มีนาลอบมองเสี้ยวหน้าของซาอิดที่กำลังก้มลงทำงานอยู่เป็ครั้งแรกที่หญิงสาวได้เห็นความเกรี้ยวกราดของพี่ชาย เพราะเมื่อครั้งที่เจอกันครั้งแรกได้เห็นเพียงความเ็าแต่พอสนิทสนมกันขึ้นเขาก็มีเพียงความอ่อนโยนอบอุ่นให้เธอเท่านั้น
มีนาพอจะรู้เื่ราวของครอบครัวนี้มาบ้างจากปากของมารดาแต่ก็ไม่คิดว่าเื่นี้จะฝังใจสร้างความเ็ปให้พี่ชายเธอถึงขนาดนี้
แววตาที่แสนอบอุ่นเสมอของซาอิดบัดนี้มีแต่ความเศร้าโศกและเจ็บช้ำอย่างน่าสงสารถ้าจะขอให้เขาลืมคงเป็ไปไม่ได้เพราะมันฝังใจไปแล้ว
ในเมื่ออดีตแก้ไขไม่ได้ก็ต้องทำปัจจุบันและอนาคตให้ดีที่สุดซึ่งเธอกับครอบครัวสามารถสร้างความสุขให้เขาได้ และมันจะเป็เช่นนั้นตลอดไปตราบนานแสนนาน
เธอขอสาบาน!
ท่านหญิงฮานีฟานิ่งอึ้งมือกำหูโทรศัพท์แน่น ใบหน้าหวานซีดเผือดลงหลังจากได้ฟังสิ่งที่คนปลายสายพูดมือข้างที่ถือหูโทรศัพท์อยู่ค่อยๆ ลดลงจนวางอยู่บนตักของตนเอง
ตอนนี้คนทางปลายสายพูดอะไรต่อนั้น หญิงสาวไม่สามารถรับรู้ได้อีกแล้วเพราะตอนนี้ในหัวสมองของเธอมีแต่ประโยคที่ว่า
“พี่ซาอิดกลับมาแล้วค่ะพี่ฮานีฟาแต่เขาไม่ได้กลับมาคนเดียวนะคะ เขาพาผู้หญิงต่างชาติมาด้วยแถมยังประกาศว่าจะแต่งงานกับมันอีกพี่ซาอิดบ้าไปแล้วค่ะ จีน่าห้ามเท่าไรก็ไม่ฟัง พี่ฮานีฟาช่วยพูดให้ทีเถอะนะคะจีน่ากับคุณแม่จนปัญญาเพราะไม่รู้จะทำยังไงต่อดีแล้ว”
อามินะเงยหน้าจากงานที่ทำอยู่คิ้วบางเข้มขมวดเล็กน้อยเมื่อเห็นนายสาวนิ่งเงียบไป แถมหูโทรศัพท์ก็วางอยู่บนตักหญิงสาวเริ่มรับรู้ว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับท่านหญิงฮานีฟาจึงรีบวางงานที่ทำอยู่แล้วเดินเข่าเข้าไปนั่งลงใกล้ๆ นายสาว พอเห็นสีหน้าซีดเผือดเท่านั้นก็ใก่อนละล่ำละลักถามด้วยความเป็ห่วง
“ท่านหญิงคะ ท่านหญิงเป็อะไรหรือเปล่าคะ” เมื่อเห็นนายสาวยังนิ่งไม่ตอบ จึงตัดสินใจวางมือลงบนท่อนแขนเนียนแล้วเขย่าเบาๆ“ท่านหญิงคะ ท่านหญิงฮานีฟา”
“อะ...อะไรหรืออามินะ”ฮานีฟารู้สึกตัวก็เอ่ยถามออกมาพร้อมกับก้มมองนางกำนัลคนสนิท
“ท่านหญิงเป็อะไรไปหรือคะดิฉันเห็นท่านหญิงนิ่งเงียบไปแถมยังหน้าซีดอีกด้วย”
“ระ...เหรอ” ท่านหญิงยกมือขึ้นลูบหน้าตนเอง“เราไม่ได้เป็อะไรหรอกอามินะแค่...คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยน่ะ” ฮานีฟาตอบ พลางก้มลงมองโทรศัพท์บ้านไร้สายที่อยู่ในมือของตนเองแล้วจู่ๆ หยาดน้ำตาก็เอ่อคลอดวงตาคู่งามเมื่อคิดถึงเื่ที่จีน่าพูด ซึ่งเธอนึกอยากให้มันเป็แค่เื่โกหกเหลือเกิน
“เดี๋ยวเราจะไปนั่งเล่นที่สวนดอกไม้นะอามินะเพียงลำพังเท่านั้น” หญิงสาวเน้นประโยคท้ายเมื่อเห็นอามินะทำท่าจะลุกขึ้นตาม ตอนนี้เธออยากอยู่คนเดียวไม่อยากพบใครทั้งนั้น เพราะเธอ้าความสงบเพื่อคิดอะไรบางอย่าง
“ค่ะ” อามินะรับคำเสียงแ่ พลางมองตามหลังนายสาวไปด้วยความเป็ห่วง
เมื่อได้อยู่ตามลำพังอย่างที่้าแล้วหยาดน้ำตาที่พยายามกักเก็บไว้ก็ถูกปลดปล่อยออกมาทันที ท่านหญิงฮานีฟายกมือขึ้นปิดปากตนเองไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เสียงสะอื้นดังไปมากกว่านี้
