ลมพายุจากมหาสมุทรแปซิฟิกโหมกระหน่ำเข้าใส่หน้าผาหินอย่างบ้าคลั่ง ราวกับสรวง์กำลังพิโรธต่อคำลวงที่ถูกถักทอขึ้นที่นี่
ลีน่าจอดรถที่ริมถนนลูกรัง ก้าวเท้าออกไปเผชิญกับลมแรงที่แทบจะพัดร่างของเธอให้ปลิวไปตามกระแสลม เบื้องหน้าของเธอคือเขตก่อสร้างที่ถูกล้อมรั้วไว้อย่างมิดชิด แต่มองเห็นโครงสร้างเหล็กที่เริ่มก่อตัวขึ้นเป็รูปร่าง… รูปร่างที่เธอจำได้ดีแม้ในยามหลับตานึกถึง
มันคือ ‘บ้าน’ หลังนั้น หลังที่อีธานเคยสลักชื่อไว้ใต้ฐานโมเดลไม้
“คุณมาจนได้”
เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังแหวกม่านหมอกออกมา อีธานยืนอยู่ตรงขอบหน้าผา สวมเสื้อแจ็คเก็ตสีดำสนิท ผมของเขาปลิวไปตามลม ดูเหมือนิญญาที่แตกสลายมากกว่าสถาปนิกผู้มั่งคั่ง
“บอกความจริงมาอีธาน” ลีน่าะโแข่งกับเสียงคลื่น “สัญญาเืที่คุณว่ามันคืออะไร? และจูเลียน้าอะไรจากฉันกันแน่?”
อีธานเดินเข้ามาหาเธอช้าๆ ในมือของเขาถือซองเอกสารสีน้ำตาลที่เปียกชื้นเพราะละอองฝนเขายื่นมันให้เธอ “เปิดดูสิ แล้วคุณจะรู้ว่าทำไมผมถึงหนีไปจากวงโคจรของคุณไม่ได้”
ลีน่าเปิดซองเอกสารออกอย่างรวดเร็ว ข้างในคือสัญญาทางธุรกิจระหว่าง Vanguard Architects กับ Sterling Group แต่มันมีเอกสารแนบท้ายที่ระบุชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด… ซึ่งไม่ใช่พ่อของจูเลียนอย่างที่เธอเข้าใจ
“จูเลียน…” ลีน่าพึมพำเมื่อเห็นชื่อ ‘จูเลียน สเตอร์ลิง’ ถือหุ้นอยู่ถึง 60% “เธอไม่ได้เป็แค่ลูกสาวเ้าของบริษัท?”
“เธอคือเ้าของตัวจริง ลีน่า” อีธานหัวเราะในลำคอ เป็เสียงหัวใจที่เต็มไปด้วยความสมเพชตัวเอง “ห้าปีที่แล้วตอนที่ผมล้มละลายที่นิวยอร์ก จูเลียนเป็คนเข้ามาหาผม เธอไม่ได้หยิบยื่นความรักให้ผมหรอก… เธอหยิบยื่น ‘เช็คเปล่า’ และข้อเสนอที่ผมปฏิเสธไม่ได้ เธอช่วยล้างหนี้ให้ครอบครัวผม ช่วยกู้ชื่อเสียงผมคืนมา แต่ข้อแลกเปลี่ยนคือ… ผมต้องเป็ของเธอ ทั้งในฐานะสถาปนิก และในฐานะ ‘สามี’ ที่จะช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้เธอ”
ลีน่ารู้สึกเหมือนโลกหมุนคว้าง “แล้วทำไมต้องเป็ฉัน? ทำไมเธอต้องเลือกฉันมาทำมาร์เก็ตติ้งให้บ้านหลังนี้?”
อีธานก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอ มือของเขาคว้าไหล่ทั้งสองข้างของเธอไว้แน่นจนเธอรู้สึกเจ็บ “เพราะจูเลียนเป็พวกชอบ ‘เก็บสะสม’ ของที่สวยงามลีน่า… และเธอก็ชอบที่จะเห็น ‘เ้าของเก่า’ ของสิ่งที่เธอครองครองอยู่ต้องทนทุกข์ทรมาน”
“หมายความว่ายังไง?”
