เปิดหีบสมบัติต่อ! ในครั้งนี้ หลินเฟิงตัดสินใจเปิดหีบสมบัติสามใบที่เหลือพร้อมกันรวดเดียวไปเลย แสงสีเขียวสว่างวาบขึ้นตรงหน้า ตามมาด้วยฝาหีบสมบัติทองแดงทั้งสามใบที่ถูกเปิดออกพร้อมกัน
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์หลินเฟิง ได้รับไอเทม ด้ายแดง]
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์หลินเฟิง ได้รับไอเทม ด้ายแดง]
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์หลินเฟิง ได้รับไอเทม ด้ายแดง]
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์หลินเฟิง ได้รับเงิน 30,000 หยวน]
หลินเฟิงถึงกับอึ้งไปเลย! หีบสมบัติทองแดงทั้งสามใบดันเปิดได้ของที่เหมือนกัน แถมของชิ้นนี้ยังเป็ด้ายแดงที่เขาเพิ่งจะได้มาเมื่อก่อนหน้านี้อีกต่างหาก!
บ้าเอ๊ย! นี่มันสถานการณ์อะไรกันเนี่ย? ระบบกำลังล้อฉันเล่นอยู่หรือไง? ฉันดูเหมือนพวกโสดสนิทขนาดนั้นเลยเหรอ?
ไม่สิ! เมื่อกี้นี้ฉันเปิดหีบสมบัติพร้อมกัน 3 ใบ ผลลัพธ์ก็คือได้ของที่เหมือนกันมา 3 ชิ้น หรือว่า... มันจะทวีคูณได้งั้นเหรอ?
ก็เหมือนกับการซื้อลอตเตอรี่ ซื้อหนึ่งใบก็ถูกรางวัลแค่ใบเดียว แต่ถ้าซื้อสามใบ ก็จะได้รับเงินรางวัลสามเท่า!
โธ่เว้ย! ถ้ารู้อย่างนี้แต่แรก ก็ไม่น่าเปิดหีบสมบัติรวดเดียว 3 ใบเลย นี่มันสิ้นเปลืองชัด ๆ
เมื่อมองดูด้ายแดงทั้ง 4 เส้นที่อยู่ในช่องเก็บของ หลินเฟิงก็แทบจะร้องไห้แต่กลับไม่มีน้ำตา
คืนนั้น หลินเฟิงนอนพลิกไปพลิกมาอยู่บนเตียงจนนอนไม่หลับ ในใจมีทั้งความตื่นเต้นและก็มีความรู้สึกเสียดายปะปนกันไป จนกระทั่งถึง่ดึกสงัด เขาถึงได้เผลอหลับไปอย่างสะลึมสะลือ
เมื่อตื่นขึ้นมา ก็เป็เวลาเที่ยงวันเสียแล้ว หลินเฟิงรีบกินมื้อเที่ยงที่ร้านอาหารแผงลอยริมทางอย่างลวก ๆ จากนั้นก็เรียกแท็กซี่มุ่งหน้าตรงไปยังใจกลางเมืองทันที
อันดับแรก หลินเฟิงได้ไปซื้อกระเป๋าเป้ที่ร้านขายอุปกรณ์กีฬาแห่งหนึ่ง จากนั้นก็นำหยกชั้นยอดชิ้นนั้นใส่ลงไปในกระเป๋าเป้ แล้วเดินทางไปที่ร้านเพชรพลอยที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไห่ฉิน ร้านเครื่องประดับหลิวซื่อทันที
ทั่วทั้งเมืองไห่ฉินมีร้านเพชรพลอยทั้งเล็กและใหญ่รวมแล้วนับร้อยแห่ง แต่ร้านเครื่องประดับหลิวซื่อแห่งนี้สามารถติดอันดับหนึ่งในสามได้อย่างแน่นอน
มีข่าวลือว่าเื้ัของร้านเครื่องประดับหลิวซื่อมีผู้หนุนหลังที่ทรงอิทธิพลคอยคุ้มกะลาหัวอยู่ ถึงได้สามารถผงาดขึ้นมาและยืนหยัดอย่างมั่นคงในเมืองไห่ฉินได้อย่างรวดเร็ว
แต่ทว่า หลินเฟิงไม่ได้สนใจเื่พวกนี้เลย ตอนนี้เขาแค่อยากจะรู้ว่าหยกชั้นยอดในมือชิ้นนี้ ตกลงแล้วมันจะขายได้ราคาเท่าไหร่กันแน่?
