Chapter 4
อยากได้ก็ต้องได้
นวตาไม่อยากจะเชื่อภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า ดรัณภพนั่งอยู่ตำแหน่งเก้าอี้ประธานบริษัททั้งยังแต่งตัวเต็มยศด้วยชุดสูทราคาแพงดูภูมิฐาน
“เอ่อ สวัสดีครับท่านประธาน ผมนวตาที่มาทำงานเป็ผู้ช่วยเลขาในวันนี้ขอฝากตัวด้วยนะครับ”
แม้จะอึ้งไปสักครู่แต่ก็รีบดึงสติตัวเองกลับมาพร้อมกับเอ่ยทักทายผู้เป็เ้านายในทันที
“สวัสดี...ดีใจที่ได้เจออีกครั้งนะ”
ใบหน้าคมฉีกยิ้มกว้างทำเอาใจนวตาถึงกับสั่นระรัว เขาคนนี้ก็น่าจะเห็นเรซูเม่และรูปภาพหน้าของเธอแล้วสิ แต่ทำไมยังเลือกที่จะให้เข้ามาทำงานที่นี่
“ครับท่าน”
“เรียกฉันว่าคุณภพก็พอ...ดรัณภพ”
มีหลายคนที่ชอบเรียกเขาว่าท่านประธานไม่ก็เรียกว่าท่าน แต่ดรัณภพกลับไม่รู้สึกชอบแบบนั้นชอบให้เรียกว่าคุณภะมากกว่าและอีกชื่อก็คือเสี่ยภพซึ่งชื่อนี้เอาไว้ให้ลูกน้องในผับได้เรียกกัน
“ครับคุณภพ”
คุยเื่รายละเอียดงานกันอยู่สักพักดรัณภพก็บอกให้นวตาอยู่ภายในห้องนี้เลยและให้คนเอาโต๊ะทำงานเข้ามาให้ไม่ต้องกลับไปทำงานที่ห้องกับอินทรีย์
“ทำงานกับคุณภพต้องละเอียดหน่อยนะ อย่าผิดพลาด เื่ตารางงานแล้วก็ตารางการประชุมภายในเดือนนี้ฮันจะส่งให้ บางทีอาจจะมีประชุมด่วนเข้ามาต้องคอยประสานงานด้วย”
อินทรีย์บอกรายละเอียดให้กับนวตาอีกครั้งเป็ครั้งสุดท้ายก่อนที่จะเดินจากกลับไป อินทรีย์เองก็ต้องกลับไปทำงานที่ห้องของตัวเองและอีกหนึ่งสัปดาห์ก็เตรียมจะบินไปต่างประเทศแล้วด้วย
นวตาเดินกลับมายังโต๊ะทำงานของตัวเองที่อยู่ภายในห้องเดียวกับประธานบริษัท ห้องทำงานสุดหรูบนตึกชั้นสูงมองเห็นวิวรอบกรุงเทพมหานคร
“เพิ่งจะเรียนจบเลยมาสมัครงานงั้นเหรอ?”
ดรัณภพที่นั่งเงียบอยู่นานเอ่ยถามนวตาซึ่งนั่งประจำเก้าอี้ของตัวเอง ใจดวงน้อยรู้สึกใที่เขาถามพรุ่งตรงเื่ส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับเื่งานแบบนี้
“ครับ ที่จริงก็เพิ่งจะได้งานที่นี่เป็ที่แรกทั้งที่สมัครไปหลายงานแล้ว ต้องขอบคุณท่านประธานที่เรียกผมเข้ามาทำงานที่นี่”
เอ่ยขอบคุณไปอย่างนั้น ตัดสินใจพูดความจริงไปซะเลยว่าตัวเองยังไม่ได้งานที่ไหนนอกจากที่นี่เพราะไม่รู้จะโกหกไปทำไม และนวตายังรู้สึกอีกว่าการที่ได้งานที่นี่มันไม่ใช่ได้มาแบบปกติแต่น่าจะเป็เพราะประธานบริษัทเลือกเข้ามา ใจเธอมันบอกแบบนั้น
“หึ พูดตรงดี...”
ใบหน้าหล่อคมกระตุกยิ้มบนใบหน้า รู้สึกถูกใจเด็กหนุ่มคนนี้ซะเหลือเกินไม่เหมือนใครที่เขาเคยพบมาจริงๆ
ระหว่างนี้นวตาก็นั่งทำงานไปเงียบๆ วันนี้ยังไม่มีประชุมรึงานอะไรหนักๆที่จะต้องทำจึงเป็โชคดีของเธอไป
เฮ้อ มาทำงานวันแรกก็เจอเื่เหนือความคาดหมายซะแล้วตาเอ๊ย
ได้แต่บ่นอยู่กับตัวเองในใจแต่ก็ทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้ นี่เป็งานแรกที่ได้ทำและนวตาจะไม่ยอมลาออกอย่างเด็ดขาด
พักกลางวัน
“เดี๋ยวสิจะรีบไปไหนล่ะ?”