ไหล่บอบบางสั่นเทิ้ม ดวงตาคู่งามเปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำใสหัวใจของหญิงสาวตอนนี้แตกสลาย จนสร้างความเ็ปให้เหลือแสนความฝันพังทลายลงไม่มีชิ้นดีเพราะชายที่เธอเฝ้าหลงรักมานาน บัดนี้มีผู้เป็เ้าของเสียแล้ว
ไม่นึกเลยว่าสิ่งที่เธอนึกกลัวมาตลอดจะเกิดขึ้นจนได้แต่มันเร็วเกินไปไหมแถมยังไม่มีลางบอกอะไรให้รู้เลยว่าเขามีใครในหัวใจแล้วเธอไม่เคยรับรู้เลยว่าเขารักผู้หญิงคนอื่น แต่จู่ๆ เขาก็มาประกาศว่าจะแต่งงาน มันจะเป็ไปได้อย่างไรกันเธอไม่อยากเชื่อทว่าก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จีน่าจะต้องมาโกหกกัน
ฮานีฟาร้องไห้ปิ่มใจจะขาดหัวใจเหมือนถูกบีบอย่างแรงจนแทบทนไม่ไหว เธอรู้สึกอ้างว้างและเหน็บหนาวราวกับโลกนี้มีเธออยู่เพียงลำพังเท่านั้นหญิงสาวร่ำไห้ด้วยความปวดใจแล้วเหตุการณ์ต่างๆ ระหว่างเธอกับซาอิดก็ผุดขึ้นมาในความทรงจำเป็ฉากๆ
วันที่เธอ...ร้องไห้เพราะกระต่ายตัวน้อยตาย มีอ้อมแขนของเขาโอบรัดและคอยเอ่ยปลอบใจจนเธอคลายเศร้า
วันที่เธอ...ดีใจเพราะจบการศึกษา มีรอยยิ้มอันอบอุ่นของเขาและดอกกุหลาบช่อใหญ่มาร่วมแสดงความยินดีด้วย
วันที่เธอ...เหงาก็จะมีเขาคอยอยู่เคียงข้างให้อุ่นใจทำให้โลกสดใสมีสีสันและมีความสุข
ซาอิดคอยอยู่ข้างเธอเสมอไม่ว่าสุขทุกข์หรือเหงาจนบางทีฮานีฟานึกว่าเขาเป็ส่วนหนึ่งในชีวิตของตนเองไปแล้ว เมื่อเธอ้าเขาก็จะมาหาทันทีแต่ตอนนี้มันจะไม่มีแบบนั้นอีกแล้วใช่ไหมเขาจะไม่สามารถอยู่เคียงข้างเธอได้อีกแล้วใช่หรือเปล่า เพราะเขามีคนที่รักและต้องดูแลมากกว่าเธอแล้ว
ท่านหญิงฮานีฟาคิดอย่างเจ็บช้ำ และรู้ซึ้งแล้วว่าการอกหักมันเ็ปแบบนี้เองหญิงสาวยกมือขึ้นปิดหน้าแล้วร้องไห้สะอึกสะอื้นราวกับจะขาดใจ
จึงไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนเดินมายืนอยู่ตรงหน้าซึ่งกว่าจะรู้ตัวก็เมื่อมีมือหนักๆ วางลงบนไหล่ทั้งสองข้างของเธอ พอเงยหน้าขึ้นมองท่านหญิงก็ผวาเข้ากอดคนตรงหน้าอย่าง้ากำลังใจทันที
ชีคฮาคิมใกับอาการของน้องสาวแต่ก็กอดตอบและลูบแผ่นหลังน้องเบาๆ เพื่อปลอบโยน โดยยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอแต่ที่เขามาที่นี่ก็เพราะอามินะไปบอกว่าฮานีฟามีท่าทางแปลกๆไปหลังจากได้รับโทรศัพท์จากจีน่า
‘จีน่าโทรมาเื่อะไร ถึงทำให้ฮานีฟาร้องไห้หนักถึงเพียงนี้’
ชีคหนุ่มสงสัยแต่ยังไม่เอ่ยถามใดๆรอจนเสียงสะอื้นจางหายจึงดันร่างบางออกเพื่อมองหน้าพอเห็นใบหน้างามเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาจึงล้วงผ้าเช็ดหน้าที่เธอเป็คนทำให้ออกมาบรรจงเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน เมื่อเรียบร้อยแล้วจึงเอ่ยถามสิ่งที่้ารู้ทันที
“ทำไมน้องถึงร้องไห้หนักขนาดนี้ ใครทำอะไรให้น้องพี่ไม่พอใจหรือ”
ท่านหญิงฮานีฟาก้มหน้างุดน้ำตาที่แห้งเหือดเริ่มเอ่อคลอดวงตางามอีกครั้ง จนชายหนุ่มต้องเชยคางมนให้เงยหน้าขึ้นมามองกัน
“ร้องไห้อีกแล้ว มีเื่อะไรให้เสียใจนักหนา บอกพี่สิจ๊ะจีน่าโทรมาพูดอะไรกับน้องกัน”
“พี่ฮาคิมรู้ได้ยังไงคะ”
“อามินะบอกพี่น่ะสิเธอบอกว่าพอน้องรับโทรศัพท์จากจีน่าก็มีท่าทางผิดปกติไป พี่ก็เลยต้องรีบมาดูและก็เป็จริงทำไมน้องต้องร้องไห้ด้วยล่ะฮานีฟา เกิดอะไรขึ้นกันแน่”