"สวัสดีค่ะคุณลูกค้า! ยินดีต้อนรับสู่ร้านเครื่องประดับหลิวซื่อของเรานะคะ" ทันทีที่เดินเข้าไปในร้านเครื่องประดับหลิวซื่อ ก็มีพนักงานหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาต้อนรับอย่างกระตือรือร้น
หลินเฟิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความกระอักกระอ่วนใจนิด ๆ ว่า "ที่นี่รับซื้อหยกหรือเปล่าครับ?"
"หยกเหรอคะ?" พนักงานหญิงชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็รีบเผยรอยยิ้มแบบมืออาชีพออกมา เธอตอบกลับอย่างมีมารยาทว่า "ขอเพียงแค่เป็ของแท้ ทางร้านของเราก็รับซื้อแน่นอนค่ะ"
"รบกวนช่วยเรียกผู้จัดการร้านของพวกคุณมาหน่อยได้ไหมครับ?" หลินเฟิงลูบจมูกตัวเองแล้วเอ่ยขึ้น
"ไม่ทราบว่าคุณลูกค้า้าจะขายหยกแบบไหนเหรอคะ?" พนักงานหญิงถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"หยกจักรพรรดิ เนื้อแก้ว!" หลินเฟิงตอบกลับสั้น ๆ
"อะไรนะคะ?!" พนักงานหญิงอุทานเสียงหลง จากนั้นก็ยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองตามสัญชาตญาณ เมื่อตั้งสติได้และรู้ตัวว่าเสียมารยาท พนักงานหญิงสาวคนนี้ก็รีบเอ่ยขอโทษหลินเฟิงทันที
"ต้องขออภัยด้วยค่ะคุณลูกค้า เมื่อสักครู่นี้ดิฉันเสียมารยาทไปหน่อย เอาอย่างนี้ดีไหมคะ เชิญคุณลูกค้าตามดิฉันไปรอที่โซนวีไอพีสักครู่ เดี๋ยวฉันจะรีบไปตามผู้จัดการร้านมาให้ค่ะ"
และด้วยเหตุนี้ หลินเฟิงจึงเดินตามอีกฝ่ายเข้าไปในห้องรับรอง หลังจากที่พนักงานหญิงรินน้ำชาให้หลินเฟิงหนึ่งถ้วย เธอก็รีบร้อนวิ่งไปรายงานให้ผู้จัดการร้านทราบทันที
หลินเฟิงจิบน้ำชาที่ร้อนลวกปากไปหนึ่งอึก บนใบหน้าก็ปรากฏรอยยิ้มบาง ๆ ออกมา หยกจักรพรรดิเนื้อแก้วชิ้นนี้เป็ของล้ำค่าที่หาได้ยากจริง ๆ ไม่อย่างนั้นพนักงานหญิงคนนี้คงไม่แสดงอาการใมากขนาดนี้หรอก!
ผ่านไปไม่นาน เสียงฝีเท้าอันเร่งรีบก็ดังแว่วเข้ามาในหูของหลินเฟิง เขาจึงวางถ้วยชาในมือลง แล้วนั่งตัวตรง ในขณะเดียวกันภายในใจก็กำลังครุ่นคิดว่าต่อไปจะเจรจาต่อรองกับอีกฝ่ายอย่างไรดี
แอ๊ด!
เมื่อประตูห้องรับรองถูกผลักเปิดออก ร่างอันงดงามของผู้หญิงคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในสายตาของหลินเฟิง
เมื่อมองเห็นหน้าของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน หลินเฟิงก็อดไม่ได้ที่จะผุดลุกขึ้นยืนแล้วอุทานออกมาว่า "หลิวเยว่หรู! ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?"
ถูกต้องแล้ว! คนแรกที่เดินเข้ามาในห้องรับรองแห่งนี้ กลับกลายเป็ผู้หญิงที่หลินเฟิงบุกเข้าไปช่วยชีวิตจากกองเพลิงเมื่อคืนนี้ หลิวเยว่หรู นั่นเอง
"หลินเฟิง? ทำไมถึงเป็คุณล่ะ?" บนใบหน้าของหลิวเยว่หรูเองก็ปรากฏความประหลาดใจออกมาเช่นกัน
"เธอ... ร้านเครื่องประดับหลิวซื่อ" หลินเฟิงจ้องมองหลิวเยว่หรูอย่างเหม่อลอย ชั่วขณะนั้นเขาถึงกับไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี
"หึ ๆ ขอแนะนำตัวอย่างเป็ทางการเลยก็แล้วกัน ฉันคือเ้าของร้านนี้เอง" หลิวเยว่หรูยื่นมือไปตรงหน้าหลินเฟิง
หลินเฟิงจับมือของหลิวเยว่หรูเอาไว้ตามสัญชาตญาณ จากนั้นก็ถามขึ้นว่า "ร้านเครื่องประดับหลิวซื่อนี่บ้านเธอเป็คนเปิดเหรอ?"
