"อิ่มหรือยังเ้า หากยังไม่อิ่มเอาเพิ่มอีกถ้วยดีหรือไม่" เซี่ยอวิ้นเห็นบุตรชายที่นั่งกินจนหมดชามจึงเอ่ยถาม
"ข้าอิ่มแล้วขอรับ" ฟางเซียนเอ่ยตอบเบาๆ ถึงในใจจะ อยากทานเพิ่มอีกสักหน่อย แต่กระเพาะร่างนี้เล็กนัก ทานถ้วยเดียวก็รู้สึกอิ่ม จนยัดเพิ่มไม่ไหว
"เช่นนั้น แม่จะเอายามาให้เ้า ท่านหมอลี่กล่าวว่าให้ กินหลังกินข้าวเสร็จ"
พูดจบนางก็เดินไปหยิบถ้วยยาจากในครัวจากในครัวมา ให้ร่างเล็กที่มองเห็นสียาในถ้วยรู้สึกพะอืดพะอมขึ้นมา ทันที
"ข้าไม่ดื่มได้หรือไม่ข้าหายดีแล้วนะท่านแม่" ฟางเซียน พยายามทำเสียงออดอ้อนมารดาอีกครั้ง แต่ดูว่าครั้งนี้ มารดาของเ้าของร่างจะไม่ใจอ่อนเสียแล้ว
"ไม่ได้ร่างกายเ้าพึ่งฟื้นไข้หากไม่กินยาจักหายขาดได้ อย่างไร"
"ข้าต้องกินจริงๆ หรือ"
"ฝืนใจหน่อยนะเ้า แม่รู้ว่ารสชาติมันขมนัก แต่กินแล้ว จะได้แข็งแรง ออกไปเล่นข้างนอกได้อย่างใดเล่า"
นางรู้ว่าบุตรชายอยากออกไปวิ่งเล่น จึงมักใช้เหตุผลนี้มา หลอกล่ออยู่เสมอเพื่อให้ยอมกินยา ถึงแม้จักต้องยอม โกหกก็ตาม
ฟางเซียนเห็นสายตาที่คาดหวังของมารดา นึกเห็นใจใน มุขหลอกเด็ก ที่ดันมาใช้กับเด็กที่มีิญญาผู้ใหญ่สิงร่าง แทน อย่างไรก็ตามตนก็ไม่อยากจะขัดขืนให้อีกฝ่ายเป็ กังวล
'เอาวะ ดื่มก็ดื่ม! '
ฟางเซียนหยิบถ้วยยาจ่อปาก กลิ่นยาฉุนขึ้นจมูกทันที นึก อยากจะปาถ้วยยานี้นอกหน้าต่างเสียเหลือเกิน แต่ไม่ อยากหักหารน้ำใจมารดาของเ้าของร่าง
จึงได้แต่กลั้นหายใจก่อนจะกระดกดื่มหมดในคราวเดียว รสชาติขมปร่าในปาก จนอยากจะอาเจียนโจ๊กที่ทาน เข้าไปซะเหลือเกิน
'นี่มันแย่กว่าที่คิดซะอีก'
เขานึกถึงหน้าหมอที่ชอบจ่ายยาพาราเวลาไปโรง พยาบาลขึ้นมาทันที ยอมกินพาราเป็กระปุกดีกว่ายาใน ถ้วยที่รสชาติเหมือนฉี่วัวนี่
'คุณหมอ ผมผิดไปแล้ว! '
เซี่ยอวิ้นที่เห็นบุตรชายดื่มยาหมดในถ้วยเดียวรู้สึกดีใจ เป็อย่างมาก ลูกน้อยของนางวันนี้ช่างว่าง่ายยิ่งนัก
ฟางเซียนแม้เป็เด็กเงียบๆ ที่ไม่ได้ซุกซนเท่าเด็กคนอื่นก็ จริง แต่ถ้าหากเด็กน้อยดื้อเพ่งขึ้นมา ก็ทำนางเหงื่อตกได้ เช่นกัน
"เก่งยิ่งนักเซียนเออร์ของแม่"
มือเรียวเล็กลูบที่ศีรษะน้อยๆของฟางเซียน ความอบอุ่น จากมารดาทำให้เขารู้สึกดีขึ้นอย่างประหลาด คล้าย ความรู้สึกพะอืดพะอมจากยาบรรเทาลงด้วยฝ่ามือนี้
ใบหน้าเล็กก้มลงอย่างขัดเขิน ไม่ชินกับััที่อบอุ่นนัก ไม่รู้จะทำหน้าเช่นไร สิ่งนี้ใช่ที่คนมักเรียกว่าสายใยของ แม่ลูกหรือเปล่าน่า 'ทำไมถึงอบอุ่นได้ขนาดนี้..'
