บทที่ 11 สงสัยในตัวตน
เป่ยิอินก้มลงมองหนานลี่ที่กำลังจ้องเขาด้วยดวงตาลุกเป็ไฟ ปีศาจน้อยตนนี้ แม้ดูเหมือนจะไม่ค่อยแสดงออกทางสีหน้าเท่าไหร่ แต่ดวงตากลับแวววาว มันระยิบระยับดั่งดวงดาวพร่างพราว ทำให้หัวใจของเขาสั่นไหว
หนานลี่ยังคงต่อรอง "ท่านเซียน ดอกปี่เซ่อที่พวกเราชิงมาจากปากหมาป่าปีศาจ มันคือยาแก้พิษให้แม่นางสุ่ยเซียนใช่หรือไม่เ้าคะ เห็นแก่ที่ข้าออกแรงช่วย ท่านให้ข้ากินเนื้อฉลองกันหน่อยมิได้หรือเ้าคะ"
เผชิญกับสายตาวิงวอนขอหนานลี่ เป็เื่ยากสำหรับเป่ยิอินที่จะปฏิเสธ เขาได้แต่พยักหน้าตกลง พาหนานลี่ออกจากป่าปีศาจ หาไก่ป่ามาย่างกิน
เป่ยิอินไม่ใช่คนตะกละตะกลาม แต่วันนี้อารมณ์ดีจึงอาสาย่างไก่ให้หนานลี่
หนานลี่นั่งมองเป่ยิอินพลิกไก่ย่างอย่างชำนาญ ก็อดคิดไม่ได้ว่าเทพเซียนที่สูงส่งเช่นพระเอกที่ไม่เคยแตะต้องงานบ้านกลับยอมย่างไก่ให้ นี่ถือเป็การขอบคุณที่นางช่วยเขาเก็บดอกปี่เซ่อสีดำงั้นหรือ?
เป่ยิอินยื่นไก่ย่างให้หนานลี่ หนานลี่รับมา ฉีกน่องไก่แล้วยื่นให้เป่ยิอิน "ท่านเซียน ท่านไม่ลองชิมฝีมือตัวเองหน่อยหรือเ้าคะ"
เป่ยิอินมองไก่ย่างที่เต็มไปด้วยน้ำมันในมือของหนานลี่ ก่อนส่ายหัวปฏิเสธด้วยสีหน้าเรียบเฉย "เ้ากินเถิด"
หนานลี่มองเป่ยิอินด้วยสายตาเหมือนมองคนบ้า "มีคำกล่าวว่าการได้ลิ้มรสอาหารเปรียบดั่งการขึ้นสู่สรวง์ หากไม่มีความปรารถนาในอาหาร แล้วชีวิตจะมีความสุขได้อย่างไร"
"ข้าเป็เทพเซียน ไม่จำเป็ต้องกินอะไร" เป่ยิอินโต้แย้ง
หนานลี่เงยหน้ามองฟ้า ไม่เข้าใจว่าการเป็เทพเซียนมันน่าสนุกตรงไหน พอเป็แล้วก็ไม่ต้องกิน ไม่ต้องดื่ม อาศัยการดูดซับแก่นแท้ของฟ้าดินเพื่อมีชีวิตอยู่
ถ้าอย่างนั้นเป็มนุษย์ดีกว่าเห็นๆ อยากกินอะไรก็กิน มนุษย์ที่อยู่ในโลกที่อุดมสมบูรณ์ช่างโชคดีอะไรเช่นนี้
เป่ยิอินเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสารของหนานลี่ สีหน้าเขาก็มืดครึ้มลง
หลังจากที่กินจนอิ่มหนำสำราญ หนานลี่ก็ไปนั่งพักใต้ต้นไม้ นางหันไปมอง เห็นเป่ยิอินนั่งสมาธิอยู่ไม่ไกล สีหน้าของเขายามนี้ช่างสงบและเยือกเย็น
อาจเป็เพราะสายตาที่จ้องมองของหนานลี่นั้นร้อนแรงเกินไป เป่ยิอินจึงค่อยๆลืมตาขึ้น สบตากับหนานลี่ แต่ไม่นานก็รีบหลบสายตา
หนานลี่กล่าวว่า "ท่านเซียน พวกเรากลับกันเถอะเ้าค่ะ แม่นางสุ่ยเซียนกำลังรอท่านกลับไปแก้พิษอยู่"
เป่ยิอินตอบรับเบาๆ แต่แล้วเขานิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนออกไปจับพวกกระต่ายป่าและไก่ป่า แล้วเก็บไว้ในแหวนมิติ จากนั้นก็พาหนานลี่นั่งพรมวิเศษกลับไป
หนานลี่ "ท่านเซียน ท่านจับไก่ป่ากับกระต่ายป่ามาเป็สัตว์เลี้ยงหรือเ้าคะ"
นางจำได้ว่าสุ่ยเซียนเคยบอกว่าเป่ยิอินชอบเลี้ยงสัตว์เลี้ยง หรือเป็เพราะชีวิตของเทพเซียนน่าเบื่อ จึงอยากจะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงแก้เบื่อ
เป่ยิอินมองูเาที่สลับซับซ้อนเบื้องหน้า ก่อนจะพูดว่า "จากนี้ หากเ้าอยากกินเนื้อสัตว์เมื่อไหร่ ก็มาขอพวกมันจากข้า"
หนานลี่ "..." นี่กลัวว่านางจะแอบขโมยเนื้อไปกินโดยไม่บอกรึไง?
