นางจดจำจุดจบอันน่าเศร้าของตนเองและบุตรชายกู้จิ่งเซวียนได้เสมอ จึงไม่เคยประมาทแม้เพียงชั่วขณะ
“เ้าค่ะ!” กู่ซินพยักหน้าตอบรับ
ในความคิดของนางไม่ว่านายหญิงจะทำสิ่งใด ล้วนถูกต้องเสมอ
แม้นางจะรู้สึกว่าโม่อวี้เฉินไม่มีความสามารถพอที่จะสืบหาตัวคุณชายได้ก็ตาม
แต่คำพูดของนายหญิงนางล้วนเชื่อฟังโดยไม่มีข้อโต้แย้ง
“พรุ่งนี้ ให้อันอี้ฝานกลับไปประจำการที่เมืองอี๋สุ่ยเถิดข้าจะพาเซวียนเอ๋อร์ไปที่สวนหรูอี้” กู้ชิงเฉิงวางตะเกียบลงพลางหรี่ตาลงเล็กน้อย
นางจะส่งกู้จิ่งเซวียนไปที่สวนหรูอี้ก่อนเพื่อความปลอดภัยยิ่งขึ้น
-------
รุ่งเช้าของวันถัดมากู้ตงหลิงก็มาถึงอันหยวนถัง
หลายวันนี้นางสวมผ้าคลุมหน้า แต่ก็ไม่อาจปกปิดกลิ่นเนื้อเน่าเสียได้แน่นอนว่าความเ็ปก็ทำให้นางนอนไม่หลับและตกอยู่ในสภาพย่ำแย่มาหลายวัน
นางได้ไปหาหมอหลายแห่งแต่ก็ไม่มีผู้ใดรักษาได้
“ท่านหมอกู้อยู่หรือไม่?” กู้ไต้ไม่ได้วางอำนาจโอ้อวดเหมือนเมื่อก่อนเขากลับก้มหน้าถามอย่างถ่อมตน
หูเอ้อร์มองสำรวจกู้ไต้“ท่านหมอกู้เก็บตัวฝึกวิชาหลายวันแล้ว ไม่ได้อยู่ที่นี่”
“อะไรนะ! อันหยวนถังไม่มีท่านหมอกู้ แล้วจะเรียกว่าอันหยวนถังได้อย่างไร!”กู้ไต้ก็โกรธจัดขึ้นมาทันที
เพราะใบหน้าของกู้ตงหลิงรอไม่ได้แล้ว
“อันหยวนถังไม่ได้แซ่กู้ เหตุใดจึงจะเรียกว่าอันหยวนถังไม่ได้!” หูเอ้อร์รูปร่างกำยำแข็งแรง พละกำลังมหาศาลยามยืนอยู่ตรงนั้นก็ดูราวกับูเาลูกย่อมๆ
ครั้งก่อนที่หงเย่ถูกโยนออกไปจนถึงตอนนี้ก็ยังคงนอนอยู่บนเตียง กู้ไต้จึงไม่กล้าแสดงท่าทีหยิ่งยโสมากนัก
เพียงแต่เพราะตอนนี้เขากำลังรู้สึกร้อนรนจึงเงยหน้ามองกู้ตงหลิง
“บอกพวกเขา ข้าจะให้ค่ารักษาหนึ่งหมื่นตำลึง!ให้ท่านหมอกู้ออกมารักษาใบหน้าให้ข้าเดี๋ยวนี้!” เสียงของกู้ตงหลิงค่อนข้างอ่อนแรงนางพิงอยู่ในรถม้า และกล่าวออกมาด้วยความขุ่นเคือง
คนพวกนี้สมควรตายยิ่งนักเป็เพียงสามัญชนต้อยต่ำ กล้าปฏิบัติต่อนางเช่นนี้ได้อย่างไร
ชีวิตนี้ของนางล้วนรุ่งโรจน์ไร้ขีดจำกัดได้รับคำสรรเสริญนับไม่ถ้วน สตรีผู้สูงศักดิ์มากมายต่างอิจฉาริษยา
กล่าวได้ว่านางได้กลายเป็ความภาคภูมิใจของต้าฉินทั้งปวงเป็เทพธิดาในดวงใจของทุกคน ชายหนุ่มมากมายต่างหลงใหลและใฝ่ฝันในตัวนาง
ในตระกูลกู้นางก็เป็ผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จ ต่อหน้าองค์ฮ่องเต้นางก็มีสถานะที่ไม่มีผู้ใดเทียบได้
แต่บัดนี้กลับต้องมาพ่ายแพ้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในโรงหมอเล็กๆ แห่งหนึ่ง
นางได้ส่งคนไปสืบเื่ของอันหยวนถังเพื่อให้รู้แน่ชัดว่าใบหน้าของนางถูกทำลายได้อย่างไรและใครเป็ผู้ทุบฟันนางไปหนึ่งซี่ แต่ก็ไม่พบสิ่งใดเลย
ทันใดนั้นในใจของนางก็รู้สึกโกรธแค้นอย่างยิ่ง
ด้วยสภาพเช่นนี้นางย่อมไม่สามารถกลับไปยังเมืองหลวงได้และยิ่งไม่สามารถให้ผู้คนได้เห็นใบหน้านี้ของนางเด็ดขาด
วันนั้นกู้ชิงเฉิงให้นางจ่ายค่ารักษานั่นย่อมหมายความว่าสามารถรักษาได้แน่
หูเอ้อร์ได้ยินว่าค่ารักษาหนึ่งหมื่นตำลึงจึงเลิกคิ้วอย่างดูแคลน “คิดว่าอันหยวนถังของพวกเราเป็ที่แบบใดกัน?!”
สิ่งที่พวกเขาไม่ขาดแคลนที่สุดก็คือเงิน
การเปิดอันหยวนถังแห่งนี้ก็เพียงเพื่อช่วยเหลือผู้คนและรักษาชีวิตเท่านั้น
“ไม่ยอมดื่มสุราคารวะ กลับชอบสุราลงทัณฑ์ [1]!” กู้ตงหลิงกำหมัดแน่นด้วยความแค้น“เ้าคอยดูเถิด!”
-------
กู้ชิงเฉิงออกนอกเมืองมาแล้วรถม้าของนางเคลื่อนไปตามถนนอย่างเชื่องช้า
ใบหน้าเล็กๆของเ้าก้อนซาลาเปากู้จิ่งเซวียนเต็มไปด้วยรอยยิ้มสถานที่ที่เขาชอบไปที่สุดคือสวนหรูอี้
ทว่ารถม้ากลับหยุดลงกะทันหันกู่ซินเอ่ยขึ้นว่า “นายหญิงองค์รัชทายาทขวางทางพวกเราเ้าค่ะ!”
เชิงอรรถ
[1]ไม่ยอมดื่มสุราคารวะ กลับชอบสุราลงทัณฑ์ (敬酒不吃吃罚酒)แปลว่า การไม่ยอมรับข้อเสนอที่ดีหรือสิ่งที่น่ายินดีทำให้ต้องเผชิญกับผลที่ไม่ดีหรือโทษที่มากกว่าที่ควร