เหตุการณ์ที่ท่านอ๋องถูกวางยาปลุกกำหนัดแม้จะถูกปิดห้ามแพร่งพรายไปยังภายนอก แต่ภายในจวนอ๋องไม่มีผู้ใดไม่รู้เื่ เช่นเดียวกับเรือนตะวันตกและเรือนทิศใต้
“เหม่ยหลิน หญิงชาวบ้านนั่น ทำทีเป็เล่นตัว ไม่แน่ในใจอยากจะร่วมหอกับท่านอ๋องจนแทบทนไม่ได้แน่” หลันฮวากล่าวกับสาวใช้ส่วนตัวด้วยความเย้ยหยัน นางรู้สึกอิจฉาอยู่ไม่น้อยที่เหม่ยหลินมีโอกาสได้ใกล้ชิดท่านอ๋อง นางจึงอดไม่ได้ที่จะไปเย้ยหยัน ต่างจากเรือนตะวันตกที่ดูนิ่งเฉย
“เหม่ยหลินไม่มีทางทำให้ท่านอ๋องหวั่นไหวได้หรอก ในเมื่อในใจพระองค์ยังมีหนิงเอ๋ออยู่” มู่เจียอี กล่าวพลางหยิบชาขึ้นจิบ เื่ของอ๋องลู่และหนิงเอ๋อแม้น้อยคนจะล่วงรู้ ด้วยที่อ๋องลู่ออกทำศึกั้แ่วัยเยาว์ แต่เจียอีก็เคยเห็นจดหมายที่เข้าออกกระโจมท่านอ๋องจนชินตา ถึงขั้นตนเองเคยนำจดหมายที่ฝากบิดาตนเองมาจากเมืองหลวงไปให้กับท่านอ๋องเองด้วยซ้ำ
“พระชายา พระชายาหลัวฮวาขอพบเ้าค่ะ” เซียงเซียงรีบรายงานเหม่ยหลิน เมื่อเห็นผู้มาเยือนดูมาไม่เป็มิตรนัก
“เชิญพระชายาเถิด” เหม่ยหลินคาดเดาได้ว่าที่หลันฮวามาหาตน ต้องเป็เื่ของนางกับท่านอฺ๋องแน่
“พระชายาเหม่ยหลินดูอารมณ์แจ่มใสเสียจริง ถึงได้มีกะจิตกะใจเก็บดอกพลัมมาเชยชมเช่นนี้” เป็ดังคาด หลันฮวาเพียงก้าวข้ามธรณีประตูก็พูดประชดประชันนางทันที
“ไม่ได้มีเื่ใดเป็พิเศษหรอก ข้าเพียงแต่จะนำดอกพลัมมาชงชาก็เท่านั้น” เหม่ยหลินกล่าวตามจริงพรางปรายตามองดอกพลัมที่ตนพึ่งเก็บมา
“ฮึ! ไม่ใช่ว่าจะนำไปเอาใจท่านอ๋องหรอกหรือ” หลันฮวากล่าวอย่างดูิ่ แม้จะเป็พระชายาเท่ากัน แต่เหม่ยหลินเป็เพียงชาวบ้านไม่มีวงศ์ตระกูลหนุนนำ หลันฮวาจึงไม่คิดให้เกียรติแม้แต่น้อย
เซียงเซียงกับเจียงฮุ่ยได้แต่มองหน้ากัน คิดอยากจะปกป้องผู้เป็นาย ด้วยคำพูดของพระชายาหลิวหลันฮวาช่างไม่น่าฟังนัก
“ข้าเพียงทำเพื่อชงดื่มในเรือนตะวันออกเท่านั้น ไม่ได้มีความคิดที่จะนำไปให้ท่านอ๋องดื่มแต่อย่างใด แต่ถ้าหากพระชายาหลันฮวาชอบข้าก็จะให้คนนำไปให้” เหม่ยหลินคร้านจะสนทนากับคนที่มองแต่ผู้อื่นในด้านร้ายเช่นนี้
“ไม่ต้อง! ชาที่ไม่มีชื่อเสียงเช่นนี้ข้าดื่มไม่ลง” หลันฮวาไม่รู้จักรักษาน้ำใจผู้อื่นแม้แต่น้อย นางเป็ลูกคหบดีที่ร่ำรวยและมีอำนาจที่สุดทางตอนเหนือ จะให้มาดื่มชาบ้านป่าแบบนี้ได้อย่างไร
ยังไม่ทันที่เซียงเซียงกับเจียงฮุ่ยจะโต้แย้งแทนเหม่ยหลิน เสียงพ่อบ้านก็ดังขึ้นเสียก่อน