เซี่ยอวิ้นเห็นเด็กน้อยก้มหน้าลง นางนึกใจว่าลูกชายคงยัง รู้สึกแย่จากรสยา จึงเพียงลูบศีรษะปลอบไปเรื่อยๆ
"ท่านแม่! ท่านแม่! ข้ากลับมาแล้ว! "
เสียงเล็กของเด็กน้อยวัยแปดขวบดังมาจากทางรั้วบ้าน เรียกให้เซี่ยอวิ้นและฟางเซียนหันไปมอง
ร่างเล็กป้อมของเด็กน้อยที่ใบหน้าเปื้อนฝุ่นจนดูมอมแมม ถือตะกร้าเล็กติดมือมาด้วย กำลังวิ่งเข้ามาในบ้าน
'ฟางหรง' บุตรชายของคนที่สามของบ้าน เด็กน้อยแสน ซุกซนที่ผ่าเหล่าผ่ากอไม่เหมือนพี่ชายทั้งสอง
"ตายแล้วหรงเออร์เหตุใดจึงเปื้อนโคลนเช่นนี้" เซี่ยอวิ้น เดินไปหาร่างเล็ก ใช้มือหยิบผ้าเช็ดหน้าที่เหน็บไว้มาเช็ด ใบหน้ามอมแมมของเด็กน้อยทันที
"ข้าไปช่วยพี่หลางจับปลามา! ท่านแม่ดูสิ มีปลาเยอะแยะ เลย" เด็กน้อยยิ้มยิงฟันใส่มารดาอย่างภาคภูมิใจ รอคอย ให้มารดาเอ่ยชม
"แม่บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าไปเล่นใกล้น้ำ หากตกน้ำตกท่า มาจักทำเช่นไร"
เซี่ยอวิ้นเอ่ยเสียงดุใส่เด็กน้อยบุตรชายนางคนนี้ช่าง ซุกซนเกินเด็กไปนัก ไม่ชอบเล่นกับเด็กน้อยวัยเดียวกัน แต่กลับชอบไปเล่นกับเด็กโตในที่อันตรายเสมอ ดุด่าเช่น ไรก็ไม่ได้ผล
"ข้าไม่ได้เล่นสักหน่อย ข้าไปช่วยต่างหาก!" เด็กน้อยเถียง กลับมารดา นี่ตนอุตส่าห์รีบวิ่งกลับมาเพื่อให้ชม มารดา กลับดุแทนเสียนี่
"เด็กน้อยอย่างเ้าจะไปช่วยอะไรเขาได้หรงเออร์แม่ว่า เ้าไปซนเสียมากกว่า"
เซี่ยอวิ้นส่ายหัวระอากับเด็กน้อยตรงหน้าเหลือเกิน ชอบ ทำตัวไม่สมเป็เด็กซะยิ่งกว่าใคร
ฟางหรงรู้สึกหงุดหงิด มารดาชอบดุเขาเสียยิ่งกว่าอะไร ทำตัวเหมือนเขาเป็เด็กเล็กไปได้ตนไม่ใช่เด็กแล้ว เสียหน่อย ตั้งแปดขวบแล้ว!