“พี่ซาอิด...” พูดได้แค่นั้นหญิงสาวก็ร้องไห้ออกมาอีก
“ทำไม ซาอิดเป็อะไรงั้นเหรอ” ชีคหนุ่มถามอย่างร้อนรนเพราะกลัวว่าเพื่อนจะได้รับอันตรายอะไร แต่พอเห็นน้องสาวส่ายหน้าก็ถอนใจด้วยความโล่งใจก่อนจะเอ็ดอย่างไม่จริงจังนัก “ไม่เป็อะไรแล้วจะร้องไห้ทำไมกันฮึ”
“พี่ซาอิดจะแต่งงานค่ะ”ฮานีฟาบอกเสียงเครือ
“อะไรนะ!” ชายหนุ่มใจริงๆเพราะไม่เคยได้ยินเื่นี้จากปากเพื่อนรักมาก่อนเลย “เป็ไปไม่ได้หรอกมันต้องมีเื่เข้าใจผิดแน่ ซาอิดไม่เคยพูดเื่นี้กับพี่เลยนะ”
“แต่จีน่าโทรมาบอกเองเลยนะคะ เธอบอกว่าพี่ซาอิดประกาศจะแต่งงานกับผู้หญิงต่างชาติที่พากลับมาด้วยจีน่ากับคุณน้ามีล่าห้ามเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง”
แล้วเธอก็เล่ารายละเอียดให้พี่ชายฟังทั้งหมดหญิงสาวนั้นไม่ได้ไม่เห็นด้วยหรือคิดจะห้ามปรามอะไรเกี่ยวกับเื่นี้เพราะเธอคิดอยู่เสมอว่าความรักเป็สิ่งที่ห้ามกันไม่ได้ แต่ที่เธอมานั่งร้องไห้เพราะเสียใจที่เขาจะแต่งงานต่างหาก
“กับผู้หญิงต่างชาติงั้นเหรอ”ถึงข่าวนี้จะมาจากจีน่าแต่ชีคฮาคิมก็ยังไม่เชื่ออยู่ดีเพราะซาอิดไม่เคยพูดถึงเื่นี้แม้แต่น้อย มันเป็ไปไม่ได้หรอก ที่แค่ไปเมืองไทยเพียงสามสี่วันแล้วจะพบผู้หญิงที่รักมากจนถึงขั้นแต่งงานด้วย“มันต้องมีเื่เข้าใจผิดกันแน่ ซาอิดไปเมืองไทยแค่สามสี่วันเองนะจะไปรักผู้หญิงคนไหนถึงขั้นแต่งงานได้ล่ะ”
“เขาอาจรักกันมานานแล้วก็ได้นะคะไม่งั้นพี่ซาอิดจะไปเมืองไทยบ่อยๆ หรือคะ” ฮานีฟาสันนิษฐานอย่างปวดใจเธอคิดเสมอว่าที่ซาอิดไปเมืองไทยทุกครั้งเพราะคิดถึงครอบครัวที่นั่น โดยไม่เคยเอะใจเลยว่าเขาอาจมีคนรักอยู่ที่นั่นด้วยก็ได้
ชีคหนุ่มดึงร่างบางเข้ามากอดปลอบเพราะรู้ดีว่าฮานีฟารู้สึกเช่นไรกับซาอิดน้องสาวของเขารักซาอิดมานานหลายปีแล้ว ชายหนุ่มยังคิดเลยว่าวันหนึ่งทั้งสองคนอาจจะได้แต่งงานกันเนื่องจากเพื่อนเขานั้นก็ไม่ได้มีใคร แถมยังมีทีท่าห่วงใยฮานีฟาเป็พิเศษอีกด้วยคิดแล้วก็อดโมโหไม่ได้ที่เพื่อนรักทำแบบนี้ แต่พอมาคิดอีกทีเขาก็ไม่ควรโกรธเพราะไม่รู้แน่ชัดว่าซาอิดคิดยังไงกับฮานีฟากันแน่
“น้องรักซาอิดใช่ไหม” ถึงแม้เขาจะรู้แต่ก็อยากได้ยินจากปากน้องสาวตรงๆท่านหญิงฟังแล้วก็นิ่งอึ้งก่อนจะยอมรับด้วยหัวใจที่ปวดร้าว
“ค่ะ น้องรักพี่ซาอิด...รักมานานแล้ว”
“โธ่...น้องพี่”ชีคฮาคิมกอดน้องรักแน่นขึ้นกว่าเดิมด้วยความสงสาร สภาพของฮานีฟาตอนนี้ทำให้ชายหนุ่มคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่างเสียแล้วเพราะยังไงก็ยังไม่เชื่อว่าซาอิดจะแต่งงานอยู่ดี เขาต้องได้ยินเื่นี้จากปากเพื่อนเสียก่อนเขาถึงจะเชื่อ
คิดได้ดังนั้นชีคหนุ่มก็ฉุดให้น้องสาวลุกขึ้นยืนก่อนจะจับจูงมือพาเดินออกไปจากที่ตรงนั้น ซึ่งฮานีฟาก็เดินตามด้วยความสงสัยว่าพี่ชายจะพาไปไหนแต่ก็ไม่ถามอะไรออกมา
ซาอิด ฮับฟารานยิ้มแย้มด้วยความยินดี เมื่อสาวใช้มารายงานว่าชีคฮาคิมกับท่านหญิงฮานีฟามาหาชายหนุ่มทิ้งงานที่ทำอยู่แล้วรีบเดินออกจากห้องทำงานไปยังห้องรับแขก ซึ่งทันทีที่ไปถึงเขาก็เอ่ยทักทายบุคคลทั้งสองอย่างสนิทสนมเพราะเป็เพื่อนเล่นกันมาั้แ่เด็ก
