เมื่อหมิงชุนนีเห็นชัดว่าคนตรงหน้าคือหลานสาวเธอก็รีบคว้ามือไว้แน่นอย่างร้อนรน “จูจูป้าผิดไปแล้ว!”
“คุณป้า ไม่ต้องกลัวนะคะ เล่าให้ฟังหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้นใครเป็นคนทำร้ายป้าคะ?”
“สวี... สวีข่าย...”
หลังจากนั้นหมิงชุนนีก็เล่าเรื่องวกไปวนมาอยู่นาน หมิงจูจึงเข้าใจในที่สุด
ปรากฏว่าวันนี้ตอนที่หมิงชุนนีเลิกงาน สวีข่ายก็มาหาเธอกะทันหันและบอกเธอว่าเจียงตั่วเป็นคนหลอกลวง ให้หมิงชุนนีไปกับเขาเพื่อที่จะเปิดโปงธาตุแท้ของเจียงตั่ว
หมิงชุนนีถูกสวีข่ายลากตัวไปอย่างมึนงงแล้วก็มาถึงทางเล็กๆ แห่งนี้ เมื่อไม่เห็นใคร สวีข่ายก็เปิดเผยธาตุแท้ออกมาและบังคับถามว่าหมิงจูชงชาสมุนไพรเป็นหรือไม่ และส่วนผสมของชาสมุนไพรนั้นคืออะไร!
ตอนแรกหมิงชุนนีไม่ยอมพูดสวีข่ายจึงหมดความอดทน และลงมือทันที เขาใช้ความรุนแรงทำร้ายและข่มขู่เธอ
เธอกรีดร้องขณะถูกทุบตีในที่สุดก็กลัวมากจนขาดสติและเผลอบอกความจริงไป
เมื่อสวีข่ายจากไปหมิงชุนนีก็จำได้ว่าหมิงจูเคยกำชับไว้ ห้ามบอกเรื่องที่บ้านมีไท่สุ้ยกับคนนอกเพราะจะนำความเดือดร้อนมาให้
ดังนั้น...เธอจึงกลัวถูกหมิงจูตำหนิ และซ่อนตัวอยู่ที่นี่มาตลอด ไม่กล้ากลับบ้าน
เมื่อหมิงจูฟังจนจบเธอก็กอดหมิงชุนนีด้วยความสงสาร และลูบหลังเบาๆ เพื่อปลอบโยน“ป้าไม่ต้องกลัวนะคะ ป้าบอกเรื่องไท่สุ้ยไปแล้วก็ไม่เป็นไรค่ะหนูจะจัดการเอง แต่ถ้าป้าถูกรังแกแล้ว ห้ามซ่อนตัวอยู่ข้างนอกนะคะต้องจำไว้ว่าให้กลับบ้านแล้วรีบมาหาหนูทันที ป้ามีหลานสาวคอยหนุนหลังอยู่ รู้ไหมคะ?”
หมิงชุนนีได้ยินคำพูดนั้นก็อดร้องไห้ไม่ได้เธอคิดว่าจูจูจะตำหนิ เธออยู่ที่นี่มานานมากแล้ว และกลัวมากจริงๆ
แต่เหนือความคาดหมายจูจูไม่ตำหนิเธอเลย ซ้ำยังกอดและปลอบใจเธอด้วย
จูจูเปลี่ยนไปแล้วจูจูแบบนี้ทำไมถึงดีขนาดนี้นะ?
หมิงจูดึงหมิงชุนนีลุกขึ้นช่วยปัดเศษหญ้าที่ติดตัวเธอออก และปลอบใจว่า “เอาล่ะค่ะคุณป้าอย่าร้องไห้เลย ไปกับหนูเถอะ!”
หมิงชุนนีเห็นว่าหมิงจูจูงมือเธอเดินตรงไปกลางหมู่บ้านจึงถามอย่างงุนงง “จูจู เราจะไปไหนกัน?”