ตอนนี้ได้ยาแก้พิษสำหรับนางเอกครบแล้ว เหลือแค่เืของนางที่เป็ส่วนผสมสุดท้าย หนานลี่รอมาตลอดว่าเมื่อไหร่เป่ยิอินจะพูดเื่นี้กับนาง แต่จนกระทั่งพวกเขากลับมาถึงวิหาร เป่ยิอินก็เงียบเหมือนคนเป็ใบ้ ไม่ได้พูดอะไรกับนางอีกเลย
ด้วยความที่พระเอกเป็คนไม่ค่อยพูด ไม่ชอบกินดื่ม หรือเที่ยวเล่นแบบนี้ ทำให้หนานลี่ไม่เข้าใจจริงๆ ว่านางเอกชอบเขาตรงไหน หรือว่าเพราะหน้าตา?
ใน่บ่าย หนานลี่ไปฝังเข็มให้สุ่ยเซียน สุ่ยเซียนดูเหม่อลอย พิษในร่างกายของนางเหมือนจะกำเริบ โชคดีที่พวกเขากลับมาทันเวลา
สุ่ยเซียนมองดอกเหมยสีแดงที่อยู่นอกหน้าต่างด้วยแววตาเศร้าหมอง
หนานลี่ฝังเข็มให้สุ่ยเซียนไปพลาง ปลอบไปพลาง "ท่านเซียนกำลังปรุงยาแก้พิษอยู่เ้าค่ะ เชื่อว่าอีกไม่นานพิษในร่างกายของท่านก็จะถูกกำจัดจนหายเป็ปกติ"
สุ่ยเซียนก้มหน้าลง กำมือแน่นสักพักก็พูดว่า "พอข้าหายจากพิษแล้ว ที่นี่ก็ไม่้าเ้าแล้ว เ้าออกไปจากวิหารเถอะ"
หนานลี่พยักหน้ารับรู้อย่างไม่ลังเล "แน่นอนเ้าค่ะ ที่จริงท่านเซียนจ้างข้ามาเพื่อดูแลท่าน พอพวกท่านไม่้าข้าแล้ว ข้าก็ต้องไปอยู่แล้วเ้าค่ะ"
สุ่ยเซียนยิ้มออกมาด้วยความพอใจ "เช่นนั้นก็ดีแล้ว" นางหยุดคิดสักพักแล้วพูดต่อว่า "วันนี้ข้าไปที่ห้องยาของศิษย์พี่ เห็นบันทึกเล่มหนึ่งเขียนไว้ว่าดอกปี่อั้นสีม่วงสามารถชำระล้างพิษได้ และเ้าเป็ปีศาจบุปผา เป็ดอกปี่อั้นสีม่วง เป็พืชต้องใช้เวลาห้าพันปีถึงจะอยู่ในร่างมนุษย์ได้ หรือก็คือเืของเ้าเป็ยาที่ดีที่สุดสำหรับข้า และเ้ามาหาข้าถึงที่พอดี นับว่าโชคเข้าข้างข้าจริงๆ"
หนานลี่ฟังคำขอบคุณที่ดูไม่จริงใจของสุ่ยเซียนก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี ในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น เป่ยิอินถือยาชามหนึ่งยืนอยู่ที่หน้าประตูด้วยเสื้อผ้าสีขาวสะอาด
"ศิษย์พี่!"