“สบายดีนะฮาคิม ฮานีฟา”
“พวกเราสบายดี นายล่ะเป็ไงบ้างหมู่นี้ไม่ค่อยไปที่บ้านบ้างเลยนะ” ชีคฮาคิมเอ่ยถามพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องโถงใหญ่ที่ใช้รับแขกเพื่อหาเป้าหมายที่้าเจอ
“ฉันสบายดี พอดี่นี้งานที่บริษัทยุ่งมาก แล้วฉันก็มีแผนงานที่จะลงทุนกับคุณอาหมัดด้วยก็เลยไม่ค่อยว่างเท่าไหร่”
“อาหมัดเ้าของโรงแรม...น่ะหรือ” ชีคหนุ่มเอ่ยชื่อโรงแรมขนาดใหญ่สุดหรูของอัสมานวาร์และในอีกหลายๆ ประเทศ
“ใช่ คือคุณอาหมัด้าขยายสาขาออกไปอีกเขาเห็นฉันสนใจธุรกิจนี้ก็เลยชวนให้ลงทุนร่วมกันตอนนี้ฉันก็เลยต้องศึกษางานทางด้านนี้ให้มากขึ้น”
“ก็น่าสนใจดีนะ”ชีคฮาคิมเริ่มสนใจบ้าง สองหนุ่มจึงเริ่มสนทนากันถึงเื่นี้อย่างจริงจังทำให้ท่านหญิงฮานีฟาได้แต่นั่งอมยิ้มนิดๆด้วยเดาไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะต้องลงเอยแบบนี้ เพราะทุกครั้งที่ทั้งสองเจอกันก็มักจะคุยถึงเื่งานเป็หลักเรียกได้ว่าบ้างานด้วยกันทั้งคู่ก็ว่าได้
สุดท้ายชีคฮาคิมก็สนใจที่จะร่วมลงทุนด้วยแต่อยากจะทราบรายละเอียดมากกว่านี้ซาอิดจึงบอกว่าได้นัดอาหมัดคุยถึงรายละเอียดของโครงการนี้ในวันอาทิตย์หน้าแล้ว
“ฮานีฟาเป็อะไรหรือเปล่า ดูท่าทางซึมๆ ไปนะจ๊ะ”ซาอิดเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนระคนห่วงใย เพราะถึงแม้เขาจะคุยอยู่กับชีคฮาคิมแต่ก็คอยมองเธอเป็ระยะๆเหมือนกัน จึงสังเกตได้ถึงท่าทางซึมเศร้าของเธอ
ฮานีฟากัดริมฝีปากแน่นนึกอยากจะร้องไห้ขึ้นมาอีกเมื่อได้ฟังน้ำเสียงอ่อนโยนแฝงไว้ด้วยความห่วงใยของเขา
“น้องไม่เป็อะไรหรอกค่ะพี่ซาอิด” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มบางๆ ให้ “แค่รู้สึกปวดหัวนิดหน่อยเท่านั้นค่ะ”
“ปวดหัวแล้วมาทำไม น้องน่าจะอยู่นอนพักผ่อนมากกว่านะนายเองก็ไม่ดูแลน้องสาวตัวเองเลยนะฮาคิม”ประโยคท้ายซาอิดหันไปต่อว่าเพื่อน ถึงแม้อีกฝ่ายจะมีตำแหน่งและอำนาจสูงกว่าแต่เขาก็ไม่เคยคิดกลัวเกรง
ชีคฮาคิมยิ้มเครียดอ้าปากหมายจะถามถึงเื่การแต่งงาน แต่กลับถูกจีน่าเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน
“พี่ฮาคิม” หญิงสาวแสดงอาการดีใจอย่างเห็นได้ชัดที่เห็นเขาพร้อมกับวิ่งถลาเข้ามานั่งเกาะแขนชายหนุ่มไว้ ส่วนมีล่าที่เดินตามหลังมาก็เดินแยกไปนั่งยังโซฟาอีกตัวแทน “พี่ฮาคิมมานานแล้วหรือคะ พอดีเลย อยู่ทานข้าวเย็นกับพวกเราก่อนนะคะอ้อ...พี่ฮานีฟาด้วยนะคะ” จีน่าหันไปพูดกับท่านหญิงฮานีฟาด้วยเสียงแจ่มใส
“ก็ดีเหมือนกันนะ ไม่ได้มาทานข้าวที่บ้านนี้นานแล้ว” ชีคฮาคิมตอบตกลงสร้างความยินดีให้จีน่ายิ่งนักก่อนเขาจะหันไปถามเพื่อนรัก “ว่าแต่นายจะอนุญาตไหมซาอิด”
“พูดอะไรอย่างนั้นล่ะ ความจริงฉันก็ตั้งใจว่าจะชวนนายกับฮานีฟาอยู่ทานข้าวด้วยกันอยู่แล้ว” ซาอิดตอบเพื่อนก่อนหันไปพูดกับฮานีฟา “อยู่ทานข้าวด้วยกันนะฮานีฟา”
“ค่ะ” ท่านหญิงฮานีฟาจำต้องรับคำการสนทนายังคงดำเนินต่อไปจนกระทั่งสายตาของชีคฮาคิมเหลือบไปเห็นหญิงสาวคนหนึ่งเข้า