“พระชายาเหม่ยหลิน พระชายาหลันฮวา ท่านอ๋องให้ข้าน้อยมาแจ้งว่าอีก 3 วัน จะเป็งานฉลองวันประสูติของฮองเฮา ขอให้เหล่าพระชายาเตรียมตัวเข้าวังถวายพระพร”
“เข้าวัง! กลับเรือนเถอะซู่ปิง ข้าต้องเลือกชุดเข้าวัง” หลันฮวากล่าวอย่างอารมณ์ดีก่อนเดินจากไป โดยไม่กล่าวลาเ้าของเรือนแม้แต่คำเดียว
เหม่ยหลินได้แต่ส่ายหน้า ระอากับกิริยาของลูกผู้ดีอย่างหลิวหลันฮวา
“เซียงเซียง เจียงฮุ่ย” ไปทำหีบผ้าที่ได้รับพระราชทานออกมาเถอะ ข้าจะเลือกมาเย็บชุดเข้าวัง
“พระชายาจะตัดเย็บเองหรือเพคะ? เหลือเวลาอีกเพียงสามวัน จะทันหรือไม่” เจียงฮุ่ยเป็กังวลแทนพระชายา
“ทันสิ ชุดไม่ได้ตัดเย็บยากเย็นอะไร”
“แต่....จะสู้กับชุดทั้งสองพระชายาได้หรือเพคะ” เซียงเซียงรู้สึกเป็กังวล กลัวพระชายาของตนจะน้อยหน้าผู้อื่น
“ข้าไม่ได้จะไปแข่งกับใคร แค่ไม่ทำให้จวนอ๋องขายหน้าก็พอ” นางกล่าวอย่างใจเย็น
เมื่อพระชายาทรงตัดสินใจแล้ว พวกนางก็ได้แต่ทำตาม และเป็ลูกมือให้พระนางเท่านั้น
...ภายในสามวันนี้ เรือนหลังของจวนอ๋องดูวุ่นวายยิ่ง ด้วยเหล่าพระชายาวุ่นอยู่กับการเลือกอาภรณ์ จึงมักเห็นเหล่าเฒ่าแก่ร้านผ้าชื่อดังในเมืองผิงอัน เข้าออกเรือนทิศใต้อยู่ไม่ขาด
"หม่อมฉันได้ยินมาว่า พระชายาหลันฮวาสั่งอาภรณ์จากร้านผ้าทั่วเมืองผิงอันเลยเพคะ" ซียงเซียงทูลสิ่งที่ได้ยินมากับเหม่ยหลิน
"พระชายาหลันฮวาเป็บุตรีของคหบดีหลิว นางจะสั่งซื้ออาภรณ์จากร้านค้ามากมายก็ไม่แปลก" เหม่ยหลินกล่าวอย่างสงบ พลางปักเลื่อมบนอาภรณ์สีแดงชาดลายหงส์ของตน ‘นางไม่มีสินเดิมเช่นเจียอีและหลันฮวา จะให้ซื้ออาภรณ์ราคาแพงนั้นนางไม่สามารถทำได้’
"แล้วพระชายาเจียอีเล่า พระนางสั่งอาภรณ์จากร้านใด" แม้เหม่ยหลินไม่้ารู้ แต่เจียงฮุ่ยสาวน้อยผู้อยากรู้อยากเห็นเอ่ยถามต่อเซียงเซียง
"เห็นสาวใช้ในเรือนบอกว่าตระกูลมู่สั่งชุดจากหออี้เถา" เซียงเซียงกล่าวพลางเย็บกรรไกรให้เหม่ยหลิน
"นั่นคือร้านตัดเย็บที่ตัดชุดถวายเหล่าพระนมสนมในพระราชวังเชียวนะ ตระกูลมู่ช่างมีอำนาจนัก" เจียงฮุ่ยรู้สึกอิจฉาแทนพระชายาของตน
"เสร็จแล้ว" เหม่ยหลินกล่าวพลางถอนหายใจ เรียกความสนใจของเซียงและเจียงฮุ่ยมายังอาภรณ์สีแดงชาดได้
"พวกเ้าว่าเป็อย่างไรบ้าง" เหม่ยหลินขอความเห็นจากสาวใช้ทั้งสอง
"สวยมากเพคะ!" เซียงเซียงและเจียงฮุ่ยกล่าวพร้อมกันอย่างตื่นเต้น ชุดของพระชายาแม้จะเรียบง่าย แต่กลับแปลกใหม่ อาภรณ์สีแดงชาด ปักลายัเกี้ยวหงส์ บ่งบอกถึงการเป็สตรีของราชวงศ์ ชายกระโปรงเย็บกลีบปล่อยพลิ้วไสวตามแรงลม มีความสง่างามเหมาะกับพระชายาของจวนอ๋องยิ่งนัก