ใบหน้ามุ่ยของเด็กน้อยทำให้ฟางเซียนที่นั่งมองอยู่ถึงกับ หลุดหัวเราะออกมา
"คิก.. "
ฟางหรงที่หงุดหงิดอยู่แล้ว เห็นพี่ชายตัวเองหัวเราะคล้าย ว่าเยาะเย้ยเช่นนั้น จึงรู้สึกโมโหขึ้นมาทันที
"คนที่ทำตัวเป็เด็กน่ะ พี่รองมากว่า เกิดก่อนข้าตั้งสองปี ยังทำตัวเป็เด็กกว่าข้าเสียอีก"
ฟางหรงเอ่ยพาดพิงพี่ชายคนรองขึ้นมา ตนไม่สนิทกับพี่ ชายคนรองนัก เรียกได้ว่าไม่ถูกกันเสียมากกว่า โตกว่าตั้ง สองปียังทำตัวเป็เด็กน้อยให้ท่านแม่โอ๋อยู่ได้ช่างเป็พี่ ชายที่น่าขัดใจยิ่งนัก!
เซี่ยอวิ้นที่ได้ยินลูกชายคนเล็กกล่าวเช่นนั้น จึงที่ไปที่ก้น ของเด็กน้อยไม่แรงนักพร้อมกับกล่างเสียงดุ
"เ้ากล่าวกับพี่รองของเ้าเช่นนั้นได้อย่างใด ขอโทษพี่ รองเดี๋ยวนี้"
ฟางหรงที่หงุดหงิดเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว โดนมารดาเอ่ย เสียงดุจึงโมโหกว่าเดิม 'ท่านแม่ก็เอาแต่เข้าข้างพี่รอง ตลอด'
"ข้าไม่ขอโทษ ข้าไม่ได้กล่าวอะไรผิดเสียหน่อย พี่รองก็ เป็เช่นนั้นจริงๆ " ฟางหรงเอ่ยเสียงขุ่น
"ยังจะกล่าวอีก ขอโทษพี่รองเดี๋ยวนี้นะฟางหรง"
เซี่ยอวิ้นกล่าวเสียงเข้มขึ้น บุตรชายของนางชักจะ เหลวไหลเกินไปเสียแล้ว ครั้งนี้ถึงกับกล้าเอ่ยเช่นนี้กับพี่ ชาย
เด็กน้อยที่โดนมารดาบังคับ จึงพลั้งปากกล่าวตอบโต้ มารดาตามคำที่ได้ยินมา
"ข้าไม่ผิด พี่รองเป็เช่นนั้นจริงๆนิ นั่งสบายอยู่บ้าน ทั้ง ท่านพ่อท่านแม่รวมถึงพี่ใหญ่ก็เอาแต่ตามใจเขา ทั้งที่เป็ คนไร้ประโยชน์แท้ๆ! "
ถ้อยคำที่บุตรชายคนเล็กกล่าวดั่งฟ้าผ่ากลางใจเซี่ยอวิ้น นางรู้สึกตีบตันคอหอยขึ้นมาทันที ถึงกับกล่าวไม่ออกแต่ เงื้อมือไปตีที่ก้นเด็กน้อยฟางหรงทันที
เพี๊ยะ เพี้ยะ!
"ฟะ..ฟางหรง! ใครสั่งใครสอนให้เ้ากล่าววาจาเช่นนี้!"