ทุกคนมองตามสายตาเขาไปท่านหญิงฮานีฟากำมือที่ประสานกันไว้บนตักแน่น พลางจ้องหญิงสาวผู้มาใหม่ตาไม่กะพริบก่อนหยาดน้ำใสจะเริ่มเอ่ยคลอดวงตาคู่งาม เมื่อเห็นซาอิดส่งยิ้มหวานให้อีกฝ่ายก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหาผู้หญิงคนนั้นแล้วจูงมือพาเดินมายังที่พวกเธอนั่งอยู่อย่างสนิทสนม
มีล่ากับจีน่าหน้าตึงและแสดงอาการไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัดสายตานั้นแสดงความรังเกียจอย่างชัดเจน ในขณะที่ชีคฮาคิมนั้นอ้าปากค้าง นิ่งอึ้งไปหลายวินาทีเพราะจดจำผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าได้ดี
‘แม่คนตัวหอมของเขา’
ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่กันชายหนุ่มรู้สึกงุนงงก่อนจะเริ่มเข้าใจทุกอย่าง ความผิดหวังอย่างรุนแรงจึงเกิดขึ้นในใจเมื่อรู้ว่าผู้หญิงตรงหน้าเป็คนที่เพื่อนเขารักและจะแต่งงานด้วย เพราะนับจากนี้ไปเขาจะไม่มีวันได้เธออีกต่อไป
ใช่แต่ชีคฮาคิมคนเดียวเสียเมื่อไหร่ที่จำได้มีนาเองก็จำชายหนุ่มได้เช่นกัน หญิงสาวไม่คิดเลยว่าโลกจะกลมได้ถึงเพียงนี้ถึงได้มาเจอกับ ‘ไอ้โรคจิต’ ที่ลวนลามเธอที่สนามบินเข้าอีกครั้งและด้วยความใเธอจึงยกมือขึ้นชี้หน้าเขาแล้วร้องลั่น
“ไอ้โรคจิต!”
ซาอิดใกับคำพูดของน้องสาวในขณะที่คนอื่นๆ ต่างงุนงงเพราะฟังไม่ออกว่าเธอพูดอะไร
“ทำไมพูดแบบนี้ล่ะมีน”ซาอิดจับมือน้องสาวลงก่อนจะเอ่ยขอโทษเพื่อนรัก “ฉันขอโทษด้วยนะฮาคิมคือ...” พูดไม่ทันจบมีนาก็เอ่ยขัดอย่างหัวเสีย
“พี่ซาอิดจะไปขอโทษมันทำไมพี่ต้องเล่นงานมันให้มีนต่างหากล่ะผู้ชายคนนี้แหละคือไอ้โรคจิตที่มีนเล่าให้พี่ฟังตอนอยู่สนามบินไง”
คราวนี้ทุกสายตาจับจ้องไปทางชีคฮาคิมเพราะมีนาพูดเป็ภาษาอังกฤษอย่างชัดถ้อยชัดคำเลยทีเดียวชีคหนุ่มยังคงนั่งนิ่งไม่สนใจสายตาของใคร เพราะตอนนี้ใจและสายตาของเขาจับจ้องที่มีนาคนเดียวเท่านั้นชายหนุ่มมองทั่วร่างระหงที่งามสมส่วน จนมาหยุดที่ดวงหน้าหวานซึ่งติดตราตรึงใจเขาั้แ่แรกที่เห็นเขามองริมฝีปากจิ้มลิ้มของเธอพลางนึกอยากจะลิ้มลองนักว่าจะหวานสักแค่ไหน
ชีคฮาคิมกดความ้าไว้ และพยายามเตือนสติตนเองว่าเธอเป็ของเพื่อนชายหนุ่มหลุบเปลือกตาลงซ่อนประกายตาปรารถนาเอาไว้เพราะไม่้าให้เพื่อนรักขุ่นเคืองใจเขาไม่อยากให้มิตรภาพอันยาวนานมาจบลงเพราะผู้หญิงเพียงคนเดียว
“พี่ว่า..เอ่อ..มีนอาจจำคนผิดหรือเปล่า” ซาอิดเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจนัก เพราะเขาไม่คิดว่าชีคฮาคิมจะทำแบบนั้นแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เชื่อคำพูดของน้องสาวเพียงแต่คิดว่าอาจจะเป็เื่เข้าใจผิดกันก็ได้
“ไม่ผิดค่ะ มีนจำได้แม่น”มีนายืนยันเสียงแข็ง
“นี่เธอ! บ้าไปแล้วหรือไงถึงได้มาแสดงกิริยาต่ำๆกับพี่ฮาคิมแบบนี้ รู้ไหมว่าพี่ฮาคิมเป็ใคร” จีน่าตะคอกใส่อย่างหมดความอดทน
“เอ่อ...น้องว่านั่งลงก่อน แล้วค่อยพูดค่อยจากันดีกว่านะคะ” ท่านหญิงฮานีฟาบอก หญิงสาวค่อนข้างใที่จู่ๆ พี่ชายก็ถูกกล่าวหาว่าเป็คนโรคจิตซาอิดพยักหน้าเห็นด้วยก่อนดึงแขนน้องสาวให้นั่งลงข้างๆ แล้วเริ่มสอบถามข้อเท็จจริง
