ผู้สืบทอดแห่งจักรพรรดิแวมไพร์

    การมาถึงของพันธมิตรตระกูลคินซ์ลี่ย์

    ชายวัยกลางคนยืนส่งโนอาห์จนกระทั่งลับสายตาไปจากนั้นก็มองไปยังหลังฉากกั้นที่กั้นเบื้องหน้ากับเบื้องหลังเอาไว้
    “นายท่าน ท่านคิดจะให้กระผมรับมือกับนายหญิงเพียงลำพังแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่ครับ ความสามารถของนายหญิงมันเกินที่ผมคาดการณ์เอาไว้ไปไกลมากแล้วนะครับ”
    “มันก็จริงที่ตอนนี้สามารถออกไปปรากฏตัวกับเธอได้แต่มันยังไม่ถึงเวลานั้นเข้าใจในเจตนาของฉันด้วย ตอนนี้ฉันพึ่งได้รับรายงานจากสายที่ส่งไปสืบเรื่องของสองคนนั้น เจ้านั่นเกือบเอาตัวไม่รอดมาจากพวกเขาทั้งที่ความสามารถโดดเด่นมากที่สุดในคนทั้งหมดที่มีความสามารถในการสืบ รายงานที่เจ้านั่นเอามาส่งก็มีแค่เรื่องปกติธรรมดาของคนที่ใช้ชีวิตในแต่ละวันเรื่องนี้ก็บ่งบอกได้แล้วว่าสองคนนั้นไม่ใช่คนธรรมดาที่จะเล่นด้วยได้ แถมก่อนหน้านี้ไมอาเองจากที่ตามพวกนั้นไปก็โดนดักเล่นงานจากคนที่ทำงานให้สองคนนั้นแบบนี้ก็ตัดสินได้แล้วว่าฉันยิ่งไม่สามารถปรากฏตัวออกไปตอนนี้ได้”
    “เรื่องใหญ่ขนาดนี้สมควรแล้วที่นายท่านเลือกที่จะปกปิดตัวตนเอาไว้”
    “ส่งคนไปคุ้มครองเธอเพิ่มขึ้นอีก”
    “นายท่านถ้าทำแบบนั้น...”
    “เข้าใจฉันด้วย การที่ฉันยังเป็นฉันได้ในตอนนี้คงเพราะมีเธอที่ทำให้ฉันมีความหวังเพิ่มขึ้นมา”
    ชายวัยกลางคนเลิกตั้งคำถามกับนายท่านของเขาเองทันทีที่ได้ยินแบบนั้น
    “ฉันจะไม่อยู่ที่นี่สักระยะปกป้องเธอด้วย อย่าให้เธอได้พบกับอันตราย”
    ชายวัยกลางคนรับปากนายท่านของเขาก่อนที่เขาจะสัมผัสถึงตัวตนของนายท่านของเขาไม่ได้อีก ภารกิจที่ดูเหมือนจะง่ายแต่มันก็ยากสำหรับเขาเช่นกัน...
    ..........