ถ้อยคำที่กล่าวว่าฟางเซียนเป็คนไร้ประโยชน์นั้น ทิ่มแทงใจยิ่งนัก นางรู้ว่าในสายตาผู้อื่นมองบุตรคนรอง เช่นนั้น แต่ไม่คิดว่าจะได้ยินจากปากบุตรชายคนเล็ก
ฟางเซียนที่เห็นท่าไม่ดี จึงรีบไปจับแขนมารดาไว้ถึงเด็ก น้อยจะพลั้งปากด่าร่างที่เขามาอาศัยก็ตามเถอะ แต่การ ใช้ความรุนแรงก็ไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหายิ่งกับเด็กด้วย
"อย่า! อย่าตีเด็กเลยนะครับ ใจเย็นก่อนนะครับ ท่านแม่"
ก่อนจะเอาตัวไปบังเด็กน้อยที่ส่วนสูงไม่ต่างกันไหร่นัก เซี่ยอวิ้นจึงหยุดตีเกรงว่าจะไปโดนลูกคนรอง ยิ่งเห็นคนพี่ ปกป้องคนน้อง ยิ่งนึกเคืองใจในคำกล่าวหาของลูกคน เล็ก
"หลบไปเซียนเออร์วันนี้แม่ต้องตีน้องเ้าให้หลาบจำ เป็เด็กเป็เล็กมาว่ากล่าวเช่นนี้ได้อย่างใด"
ร่างเล็กของฟางหรงมุดเขาที่หลังฟางเซียน ปากเล็ก ะโกลับใส่คนเป็มารดาอย่างไม่ยอมแพ้
"ท่านแม่ใจร้าย! ฮึก ท่านแม่ลำเอียง! ท่านแม่ลำเอียง ข้า ไม่รักท่านแล้ว!"
"ฟางหรง!"
"ท่านแม่ใจเย็นๆก่อนนะครับ" ฟางเซียนพยายามเอาน้ำ เย็นเข้าลูบ เซี่ยอวิ้นที่เห็นบุตรชายคนรองกล่าวขอร้อง จึงพยายามสงบใจลง
เขามองใบหน้าที่กำลังพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ของ มารดา คำพูดของคนเป็น้องชายคงกระทบจิตใจของ นางมิใช่น้อย
"เซียนเออร์แม่จะตักน้ำมาให้หรงเออร์อาบ เ้าเฝ้าบ้าน นะ" เซี่ยอวิ้นที่กำลังพยายามสงบสติอารมณ์จึงเอ่ยบอก บุตรชายคนรอง
ก่อนจะมองไปยังใบหน้าเปื้อนน้ำตาของบุตรชายคน สุดท้อง ภายในใจก็เกิดรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมา จึงเอ่ยเสียงที่ อ่อนลง
"ส่วนหรงเออร์จงนั่งสำนึกผิดความผิดของเ้าซะ แล้ว อย่ากล่าวถ้อยคำเช่นนั้นอีก เข้าใจหรือไม่"
ฟางหรงที่ยังกำชายเสื้อของพี่ชายไว้ไม่ยอมปล่อย พยัก หน้ารับเบาๆมิกล้าเอ่ยสิ่งใดออกมาเกรงว่าจะถูกมารดาตี อีก
เซี่ยอวิ้นจึงเดินไปหลังบ้าน เพื่อไปตักน้ำมาให้ลูกชาย อาบ เมื่อนางเดินไปไกลจนไม่ได้ยินเสียงฝีเท้า เด็กน้อย ฟางหรงจึงเงยหน้าออกเพื่อมองดูว่ามารดาเดินออกไป แล้วจริงๆ ฟางเซียนที่แอบมองอยู่นึกขำในใจ
'เด็กหนอเด็ก'
"เจ็บมากไหม" เขาเอ่ยถามเด็กน้อย ฟางหรงที่กำลังมอง ดูมารดาสะดุ้งใ ก่อนจะถอยห่างพี่ชายคนรอง นึก กลัวขึ้นมาทันที