“เอาล่ะ ไหนเล่าเหตุการณ์ในวันนั้นให้พี่ฟังอีกทีซิ”
มีนาเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่สนามบินให้ฟังโดยพูดเป็ภาษาอังกฤษเพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจ และอยากให้คนทำรู้สึกละอายใจด้วยแต่ดูเหมือนจะไร้ผลเพราะชีคฮาคิมยังนั่งนิ่งไม่พูดอะไรสักคำแม้แต่คำว่าขอโทษ ส่วนท่านหญิงฮานีฟาพอได้ฟังก็หันไปมองพี่ชายด้วยสายตาตำหนิ
“พี่ฮาคิมมีอะไรจะแก้ตัวไหมคะ”
“พี่ก็แค่ช่วยพยุงเธอไว้ไม่ให้ล้มก็เท่านั้น” ชีคหนุ่มยักไหล่และเลือกตอบแบบกลางๆ แต่ไม่ใช่ว่าเขาไม่กล้าพูดความจริงว่าที่ทำไปเพราะอยากกอดเธอหรอกนะทว่าหากพูดความจริงไปแล้วต้องผิดใจกับเพื่อนรักล่ะก็เขาสู้ยอมเป็คนโกหกเสียดีกว่าคราวนี้ก็อยู่ที่ซาอิดแล้วว่าจะตัดสินใจกับเื่นี้อย่างไร
“โกหก!” มีนาแหวใส่อย่างเหลืออดเธอไม่คิดเลยว่าคนตรงหน้าจะไม่ใช่ลูกผู้ชายแบบนี้ ซาอิดมองหน้าน้องสาวสลับกับเพื่อนรักไปมาดูเหตุการณ์แล้วท่าจะบานปลายใหญ่โต เพราะรู้จักนิสัยน้องสาวดีว่าไม่มีทางยอมง่ายๆแน่ แต่จะให้เขาทำเช่นไรในเมื่อชีคฮาคิมก็บอกแล้วว่าแค่ช่วยพยุงเท่านั้นชายหนุ่มถอนใจแรงๆ ก่อนจะตัดสินออกมา
“เอาล่ะ เื่นี้ขอให้ยุติเพียงเท่านี้แล้วกันนะเพราะมันเป็เื่เข้าใจผิดกันเท่านั้น”
“เข้าใจผิดเหรอคะ”มีนาถามเสียงสูงพลางมองพี่ชายอย่างไม่พอใจ ซาอิดรับรู้ถึงอารมณ์โกรธของน้องสาวได้ดีจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเอาอกเอาใจ
“เอาน่ามีน เชื่อพี่เถอะนะจ๊ะมันคงเป็เื่เข้าใจผิดกันจริงๆ ชีคฮาคิมน่ะเป็เพื่อนสนิทของพี่เอง แถมยังเป็ชีคผู้ปกครองรัฐอัสมานด้วยคงไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอกเื่แบบนี้มันเข้าใจผิดกันได้”
หญิงสาวฮึดฮัดขัดใจ นึกอยากแย้งคำพี่ชายนักว่าแม้คนบางคนจะมีตำแหน่งใหญ่โตมีเกียรติสักแค่ไหนแต่ก็ไม่ได้หมายความว่านิสัยจะดีตามด้วยเสมอไป ทว่าหญิงสาวก็ได้แค่คิดไม่พูดออกมาเพราะรู้ว่าพูดไปก็เปล่าประโยชน์ส่วนชีคฮาคิมนั้นหน้าเจื่อนลงเล็กน้อยกับคำพูดของเพื่อนเพราะรู้ตัวดีว่าตนเองทำอะไรไว้
“จบเื่นี้เถอะนะ พี่ขอร้อง”
ซาอิดพูดเป็ภาษาไทยเบาๆให้ได้ยินกันเพียงสองคน มีนาเห็นสายตาอ้อนวอนของพี่ชายก็ใจอ่อนแม้จะยังไม่หายโกรธก็ตาม
“ก็ได้ค่ะ แต่ถ้ามีคราวหน้าอีก มีนไม่ยอมแน่” เธอตอบเสียงห้วนด้วยสายตาที่จริงจัง
ชีคฮาคิมยิ้มบางๆั์ตาเปล่งประกายด้วยความขบขัน เขาไม่รู้หรอกว่าคนทั้งคู่คุยอะไรกัน แต่ดูท่าแล้ว‘แม่คนตัวหอมของเขา’ จะร้ายและเอาแต่ใจเก่งน่าดูแต่เป็แบบนี้เขาชอบเพราะมันสนุกที่จะได้ปราบพยศ
คิดแล้วชายหนุ่มก็นึกเสียดายใจแทบขาดที่หญิงสาวมีคนปราบพยศไปเสียแล้วชีคหนุ่มถอนใจเบาๆ และชักแปลกใจตัวเองขึ้นมาว่าทำไมความรู้สึกนึกคิดถึงได้วนเวียนอยู่แต่กับผู้หญิงตรงหน้านักเขาไม่สามารถสลัดเื่ของเธอออกไปจากหัวได้เลยจนน่าโมโหนัก
ท่านหญิงฮานีฟาไม่อยากให้มีเื่ขุ่นเคืองใจกันจึงยอมขอโทษแทนพี่ชายตนเองเพราะถ้ารอให้เ้าตัวพูดคงไม่มีวันนั้นเป็แน่
“ถึงจะเป็เื่เข้าใจผิดกันยังไงฉันก็ต้องขอโทษแทนพี่ฮาคิมด้วยนะคะ”