หมิงจูเดินเร็วมากดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความโกรธ “ไปหาคนเพื่อชำระบัญชีค่ะ!”
เธอจูงหมิงชุนนีไปถึงหน้าที่พักบัณฑิตแล้วตะโกนเสียงสุดเสียงเข้าไปข้างในว่า “สวีข่ายไอ้สารเลว! ออกมาเดี๋ยวนี้!”
เสียงอันดังของเธอไม่เพียงเรียกบัณฑิตหลายคนออกมาแต่ยังเรียกชาวบ้านที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงออกมาด้วย
ซึ่งในจำนวนนั้นก็มีบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านหมิงต้าโหย่วรวมอยู่ด้วย
สวีข่ายเห็นหมิงจูมาด้วยท่าทีดุดันและเห็นบาดแผลที่หน้าผากของหมิงชุนนี เขาก็อดประหม่าไม่ได้
เมื่อคืนเขาและบัณฑิตคนอื่นๆนั่งรับลมเย็นๆ ในหมู่บ้านและได้ยินหมิงต้าเฉิงพูดถึงเรื่องที่หมิงจูชงชาสมุนไพรได้สวีข่ายก็นึกถึงน้ำที่เขาเคยดื่มในวันนั้นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
เขาอยากรู้ว่าข้างในนั้นใส่อะไรลงไปกันแน่ทำไมถึงชงน้ำที่หวานชื่นใจขนาดนั้นได้
แต่พักหลังๆมานี้เขาค่อนข้างกลัวหมิงจู จึงได้คิดร้ายกับหมิงชุนนี
ตอนนี้สวีข่ายรู้แล้วว่าในน้ำนั้นมีไท่สุ้ยผสมอยู่เขาก็มีกำลังใจขึ้นมาบ้าง
เขาก้าวเข้าไปใกล้และลดเสียงลงพูดกับหมิงจูว่า “จูจูฉันรู้ความลับของเธอแล้ว เธอมาคุยกับฉันเป็นการส่วนตัวดีๆ เถอะบางทีถ้าคุยกันรู้เรื่อง ฉันอาจจะเก็บความลับให้ก็ได้”
“โอ้?” หมิงจูเหลือบมองเขาจากด้านข้าง เขาข่มขู่เธอช่างกล้าหาญ
“งั้นนายก็พูดมาสิ อยากจะคุยเรื่องอะไร?”
นอกฝูงชนหมิงเสี่ยวเจี๋ยเห็นหมิงจูและสวีข่ายอยู่ใกล้กันมาก เธอกับสวีข่ายสบตากันแล้วก็รีบถอยออกจากฝูงชน วิ่งตรงไปยังบ้านของหมิงจู...
หมิงจูไม่ทันสังเกตเห็นเรื่องเหล่านี้เธอได้ยินเพียงสวีข่ายข่มขู่ว่า “ฉันรู้ว่าเธอมีไท่สุ้ยอยู่ในมือถ้าคนในหมู่บ้านรู้เข้า พวกเขาต้องแย่งชิงกับเธอแน่อยากให้ฉันช่วยเก็บเป็นความลับก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้ เธอต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งไม่หย่ากับเจียงตั่วแล้วมาแต่งงานกับฉันก็ต้องแบ่งไท่สุ้ยให้ฉันชิ้นหนึ่ง”
ดวงตาของหมิงจูเย็นชาเขาคิดจะใช้ประโยชน์จากป้าของเธอ หาเรื่องตายซะแล้ว!
เธอยกมือขึ้นและตบหน้าสวีข่ายฉาดใหญ่!
ทันใดนั้นสวีข่ายก็หูอื้อ เขาก้าวถอยหลังหลายก้าว แล้วตะคอกกลับมาด้วยความโกรธ“หมิงจู เธอมีสิทธิ์อะไรมาตบฉัน!”