เหม่ยหลินยืนกอดอกยิ้มอย่างภูมิใจ ‘เท่านี้ก็ไม่ต้องใช้เงินท่านอ๋องแล้ว’ แท้จริงแล้วสตรีใดไม่อยากมีอาภรณ์สวยงามสวมใส่เล่า แต่ฐานะทางบ้านนางยากจน ไม่มีสินเดิมเช่นหลันฮวา และเจียอี หากจะให้เงินที่จวนอ๋องจัดสรรให้ทุกเดือน ก็เกรงจะเป็ที่ดูเเคลนว่าใช้เงินของจวนฟุ่มเฟือย ได้แต่ใช้ฝีมือของตนแล้ว
“เช่นนั้นพวกเ้าก็ช่วยข้าแต่งตัวเถอะ ใกล้ถึงเวลาเข้าวังแล้ว อย่าให้ท่านอ๋องรอนาน”
เซียงเซีงและเจียงฮุ่ยแต่งตัวให้เหม่ยหลินอย่างกายอย่างพิถีพิถัน แต่งไปยกยอความงามของนางไป จนเหม่ยหลินอดขำกับคำเยินยอที่เกินพอดีของพวกนางไม่ได้
“เสร็จแล้วเพคะ” เซียงเซียงกล่าวพร้อมหันไปยิ้มกับเจียงฮุ่ย
เหม่ยหลินมองตนเองในกระจก “เท่านี้ก็ไม่ทำให้จวนอ๋องขายหน้าแล้ว”
“พะชายา ท่านอ๋องให้มาแจ้งว่าถึงเวลาต้องเข้าวังแล้วเพคะ” เป็เสียงแม่นมกุ้ยที่ทำหน้าที่มาเร่งเหล่าพระชายา
“ได้ ข้าเข้าใจแล้ว” เหม่ยหลินกล่าว พลางเดินออกจากเรือนตรงไปที่รถม้า โดยมิได้สังเกตสายตาของบ่าวไพร่ที่มองมายังนาง
เมื่อออกมายังหน้าจวน นางเห็นลู่ชิงที่แต่งกายด้วยอาภรณ์สีแดงเพลิงปักลายั ยืนหันหลังกำชับงานกับเหิงเยว่อยู่ ภายใต้อาภรณ์ผืนนี้ทำให้เขาดูอ่อนเยาว์ขึ้นมาก เหม่ยหลินยืนจ้องมองชายผู้อยู่ตรงหน้าอยู่นาน กว่าสติที่หลุดลอยของนางจะกลับเข้าร่างเช่นเดิม
“คาราวะท่านอ๋องเพคะ” นางกล่าวทักทาย
“เสร็จแล้วก็ขึ้นรถม้าเถอะ…” คำสุดท้ายยังติดอยู่ในลำคอของลู่ชิง เมื่อเขาหันกลับมาเห็นเหม่ยหลินที่ยู่นิ่งอยู่ตรงหน้า หญิงสาวรูปร่างบอบบางที่อยู่ใต้อาภรณ์สีแดงชาดอย่างปราณีตนี้ทำให้ผิวขาวราวหิมะของนางดูโดดเด่นยิ่งนัก ประกอบกับใบหน้างดงามดังภาพวาดนั่นส่งให้นางดูสูงศักดิ์เกินผู้ใด เพียงแค่นางจ้องมองเขาด้วยดวงตาดุจกวางป่า ก็สามารถทำให้เขาตกอยู่ภวังค์อย่างง่ายดาย แม้แต่เหิงเยว่ องครักษ์เืร้อนที่สนใจแต่การฆ่าฟันยังมองนางอย่างไม่วางตา
การจ้องมองของสองนายบ่าวทำให้เหม่ยหลินรู้สึงวางตัวไม่ถูก
“ท่านอ๋อง! เป็อะไรไหมเพคะ” เสียงของเหม่ยหลินปลุกให้เขามีสติกลับมาอีกครั้ง เมื่อเห็นสายตาสงสัยของนางเขาก็ทำได้เพียงต้องแก้ต่างให้กับตนเอง
“อากาศมันร้อน ก็เลยรู้สึกเหนื่อยล้าไปบ้าง” เขากล่าวอย่างไรเหตุผล แม้แต่เหิงเยว่เองยังอับอายกับคำแก้ต่างนี้แทนท่านอ๋อง
‘ หิมะพึ่งตก อากาศจะร้อนได้อย่างไร’ เหิงเยว่ได้แต่บอกท่านอ๋องในใจ