เมื่อเห็นเด็กหนุ่มรีบลุกขึ้นตอนเวลาพักเที่ยงดรัณภพก็รีบถามขึ้นในทันที เด็กคนนี้ดูท่าเหมือนจะหนีหน้ามาเผชิญหน้าตรงๆ
“เอ่อ ตอนนี้ก็เที่ยงแล้วเลยจะลงไปที่โรงอาหารของพนักงานครับ เห็นคุณอินทรีย์บอกว่าโรงอาหารอยู่ชั้น สาม”
“มาทำงานวันแรกแถมยังเป็ผู้ช่วยเลขาส่วนตัวอีก แบบนี้ฉันคงต้องเลี้ยงนาย”
“ไม่เป็ไรเลยครับ...ไม่เป็ไรดีกว่าผมเกรงใจท่านประธาน”
“บอกแล้วไงว่าให้เรียกว่าคุณภพ”
คนตัวสูงกว่าเดินล้วงกระเป๋าแล้วมายืนประจันหน้ากับนวตาที่ตัวเตี้ยกว่ามาก โดยสูงเพียงร้อยเจ็ดสิบเิเ เท่านั้น
“เอ่อ ครับคุณภพ เดี๋ยวผมทานอาหารด้วยตัวเองดีกว่าไม่อยากจะรบกวน”
“ไม่ได้รบกวนอะไรหรอก ถ้าปฏิเสธเสียมารยาทแย่เลยเลยนะผู้ใหญ่อุตส่าห์ชวน”
“ขอโทษครับ งั้นเอาตามที่คุณภพว่าก็ได้ครับ”
โดนว่าเข้าแบบนั้นทำให้ปฏิเสธไม่ได้ แต่มันก็จริงเพราะตัวนวตามาทำงานวันแรกผู้ใหญ่ว่ายังไงก็ควรจะว่าอย่างนั้นไปก่อนไม่ควรดื้อเพราะมันจะทำให้ตัวเธออยู่ลำบาก
ร่างเล็กเดินตามต้อยๆ ในใจก็พลางคิดไปถึงเื่นั้นเื่นี้ สมองมันฟุ้งซ่านไปหมด ภาพที่คนตัวเล็กนอนอยู่บนเตียงกับประธานบริษัทยังไม่ลบเลือนไปจากหัวสมองของนวตาแม้แต่น้อย
เดินไปก็เขินอายไป ส่วนคนตัวสูงด้านหน้าก็ดูจะไม่รู้สึกอะไรสักนิดปล่อยให้นวตาคิดฟุ้งซ่านอยู่คนเดียว
รู้ตัวอีกทีก็เดินมาหยุดอยู่ที่จุดจอดรถของประธานบริษัทและรถคันนั้นยังเป็รถยุโรปคันหรูดูแล้วภูมิฐานเหมาะกับฐานะของประธานบริษัทอย่างที่สุด
“เราจะไปรถคันนี้งั้นเหรอครับ?”
ยืนอึ้งเพราะชีวิตของนวตาไม่เคยนั่งรถที่หรูขนาดนี้มาก่อนตอนเรียนก็โหนรถเมล์ หรูสุดก็นั่งแท็กซี่ในยามจำเป็
“ใช่ คิดว่าเราจะเอารถอะไรไปล่ะซาเล้งรึไง”
“เปล่าครับ”
เจอย้อนกลับมาแบบนั้นก็ทำเอาพูดไม่ออก
เพียงไม่ช้ารถยุโรปก็แล่นมาจนถึงร้านอาหารสุดหรูใจกลางเมืองซึ่งแน่นอนว่านวตาไม่เคยได้กินมาก่อน
“ทำไมมาร้านหรูขนาดนี้ล่ะครับ”
ดวงตากลมโตเปรยมองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ไม่ใช่ว่าไม่อยากมาหรือไม่อยากกินหรือเื่มากแต่้าเหตุผลว่าทำไมถึงรับเธอเข้ามาทำงานได้อย่างง่ายดายแถมยังพามาทานร้านอาหารหรูๆขนาดนี้อีก
“ก็ไม่มีเหตุผลอะไรนี่ ทำไมล่ะไม่ชอบเหรอ?”