"อืม" หลิวเยว่หรูพยักหน้ายิ้ม ๆ
"ที่แท้ก็เป็แบบนี้นี่เอง!" หลินเฟิงอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจออกมา
มิน่าล่ะหลิวเยว่หรูถึงขับรถเฟอร์รารี่รุ่นลิมิเต็ดอิดิชัน ที่แท้เธอก็เป็เศรษฐินีตัวจริงเสียงจริงนี่เอง!
"เื่เมื่อคืนนี้ ฉันยังไม่ทันได้ขอบคุณคุณดี ๆ เลย! นึกไม่ถึงเลยว่าพวกเราจะได้เจอกันเร็วขนาดนี้" หลิวเยว่หรูยิ้มบาง ๆ
"เอ่อ เื่เล็กน้อยน่า ไม่ต้องเก็บมาใส่ใจหรอก" หลินเฟิงถ่อมตัว
"จริงสิ คุณได้รับาเ็ตรงไหนหรือเปล่า?"
"ฉันจะไปาเ็ได้ยังไง? ร่างกายของฉันแข็งแรงจะตายไป!"
"ก็ดีแล้วล่ะ"
"ไม่สิ! ถ้าเกิดฉันบอกว่าาเ็ เธอจะ..."
"หึ ๆ คุณคิดว่าไงล่ะ?"
"ช่างเถอะ ฉันไม่ชอบแกล้งเจ็บเพื่อตบทรัพย์หรอกนะ"
หลินเฟิงจับมือหลิวเยว่หรูคุยจ้อไม่หยุดแบบนั้น ส่วนหลิวเยว่หรูไม่เพียงแต่จะไม่รังเกียจ แต่กลับยังส่งยิ้มคุยเป็เพื่อนหลินเฟิงอีกต่างหาก ภาพฉากนี้ทำเอาบรรดาพนักงานในร้านถึงกับมองจนตาค้างไปตาม ๆ กัน
นี่มันสถานการณ์อะไรกัน? ทำงานที่ร้านเครื่องประดับหลิวซื่อมาตั้งนาน ไม่เคยเห็นเถ้าแก่เนี้ยแสดงท่าทีสนิทสนมกับผู้ชายแปลกหน้าขนาดนี้มาก่อนเลยนะ?
หรือว่าหลินเฟิงกับหลิวเยว่หรูจะเป็เพื่อนสนิทกันงั้นเหรอ?
ผ่านไปครู่ใหญ่ หลินเฟิงถึงเพิ่งจะรู้ตัวว่าตัวเองยังจับมือของคนอื่นเอาไว้ไม่ยอมปล่อย เขาจึงหัวเราะออกมาอย่างเก้อเขิน ก่อนจะรีบชักมือกลับคืนมา
"หลินเฟิง ได้ยินมาว่าคุณ้าจะขายหยกจักรพรรดิเนื้อแก้วเหรอ?" พอหลิวเยว่หรูพูดถึงเื่งาน ท่าทีของเธอก็ดูจริงจังขึ้นมาทันที
"อืม" หลินเฟิงตอบรับพลางปลดกระเป๋าเป้ลงมา
เมื่อหยกชั้นยอดชิ้นนั้นถูกหลินเฟิงหยิบออกมาวางไว้บนโต๊ะ หลิวเยว่หรูก็รีบชะโงกหน้าเข้าไปใกล้ ๆ หยกชิ้นนั้นอย่างอดใจรอไม่ไหว และเริ่มพินิจพิจารณามันอย่างละเอียด
"เป็ไงบ้าง? ไม่ใช่ของปลอมใช่ไหม?" หลินเฟิงเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
หลิวเยว่หรูถามหลินเฟิงโดยที่ยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาเลยว่า "หยกของคุณชิ้นนี้ไปเอามาจากไหนเหรอ?"