'พี่รองต้องตีข้าแน่ๆ '
เด็กน้อยใยืนตัวแข็งเมื่อพี่ชายยื่นมือออกมามาตนเอง เขาคิดว่าต้องโดนพี่ชายคนนี้เอาคืนที่ไปว่ากล่าวอย่าง แน่นอน
ร่างเล็กหลับตาปี๋เตรียมรับความเ็ป แต่ยืนอยู่นาน ก็ไม่รู้สึกเจ็บสักที เมื่อลืมตามอง กลับเห็นว่ามือที่ควรจะ ทุบตีตนนั้นกำลังหยิบตะกร้าปลาที่ตนถือมาเสียอย่างนั้น
"ปลานี้ หามาเองหรอ" ฟางหรงที่กำลังสับสนมึนงงกับท่า ที่ของพี่ชายจึงพยักหน้ารับ
"หามาได้เยอะเลย เก่งมาก" ฟางเซียนเอ่ยชมเด็กน้อย เขาไม่ได้กล่าวถึงเื่ราวที่เกิดเมื่อครู่แต่เลือกที่จะกล่าว เื่ปลาที่เด็กน้อยนำมา
"จริงหรือ" เด็กน้อยที่กำลังสับสนเผลอตัวเอ่ยกล่าวถาม อย่างดีใจ
ฟางเซียนมองดูว่าอีกฝ่ายมีสีหน้าดีขึ้น จึงอดไม่ได้ทจี่ะลูบ ศีรษะน้อยเบาๆ พร้อมเอ่ยชม
"หรงหรงคนเก่ง อายุเท่านี้ก็หาปลาได้แล้ว"
ใบหน้าฟางหรงขัดเขินเมื่อได้รับคำเชยชมจากพี่ชาย เด็ก น้อยอมยิ้มบางๆอย่างภาคภูมิใจ แทบลืมความขุ่นมัวใน ใจไปแทบสิ้น
ฟางเซียนที่เห็นเด็กน้อยอารมณ์แจ่มใสขึ้นก็ลอบถอน หายใจ เขาเป็เติบโตมากับยายจึงไม่ค่อยคุ้นชินหากต้อง กล่าวกับเด็กเท่าไร
ยิ่งเป็เด็กวัยนี้ที่เริ่มมีความคิดเป็ของตัวเอง ก็ยากที่จะ พูดคุย
แต่เท่าที่ดูแล้ว เด็กน้อยตรงหน้าก็ดูเป็เด็กซนคนหนึ่ง เท่านั้น ถึงอาจดูก้าวร้าวไปหน่อยก็เถอะ
'คิดไปก็ชักรู้สึกผิดแหะ'
เพราะเป็เขาที่เผลอตัวหัวเราะไป จึงทำให้ฟางหรงโมโห แต่ก็ทำไงได้เห็นท่าทางขี้โมโหของเด็กน้อยมันก็อด หัวเราะไม่ได้นี่นา
เซี่ยอวิ้นที่หิ้วถังน้ำกลับเข้ามา เห็นบรรยากาศที่ดีขึ้นนาง ก็อดถอนหายใจไม่ได้เมื่อสักครู่ที่นางไปตักน้ำ จึงทำให้ ได้ทบทวนเกี่ยวกับเื่ที่เกิดขึ้น
นางกังวลถึงสายสัมพันธ์ที่อาจเกิดรอยร้าวระหว่างพี่น้อง ไม่มีแม่คนไหนอยากเห็นพี่น้องไม่รักกัน ยิ่งนึกถึงถ้อยคำ ที่กล่าวออกมาจากลูกชายคนเล็ก
แม้เป็คำที่รุนแรงแต่ก็ไม่เกินจริง นางและสามีต่าง ทะนุถนอมฟางเซียนยิ่งกว่าไข่ในหิน ซึ่งด้วยวัยของฟาง เซียนแล้ว เขาควรจะต้องหัดงานไร่งานสวนเยี่ยงลูกคน อื่น
แต่กลับเป็นางเองที่ไม่อาจให้เขามาลำบากได้ฟางเซียน เองก็เคยเสนอตัวเข้ามาช่วยนาง แต่เพียงทำงานได้ไม่ทัน ไรก็เป็ลม ล้มพับจนต้องล้มหมอนนอนเสื่อ