“เพราะแกมันไร้ยางอายน่ะสิ! ชาวบ้านในหมู่บ้านใครบ้างไม่รู้ว่าป้าของฉันกลัวผู้ชาย ทุกคนรู้ดีว่าควรหลีกเลี่ยงแต่แกที่เป็นบัณฑิตกลับวิ่งโร่มารังแก!”
เธอพูดพร้อมกับก้าวเข้าไปหาจะตบสวีข่ายอีกครั้ง สวีข่ายเห็นท่าไม่ดีก็รีบหลบ แต่ไม่คิดว่าหมิงจูจะแค่หลอกล่อแล้วยกเท้าเตะไปที่หัวเข่าของชายหนุ่มอย่างแรง!
“โอ๊ย!” สวีข่ายไม่ทันระวัง เขาล้มลงไปกองกับพื้น
เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะเยาะจากรอบข้างเขาก็โมโหแล้วพูดว่า “หมิงจูเธอกล้าทำร้ายบัณฑิตได้ยังไง เชื่อไหมว่าฉัน...”
หมิงจูรู้ว่าเขาอยากจะพูดอะไรจึงขัดจังหวะทันที “นายไปแจ้งความเลยสิ!ฉันก็จะแจ้งความนายด้วยเหมือนกัน เป็นบัณฑิตแท้ๆกลับทำร้ายชาวบ้านในหมู่บ้านเสี่ยวจิ่ง!”
สวีข่ายแก้ตัวทันที“ใครทำร้ายป้าเธอ? อย่าใส่ร้ายวันนี้ฉันไม่เจอเธอเลย!”
หมิงจูเลิกคิ้วเล็กน้อยไม่ยอมรับอย่างนั้นหรือ?
หึงั้นก็ใช้การไม่ยอมรับนี่แหละจัดการเขา!
“สวีข่าย นายไม่มียางอายหรือไง? เมื่อก่อนฉันเห็นว่านายน่าสงสารเอาของกินกับเครื่องดื่มไปให้แม้แต่ไท่สุ้ยล้ำค่าที่ฉันขุดได้ก็ยังแบ่งให้นายตั้งครึ่งหนึ่งแต่นายตอบแทนฉันยังไง? ใส่ร้ายว่าฉันชอบนายทำลายชื่อเสียงของฉัน แถมยังทำร้ายป้าของฉันอีกนายนี่มันไม่รู้จักบุญคุณเอาเสียเลย!”
ได้ยินข้อกล่าวหาเหล่านี้สวีข่ายก็อึ้งไปเลย!
ตอนนี้เขาต่างหากที่รู้ความลับของเธอมีอำนาจต่อรองอยู่ในมือแท้ๆ แต่เขาไม่คิดเลยว่าหมิงจูจะ...
เล่นซะเขาตั้งตัวไม่ติดเลย!
หมิงต้าโหย่วที่กำลังดูเรื่องทะเลาะเบาะแว้งตรงหน้าอยู่ได้ยินคำว่าไท่สุ้ย พลันเบิกตากว้างทันที และถามขึ้นว่า“ไท่สุ้ยอะไร? หมิงจู เธอได้ไท่สุ้ยมาจากไหน?ของที่ขุดได้ในหมู่บ้านเป็นของส่วนรวมเธอไม่มีสิทธิ์ครอบครองไว้คนเดียว!”
หมิงจูพูดอย่างใจเย็น“หัวหน้าหมู่บ้าน คุณคิดมากไปแล้วค่ะไท่สุ้ยของหนูขุดได้จากใต้ต้นหวายที่ตายแล้วหลังบ้าน ที่ดินเป็นของบ้านหนูต้นหวายปู่ของหนูเป็นคนปลูก ดังนั้นไท่สุ้ยก็เป็นของหนูโดยปริยายค่ะ!”
หมิงต้าโหย่วฟังแล้วก็ขมวดคิ้วแน่น“พวกเราจะเชื่อเธอได้ยังไง?”