"ท่านเซียน!" หนานลี่ดึงเข็มอันสุดท้ายออก เก็บเข็มให้เรียบร้อย แล้วก็ออกจากห้องอย่างรู้กาละเทศะ ปิดประตูให้พวกเขา
เสียงเย็นะเืของเป่ยิอินดังมาจากในห้อง "ศิษย์น้อง ยาได้แล้วรีบกินเถิด"
"ขอบพระคุณเ้าค่ะ!" สุ่ยเซียนตอบรับด้วยน้ำเสียงดีใจ แต่ไม่นานก็เปลี่ยนเป็เสียงไม่อยากจะเชื่อ "ศิษย์พี่ นี่คือยาแก้พิษสำหรับข้าหรือเ้าคะ"
"อืม" เป่ยิอินยังคงตอบด้วยน้ำเสียงเย็น
"แต่เหมือนจะขาดตัวยาสำคัญไปนะเ้าคะ"
"วันนี้ข้าไปเจอดอกปี่เซ่อดำกลายพันธุ์ ยานี้ก็สามารถแก้พิษในร่างกายของเ้าได้"
"ศิษย์พี่ ท่านมีใจให้นางแล้วหรือเ้าคะ ท่านก็รู้ว่าเืของนางเป็ยาที่ดีที่สุดสำหรับข้า ดอกปี่อั้นสีม่วงหาได้ยากยิ่ง เหตุใดท่านถึงไม่ใช้เืของนาง หรือเป็เพราะใจท่านคิดว่านางสำคัญกว่าข้า? หรือเป็เพราะว่าถ้าเอาเืของนางไป พลังบ่มเพาะของนางจะลดลงร้อยปี ไม่สามารถอยู่ในร่างมนุษย์ได้อีก ดังนั้นท่านจึงใจอ่อนใช่หรือไม่เ้าคะ"
หนานลี่ยืนอยู่หน้าประตูอดเงยหน้ามองฟ้าไม่ได้ นางไม่อยากฟังต่อว่าทั้งสองคนพูดอะไรกัน ใจของนางว้าวุ่น นางไม่คิดเลยว่าพระเอกจะไม่เอาเืของนางไปทำยาแก้พิษให้นางเอก พระเอกนี่มีจิตใจดีจริงๆไม่อกตัญญู ยังคงรักษาน้ำใจที่นางเคยช่วยชีวิตไว้
ไม่นาน ประตูก็เปิดออก เป่ยิอินเดินออกมาด้วยใบหน้าเย็นเยียบราวหิมะ พอเดินผ่านหนานลี่ก็หยุดมองหนานลี่ "เ้า...ได้ยินทั้งหมดแล้วหรือ"
หนานลี่พยักหน้ารับรู้ "ท่านเซียน แม่นางสุ่ยเซียนพูดถูกเ้าค่ะ ถ้าท่านบอกข้าก่อนหน้านี้ว่าเืของข้าสามารถแก้พิษในร่างกายของแม่นางสุ่ยเซียนได้ ข้าจะไม่ปฏิเสธหรอกเ้าค่ะ ถึงแม้ว่าข้าจะกลัวเจ็บ แต่ให้เืนิดหน่อยก็ไม่เป็ไรเ้าค่ะ"
เป่ยิอินถอนหายใจ "ต้องมีวิธีอื่นแน่" พูดจบก็หันหลังเดินจากไป
หนานลี่หันไปมองสุ่ยเซียนที่ยืนนิ่งอยู่ในห้องราวกับถูกสะกัดจุด นางจ้องมองหนานลี่ด้วยแววตาที่ไม่เป็มิตร
หนานลี่หันหลัง เมื่อเห็นว่าเป่ยิอินจากไปแล้ว นางก็เดินไปหาสุ่ยเซียน มุมปากยกยิ้มอย่างเยาะเย้ย "ท่านคิดว่าข้าจะลืมเื่ในอดีตแล้วไปช่วยคนที่เคยทำร้ายข้าหรือ" พูดพลางยกมือที่เคยถูกสุ่ยเซียนเหยียบขึ้นมา ย้ำเตือนความทรงจำที่ไม่ดี
สุ่ยเซียนกัดฟัน อยากจะบีบคอหนานลี่แล้วดูดเืของนาง แต่ก็นึกถึงคำเตือนของเป่ยิอินจึงอดกลั้นเอาไว้ นางจะไม่ทำอะไรที่ทำให้ศิษย์พี่ไม่พอใจ รอให้นางหายจากพิษก่อนเถอะ ค่อยจัดการกับปีศาจตัวน้อยตนนี้
สุ่ยเซียนไม่สนใจคำยุยงของหนานลี่ นางเดินไปที่โต๊ะ ยกยาที่ใกล้จะเย็นขึ้นมาดื่มจนหมด แล้วก็หันไปมองหนานลี่ "ข้ารู้ว่าเ้าเข้าหาศิษย์พี่ข้าเพราะมีจุดประสงค์แอบแฝง ตราบใดที่ข้ายังอยู่ เ้าอย่าหวังว่าจะทำร้ายเขาได้"
หนานลี่ "ก่อนหน้านี้ไม่ใช่เ้าบอกว่าข้าเป็แค่คางคกที่อยากจะกินเนื้อหงส์หรอกหรือ เหตุใดตอนนี้เ้ากลับเปลี่ยนใจ สงสัยว่าข้ามีจุดประสงค์อื่นแอบแฝงเสียแล้ว?"
สุ่ยเซียนไม่ตอบคำถาม นางกางมือออก กระบี่ที่สะท้อนประกายคมกริบเล่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้น ปลายกระบี่พุ่งตรงไปที่คอของหนานลี่