มีนาเห็นฮานีฟาเอ่ยด้วยความจริงใจจึงคลายสีหน้าบึ้งตึงลงแล้วอดพยักหน้ารับคำขอโทษไม่ได้ แต่ก็ไม่วายปรายตามองไปทางชีคฮาคิมอย่างเหยียดหยามหญิงสาวจงใจสื่อความหมายทางสายตาว่าเขาไม่ใช่ลูกผู้ชาย เพราะทำผิดแล้วไม่กล้ารับผิดเองต้องให้ผู้หญิงมารับแทนและดูเหมือนชายหนุ่มจะรับรู้ได้เพราะดวงตาคมนั้นวาววับอย่างเอาเื่ขึ้นมาทันที
“เอาล่ะๆ เอาเป็ว่าปรับความเข้าใจกันได้แล้วนะเื่ทุกอย่างเป็การเข้าใจผิดเท่านั้น”ซาอิดพยายามทำน้ำเสียงให้ร่าเริง เพื่อลดความตึงเครียดที่เกิดขึ้น
“ได้ยังไงกันล่ะคะพี่ซาอิด” จีน่าทักท้วงอย่างไม่เห็นด้วย“ผู้หญิงคนนี้ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง แสดงกิริยาก้าวร้าวกับพี่ฮาคิมฉะนั้นมันจะต้องขอโทษอีกอย่างนะคะเื่ที่ผู้หญิงคนนี้เล่ามาน้องก็ไม่เชื่อสักนิดเดียวด้วยฮึ...ผู้หญิงต่างชาติชั้นต่ำอย่างนี้นะเหรอพี่ฮาคิมจะลดตัวลงไปเกลือกกลั้วด้วยน้องว่ามันมายั่วพี่ฮาคิมเองเสียล่ะมากกว่า”
“จีน่า!” ซาอิดปรามเสียงเข้ม เพราะไม่พอใจกับคำพูดของน้องสาวต่างมารดามีนาเองก็เช่นกันจึงคิดจะพูดจาโต้ตอบกลับบ้างแต่ถูกพี่ชายห้ามไว้ โดยการจับมือเธอซึ่งการกระทำของชายหนุ่มไม่รอดพ้นสายตาของท่านหญิงฮานีฟากับชีคฮาคิม “จีน่า...เอ่ยขอโทษมีนเดี๋ยวนี้”
“ไม่ค่ะ น้องพูดความจริงผู้หญิงแบบนี้พี่ซาอิดตามมารยามันไม่ทันหรอกค่ะ น้องขอเตือนด้วยความหวังดีว่าพี่ควรจะไล่ผู้หญิงคนนี้ออกไปซะก่อนที่มันจะสวมเขาคบชู้กับชายอื่นให้ตัวพี่กับวงศ์ตระกูลของเราต้องเสื่อมเสีย”
“จีน่า! หยุดพูดจาเหลวไหลได้แล้วความคิดของเธอนี่มันสกปรกสิ้นดี หยุดนะ ถ้าขืนพูดอีกคำเดียวอย่าหาว่าพี่ใจร้ายนะ” ซาอิดชี้หน้าเมื่อจีน่าทำท่าจะเถียงอีก
“ซาอิด! มันจะมากไปแล้วนะ” มีล่าทนไม่ไหวจึงเอ่ยขึ้นมาบ้าง “นี่เ้าหลงใหลผู้หญิงคนนี้มากถึงขนาดเห็นมันดีกว่าน้องสาวตัวเองเชียวเหรอ”
“พี่ฮานีฟาดูสิคะ”จีน่าปราดเข้าไปเกาะแขนท่านหญิงฮานีฟา หวังให้อีกฝ่ายช่วยคัดค้านในเื่นี้อีกแรง“พี่ซาอิดหลงรักผู้หญิงคนนี้จนหัวปักหัวปำถึงขนาดจะลงโทษจีน่าซึ่งเป็น้องสาวแท้ๆ ได้ลงคอพี่ฮานีฟาช่วยเตือนสติพี่ซาอิดหน่อยสิคะผู้หญิงคนนี้ไม่คู่ควรกับพี่ซาอิดแม้แต่น้อย แถมยังเป็คนต่างชาติต่างศาสนากันอีกต่างหาก”
ท่านหญิงฮานีฟาเอาแต่นิ่งเงียบมองซาอิดกับมีนาด้วยความปวดใจบัดนี้หญิงสาวแน่ชัดแล้วว่าชายในดวงใจมีเ้าของแล้วจริงๆ ท่าทีปกป้อง เป็เดือดเป็ร้อนแทนกันของซาอิดยิ่งตอกย้ำความเสียใจให้เธออย่างสุดซึ้งณ เวลานี้เธอปรารถนาเพียงอย่างเดียวคือการออกไปจากบ้านนี้ไปจากภาพตรงหน้านี้โดยเร็วที่สุดเท่านั้น เมื่อเห็นฮานีฟานิ่งเงียบจีน่าก็เปลี่ยนเป้าหมายไปที่ชีคฮาคิมแทน
“พี่ฮาคิมคะ ช่วยเตือนสติพี่ซาอิดทีเถอะค่ะถ้าพี่เตือนเขาอาจจะฟังบ้าง”
“หยุดพูดจาเหลวไหลซะทีจีน่า”ซาอิดเค้นเสียงพูดอย่างหมดความอดทน
“เ้านั่นแหละหยุดเหลวไหลหยุดทำตัวให้วงศ์ตระกูลฮับฟารานต้องมัวหมองได้แล้ว เลิกกับผู้หญิงคนนี้ซะในฐานะที่ฉันเป็คนในตระกูลฮับฟาราน จะไม่มีวันยอมให้ผู้หญิงต่างชาติต่างศาสนาคนนี้มาร่วมสกุลด้วยได้เด็ดขาด”มีล่ายืนยันเสียงหนักแน่น
“ไม่ยอมมันก็เื่ของคุณ” ซาอิดตอบโต้กลับเสียงเย็น