“ไม่เชื่อก็ไปดูสิคะ รูที่วางไท่สุ้ยใต้ต้นหวายยังอยู่เลยค่ะมีเมือกเหนียวๆ ติดอยู่เยอะเลย แถมยังทำความสะอาดไม่หมดด้วย”
หมิงต้าโหย่วอึ้งไปชั่วขณะถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ของชิ้นนั้นก็เป็นของเธอ...
เขารู้สึกรำคาญใจทำไมยัยหมิงจูตัวร้ายคนนี้ถึงได้โชคดีนัก?
ไท่สุ้ยล้ำค่าขนาดนั้นยังขุดได้จากที่ดินของตัวเอง?
ได้ยินว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนเธอขึ้นเขาไปจับกระต่ายได้ด้วย...
ไม่เขาจะยอมให้หมิงจูครอบครองของดีๆ มากมายขนาดนี้ไม่ได้เด็ดขาด!
หมิงต้าโหย่วมองไปที่ชาวบ้านรอบๆและแกล้งทำหน้าเสียใจ “หมิงจูเธอนี่ก็จริงๆ นะของล้ำค่าขนาดนี้ ทำไมถึงให้คนนอกไปง่ายๆ อย่างนั้นล่ะ? ทำไมล่ะชาวบ้านกับเพื่อนบ้านในหมู่บ้านนี้เธอไม่เคยเห็นหัวบ้างเลยหรือ?”
หมิงจูฟังคำพูดที่เสแสร้งนี้แล้วก็รู้สึกว่าน่าขันพวกนี้เก่งเรื่องการใช้ศีลธรรมมาผูกมัดคนเหลือเกินนะ!
“เห็นสิคะ หนูไม่ได้ตาบอดนี่ แต่ชาวบ้านพวกนี้ก็มีแต่คนรังเกียจหนูไม่ก็เอาแต่เยาะเย้ยและใส่ร้ายหนูอยู่ข้างหลังหนูอยากให้ก็ไม่มีใครอยากได้หรอกค่ะ! ตอนนั้นสวีข่ายถือว่าหนูเป็นเพื่อนหนูก็นับถือว่าเขาเป็นพี่ชายอย่างจริงใจ เห็นเขาร่างกายอ่อนแอ เลยแบ่งให้เขาตั้งครึ่งหนึ่งไม่คิดเลยว่า... เฮ้อ! สุดท้ายหนูก็มองคนผิดเขาเองก็เป็นคนไม่รู้จักบุญคุณด้วยเหมือนกัน”
“เธอพูดเหลวไหล!” สวีข่ายร้อนใจ กระทืบเท้าด่าทอ“หัวหน้าหมู่บ้าน อย่าไปฟังเธอพูดโกหกเลยครับผมไม่เคยเห็นไท่สุ้ยอะไรนั่นเลย!ผมก็เพิ่งจะมารู้ว่าบ้านเธอมีไท่สุ้ยตอนที่ไปบังคับถามหมิงชุนนีวันนี้นี่แหละ!”
ทันทีที่เขาพูดจบเพิ่งรู้ตัวว่าเมื่อกี้เขาพูดไปว่าวันนี้ไม่เคยเจอหมิงชุนนี...
ให้ตายสินี่มันกับดัก!
สวีข่ายกำลังจะแก้ตัวอีกครั้งแต่หมิงจูไม่เปิดโอกาสให้โกหกได้อีก เธอยกเท้าขึ้นมาถีบที่หน้าอกของเขาอย่างจังทำให้เขาล้มลงไปกองกับพื้น!
ในเวลาเดียวกันเจียงตั่วและเฉียวปินก็ผลักฝูงชนเข้ามาพอดี และเห็นฉากนี้เข้าเต็มๆ ตา...
เฉียวปินหันไปมองหมิงเสี่ยวเจี๋ยที่เรียกพวกเขามาแล้วถามกลับไปด้วยความงุนงง “นี่เหรอเรื่องที่เธอบอกว่าพี่สะใภ้ของฉันกำลังนัดพบกับสวีข่าย?”