    หลังจากที่ทุกอย่างจบลงไปโนอาห์ได้เดินทางกลับมาพร้อมกับตำแหน่งผู้นำตระกูลอย่างถูกต้องทำให้มีคนมากมายที่เป็นพันธมิตรของตระกูลคินซ์ลี่ย์เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีกันมากมายราวกับเตรียมกันเอาไว้แล้ว
    คนแรกที่มาร่วมแสดงความยินดีคือ มาเทโอ ดาลีกัส ที่มาจากตระกูลพ่อค้าที่ยืนขึ้นด้วยตนเองภายในเวลาไม่ถึงห้าปีจากตระกูลที่เป็นแค่ตระกูลขนาดเล็ก
    “กระผม มาเทโอ ดาลีกัส มาจากตระกูล ดาลีกัส ยินดีด้วยที่ท่านหญิงได้ตำแหน่งผู้นำตระกูลคินซ์ลี่ย์ กระผมได้มองท่านหญิงก็รู้ได้ทันทีว่ามีทั้งความงดงามและความสามารถสมควรแก่ตำแหน่งนี้อย่างแน่นอน”
    “ขอบคุณ ท่านดาลีกัส มากค่ะ ทางฝั่งท่านเองก็เช่นกันความสามารถในการค้าขายที่เป็นเลิศนำพาให้ตระกูลของท่านที่ไม่มีทรัพย์สินมาก่อนให้การเป็นเศรษฐีหน้าใหม่ที่มีทรัพย์สินอยู่ในฐานจัดอันดับและมีความมั่นคงสูงที่สุดในตอนนี้”
    “ท่านหญิงก็กล่าวเกินไป กระผมแค่มีโอกาสมากกว่าคนอื่นเท่านั้นเอง ถ้ามีการค้าขายใดที่ท่านหญิงต้องการโปรดติดต่อกระผมหลังจากนี้ได้เลยนะครับ”
    “ได้เลยค่ะ หลังจากนี้ดิฉันคงได้พึ่งพาอาศัยท่านแล้ว”
    คนที่สองนั้นก็คือ อเดไลน์ โอเลี่ยน เธอคือราชินีแห่งงานสังคมที่เป็นหน้าเป็นตาที่สุดและโดดเด่นที่สุดว่ากันว่าหากเธอไปร่วมงานที่ใดงานที่แห่งนั้นจะกลายเป็นที่กล่าวถึงในแง่ดีรวมไปถึงยกฐานะของผู้จัดให้สูงมากยิ่งขึ้นไม่สิต้องบอกว่าถือเป็นเกียรติกับผู้จัดเลยด้วยซ้ำ
    การมาของเธอนั้นทำให้โนอาห์ประหลาดใจแต่ก็รับรู้ได้ทันทีว่าตอนนี้โนอาห์กำลังที่จะเป็นที่กล่าวขานในงานสังคมแล้ว
    “ดิฉัน อเดไลน์ โอเลี่ยน มาจากตระกูล โอเลี่ยน วันนี้ดิฉันมาในนามของตัวแทนตระกูลเพื่อมากล่าวแสดงความยินดีกับท่านหญิงที่ได้ตำแหน่งผู้นำตระกูลอย่างถูกต้อง”
    “ขอบคุณท่านโอเลี่ยน มากค่ะ เป็นเกียรติมากที่ท่านหญิงเองที่เป็นถึง ราชินีแห่งงานสังคม มาร่วมแสดงความยินดีในครั้งนี้ด้วย”
    “ไม่ได้มากมายอะไรเลยค่ะ ดิฉันเองก็เลือกที่จะเข้าข้างท่านหญิงตั้งแต่แรกที่พบท่านที่งานเลี้ยงท่านประมุขแล้วละค่ะ”
    “ถ้าอย่างนั้นก็ขอขอบคุณด้วยที่ท่านหญิงไว้วางใจในตัวของดิฉันมากถึงขนาดนี้”
    “เรื่องอื่นโยนมันทิ้งไปก่อนเถอะค่ะ...ว่าแต่ท่านหญิงสนใจมาเป็นเพื่อนปาร์ตี้น้ำชากับดิฉันได้หรือไม่”
    “แค่เพื่อนปาร์ตี้น้ำชาอย่างนั้นเหรอคะ ทำไมไม่ลองเป็นเพื่อนกันเลยละคะ”