นับั้แ่นั้นมานางจึงให้เพียงช่วยดูแลภายในบ้านปัด กวาเช็ดถู เท่าที่ร่างเล็กจะรับไหว ตัวบุตรชายเองก็ทำ หน้าที่ได้อย่างดี มิขาดตกบกพร่อง แต่ในสายตาผู้อื่นนั้น กลับมองว่านางเลี้ยงลูกให้สบายเป็คุณหนูในห้องหอไม่ ทำงานทำการเช่นลูกบ้านอื่น
นางเองรับรู้มาตลอดแต่คร้านจะเก็บมาใส่ใจ มีเพียง ตัวนางและครอบครัวเท่านั้นที่รับรู้ดี แต่กลับนึกไม่ถึงว่า จะมีคนกล่าวเช่นนี้ให้บุตรชายคนเล็กฟัง
ฟางหรงเป็เด็กเช่นใด นางผู้เป็มารดามีหรือจะไม่รู้ ตลอดเวลาที่ผ่านมาแม้บุตรชายจะมีนิสัยทะโมน มุทะลุ เกินเด็กไปบ้างอาจไม่ถูกกับพี่ชายคนรอง
แต่นั้นเพราะฟางเซียนอ่อนแอเล่นอะไรแรงๆแบบเขาไม่ ได้เด็กน้อยจึงชอบแกล้งแหย่ให้พี่ชายใ แต่ไม่เคยมี คำพูดก้าวร้าวใส่เช่นนี้
สิ่งที่เอ่ยที่เกินเด็กคนหนึ่งจะนึกขึ้นมาได้เช่นไร หากไม่มีผู้ อื่นกล่าวให้ฟัง แต่ถึงจะคิดไปเช่นนั้นตัวนางเองก็มีความ ผิด ที่อาจละเลยลูกคนเล็กไปบ้างจนทำให้คำกล่าวนั้น เป็จริง
"หรงเออร์มาอาบน้ำได้แล้ว" เซี่ยอวิ้นมองลูกชายที่ชุด เปรอะโคลนไปเกือบทั้งตัว จึงอยากให้บุตรชายรีบไปอาบ น้ำผลัดผ้า
ฟางหรงที่คุยจ้อกับพี่ชายอยู่จึงรีบวิ่งไปหามารดาเพราะ กลัวตนจะโดนดุด่าว่ากล่าวอีกรอบหนึ่ง
"เซียนเออร์รออยู่ในบ้านนะลูก แม่จะเอาชุดน้องเ้าไป ซักเสียก่อน หากทิ้งไว้คราบโคลนพวกนี้คงซักมิออก"
"คระ..ขอรับ"
เมื่อกล่าวกับลูกชายคนรองเสร็จมารดาก็เดินนำหน้าลูก ชายคนเล็กไป ทิ้งให้ฟางเซียนยืนมองตะกร้าปลาที่ถืออยู่ เขากำลังยืนคิดอยู่ว่าจะทำอะไรกับปลาที่เด็กน้อยนำมาดี
'ไปหาดูในครัวดีกว่า เผื่อจะคิดออก'
คิดได้ดังนั้นจึงเดินตรงไปที่ครัว เมื่อเข้ามาในครัว มองดู รอบๆ เพื่อสำรวจวัตถุดิบภายในห้องนี้มุมห้องส่วนหนึ่ง เป็ที่วางไว้ของวัตถุดิบต่างๆเห็นหลักๆเลยก็คือฟักทอง ลูกโตที่วางซ้อนทับกันไว้
ถัดมาเป็พวกหัวหอมและสารพัดผักใบแห้งต่างๆ วางไว้ ในตะกร้าข้างๆส่วนพริกแห้งสีแดง กระเทียมและห่อไม่รู้ ถูกแขวนไว้ติดไว้กับพนังห้อง
ส่วนผนังอีกข้างมีโต๊ะสำหรับวางพวกกระปุกดินเผาต่างๆ วางเรียงราย ซึ่งเขาเดาเองว่าน่าจะเป็พวกเครื่องปรุง ต่างๆ ถัดมาจะเป็พวกหม้อไห มีดตะเกียบ จานชามวาง ไว้เป็สัดส่วน