“เธอรู้เื่โมเดลบ้านหลังนั้น เธอรู้เื่จดหมายที่คุณเคยเขียนหาผม… เธอรู้ว่าบ้านหลังนี้ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อเธอ แต่มันถูกสร้างมาจาก ‘จิติญญา’ ของคุณ” อีธานเค้นเสียงพูดด้วยความลำบาก “เธอสั่งให้ผมเลือกคุณ เพื่อให้คุณเป็คนเขียนโฆษณาขาย ‘ความฝันของเรา’ ให้กับคนทั้งโลก… เธออยากให้คุณเป็คนทำลายความทรงจำของตัวเองด้วยมือของคุณเองลีน่า!”
น้ำตาของลีน่าไหลพรากปนไปกับหยาดฝน “เธอทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร? เธอมีทุกอย่างแล้วนะ!”
“เพราะเธอรู้ว่าผมยังรักคุณ!” อีธานะโออกมาในที่สุด ความลับที่เขากลั้นไว้ะเิออกมาพร้อมกับอารมณ์ที่พุ่งพล่าน “เธอรู้ว่าต่อให้ผมแต่งงานกับเธอ ต่อให้ผมมีลูกกับเธอ ใจของผมก็ยังอยู่ที่หน้าผานี้กับคุณ… เธอเลยอยากจะทำลายคุณ เพื่อให้ผมไม่เหลือที่ให้กลับไปอีก!”
อีธานดึงร่างของลีน่าเข้ามาปะทะอกของเขาอย่างแรง จูบของเขานั้นดุเดือดและขมขื่นเหมือนรสชาติของความแค้น มันเป็จูบที่เต็มไปด้วยความโหยหาที่ถูกสะกดกั้นไว้มานับสิบปี ลีน่าพยายามจะผลักเขาออกในตอนแรก แต่ความอ่อนแอในใจกลับทำให้เธอกอดเขาตอบอย่างโหยหาไม่แพ้กัน
ท่ามกลางเสียงพายุและรสจูบที่แหลกสลาย ลีน่าไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาข้างหลัง
“แหม… ช่างเป็ฉากที่สวยงามกว่าที่ฉันจินตนาการไว้ในแผนการตลาดเสียอีก นะคะ”
เสียงหวานใสที่เยือกเย็นปานน้ำแข็งดังขึ้น ลีน่าและอีธานสะบัดตัวออกจากกันทันที
จูเลียน ยืนอยู่ตรงนั้น ถือร่มสีดำคันใหญ่ ใบหน้าที่เคยดูไร้เดียงสาบัดนี้ถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มของผู้ชนะที่เืเย็นที่สุดเท่าที่ลีน่าเคยเห็นมา
“ฉันลืมบอกไปค่ะคุณลีน่า” จูเลียนก้าวเข้ามาหาทั้งคู่ช้า ๆ “ในสัญญาที่อีธาน เซ็นไว้ มีข้อระบุชัดเจนว่าถ้าเขามีพฤติกรรม ‘เสื่อมเสีย’ หรือ ‘นอกใจ’ ก่อนงานแต่งงาน… หุ้นทั้งหมดของบริษัทเขา และที่ดินผืนนี้ รวมไปถึงบ้านที่คุณรักนักหนา จะตกเป็ของฉันเพียงผู้เดียวทันที และเขาจะไม่เหลือแม้แต่ชื่อเสียงให้หากินในวงการนี้อีกต่อไป”
จูเลียนชูโทรศัพท์มือถือขึ้นมา… หน้าจอกำลังบันทึกภาพวิดีโอของทั้งคู่เมื่อครู่นี้ไว้ได้อย่างชัดเจน
“ตอนนี้เรามาคุยเื่ ‘แผนการตลาด’ ของเราต่อดีไหมคะ?” จูเลียนถามพร้อมรอยยิ้ม “หรือคุณลีน่าอยากจะเห็นผู้ชายที่คุณรัก... ต้องกลายเป็คนพ่ายแพ้
อีกครั้งเพราะตัวคุณเอง?”
ลีน่ามองไปที่อีธานที่ยืนนิ่งอึ้ง หน้าซีดเผือด และมองไปที่จูเลียนที่ถือไพ่เหนือกว่าทุกใบ นี่ไม่ใช่แค่เื่ของคนรักเก่าเสียแล้ว แต่มันคือการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดในกรงขังที่ชื่อว่าความรัก