    โนอาห์ที่พูดไปแบบนั้นทำให้ อเดไลน์ ถึงกับตกตะลึงไปสักพักใหญ่ก่อนที่จะแสดงสีหน้าดีใจออกมา
    “ค่ะ ยินดีเลยพวกเรามาเป็นเพื่อนกันเถอะ”
    คนที่สามก็คือ แบรนท์ลีย์ บัคเซิน ทูตต่างอาณาจักรที่มาเยือนยังจักรวรรดิแห่งนี้ เนื่องด้วยเขตปกครองของตระกูลคินซ์ลี่ย์ที่อยู่ใกล้กับเขตแดนระหว่างจักรวรรดิกับอาณาจักรถึงสองอาณาจักรทำให้ตระกูลคินซ์ลี่ย์มีอีกหน้าที่ก็คือการรับรองการมาของทูตอีกสองอาณาจักรตั้งแต่สมัยอดีตนานมาแล้ว
    “ขอต้อนรับท่านบัคเซินค่ะ”
    “ยินดีกับคุณหนูด้วยที่สามารถแสดงจุดยืนของตนเองเพื่อทวงคืนตระกูลคินซ์ลี่ย์ คนพวกนั้นฉันเองก็เอือมระอามานานแล้วชอบแอบทำอะไรลับหลังตระกูลของตนเองเพื่อที่จะแย่งสิทธิ์ในตำแหน่งผู้นำตระกูล”
    “ขอบคุณท่านค่ะที่เป็นห่วงและคอยให้กำลังช่วยเหลือแบบนี้ทางดิฉันเองขอรับปากว่าเมื่อใดก็ตามที่ท่านลำบากอย่าได้ลืมขอความช่วยเหลือมาที่ดิฉัน”
    แบรนท์ลีย์ แสดงสีหน้าที่มีความคาดหวังขึ้นมา
    “ถ้าอย่างนั้นไว้ฉันมีเรื่องอะไรที่ต้องการความช่วยเหลือ ฉันจะขอมาก็แล้วกัน”
    “ดิฉันก็หวังว่าท่านจะทำเช่นนั้น”
    หลังจากนั้นโนอาห์ก็พบปะผู้คนอีกกว่าห้าตระกูลที่เหลือพร้อมกับบุคคลผู้มีอำนาจจากหลายกลุ่ม ทำให้โนอาห์รู้ได้เลยว่าตระกูลคินซ์ลี่ย์ของเธอนั้นทรงอิทธิพลมากขนาดไหน
    นี่ยังไม่ได้นับรวมกับที่เป็นหนึ่งในตระกูลที่มีความผูกพันกับประมุขของดินแดนโดยตรงไปด้วย...
    ถึงว่าละทำไมพวกนั้นถึงอยากครองสิทธิ์ตำแหน่งผู้นำตระกูลจนตัวสั่นขนาดนี้ เพราะมันมีผลประโยชน์มากมายที่คำนวณค่าไม่ได้และพันธมิตรอีกหลายกลุ่มหลายตระกูล
    ทั้งยังสามารถสร้างความมั่นคงให้แก่ตนเองได้อีกด้วยนี่คือการแสดงความยินดีด้วยความสมัครใจและบ่งบอกว่ามีคนเข้าข้างทางฝั่งของโนอาห์มากขนาดไหน
    แน่นอนว่ามีคนรักก็ต้องมีคนเกลียดมีหลายตระกูลเหมือนกันที่เป็นมิตรกับตระกูลคินซ์ลี่ย์ไม่ยอมมาแสดงความยินดี พวกเขาเหล่านั้นจะถือตนเป็นคนแปลกหน้ากันไปในทันทีหรือไม่ก็ไม่อยากเคลื่อนไหวอะไรเลย
    ในความคิดของโนอาห์เธอไม่ได้มองว่าการที่ไม่ได้มาแสดงความยินดีกับเธอ เธอก็ไม่คิดว่าพวกเขาเหล่านั้นเปลี่ยนไปหรือหันหลังให้ ใช่แล้วบางทีอาจกำลังทดสอบความสามารถของตัวเธออยู่ก็ได้ ในเวลาที่ความคิดของคนเรากำลังที่จะเลือกสิ่งที่ดีกว่าสิ่งที่มีอยู่ก่อนมันก็จำเป็นต้องชั่งน้ำหนักของผลประโยชน์ที่ตนเองจะได้มาก่อนสิ่งอื่นใด นั่นแหละคือมนุษย์...
    . .

    .