ตรงด้านหน้าเขานั้นเป็เตาไฟที่ใกล้มอดดับ เนื่องจาก เอาฟืนส่วนใหญ่ออกมาแล้ว มีเพียงถ่านดำไม่กี่ก้อนที่ยัง ติดไฟอยู่
ฟางเซียนอดปรบมือในใจไม่ได้บ้านนี้ถึงจะยากจนไปสัก หน่อย แต่ก็ดูสะอาด ข้าวของดูเป็ระเบียบไม่วางเกะกะ ให้ดูรกหูรกตา
ตนเดินไปหยิบมีดที่วางไว้บนโต๊ะ เมนูตอนนี้ยังคิดไม่ออก หรอก แต่อย่างน้อยไปขอดเกล็ดปลาและคว้านไส้ของ ปลาออกไว้ก่อน เมื่อทำความสะอาดเสร็จแล้วค่อยมาคิด เมนูละกัน
มองหาที่ทางเหมาะๆ ที่จะไปทำความสะอาดปลา เขามอ งไปยังประตูหลังที่ฟางหรงวิ่งออกไปเพื่ออาบน้ำ ซึ่งมี
ห้องที่ทำไว้สำหรับอาบน้ำอยู่ก่อนจะถึงตรงนั้นมีโอ่งน้ำ วางไว้
ฟางเซียนหิ้วตะกร้าปลาปลาพร้อมหยิบถังเล็กติดตัวมา ด้วยเดินไปยังนอกบ้าน ซึ่งมีโอ่งน้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่ซึ่ง เป็สำหรับไว้ล้างจานชามต่างๆ ลดตัวนั่งยองๆ แล้ว หยิบปลาในตระกร้าขึ้นมา
'ปลานิลซะด้วย'
ใช้มีดคอเกล็ดปลาตัดครีบแล้วคว้านท้องเอาพวก เครื่องในปลาออกมาทิ้งใส่ถังใบเล็กอย่างชำนาญ เพราะ ตอนเด็กตนมักจะไปหาปูหาปลาตามลำคลองเพื่อให้ยาย นำไปขายที่ตลาด หากเหลือก็นำมาปรุงกินเป็อาหาร
ใช้เวลาไม่นานปลาทั้งหมดในตะกร้าก็ถูกทำความสะอาด เรียบร้อย ส่วนพวกเกล็ดปลาและเครื่องในต่างๆ รวมกัน อยู่ในถังเพื่อนำไปทิ้ง ตัวเขาก็ไม่รู้จะเอาไปทิ้งที่ไหน รอ มารดากลับมา ค่อยถามนางละกัน
ร่างเล็กหิ้วตกกร้าเดินไปยังห้องครัววางตะกร้าไว้บนโต ก่อนจะหยิบพวกกระปุกต่างๆ เพื่อดูว่าข้างในมีอะไรบ้าง
ภายในกระปุกที่เขาเปิดมา ประกอบด้วย เกลือ น้ำตาล และน้ำมัน เครื่องปรุงทั้งหมดก็มีเพียงเท่านี้ ส่วนอีกสอง สามกระปุกเป็ผงใบไม้บดแห้ง ซึ่งเขาคิดว่าน่าจะเป็ยา ของเขา เพราะดมกลิ่นแล้วชวนอ้วกพอกัน
ฟางเซียนกลุ้มกว่าเดิม เครื่องปรุงในห้องนี้ น้อยกว่าห้อง เขาซะอีก ขณะที่ครุ่นคิดอยู่นั้น สายตาของเขาก็เหลือบ ไปเห็นไหที่วางไว้มุมด้านใน
รีบก้มไปเปิดดู ภายในคือผัดกาดดองนั้นเอง ฟางเซียน รู้สึกเหมือนตัวเองถูกหวย เขาเป็คนที่ชอบกินผัดกาด ดองมาก เมนูโปรดของเขาก็คือ ต้มปลาใส่ผักกาดดอง!