เห็นคนตัวเล็กยืนเกร็งประหม่าก็รู้สึกอยากจะแกล้ง
“เปล่าครับ”
ทั้งสองคนเดินเข้ามาภายร้านอาหารโดยพนักงานต้อนรับเป็อย่างดีเพราะเสี่ยภพเป็ลูกค้าประจำของที่นี่
นวตาทำได้เพียงนั่งนิ่งอย่างนั้นไม่กล้าโต้เถียงอะไรโดยอาหารที่สั่งนวตาก็ไม่กล้าแม้แต่จะออกปากสั่งดรัณภพจึงเป็คนจัดการให้ทั้งหมด
“เป็ยังไงบ้างทำงานวันนี้”
เขาถามขึ้นท่ามกลางความเงียบโดยนวตายังคงนั่งเกร็งไม่กล้าสบตา ได้แต่ก้มหน้า
“ดีนะครับ เป็การทำงานทำด้านนี้ครั้งแรกของผมเลย”
“หึ อยากลองทำด้านอื่นดูบ้างไหมล่ะ?”
คนตัวใหญ่ถามไปอย่างนั้นทำเอานวตาถึงกับใจสั่นไม่รู้ว่าเขาหมายถึงอะไร
“เอ่อ คุณภพหมายถึงอะไรหรอครับ?”
“อย่าทำเป็ลืมสิ...เื่คืนนั้นนายเป็คนยั่วฉันนะ”
“!?”
ดวงตากลมโตเบิกโพง รอยริ้วแดงปรากฎขึ้นบนแก้มทั้งสอง รู้สึกเขินอายเมื่อผู้เป็เ้านายพูดถึงเื่คืนนั้น คืนที่นวตาได้ทำผิดพลาดไปเพราะความเมา
“นายก็น่าจะรู้ว่าเพราะอะไรฉันถึงเรียกเด็กไร้ประสบการณ์ให้มาทำงานสำคัญอย่างผู้ช่วยเลขา”
นั่นสินะ ไม่มีทางเลยที่จะเรียกเด็กจบใหม่เกรดระดับกลางมหาวิทยาลัยก็ไม่ใช่ตัวท๊อป มันต้องมีเหตุผลมากกว่านั้นที่ประธานบริษัทถึงกับต้องลงทุนเรียกเรามา
คนตัวเล็กคิดในใจ
“เื่คืนนั้น...ลืมมันไปได้ไหมครับ”
ดรัณภพแปลกใจไม่เคยพบเจอเด็กหนุ่มที่เป็แบบนี้มาก่อน มีแต่คนจ้องจะจับเขาเพราะรวย ยิ่งถ้ารู้ว่าเป็ประธานบริษัทและเป็เ้านายแบบนี้มีแต่จะต้องจับเอาไว้ไม่ให้หายไปติดเด็กคนอื่น
“นี่ลีลาฉันมันแย่จนถึงขั้นอยากลืมเลยรึไง”
ประธานบริษัทหนุ่มไม่สบอารมณ์ คิดในใจว่าเพราะเหตุใดลูกน้องคนนี้ถึงผลักไสเขานัก ปกติมีแต่จะติดใจลีลาที่พริ้วไหวพร้อมกับไซส์ท่อนลำขนาดเกินมาตรฐานชายไทย
“ไม่ใช่แบบนั้นนะครับ...เพียงแค่ผมไม่อยากให้เราทำงานกันไปพร้อมกับความเกร็ง”
มันประหม่าไปหมด นวตาไม่้าให้เป็แบบนั้น
“เกร็งยังไง? คืนนั้นก็พริ้วออกนี่ไม่เห็นจะเกร็งเลย”
แสยะยิ้มร้ายพร้อมกับตัดชิ้นสเต็กเนื้อเข้าปาก นวตารู้สึกหวั่นใจที่จะต้องทำงานร่วมกับผู้ชายอันตรายอย่างนี้
“เอาเป็ว่าผมไม่อยากให้คุณพูดเื่นั้นอีก”
คนตัวเล็กอยากจะทำงานอย่างสงบเสงี่ยมไม่มีบทบาทอะไรในชีวิตของดรัณภพนอกจากเื่งานเท่านั้น เธออยากจะอยู่ที่นี่ให้นานที่สุดเพราะเงินเดือนที่ได้นั้นค่อนข้างดี คงจะทำให้คุณภาพชีวิตของเธอและแม่ดีขึ้นได้ไม่น้อย
“ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ”
“...”
“มาทำให้ติดใจแล้วอย่าคิดว่าฉันจะหยุดง่ายๆ... คนอย่างเสี่ยดรัณภพอยากได้อะไรก็ต้องได้:)”