"ของล้ำค่าประจำตระกูลน่ะ" หลินเฟิงโกหกหน้าตาย
"คุณรู้ไหมว่าหยกชิ้นนี้มีมูลค่าเท่าไหร่?" หลิวเยว่หรูเงยหน้าขึ้นมา พร้อมกับจ้องมองหลินเฟิงด้วยสีหน้าแปลก ๆ
"ฉันก็ไม่ค่อยรู้เื่พวกนี้สักเท่าไหร่ เธอคิดว่ามันน่าจะขายได้สักเท่าไหร่ล่ะ?" หลินเฟิงแกล้งโง่
หลิวเยว่หรูจ้องมองหลินเฟิงก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "หยกชิ้นนี้เป็หยกจักรพรรดิเนื้อแก้วจริง ๆ แถมหยกจักรพรรดิเนื้อแก้วก้อนใหญ่ขนาดนี้ เกิดมาฉันเพิ่งจะเคยเห็นเป็ครั้งแรกเลยนะ!"
"เธอรีบบอกมาเถอะว่ามันราคาเท่าไหร่?" หลินเฟิงเริ่มตื่นเต้นขึ้นมาแล้ว
"สามสิบล้าน!" หลิวเยว่หรูตอบกลับอย่างไม่ลังเล
"อะไรนะ? ส... สามสิบล้าน?" หลินเฟิงอุทานลั่น
หลิวเยว่หรูยิ้มบาง ๆ แล้วพูดว่า "ถ้าเอาหยกชิ้นนี้ไปเปิดประมูลที่โรงประมูลล่ะก็ อาจจะประมูลได้ราคาสูงกว่านี้ แต่ทางโรงประมูลก็ต้องหักค่าธรรมเนียมประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ สรุปแล้วเงินที่จะตกถึงมือคุณจริง ๆ ก็น่าจะอยู่ที่ประมาณสามสิบล้านนั่นแหละ"
หลินเฟิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ถามขึ้นว่า "แล้วเธอสามารถให้ราคาซื้อหยกชิ้นนี้ได้เท่าไหร่ล่ะ?"
"ฉันให้สี่สิบล้านเป็ไง?" หลิวเยว่หรูเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"หา? ราคาสูงขนาดนั้นเลยเหรอ?" หลินเฟิงชะงักไปเล็กน้อย
"หึ ๆ คุณเป็ผู้มีพระคุณช่วยชีวิตฉันเอาไว้นะ ฉันจะยอมให้คุณเสียเปรียบได้ยังไงล่ะ?" หลิวเยว่หรูหัวเราะเบา ๆ
"บุญคุณก็ส่วนบุญคุณ ธุรกิจก็ส่วนธุรกิจสิ เธอทุ่มเงินมหาศาลซื้อหยกชิ้นนี้ไป แบบนี้เธอไม่ขาดทุนแย่เหรอ?" หลินเฟิงขมวดคิ้วถาม
"ใครบอกล่ะ?" หลิวเยว่หรูเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ
"หยกจักรพรรดิเนื้อแก้วก้อนใหญ่ขนาดนี้ ทั่วทั้งประเทศ Z ไม่เคยมีใครพบเห็นมาก่อนเลยนะ หลังจากที่ฉันซื้อไปแล้ว ก็สามารถเอามันไปทำเป็สมบัติล้ำค่าประจำร้านได้สบาย ๆ ด้วยวิธีนี้ นอกจากจะช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับร้านเครื่องประดับหลิวซื่อของฉันได้แล้ว ยังสามารถดึงดูดลูกค้าได้มากขึ้นอีกด้วย"
หลิวเยว่หรูพูดร่ายยาวมาเป็ชุด หลินเฟิงฟังแล้วก็เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง สรุปก็คือ ตามที่หลิวเยว่หรูบอก เหตุผลที่เธอยอมจ่ายเงินมหาศาลเพื่อซื้อหยกชิ้นนี้ ไม่ใช่เพื่อเอาไปทำเป็เครื่องประดับหยกเพื่อวางขาย แต่จะเอามันมาใช้ประดับเป็หน้าเป็ตาให้กับร้านต่างหาก!
ให้ตายเถอะ! ความคิดของคนรวยนี่มันไม่เหมือนกับคนธรรมดาทั่วไปจริง ๆ
หลิวเยว่หรูไม่ได้กะพริบตาเลยสักนิด จู่ ๆ ก็เสนอราคาสูงลิบลิ่วถึงสี่สิบล้านออกมาหน้าตาเฉย เื่นี้ทำให้หลินเฟิงได้รับรู้เสียทีว่า ช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวยนั้น มันช่างห่างชั้นกันมากขนาดไหน