“เ้า!” มีล่าชี้หน้ามือสั่นระริกด้วยความโกรธ “ฮึ...เชื้อไม่ทิ้งแถวจริงๆเ้ามันก็เหมือนบิดาของเ้า หลงรักหญิงต่างชาติจนโงหัวไม่ขึ้นแล้วสุดท้ายเป็ยังไงล่ะ” หญิงสูงวัยยิ้มเยาะ “สุดท้ายก็ไปไม่รอด ครอบครัวต้องแตกแยกไม่มีชิ้นดีถ้าเ้าไม่อยากให้ผู้หญิงคนนี้เป็อย่างแม่ของเ้าก็เลิกกับเธอซะ”
“หยุดนะ! คุณไม่มีสิทธิ์มาเอ่ยพาดพิงถึงแม่ของผม” ชายหนุ่มโกรธจัด สองมือกำแน่นและจ้องคนตรงหน้าด้วยความโกรธแค้นชิงชัง
ความรักของพ่อกับแม่เขาไม่ได้จบลงเพราะหมดรักกันเลยแต่มันจบลงเพราะน้ำมือผู้หญิงใจร้ายคนนี้กับย่าผู้ใจดำของเขาต่างหาก เขาต้องกลายเป็เด็กกำพร้าก็เพราะสองคนนี้เป็ต้นเหตุซาอิดโอบแขนรอบไหล่น้องสาวไว้ก่อนจะประกาศกร้าวออกมาอย่างไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น
“ผมขอบอกให้รู้ไว้เลยนะว่าถ้าผมจะแต่งงานกับมีนา ใครหน้าไหนก็ห้ามไม่ได้!”
คำประกาศของชายหนุ่มทำให้ทุกคนนิ่งอึ้งไปท่านหญิงฮานีฟากัดริมฝีปากแน่น พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้สุดฤทธิ์ชีคฮาคิมเดินเข้ามาโอบไหล่น้องสาวไว้พลางถามเพื่อนหน้าเครียด
“นายพูดจริงๆ หรือซาอิดผู้หญิงคนนี้เป็คนรักของนายจริงๆ เหรอ”
ซาอิดนิ่ง มองสบตาเพื่อนแล้วไล่ไปที่ฮานีฟาจีน่าและสุดท้ายที่มีล่า ความอยากเอาชนะและอยากแกล้งสองแม่ลูกให้เป็เดือดเป็แค้นเล่นๆชายหนุ่มจึงตอบว่า
“จริงฉันกับมีนเป็แฟนกันและอีกไม่นานเราก็คงจะแต่งงานกัน”
มีนามองพี่ชายตาโตแต่ไม่พูดค้านอะไรในขณะที่ซาอิดรู้สึกกระดากปากและละอายใจที่ต้องโกหกแต่ความรู้สึกสะใจก็สามารถกลบความรู้สึกเหล่านี้ไปได้ เมื่อได้เห็นอาการเต้นเร่าๆของสองแม่ลูก
“ฉันไม่ยอมเด็ดขาดตราบใดที่ฉันยังอยู่จะไม่ยอมให้ตระกูลฮับฟารานต้องเสื่อมเสียอีกต่อไป” มีล่าประกาศกร้าว แล้วเดินออกจากห้องโถงไปทันที จีน่ามองมีนาด้วยสายตาชิงชังก่อนจะวิ่งตามมารดาออกไปบ้าง
ซาอิดถอนใจออกมาเฮือกใหญ่พลางปลดแขนลงจากไหล่บางของน้องสาวแล้วเอ่ยขอโทษแขกทั้งสองด้วยน้ำเสียงเนือยๆ
“ฮาคิม ฮานีฟาต้องขอโทษด้วยนะที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น”
“ไม่เป็ไร ยังไงฉันขอแสดงความยินดีกับนายด้วยก็แล้วกันนะจะแต่งงานเมื่อไรก็บอกด้วยล่ะ ฉันว่าฉันกับฮานีฟากลับก่อนดีกว่านะ” ปากกล่าวแสดงความยินดี แต่ชีคฮาคิมรู้ดีว่าก้นบึ้งของจิตใจตนเองนั้นไม่ได้รู้สึกยินดีด้วยอย่างที่พูดสักนิดเดียว
“อ้าว ไม่อยู่ทานข้าวกันก่อนเหรอ”
“ไม่ล่ะ เอาไว้มื้ออื่นก็แล้วกันนะพอดีฮานีฟาปวดหัวขึ้นมาน่ะ”
“ก็ได้ นายพาฮานีฟาไปหาหมอซะนะเผื่อจะไม่สบาย” ซาอิดบอกและมองน้องสาวเพื่อนอย่างห่วงใย ชีคหนุ่มพยักหน้ารับและนิ่งมองหน้ามีนาอยู่อึดใจหนึ่งก่อนจะพาน้องสาวเดินจากไป
เมื่อได้อยู่กันตามลำพัง ซาอิดกับมีนาก็มองหน้ากันแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เื่ไม่เป็เื่แต่ดูท่าว่าจะบานปลายใหญ่โตขึ้นมา เพราะคนสองคนเป็เหตุบวกกับความอยากเอาชนะกันทุกอย่างถึงได้ลงเอยแบบนี้
สาวใช้เข้ามารายงานว่าอาหารขึ้นโต๊ะพร้อมแล้วสองพี่น้องจึงเดินไปยังห้องอาหารและนั่งทานกันเพียงสองคนเมื่อไม่มีใครอยู่ร่วมโต๊ะด้วย